Home ราชดำเนิน เสวนา สมาคมนักข่าวฯ เปิดเวทีราชดำเนินเสวนา หัวข้อ “เตรียมความพร้อม ทำข่าวเลือกตั้ง 62”

สมาคมนักข่าวฯ เปิดเวทีราชดำเนินเสวนา หัวข้อ “เตรียมความพร้อม ทำข่าวเลือกตั้ง 62”

อีเมล พิมพ์ PDF
AddThis Social Bookmark Button

สมาคมนักข่าวฯ เปิดเวทีราชดำเนินเสวนา หัวข้อ “เตรียมความพร้อม ทำข่าวเลือกตั้ง 62”  โดย พ.ต.อ.จรุงวิทย์  ชี้กฏหมายเลือกตั้งใหม่ ให้เครื่องมือ-อำนาจปราบทุจริต เตือน กก.บห.พรรคฯ ให้บุคคลภายนอกเข้าครอบงำมีโทษหนักยุบพรรค ขณะที่เลขาธิการสมาคมนักข่าวฯแถลงจุดยืน ไม่ส่งสมาชิกลง ส.ว. เกรงผลประโยชน์ทับซ้อน


วันที่ 14 ตุลาคม 2561 ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมราชดำเนินเสวนาในหัวข้อ “เตรียมความพร้อมทำข่าวเลือกตั้ง 62”  โดยมีวิทยากร ได้แก่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการกรรมการการเลือกตั้ง ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและคดี นายกิตติพงษ์ บริบูรณ์ผู้อำนวยการสำนักบริหารการเลือกตั้ง และการออกเสียงประชามติ 1  นายสุรพงษ์ ศรีไกรวิน นิติกรชำนาญการ กกต.  โดยมี นายมงคล บางประภา อุปนายกฝ่ายบริหารสมาคมนักข่าวและเลขาธิการสมาคมนักข่าวฯ เป็นผู้ดำเนินรายการ    ทั้งนี้  ทางสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยจัดเวทีเสวนาขึ้น เพื่อทำความเข้าใจกับสื่อมวลชนในการทำข่าวการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2562


พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวในงานเสวนาว่า การเลือกตั้งในปี 2562 จะมีหลักเกณฑ์เเละที่มาเเตกต่างไปจากเดิม เพราะรัฐธรรมนูญใหม่มีการปฏิรูปวัฒนธรรมทางการเมือง พรรคการเมืองเเละการจัดการเลือกตั้ง โดย กกต. พิจารณาการยื่นขอจดทะเบียนพรรคการเมืองเรียบร้อยแล้วกว่า 25 พรรค  ซึ่งตนรู้สึกดีใจที่ขณะนี้พรรคการเมืองหลายพรรคประกาศว่าจะเป็นพรรคการเมืองของประชาชนอย่างแท้จริง และเลือกตั้งครั้งนี้ต้องไม่มีเลือด ต้องเป็นการเลือกตั้งที่สงบ               ส่วนระบบเลือกตั้งตอนนี้ที่พรรคการเมืองใหญ่แตกเครือข่ายเป็นพรรคเล็กพรรคน้อยนั้น มองว่าเป็นธรรมชาติพรรคการเมือง เพราะทุกพรรคอยากเป็นตัวแทนประชาชนเข้าไปทำงานในสภาฯ และเป็นผู้บริหารประเทศเพื่อดำเนินการตามนโยบายพรรคของตนเอง  ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าพรรคเพื่อไทย เพื่อธรรม และเพื่อชาติอาจเป็นพรรคนอมินีกัน จะเข้าข่ายผิดกฎหมายฮั้วการเมืองหรือไม่นั้น ตนเชื่อว่าเมื่อลงสนามเลือกตั้งแต่ละพรรคต้องการอยากได้ ส.ส.จำนวนมากที่สุด


สำหรับประเด็นเงินบริจาคพรรคและการระดมทุนเข้าพรรคนั้น เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งหากบุคคลบริจาคเงินให้พรรค 10 ล้านบาทแล้ว  จะไประดมทุนให้พรรคเกิน 10 ล้านบาทนั้นทำไม่ได้ ผิดกฎหมาย  ซึ่งก็เป็นไปตามแนวคิดและเจตนาของ กกต. ไม่อยากให้พรรคการเมืองเป็นของกลุ่มทุนใด กลุ่มทุนหนึ่งเท่านั้น อย่างไรก็ตาม กกต. ไม่ได้ห้ามการระดมทุนรับเงินบริจาค  แต่การจะจัดกิจกรรมระดมทุนพรรคการเมืองจะต้องขออนุญาตคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เสียก่อน  เนื่องจากยังถูกห้ามโดยคำสั่ง คสช. อยู่


“เราต้องปฏิรูประบบการเลือกตั้ง และต้องไม่มีการทุจริตการเลือกตั้ง ซึ่งกฎหมายฉบับปัจจุบันมีความชัดเจนให้อำนาจหน้าที่ กกต. ดำเนินการเรื่องคดีซื้อเสียงเลือกตั้งเต็มที่ โดยมีอำนาจออกหมายเรียก และออกหมายจับได้ตามกฎหมาย ป.วิอาญา นอกจากนี้ ยังให้รางวัลแก่ผู้ที่ชี้เบาะแสการกระทำผิดในคดีเลือกตั้งระดับชาติคดีละ 1 แสนบาท โดยต้องมีหลักฐานให้ศาลสามารถลงโทษให้ใบแดงการเลือกตั้งได้  ตนเชื่อว่าหากแจกเงินไป100 บ้าน ต้องมีสัก 3 - 4 บ้านที่มาให้หลักฐานกับ กกต. และส่งผลให้พรรคการเมืองจะไม่กล้าทำแน่นอน รวมทั้งให้การคุ้มครองพยาน และมีดุลพินิจกันตัวบุคคลไว้เป็นพยานสำหรับผู้ที่ให้ข้อมูลได้  ซึ่งพรรคการเมืองและนักการเมืองที่แพ้คดีต้องชดใช้เงินการจัดการเลือกตั้งด้วย” พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าว

ส่วนที่มีข้อกังวลเรื่องการครอบงำชี้นำพรรคการเมืองนั้น พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวว่า การครอบงำจากบุคคลที่ไม่ใช่สมาชิกพรรค ทำให้พรรคดำเนินงานได้ไม่อิสระ ถ้าเป็นบุคคลภายนอกอาจมีความผิดถึงขั้นยุบพรรคได้ ซึ่งกฎหมายกำหนดให้การดำเนินกิจกรรมของพรรคต่างๆ ต้องเป็นสมาชิกพรรคเท่านั้น และตนเป็นห่วงว่าเมื่อใกล้การเลือกตั้ง พรรคการเมืองจะต้องไปหาสมาชิกพรรคได้ตามที่กฎหมายกำหนดอาจมีการให้สินบนหรือสัญญาว่าจะให้ เช่น การออกค่าใช้จ่ายการสมัครสมาชิกพรรคให้ รวมทั้งการแจกสิ่งของข้าวสาร และเสนอสินบน ซึ่งผู้ดำเนินการมีความผิดทางอาญาและหากมีพยานหลักฐานเราต้องดำเนินการมีความผิดถึงขั้นยุบพรรค

เมื่อถามถึงการตั้งข้อสังเกตว่าพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อธรรม และพรรคเพื่อชาติ อาจจะเป็นพรรคนอมินีกันหรือไม่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวว่า กฎหมายกำหนดว่าพรรคต้องมีอิสระ ไม่ถูกครอบงำ ซึ่งต้องดูข้อเท็จจริงตามกฎหมายก่อนว่าเข้าข่ายการครอบงำหรือไม่ กฎหมายเขียนไว้ชัดเจนว่าการตั้งพรรคการเมือง นโยบายอาจจะเหมือนกันบางอย่างได้ และบางอย่างอาจจะแตกต่างกันได้ ส่วนหลักการพิจารณาจะต้องดูข้อเท็จจริงว่าพรรคหนึ่งพรรคใดมีการครอบงำกันหรือไม่นั้น พรรคถือเป็นนิติบุคคลดังนั้น การพิจารณาจะเพ่งเล็งไปที่บุคคลที่เป็นกรรมการบริหารพรรคว่ายอมให้ครอบงำหรือไม่ หากพิสูจน์ตามกระบวนการกฎหมายว่าให้ครอบงำ หรือเป็นนอมินีกันก็มีความผิดถึงขั้นยุบพรรค


ขณะที่ ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก ผอ.สำนักกฎหมายและคดี กล่าวถึงข้อสงสัยและกังวลข้อห้ามเรื่องการห้ามหาเสียงโดยใช้ความรื่นเริงหรือบันเทิงมหรสพว่า  ผู้สมัครมีความสามารถในการร้องเพลงหรือมีอาชีพเดิมเป็นนักร้องก็ห้ามนำเวทีหาเสียงมาร้องเพลง และห้ามนำเวทีร้องเพลงมาหาเสียง ซึ่งจะต้องแยกกันให้ออก เพราะถ้าไม่เช่นนั้นจะเป็นการทำผิดกฎหมาย ส่วนกรณีที่บางพรรคการเมืองมีรัฐมนตรีไปร่วมเป็นกรรมการบริหารพรรค ซึ่งมีหลายฝ่าย เป็นห่วงว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะบริสุทธิ์ยุติธรรมหรือไม่นั้น ตามกฎหมายมีข้อห้ามเรื่องการใช้ทรัพยากรของรัฐในการหาเสียง หากกำลังปฏิบัติหน้าที่บริหารบ้านเมืองก็ดำเนินการไป แต่ถ้าจะทำกิจกรรมของพรรคก็ต้องใช้ทรัพยากรของพรรคหรือทรัพยากรส่วนตัว โดยหลักไม่ควรใช้สถานที่ราชการมาพูดเรื่องพรรคของตนเอง ต้องแยกกันให้ออก และไม่ควรพูดเรื่องพรรคในทำเนียบรัฐบาล

ทางด้านนายกิตติพงษ์ บริบูรณ์ ผอ.สำนักบริหารการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ 1 กล่าวว่า กฎหมายหาเสียงเกี่ยวกับการเลือกตั้งนั้น การสรรเวลาออกอากาศและเวทีประชันนโยบาย กำหนดให้รัฐเป็นผู้ดำเนินการสนับสนุนเท่านั้น กฎหมายกำหนดว่าให้ กกต. จัดเวทีประชันนโยบายบริหารประเทศ เป็นหน้าที่ของ กกต.  และในส่วนที่ผู้สมัครดำเนินการเอง คือโปสเตอร์ แผ่นป้าย รถแห่โฆษณา การจัดเวทีปราศรัย  ขณะที่สื่อมวลชนหรือสถาบันการศึกษา จะจัดเวทีเผยแพร่แนวคิดของพรรคการเมืองและนักการเมืองนั้น ยึดกรอบจะดำเนินการให้มีความเท่าเทียมกันทุกพรรคและต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย

ด้านนายมงคล บางประภา เลขาธิการสมาคมนักข่าว เเถลงท่าทีเเละจุดยืนของสมาคมต่อการเปิดให้ องค์กรใน 10 กลุ่ม ส.ว. ลงทะเบียนส่งผู้สมัครการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระหว่างวันที่ 15 - 24 ต.ค.นี้ ในส่วนองค์กรสื่อมวลชนว่า มติของสมาคมนักข่าวฯ จะไม่ขอส่งสมาชิกในสังกัดเข้ารับคัดเลือกเป็น ส.ว.  ซึ่งสมาคมไม่ได้บอยคอตท์การเลือก ส.ว.  แต่สมาคมยืนยันจะเป็นองค์กรที่สนับสนุนการตรวจสอบอำนาจรัฐของทุกฝ่าย เเละเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนในอนาคต ซึ่งจะทำให้เกิดความอิลักอิเหลื่อที่อาจจะกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำหน้าที่สื่อมวลชน  ทั้งนี้ เป็นแนวคิดของสมาคมนักข่าวฯ เท่านั้น ไม่ก้าวก่ายองค์กรสื่ออื่นๆ ที่จะส่งตัวแทนลงสมัคร รวมทั้งไม่ก้าวก่ายสิทธิ์ของสมาชิกของสมาคมนักข่าว ฯ ที่จะลงสมัครอิสระด้วยตนเองได้

 
วีทีอาร์-สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย พศ. 2559

ดูวีทีอาร์ทางyoutube

Login Form



หนังสือน่าอ่าน

 




จำนวนผู้ออนไลน์

เรามี 1325 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา

สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ :: The National Press Council of Thailand สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย :: Thai Broadcast Journalists Association สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย :: ISRA Institute Thai Press Development Foundation ชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ :: Information Technology Press Club The Southeast Asian Press Alliance (SEAPA) thai society of environmental jounalists