Home

ภูมิทัศน์สื่อเปลี่ยน สถาบันอุดมศึกษา-คณาจารย์ ไม่ปรับ ก็อาจถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

ดัชนีบทความ
ภูมิทัศน์สื่อเปลี่ยน สถาบันอุดมศึกษา-คณาจารย์ ไม่ปรับ ก็อาจถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
คนเรียนโท สื่อสารมวลชนน้อยลงสะท้อนอะไร?
AddThis Social Bookmark Button

 

 

 

 

 

ภูมิทัศน์สื่อเปลี่ยน

สถาบันอุดมศึกษา-คณาจารย์

ไม่ปรับ ก็อาจถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

ทีมงานจุลสารราชดำเนิน


นอกเหนือจากนักข่าว-สื่อมวลชน-คนทำสื่อ-เจ้าของธุรกิจสื่อมวลชน ไม่ว่าจะเป็นสื่อแขนงใด สื่อใหม่-สื่อเก่า จะเป็น สื่อใหญ่-สื่อเล็ก ในยุคนี้ ต่างต้องปรับการทำงาน –จูนภูมิทัศน์ ของตัวเองและองค์กรให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงการรับรู้ข่าวสารของประชาชน ในยุคสมัยปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เพราะหากไม่ปรับ ต่อให้เป็นสื่อใหญ่-สื่อดัง ไม่ปรับตัวหรือปรับตัวช้า ไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลง  ก็อาจกลายเป็น “ผู้ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง”

อีกหนึ่งบริบทที่สำคัญต่อวงการวิชาชีพสื่อสารมวลชน ก็คือ “สถาบันการศึกษา” ที่เปิดการเรียนการสอนวิชานิเทศศาสตร์-สื่อสารมวลชน-วารสารศาสตร์ ทั้งของรัฐและเอกชน ที่สอนและผลิต นักข่าว-นักสื่อสารมวลชน-คนทำสื่อแต่ละแขนงออกมา ปีละจำนวนมาก แม้จะพบว่า ในหลายองค์กร รวมถึงคนทำสื่ออิสระ ก็จะเห็นได้ว่า ผู้บริหาร-นักข่าว-คนทำสื่อ จำนวนมาก ก็ไม่ได้จบการศึกษาด้านนิเทศศาสตร์-สื่อสารมวลชน กระนั้น ก็จะพบว่าส่วนใหญ่ โดยเฉพาะในองค์กรสื่อ จะมีผู้ที่จบการศึกษาด้านสื่อสารมวลชน ทำงานอยู่ในองค์กรในสัดส่วนที่มากกว่า คนที่ไม่ได้จบมาทางด้านนิเทศศาสตร์ ขณะเดียวกัน ยังคงมีนักเรียนสอบเข้าเรียนในสาขาด้านนิเทศศาสตร์-สื่อสารมวลชน ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐแต่ละปีจำนวนไม่น้อย โดยหลายแห่งก็พบว่าสถิติการสมัครสอบก็ไม่ได้ลดน้อยลง

จึงย่อมแสดงให้เห็นว่า การเรียนการสอนของสถาบันอุดมศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน ที่สอนด้านนิเทศศาสตร์-วารสารศาสตร์-สื่อสารมวลชน ยังมีความสำคัญอยู่ แม้ต่อให้ยุคปัจจุบัน จะมีการพูดกันว่า มีแค่โทรศัพท์มือถือ-แท็บเลต ใครๆ ก็สามารถส่งข่าวสาร แสดงความเห็นในเรื่องต่างๆ ได้ ไม่เห็นจำเป็นต้องไปเรียนนิเทศศาสตร์-สื่อสารมวลชน หลายปีกว่าจะจบ และจบแล้ว ก็ยังเสี่ยงต่อการตกงานในอนาคต แต่วาทกรรม-แนวคิดดังกล่าว ก็ยังมีความเห็นแย้งว่า ไม่ถูกต้อง เพราะนักข่าว-สื่อสารมวลชน –องค์กรสื่อ มีความแตกต่างจากคนปกติที่ไม่ได้เป็น ”สื่อตัวจริง-สื่อมืออาชีพ” ในเรื่องการทำงานข่าว-การสื่อสารต่อสังคม –ความเป็นมืออาชีพ ซึ่งสื่อตัวจริง จะมีความเป็นมืออาชีพมากกว่าในการสื่อสารและแสดงความเห็นในเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของ

จรรยาบรรณ-ความรับผิดชอบต่อสังคม”

ในการเผยแพร่ข่าว-ความเห็นต่อสังคมในวงกว้าง ที่สื่ออาชีพ จะให้ความสำคัญและตระหนักในเรื่องนี้มากกว่าคนปกติทั่วไป

อย่างไรก็ตาม ด้วยสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป “สถาบันอุดมศึกษา-คณาจารย์” ที่เปิดสอน สอนหนังสือด้านนิเทศศาสตร์-สื่อสารมวลชน ก็ต้องปรับองค์กร ปรับตัวเองในการสอนนักศึกษา เพื่อให้องค์กรอยู่ได้โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาเอกชน  และที่สำคัญ เพื่อจะได้ผลิตนักศึกษา ออกมาทำงานด้านสื่อสารมวลชน ที่เมื่อจบมาแล้ว สามารถหางานทำได้ และที่สำคัญ เติบโตขึ้นมาเป็นสื่อมีคุณภาพของสังคม


โดยเรื่องดังกล่าว มีทัศนะที่น่าสนใจอย่างเช่น ข้อคิดเห็นของ “ดำรง พุฒตาล อดีตสมาชิกวุฒิสภา –อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ -อดีตเจ้าของและผู้ก่อตั้งนิตยสารคู่สร้างคู่สม –พิธีกรรายการโทรทัศน์ชื่อดังที่อยู่ในวงการสื่อมาหลายสิบปี” ได้เคยให้ทัศนะไว้ว่าจากสภาพปัจจุบัน สถาบันการศึกษาที่สอนหลักสูตรด้านสื่อสารมวลชน ทั้งนิเทศศาสตร์ วารสารศาสตร์ ควรต้องทบทวนหลักสูตรการเรียนการสอนในปัจจุบันได้แล้ว

“แน่นอนที่สุดต้องปรับ การปรับมีสองอย่างคือ ปรับหลักสูตร กับปรับอาจารย์ผู้สอน แต่ปรับหลักสูตรง่ายกว่าปรับอาจารย์ เพราะอาจารย์ก็คืออาจารย์ เพราะในเมื่อเวลานี้มันชัดเจนเลยว่า คนมีโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียว เขาก็ใช้โทรศัพท์ทำอะไรได้สารพัดอย่าง หลายคนไม่ได้เรียนวารสารศาสตร์ นิเทศศาสตร์มา เขาก็ทำอะไรแล้วส่งเข้าไปในโซเชียลมีเดียจนประสบความสำเร็จ จะดีหรือไม่ดีไม่รู้ แต่เขาประสบความสำเร็จในเชิงคนดู ความนิยม"

“ดำรง” ให้ทัศนะว่า กลุ่มคนดังกล่าวข้างต้น ที่ไม่ได้เรียนนิเทศศาสตร์ ไม่ได้เป็นสื่ออาชีพจริง ๆแต่ใช้การเรียนรู้ด้านต่างๆ เช่น การตัดต่อถ่ายทำ ที่ปัจจุบันทำได้ง่ายเพราะเครื่องมือปัจจุบันทำให้ทำได้ง่าย สมัยก่อนเวลาจะถ่ายทอดสด โทรทัศน์ต้องส่งรถโอบีออกไป ใช้คนจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ และใช้กล้องหลายตัว ใช้ดาวเทียม แต่ปัจจุบันใช้แค่มือถือเครื่องเดียวก็ทำได้ โดยคุณภาพไม่ได้แตกต่างจากรถคันละ 20 ล้านบาท โดยมือถือแค่เครื่องละไม่กี่หมื่นบาทและทำทุกอย่างได้หมดเพียงคนเดียว โดยที่เขาอาจจบจากด้านอื่น ไม่ได้เรียนด้านนิเทศศาสตร์อะไรมาเลย

“ถ้าหลักสูตรนิเทศศาสตร์ไม่เปลี่ยน อาจารย์ไม่ปรับตัวเอง บัณฑิตออกมาก็จะเป็นคนละโลก คือเป็นโลกเก่าสมัยไม่มีโซเชียลมีเดีย การเรียนการสอนจึงควรต้องมุ่งเน้นไปในทางให้ คนที่เรียนต้องลงพื้นที่ภาคสนาม ไปหาประสบการณ์ มากกว่าเรียนทฤษฎี

หลานผมเขาเรียนนิเทศศาสตร์มาหนึ่งปี แล้วเขาคงไปค้นพบอะไรมาว่า สิ่งที่เขาเรียนมากับโลกความเป็นจริงในเวลานี้ เขาบอกผมว่าเขาจะลาออก แต่จนกระทั่งตอนนี้หลังจากที่เขาบอก ผมก็ยังไม่เจอเขา ซึ่งผมก็ไม่ได้คัดค้าน เพราะผมเข้าใจเขา “(ดำรง พุฒตาล-ไทยโพสต์ ธ.ค.2560)

สิ่งที่น่าติดตาม ก็คือ การปรับตัวของสถาบันอุดมศึกษา –คณาจารย์ ที่ทำการเรียนการสอนด้านนิเทศศาสตร์-การสื่อสารมวลชน ของรัฐและเอกชน ว่าในยุคปัจจุบัน ที่ภูมิทัศน์สื่อเปลี่ยน –การบริโภคสื่อ ของประชาชนเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย แล้วสถาบันอุดมศึกษา-คณาจารย์ ได้รับรู้ถึงพลวัตรการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวหรือไม่ อย่างไร และมีการปรับตัวอย่างไร เพราะไม่ใช่แค่เพียงองค์กรสื่อ-คนทำสื่อ ที่หากไม่ปรับตัว แล้วจะโดนทิ้งไว้ข้างหลัง “สถาบันอุดมศึกษา-คณาจารย์”ที่สอนด้านนิเทศศาสตร์-สื่อสารมวลชน ก็อาจถูกทิ้งไว้ข้างหลังเช่นกัน

ทั้งนี้ ปัจจุบัน ในวงการการศึกษา จะพบว่าหลายมหาวิทยาลัย มีการเปิดการเรียนการสอนด้านนิเทศศาสตร์-สื่อสารมวลชน แม้แต่บางมหาวิทยาลัย ที่มีชื่อเสียงในสาขาด้านแพทย์-วิทยาศาสตร์อย่าง”มหาวิทยาลัยมหิดล” ก็ยังมีการเรียนการสอนด้านสื่อสารมวลชนเช่นกัน โดยพบว่า บางสถาบัน การเรียนการสอน ก็ไม่ได้ใช้ชื่อว่าคณะนิเทศศาสตร์ หรือวารสารศาสตร์-การสื่อสารมวลชน โดยใช้ชื่อเรียกแตกต่างกันไป ขณะที่บางสถาบัน ก็ไปอยู่ในหลักสูตรการองค์รวม โดยมีการเปิดสาขาการเรียนการสอนด้านนิเทศศาสตร์อยู่ในคณะนั้นด้วย เช่น  คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นต้น

ทาง “กองบรรณาธิการ หนังสือ วันนักข่าว 5 มีนาคม 2562” ได้สัมภาษณ์-สอบถาม ความคิดเห็น ผู้บริหาร-คณาจารย์ของสถาบันอุดมศึกษาทั้งของรัฐและเอกชนหลายแห่ง เพื่อสอบถามถึงหลักสูตรการเรียนการสอนด้านนิเทศศาสตร์และการสื่อสารมวลชน ของสถาบันการศึกษาแต่ละแห่งในสภาพการณ์ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรที่เปิดสอน –จำนวนนักศึกษาและคณาจารย์ของแต่ละแห่ง –การปรับหลักสูตรของสถาบันให้สอดคล้องกับสภาวะสื่อและธุรกิจสื่อในยุคปัจจุบัน –การจ้างงานนักศึกษาแต่ละสถาบันหลังจบการศึกษาไปแล้ว –ข้อเสนอแนะต่อผู้บริหารระดับสูงของสถาบัน เพื่อให้มีการปรับหลักสูตรการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับสภาวะสื่อยุคปัจจุบัน เป็นต้น

ซึ่งข้อมูลที่ กอง บก.ได้รับ ทางทีมงานได้มีการสัมภาษณ์ สอบถามความเห็นผู้บริหารและคณาจารย์หลายสถาบัน

แยกเป็น “สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ” ประกอบด้วย คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) -คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) –สำนักวิชาสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์(มวล.)-คณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม-คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์-คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตปัตตานี-คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต-วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล-คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทร์เกษม-คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นต้น

ขณะที่ “สถาบันการศึกษาของเอกชน” ก็มีด้วยกันหลายสถาบัน อาทิ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์-คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย-คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ-คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นต้น

โดยทัศนะของผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา-คณาจารย์ ที่สอนด้านนิเทศศาสตร์-การสื่อสารมวลชน ทั้งของรัฐและเอกชน ที่ให้ทัศนะความเห็นกับกอง บก. หนังสือวันนักข่าวฯ มีความเห็นที่แตกต่างกันไปตามความเห็นของแต่ละคนและแต่ละสถาบัน แต่สามารถสรุปประเด็นสำคัญที่สามารถสังเคราะห์ได้


เช่น ความเห็นของ” ศ.ดร.ปาริชาต สถาปิตานนท์ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสถาบันที่สอนด้านนิเทศศาสตร์และการสื่อสารมวลชนมาหลายสิบปี ที่เล่าถึงสภาพการณ์ของสถาบันในเวลานี้ไว้ว่า ที่ผ่านมา คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ มีการปรับโครงสร้างหลักสูตรให้สอดคล้องกับพัฒนาการความรู้ด้านนิเทศศาสตร์ อุตสาหกรรมสื่อและการสื่อสาร รวมทั้งเทคโนโลยีสารสนเทศในศตวรรษที่ 21 มาตลอด เช่น มีการปรับตั้งแต่ชื่อหลักสูตร จากเดิม สาขาวารสารสนเทศ (Journalism and Information) เป็น สาขาวิชาวารสนเทศและสื่อใหม่โดยมีการเติมความเป็นสื่อใหม่ หรือ New Media เข้าไป ส่วนอีกหลักสูตรที่เปลี่ยนแรงมาก คือ สาขาวิชาการกระจายเสียง (Broadcadting) เปลี่ยนเป็น สาขาวิชาการออกแบบและผลิตสื่อ (Media Design and Production: MD) เป็นต้น โดยทั้งหมดเน้นที่การออกแบบและผลิตเพื่อให้สามารถใช้ได้ทุกแพลตฟอร์ม

คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ให้มุมมองไว้ว่า ในตลาดแรงงาน เราจะไม่ยึดตัวเทคโนโลยีเป็นตัวผลิตเด็ก เพราะเทคโนโลยีมาเร็ว ตายเร็ว ถ้าใครติดเทคโนโลยี ก็แน่นอน โอกาสที่จะตกงาน หลุดออกจากระบบค่อนข้างสูง แต่ถ้าเกิดเราสอนให้เด็กติดที่ตัวคอนเทนต์ ออกแบบ สร้างสรรค์ ไม่ว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนสิ่งเหล่านั้นมันอยู่กับชีวิตของเขา เขาก็จะสามารถเปลี่ยนเป็นเจ้าของที่จะออกแบบสารที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดกับทุกแพลตฟอร์ม ถ้าเขาสามารถคิดเป็นก็จะสามารถเอาไปประยุกต์ใช้ได้ และอาจจะเกิดผู้ประกอบการที่เป็นอิสระมากขึ้น

“การสื่อสารไม่มีวันตาย เพียงแต่ว่ามันจะเปลี่ยนเทคโนโลยีไปตามแพลตฟอร์มต่างๆ” ศ.ดร.ปาริชาต ระบุ



 
วีทีอาร์-สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย พศ. 2562

ดูวีทีอาร์ทางyoutube

Login Form



หนังสือน่าอ่าน




จำนวนผู้ออนไลน์

เรามี 1266 บุคคลทั่วไป และ 1 สมาชิก ออนไลน์
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา

สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ :: The National Press Council of Thailand สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย :: Thai Broadcast Journalists Association สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย :: ISRA Institute Thai Press Development Foundation ชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ :: Information Technology Press Club The Southeast Asian Press Alliance (SEAPA) thai society of environmental jounalists