สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

Home ราชดำเนิน เสวนา ข่าวราชดำเนินเสวนา หัวข้อ “ปี 55 น้ำท่วมหรือเอาอยู่” 24 มิ.ย.55

ข่าวราชดำเนินเสวนา หัวข้อ “ปี 55 น้ำท่วมหรือเอาอยู่” 24 มิ.ย.55

อีเมล พิมพ์ PDF
AddThis Social Bookmark Button

วันที่ 24 มิถุนายน 2555 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทยจัดกิจกรรมราชดำเนินเสวนา หัวข้อ “ปี 55 น้ำท่วมหรือเอาอยู่” โดยมี ดร.รอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน)กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  นายชวลิต จันทรรัตน์ กรรมการผู้จัดการ ทีมกรุ๊ป นายเลิศชัย ศรีอนันต์  ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมชลประทาน และนางอัญชลี ชวนิชย์ นายกสมาคมนิคมอุตสาหกรรมไทยและพันธมิตร ร่วมเสวนา ณ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

ดร.รอยล กล่าวว่า ฝนอยู่ในเกณฑ์เดียวกับปี 2551 ในปริมาณ 1500-1600 มิลลิเมตร ท่วมมากนิดหน่อย ในบริเวณพื้นที่เสี่ยง ริมน้ำ พื้นที่ลุ่มต่ำ ระหว่างลุ่มน้ำยม และลุ่มน้ำน่าน ซึ่งปกติเป็นปริมาณที่ท่วมอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าในปีนี้ปริมาณฝนจะน้อยกว่าปีที่แล้ว เพราะข้อมูลที่ชี้ว่าฝนจะเป็นเท่าไหร่บ่งชี้ว่าน้ำจะน้อย ทั้งนี้ได้รับอิทธิพลมาจากทะเล นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงบนเทือกเขาหิมาลัย ทำให้ฝนทางภาคตะวันตกของไทยเยอะ สามสัปดาห์ทีแล้วมาฝนจะเยอะ พม่าน้ำท่วมหนักมาก ซึ่งปัจจุบันท่วมไปแล้วแต่ท่วมน้อย เพราะในปีนี้มีโครงสร้างและ การจัดการที่ดีกว่าเดิม

“สถานการณ์ปีนี้ไม่รุนแรงเท่าปีที่แล้ว แต่ปริมาณเฉลี่ยมากกว่าปีที่แล้ว โดยคาดว่าสูงไม่เกิน 20% มากกว่าที่เคยเป็น แต่น้อยกว่าปีที่แล้ว ร่วมกับการบริหารจัดกรที่ดีขึ้น ทำให้ข้อมูลมีมากขึ้น ซึ่งปีที่แล้วมีการกระจายพื้นที่ แต่รอบนี้ มีข้อมูลดีขึ้นก็จะมีการกระจายในเรื่องของเวลาด้วยไม่ใช่เพียงแค่พื้นที่ ทั้งนี้ มีการเตรียมในส่วนของกลไกไว้แล้ว ในขณะที่การวางแผนนั้นต้องดูสถานการณ์ภายใน  1 เดือน และต้องมีการปรับตัวตลอด”

ดร.รอยล กล่าวต่อว่า ในปีนี้ เรามีระบบข้อมูล โครงสร้าง และการจัดการที่ดีกว่าเดิม  มีการสำรวจคลองแล้วเสร็จไปแล้ว 170 กม. สำรวจความลึกของคลองด้วยคลื่นเสียง และใช้เรือแสกนความลึกซึ่งสะดวกในการขุดลอกคลองเพื่อการระบายน้ำ นอกจากนี้ ในส่วนของการบริหารจัดการเริ่มมีการติดตั้งประตูระบายน้ำอัตโนมัติ รวมถึงมีการติดตั้งระบบโทรมาตรเพิ่มอีก 80  ตัว ในลุ่มน้ำที่สำคัญโดยมีความเสถียรและแม่นยำมากขึ้น เพราะใช้ระบบเรดาร์และโซล่าเซลล์  ฉะนั้นในส่วนของข้อมูลมีพร้อมเพื่อนำไปวิเคราะห์ต่อไป

ทั้งนี้ ดร.รอยล กล่าวถึงการสื่อสารข้อมูลข่าวสาร ด้วยว่า สิ่งสำคัญคือต้องสื่อสารให้กับสื่อมวลชนให้สำเร็จก่อนและจึงถ่ายทอดไปสู่ประชาชน ทั้งนี้ ในส่วนของข้อมูลเกี่ยวกับน้ำในประเทศไทยนั้นถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี และหลังจากนี้ จะทำการแปลข้อมูลในหน้าเว็บไซต์ให้เป็นภาษาญี่ปุ่น และภาษาอังกฤษด้วย

ขณะที่ ดร.อานนท์ กล่าวถึงมาตรการเร่งด่วนว่า แม้จะทำได้ครบตามแผนระยะเร่งด่วน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะ ปลอดภัย 100%  เพราะในทุกต้นปี ต้องมีการประเมินสถานการณ์ตลอด ฉะนั้นยังต้องลุ้นกันอยู่ ซึ่งหากสูงกว่าค่าเฉลี่ย 20% ก็ยังถือว่าปลอดภัย

“ในส่วนของการเตือนภัยนั้นสมบูรณ์และเป็นไปตามแผนแต่ในส่วนของทางหลวงชนบทจำนวนหนึ่งค่อนข้างจะล่าช้า โดยเหตุผลที่ว่าระบบการจัดการซื้อจัดจ้าง ไม่เอื้อกับงานลักษณะนี้ รวมทั้งผู้รับเหมามีจำนวนน้อย ในบางครั้งจึงต้องขอความร่วมมือจากทหาร อย่างไรก็ตาม แผนการในปีนี้ดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว และมีแนวทางที่ชัดเจนกว่า มีการประกาศให้ประชาชนได้เข้าใจว่าจะขอให้เป็นพื้นที่รับน้ำ และมีมาตรการในการช่วยเยียวยาและแก้ไข”

ดร.อานนท์ กล่าวถึงการรุกล้ำพื้นที่ริมน้ำว่า เป็นเรื่องที่สำคัญ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีกลไกที่จะเข้าไปแก้ปัญหาอย่างจริงจัง แต่ทั้งนี้การจะแก้ก็คงต้องไปทำความเข้าใจกับคนในพื้นที่ เพื่อให้คนเหล่านั้นมีทางออก โดยผู้ที่จะให้ข้อมูลหรือตอบคำถามของประชาชนนั้นต้องมีความรู้และความเข้าใจที่ตรงกันด้วย

ดร.อานนท์ กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นอย่างมาก ฉะนั้น ยุทธศาสตร์ในการรับมือความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศที่เคยใช้มาเป็นเวลานานก็อาจจะไม่เพียงพอ บวกกับความคาดหวังของประชาชนที่มีสูงมาก ในการต้องการความเสถียร ความนิ่งของสภาพแวดล้อมสำหรับประกอบอาชีพ ดังนั้น จึงนำไปสู่การคิดในแผนระยะยาว ซึ่งในเรื่องของหลักการคิดนั้นต้องเริ่มคิดตั้งแต่วันนี้แล้ว

“เราต้องมองทั้งระบบ  ซึ่งการตัดสินเกี่ยวกับเรื่องนี้น่าจะเกิดขึ้นในปลายปีนี้  โดยที่ประชาชน และทุกฝ่ายต้องมีส่วนร่วมและทำความเข้าใจให้ตรงกัน หลักการที่แล้วมาอาจใช้ไม่ได้จึงต้องมีการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลง ดังกล่าวอาจส่งผลให้ผู้ได้รับผลกระทบแน่นอน จึงต้องมีการว่างให้ชัดว่าจะมีช่วยเหลือกันอย่างไร”

นายชวลิต กล่าวว่า ในส่วนของกรุงเทพฯ นั้นมีแนวกั้นมากขึ้น เพราะมีการเลื่อนพื้นที่ปิดล้อม จกคลองมหาสวัสดิ์ขึ้นไปที่บริเวณคลองพระยาบันลือ ทำให้มีการขยายพื้นที่เป็น 4 ล้านไร่ จาก 1.9 ล้านไร่ แต่ก็ยังมีประเด็น คือ จะทำให้น้ำที่อยู่เหนือบริเวณคันใหม่ ในส่วนของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีน้ำท่วมสูงขึ้น หากทุกคนป้องกันตัวเองหมดนั้นเป็นวิธีที่ไม่เหมาะสม ทั้งนี้ สิ่งสำคัญคือต้องดูให้ละเอียดว่า จะมีการจัดการมวลชนอย่างไร ที่จะไม่ให้มาทำลายพนังกั้นน้ำ

“ประเด็นสำคัญของกรุงเทพฯ คือบ้านเรือน และผู้อยู่อาศัย รวมทั้งถนน สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ที่เป็นการสร้างขวางทางน้ำ โดย มองว่า ปัญหาอยู่ที่ฟลัดเวย์ฝั่งตะวันออกที่มีการพัฒนาไปมาก ไม่วาจะเป็นถนน หมู่บ้าน ที่อยู่ในแนวฟลัดเวย์จำนวนมาก รวมถึงนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ด้วย ที่ขวางทางน้ำพอสมควร และมีการทรุดตัวเป็นแอ่งกระทะทำให้การระบายน้ำฝั่งตะวันออกมีความลำบากอยู่มาก ดังนั้น  การบริหารจัดการต้องมีการประสานงานระหว่างหน่วยงานให้ดี ไม่ใช่หน่วยงานหนึ่งขุดลอกในขณะที่อีกหน่วยงานหนึ่งก็สร้างถนนทางเท้าโดยที่ไม่สนใจ”

ด้าน นายเลิศชัย กล่าวถึงสถานการณ์น้ำฝนปัจจุบันว่า ปริมาณน้ำฝนทางภาคเหนือปัจจุบันน้อยกวาปีที่แล้ว 20% แต่ก็ยังมากกว่าค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 21%  ในขณะที่สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์นั้นก็ยังน้อยกว่าปีที่แล้ว รวมถึงเขื่อนแควน้อยและเขื่อนป่าสักด้วย นอกจากนี้ในช่วงกลางมิถุนายน-เดือนกรกฎาคม จะมีฝนทิ้งช่วง ฉะนั้นทำให้มีพื้นที่ในการกักเก็บในเขื่อนภูมิพล และสิริกิติ์มากขึ้น” นายเลิศชัย กล่าว และว่า  ในกรณีที่ฝนน้อย ปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนก็จะน้อย ซึ่งปริมาณน้ำที่จะไหลลงสองเขื่อนอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5500 ลบ.ซม. แต่ในขณะนี้เข้ามาปริมาณ 1 พัน ลบ.ซม.  ดังนั้น สำหรับปีนี้ก็จะทำให้มีพื้นที่รับน้ำมากกว่าปีที่แล้ว

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญวิศวกรรมชลประทาน กล่าวถึงสถานการณ์ของน้ำท่า ด้วยว่า โดยรวมแล้วสถานการณ์น้ำในแม่น้ำหลักนั้นมีปริมาณน้อย แต่อาจจะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นจากการปล่อยน้ำจากเขื่อนภูมิพล สำหรับใช้ในการเกษตร และสำหรับการคาดการณ์ล่วงหน้า แนวโน้มของฝนอยู่ในปริมาณปกติ แต่ทั้งนี้ต้องมีการเฝ้าระวังในเรื่องของพายุซ้อน โดยกรมอุตุนิยมวิทยา ก็มีการคาดการณ์ว่าจะมี 1-2 ลูก ซึ่งจะทำให้มีฝนค่อนข้างมาก แต่ก็ไม่หนักเท่ากับปีที่แล้ว

“สำหรับการเตรียมการ ในส่วนของการจัดการน้ำในเขื่อน มีการปรับ Rule Curve ใหม่ โดยเน้นการป้องกันอุทกภัยมากขึ้น แต่ปลายฤดูฝนก็ต้องมีน้ำเพียงพอสำหรับใช้ฤดูแล้ง  นอกจากนี้ ทางกรมชลประทาน กำลังดำเนินการในส่วนของการเตือนภัย ในระบบโทรมาตร ใน 10 ลุ่มน้ำ โดยร่วมกับทางมหาวิทยาลัยบูรพา ในการทำแบบจำลองการระบายน้ำ ซึ่งจะสามารถนำมาใช้ในการเตือนภัยได้”นายเลิศชัย กล่าว และว่า ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐาน ทางกรมชลได้รับงบประมาณ ในการซ่อมแซม และทำคันกั้นน้ำแล้วเสร็จทั้งหมดแล้ว

สำหรับพื้นที่รับน้ำนอง นายเลิศชัย กล่าวว่า ในการเตรียมการรับกรณีที่น้ำมากเหมือนปีที่แล้ว อยู่ ที่ 2.14 ล้านไร่ โดยสามารถจุน้ำได้ประมาณ 5000 ลบ.ซม.  ซึ่งได้เสนอให้กับรัฐบาลและมอบหมายให้ ดร.รอยล พิจารณาดูความเหมาะสมต่อไป ทั้งนี้ เงินเยียวยาอยู่ที่ 5 พันกว่าบาทต่อไร่ แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับพื้นที่ด้วยว่าจะมีการประกาศให้มีพื้นที่รับน้ำนองหรือไม่

“ขณะนี้ กรมชลประทานเตรียมพร้อมเครื่องผลักดันน้ำและเครื่องสูบ คาดว่าการระบายน้ำจะดีกว่าปีที่แล้วแน่นอน ซึ่ง หากมององค์รวม ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ถ้ามีการบริหรจัดการตามศักยภาพ น้ำท่วมปีที่แล้วก็อาจจะไม่เกิด ทั้งนี้ การคาดการณ์สภาพภูมิอากาศ ปัจจุบันของกรมอุตุนิยมวิทยาจะคาดการณ์ในระยะ 7 วัน  แต่หากเราสามารถคาดการณ์ได้มากกว่านี้ การจัดการก็จะดีขึ้น”

นายเลิศชัย กล่าวด้วยว่า คนในพื้นที่ต้องยอมรับความจริงว่าพื้นที่ที่เราอยู่เป็นอย่างไร ซึ่งหากอยู่ในพื้นที่รับน้ำนองก็ต้องดูว่าต้องทำอย่างไร ในส่วนของรัฐบาลเองก็ต้องมีการจัดการที่ประชาชนสามารถยอมรับได้ มีความจริงจังและช่วยเหลือเท่าที่ควรจะเป็น ในกรณีที่ยอมเสียสละ และประเด็นสำคัญที่ควรเร่งดำเนินคือ ผู้ที่บุกรุกลำน้ำ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมใน กรุงเทพฯ

ด้าน นางอัญชลี กล่าวว่า นักลงทุนยังมีความเป็นห่วงอยู่บ้างว่าน้ำจะมามากน้อยเพียงใด และภาครัฐจะมีการจัดการภายนอกอย่างไร แต่ทั้งนี้ มีการ็ป้องกันตนเอง โดยการสร้างเขื่อน ซึ่งปีนี้จึงได้ทำการปรับปรุง รื้อและสร้างให้มีความสูงมากกว่าเดิม โดยปัจจุบันก็สร้างเสร็จแล้วในบางแห่งประมาณ  70% และคาดว่าจะสร้างเสร็จในเดือน สิงหาคม โดยเชื่อว่าถ้าน้ำมาเท่ากับปีที่แล้วจะสามารถป้องกันได้ แต่ก็ยังห่วงในเรื่องของการขนส่ง ในเรื่องของ คน วัตถุดิบ และ ผลิตภัณฑ์

“ระบบการสื่อสารการให้ข้อมูล ต้องให้มีระบบ น่าจะมีการตั้งคนที่จะเป็นผู้ให้ข้อมูลที่เที่ยงตรง และเป็นประโยชน์ในการเตรียมตัวในการบริหารจัดการล่วงหน้า มีความชัดเจนในการจัดการ และให้ระบบข้อมูล และการเตือนล่วงหน้า ฉะนั้น เมื่อเข้าใกล้หน้าฝนอยากจะให้ภาครัฐให้ข้อมูลที่ถี่ขึ้น และเป็นระบบเพื่อจะสามารถเตรียมการรองรับได้ ”  อัญชลี กล่าวและว่า ฝากให้ทางภาครัฐจัดทำข้อมูลให้เป็นภาษาที่เข้าใจง่าย สำหรับประชาชนและคนทั่วไป  รวมทั้งมีคอลเซ็นเตอร์ สำหรับให้ข้อมูล และตอบคำถามประชาชน รวมถึงเว็บไซต์ที่จะสามารถให้ข้อมูล เพื่อให้ทุกคนมีความสบายใจ

 
วีทีอาร์-สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย พศ. 2559

ดูวีทีอาร์ทางyoutube

Login Form



หนังสือน่าอ่าน

 




จำนวนผู้ออนไลน์

เรามี 1311 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา

สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ :: The National Press Council of Thailand สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย :: Thai Broadcast Journalists Association สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย :: ISRA Institute Thai Press Development Foundation ชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ :: Information Technology Press Club The Southeast Asian Press Alliance (SEAPA) thai society of environmental jounalists