สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

Home ราชดำเนิน เสวนา ข่าวราชดำเนินเสวนา หัวข้อ “เปิดโปงมาเฟียคุก-ค้ายานรก” 13 พฤษภาคม 2555

ข่าวราชดำเนินเสวนา หัวข้อ “เปิดโปงมาเฟียคุก-ค้ายานรก” 13 พฤษภาคม 2555

อีเมล พิมพ์ PDF
AddThis Social Bookmark Button

วันที่ 13 พฤษภาคม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย จัดเวทีราชดำเนินเสวนา หัวข้อ เปิดโปงมาเฟียคุก-ค้ายานรก ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย โดยมี พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช และนายณรงค์ รัตนานุกูล  ที่ปรึกษาการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) เป็นวิทยากร

พล.ต.ต.รณพงษ์ กล่าวถึงข้อมูลที่ได้จากตรวจค้นเรือนจำว่า พบของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือจำนวน 309 เครื่อง ตรวจสอบไปแล้ว 150 เครื่อง โดยในขณะนี้แต่ละเครื่องสามารถกู้ข้อมูลได้ประมาณ 25% เนื่องจากซิมโทรศัพท์มือถือซึ่งมีโค้ดต่างๆ อยู่ระหว่างการขอข้อมูลจากผู้ให้บริการ

ทั้งนี้ เบื้องต้นพบข้อมูลในโทรศัพท์ประมาณ 70 เครื่องที่น่าจะเกี่ยวพัน โดยจำนวนนี้พบว่า มี 17 เครื่องที่ข้อมูลชัดเจนว่าเกี่ยวพันกับยาเสพติด โดย 5 เครื่องรู้ตัวเจ้าของชัดเจน สามารถแจ้งข้อหาได้แล้ว แต่ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่เร่งรัดในการแจ้งข้อกล่าวหา เนื่องจากต้องการรวมรวมข้อมูลให้หนาแน่นที่สุด พร้อมทั้งสืบทรัพย์ของผู้ที่เกี่ยวข้องเสียก่อน ซึ่งคาดว่าต้องใช้ระยะเวลาอีกระยะหนึ่ง

พล.ต.ต.รณพงษ์ กล่าวถึงความเกี่ยวข้องของเจ้าหน้าที่กับกระบวนการยาเสพติดในเรือนจำว่า หากเจ้าหน้าที่ไม่เอื้อ ก็อยากที่จะทำจนขยายวงเช่นนี้ได้ ต้องมีเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งเกี่ยวข้อง และจากประสบการณ์เมื่อครั้งเข้าตรวจค้นที่เรือนจำอำเภอรัตนบุรี อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ก็พบผู้คุมมีปัสสาวะม่วงด้วย

พล.ต.ต.รณพงษ์ กล่าวถึงความร่วมมือในการแก้ปัญหายาเสพติดในเรือนจำว่า ในทางปฏิบัติเราต้องทำทุกอย่างให้ทันคนร้าย ซึ่งต้องยอมรับในทุกองค์กรมีเก่ง คนทุ่มเทลดหลั่นกันไป แต่สิ่งที่น่าห่วงคือเรื่องค่านิยม พฤติกรรม ความคิดของคนไทย เด็กไทยที่ทุกวันนี้กราฟต่ำลงมาก ขณะที่คนรุ่นใหม่ในหน่วยงานราชการก็มีคุณภาพด้อยลง ฉะนั้น โดยส่วนตัวเห็นว่า เราต้องผลักดันให้มีการแก้ไขเรื่องค่านิยม ความรักชาติ เห็นแก่สาธารณะประโยชน์ เพราะปัญหาทุกอย่างเกิดจาก คน

ส่วนเรื่องสวัสดิการค่าตอบแทนนั้น พล.ต.ต.รณพงษ์ กล่าวว่า เป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาเท่านั้น เพราะจากประสบการณ์พบว่า คนที่ให้ความร่วมมือ ปฏิเสธการรับเงินคือ เจ้าหน้าที่เงินเดือนไม่ถึงหมื่นบาท ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ระดับสูง เพราะฉะนั้นค่าตอบแทนจึงไม่ใช่เรื่องสำคัญในทางกลับกันเห็นว่าค่านิยมเป็นเรื่องสำคัญมากกว่า พร้อมทั้งมั่นใจว่าถ้าบุคลาการทำงานอย่างมุ่งมั่น แม้เทคโนโลยีจะเปลี่ยนไป เราก็ตามทัน เอาอยู่

ประการสำคัญ การแก้ปัญหาการกระทำความผิดในเรือนจำนั้น ถ้าผู้บัญชาการเรือนจำมีความตั้งใจจริง เป็นคนดี มุ่งมั่นจริง ปัญหาจะลดทันที หรือไม่รุนแรงถึงขึ้นเป็นอันตรายต่อสังคม ทั้งนี้ ผู้บัญชาการเรือนจำต้องเปิดใจกว้างให้หน่วยงานอื่นเข้าไปช่วยเหลือร่วมดำเนินการ

ทั้งนี้ พล.ต.ต.รณพงษ์ กล่าวถึงยุทธศาสตร์ในการปราบปรามยาเสพติดขณะนี้ด้วยว่า การบังคับใช้กฎหมายเป็นปัญหาส่วนหนึ่ง โทษค้ายาเสพติดในประเทศไทยต่ำ ความเป็นอยู่อาศัยในเรือนจำสบายกว่าอีกหลายประเทศ ฉะนั้น การบังคับใช้กฎหมายและการออกกฎระเบียบที่เข้มงวดน่าจะช่วยได้ส่วนหนึ่ง นอกจากนี้การแก้ปัญหาต้องไปพร้อมกัน เร่งรัดปราบปราม ป้องกันกลุ่มเสี่ยง ลดความต้องการของตัวยา (ดีมาน) รวมถึงการบำบัดฟื้นฟู

ตราบใดที่เรายังไม่สามารถจำนวนผู้เสพลงได้ ต่อให้นำผู้เสพจำนวน 4 แสนคนไปเลิกยา ใช้ระยะเวลา 9 วัน 8 คืน พอกลับเข้าสู่สังคม ซึ่งพบว่าเราเอ็กซเรย์มีผู้เสพ 1.2 ล้านคน สุดท้ายพอผ่านการบำบัดก็ต้องถูกดูดกลืนกลับเข้าไปอีก ยิ่งไปกว่านั้น การเข้าไปฟื้นฟู บำบัดกลับทำให้มีความรุนแรงมากขึ้น กลายเป็นว่าผู้เสพได้ไปทำให้รู้จักกัน สร้างเครือข่าย มีรุ่นขึ้นมา ดังนั้น ถ้าจะลดดีมานลดได้ รัฐต้องทุ่มงบประมาณนำผู้ที่เสพยาทั้งหมดราว 2 ล้านคนเข้ารับการรักษาอย่างจริงจัง ซึ่งน่าจะช่วยลดปัญหาได้ เพราะเมื่อคนเหล่านี้เลิกยา แรงจูงใจของพ่อค้าก็หายไป

ด้าน พ.ต.อ.สุชาติ กล่าวถึงตัวเลขนักโทษยาเสพติดในเรือนจำว่า เมื่อ 10 ปีที่แล้วนักโทษยาเสพติด 30% ปัจจุบันอยู่ที่ 64%จากจำนวนนักโทษในประเทศไทยทั้งหมด 2.4 แสนคน และในจำนวนดังกล่าวพบว่า 80% เป็นผู้จำหน่ายหรือผู้ที่ช่วยเหลือในเรื่องการขนส่ง ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ว่า ถ้าผู้มีหน้าที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่ บ้านเมืองอยู่ไม่ได้ แต่หากปล่อยให้เจ้าหน้าที่ทำฝ่ายเดียวก็เหนื่อย ทุกภาคส่วนต้องลงมาช่วยกัน

พ.ต.อ.สุชาติ กล่าวถึงเส้นทางการเงินในเรื่องยาเสพติดว่า ทุกวันนี้ไม่พบการขนเงินสด นัดเจอกันเพื่อส่งเงินอีกแล้ว ปัจจุบันใช้วิธีโอนเงินผ่านแอพพิเคชั่น ผ่านทางสถาบันการเงินต่างๆ และแม้การเปิดบัญชีแทนกันจะเป็นความผิดตามกฎหมาย แต่ในทางปฏิบัติยังพบการการกระทำลักษณะดังกล่าวอยู่

การปิดช่องโหวในการทำธุรกรรมทางการเงินนั้น เป็นไปได้หรือไม่ ที่สถาบันการเงินจะทำโปรแกรมที่ alert ตรวจสอบการทำธุรกรรมที่ผิดปกติ เช่น อาชีพรับจ้างมีเงินเดือน 5,000 บาท แต่มีเงินโอนเข้าบัญชีซ้ำๆ รวมกันเป็นแสนบาท และเมื่อพบสามารถแจ้งเรื่องต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันทีได้ เพื่อช่วยปิดช่องว่างดังกล่าว

ขณะที่การตรวจ สอบเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ซึ่งอาจร่ำรวยผิดปกตินั้น อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า ในมิติของกฎหมาย ในประเทศไทยคนที่จะถูกตรวจสอบทรัพย์สินได้ตามกฎหมายของคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาตินั้น มีตนเพียงคนเดียว ส่วนรองอธิบดีลงไปไม่มี ดังนั้น ในเรื่องนี้คงต้องมานั่งพูดคุยกัน เพราะเป็นมิติที่นอกเหนือจากกฎหมาย

พ.ต.อ.สุชาติ กล่าวต่อว่า ปัญหายาเสพติดนั้นเป็นเรื่องใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีเจ้าหน้ารัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง เข้าไปรับผลประโยชน์ ฉะนั้น เรื่องนี้ต้องปราบปรามอย่างเด็ดขาด โดยเป้าหมายสูงสุดของเราคือ การสร้างจิตสำนึก ค่านิยมให้กับเจ้าหน้าที่ แต่เมื่อวันนี้ยังไปถึงจุดหมายปลายทางไม่ได้ ก็ต้องนำระบบเข้ามาช่วยเสริม เจ้าหน้าที่ต้องไม่หิว มีเงินส่งลูกเรียนได้ มีความเป็นอยู่ที่ดี โดยเราจะไปแก้ไขเรื่องสวัสดิการ ความเป็นอยู่ของเจ้าหน้าที่เป็นอันดับแรก เช่น เพิ่มเงินค่าเสี่ยงภัยในการปฏิบัติหน้าที่ จากเดิมอยู่ 1,200-2,000 บาทให้เท่ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งอยู่ 3,000 บาท เพิ่มเงินประจำตำแหน่งให้กับเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ซึ่งต้องใช้เงินงบประมาณกว่า 3,000 บาท ดังนั้นจึงมีแนวคิดที่จะนำผู้ต้องขัง ซึ่งอยู่ในวัยแรงงาน 1.5 แสนคนมาทำงาน เลี้ยงหมู ไก่ แล้วนำสินค้าเกษตรไปขาย นำเงินมาใช้เป็นค่าตอบแทนให้แก่เจ้าหน้าที่ รวมทั้งจัดสรรสวัสดิการ ตลอดจนค่าตอบให้กับผู้ต้องขัง ทั้งนี้เชื่อว่าจะแก้ไขปัญหาเจ้าหน้าที่ที่นอกลู่นอกทางให้ดีขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อกรมราชทัณฑ์เข้าไปช่วยเหลือเรื่องความเป็นอยู่ ค่าครองชีพแล้ว เจ้าหน้าที่ต้องรักษาศักดิ์ศรี เกียรติยศด้วย ถ้าใครทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนต้องถูกดำเนินการ ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ อ้างว่าถูกข่มขู่ จึงต้องยอมตามนั้น คนมีหน้าที่กลัวไม่ได้ เพราะเมื่อมีหน้าที่ มีอำนาจ ก็ต้องมีความรับผิดชอบตามไป ถ้าไม่พร้อมที่จะทำก็บอกมาว่าไม่พร้อม แต่ในฐานะผู้บริหารเราก็จะดูแล จัดหางบฯกู้ซื้อปืนในราคาที่ถูก เพื่อสร้างความพร้อมในการทำงานระดับหนึ่ง

นอกจากนี้จะมีการปรับเปลี่ยนในเรื่องความรับผิดชอบ ผู้บังคับการต้องมีส่วนรับผิดชอบในกรณีความเสียหายที่เกิดจากหัวหน้าส่วนควบคุม หัวหน้าส่วนสวัสดิการของเรือนจำแต่ละแห่ง ขณะที่หัวหน้าส่วนควบคุมต้องมีส่วนรับผิดชอบกรณีที่ผู้บังคับแดนไปทำอะไรซึ่งไม่ถูกไม่ต้องจาก ความรับผิดชอบต้องเป็นลำดับชั้นลงไป เพื่อให้ทุกคนร่วมกันรับผิดชอบ เช่น ตรวจเรือนจำครั้งที่แรกเจอโทรศัพท์ก็กากบาทไว้ ครั้งที่สองเจออีกเดือดร้อนแล้ว สิ่งเหล่านี้เป็นมาตรการที่ต้องช่วยกัน เพราะถ้าเรือนจำไม่ตื่นตัว ยาเสพติดก็ไม่หมด

เมื่อถามว่า เรือนจำมีกี่แห่งที่เข้าข่ายเป็นสีเทา พ.ต.อ.สุชาติ กล่าวว่า ทั่วประเทศมีเรือนจำทั้งหมด 143 แห่ง และทุกแห่งมีคดียาเสพติด ฉะนั้นทุกแห่งก็ต้องถูกจับตามอง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีเรือนจำที่กล้าประกาศตัวเป็นเรือนจำสีขาว ปลอดจากโทรศัพท์มือถือและยาเสพติดจำนวน 7 แห่ง ได้แก่ เรือนจำนครสวรรค์ ร้อยเอ็ด หนองบัวลำภู น่าน มหาสารคาม อำเภอเบตง และเกาะสมุย โดยเรือนจำเหล่านี้ได้รับการตรวจสอบจากระดับจังหวัด ตำรวจท้องที่ รวมทั้งสื่อท้องถิ่น ส่วนที่เหลือกำลังดำเนินไปสู่เรือนจำสีขาว

เมื่อถามถึงการแก้ปัญหาการสร้างอิทธิพลในเรือนจำ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า จากการศึกษาจากต่างประเทศพบว่า ถ้าทำให้สิทธิของผู้ต้องขังทั้งหมดเท่ากับศูนย์ กินเท่าที่รัฐจัดให้ ถ้าอยากมีเงินเพิ่มต้องทำงานและใช้เงินได้เท่าที่ทำงาน ทำให้ไม่สามารถสร้างอิทธิพลได้ ต่างจากไทยผู้ต้องขังยังมีอิทธิพลด้านการเงิน ตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ ผู้ต้องขังสามารถเบิกเงินใช้ได้วันละไม่เกิน 200 บาท ซึ่งก็จะใช้วิธีให้คนอื่นไปเปิดบัญชี เพื่อจะได้เบิกเงินได้วันละมากๆ มาเลี้ยงลูกน้อง ซึ่งถ้าทำตามวิธีคิดของต่างชาติ ก็น่าจะช่วยได้

ทั้งนี้ พ.ต.อ.สุชาติ กล่าวถึงการดำเนินการป้องกัน ตัดสัญญาณการใช้มือถือในขณะนี้ด้วยว่า จะนำระบบแจมเมอร์มาใช้เพื่อตัดสัญญานโทรศัพท์มือถือ ซึ่งขณะนี้เทคโนโลยีดังกล่าวมีใช้อยู่แห่งเดียวคือเรือนจำเขาบิน แต่คาดว่าภายในสิ้นเดือนนี้จะดำเนินการแล้วเสร็จ 3 แห่งที่ระยอง คลองไผ่ พิษณุโลก นอกจากนี้จะเพิ่มอีก 3 แห่งคือที่ราชบุรี บางขวาง คลองเปรม รวมทั้งสิ้น 7 แห่ง แต่อย่างไรกามเนื่องจากระบบแจมเมอร์เป็นเทคโนโลยีที่คิดขึ้นเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ขณะที่เทคโนโลยีในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ระบบคิดของทางราชการเหล่านี้ จะทำการแก้ไขอย่างไร

วันนี้ยอมรับว่าเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ทำงานบนความขาดแคลน ผู้ต้องหาที่กลับเข้าไปในเรื่องจำ มีเทคโนโลยีที่เหนือชั้น ซึ่งล่าสุดตรวจค้นพบโทรศัพท์มือถือ ขนาดเท่ารีโมทรถยนต์ ซึ่งตรงนี้คือความยากในการทำงานของเจ้าหน้าที่

ขณะที่ นายณรงค์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 30 ปีในการทำงานด้านป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พบว่าเรื่องการค้ายาเสพติดในคุกนั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่ การกระทำผิดในเรือนจำมีทั้งการลักลอบนำยาเสพติดเข้าไปใช้ในเรือนจำ และการสั่งการออกมานอกเรือนจำ ทำให้สมัยนี้จับผู้ค้า ติดคุกปิดแฟ้มหนึ่ง ต้องเปิดแฟ้มสองทันที ไว้ใจไม่ได้ เพราะผู้ต้องหายังมีศักยภาพทางการเงิน ทำให้มีการเคลื่อนไหวต่างๆ การใช้โทรศัพท์ก็เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ซึ่งถ้าเราสามารถตัดวงจรทางการเงิน ปิดการใช้โทรศัพท์มือถือก็จะสามารถช่วยแก้ปัญหาได้

ทั้งนี้ ในช่วงระหว่างเดือนมกราคมถึงเมษายนได้มีการตรวจค้นเรือนจำ พบว่า 37 แห่งมียาเสพติด 52 แห่งพบโทรศัพท์มือถือ จำนวน 3,353 เครื่อง ขณะที่การยึดทรัพย์ตั้งแต่เดือนกันยายน สามารถยึดทรัพย์ได้จำนวน 2,677 ราย มูลค่าทรัพย์สิน 1,038 ล้านบาททั้งจากในและนอกเรือนจำนายณรงค์ กล่าว และว่า ทั้งนี้ สำหรับการดำเนินการในเรื่องเส้นทางการเงินนั้น ต่อไปต้องคิดวางแผนที่จะไปดักหน้าคนร้าย ไม่ใช่เป็นแมวที่วิ่งไล่จับหนูอย่างเดียว เช่นเดียวกันระบบต่างๆ โครงสร้างของเรือนจำก็ต้องถูกปรับแก้

เมื่อถามต่อไปว่า ในเรื่องการตัดเส้นทางการเงินได้ขอความร่วมมือไปยังสถาบันการเงินหรือไม่ นายณรงค์ กล่าวว่า ได้ประสานงานแล้ว ป.ป.ส.ได้มีการจัดสัมมนาร่วมกับสถาบันการเงินทุกปี อีกทั้งมีการณรงค์ว่าการเปิดบัญชีแทนกันมีความผิด แต่ก็ยังพบว่าการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวอยู่มาก

เมื่อถามอีกว่า เมื่อมีการหารือกับสถาบันการเงินเป็นประจำทุกปีแล้วช่องโหว่อยู่ตรงไหน นายณรงค์ กล่าวว่า การเปิดบัญชีแทนกัน ถ้าไม่มีข้อมูลหลักฐานที่แน่ชัดก็ไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ จับกุมผู้ค้ายาเสพติดได้ ปัจจุบันดำเนินการปัจจุบันต้องแค่บัญชีพ่อแม่ พี่น้อง ญาติสนิทยังไม่พอ ต้องค้นทั้งหมดเลขบัญชี ข้อมูลโทรศัพท์ ซึ่งบางรายอาจไม่มีเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาเลย ซึ่งในเรื่องการเงินนั้น เราต้องดูข้อมูลไม่ให้ผิดพลาด เพราะถ้าผิดพลาดก็โดยฟ้องได้เช่นกัน ป.ป.ส.ก็โดนอยู่หลายคดี


 
วีทีอาร์-สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย พศ. 2559

ดูวีทีอาร์ทางyoutube

Login Form



หนังสือน่าอ่าน

 




จำนวนผู้ออนไลน์

เรามี 1693 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา

สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ :: The National Press Council of Thailand สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย :: Thai Broadcast Journalists Association สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย :: ISRA Institute Thai Press Development Foundation ชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ :: Information Technology Press Club The Southeast Asian Press Alliance (SEAPA) thai society of environmental jounalists