Thai Journalist Association : สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์ แห่งประเทศไทย ,TJA : Thai Journalist Association,สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์ แห่งประเทศไทย http://tja.or.th/about-us/2011-04-20-11-43-08 Mon, 22 Jul 2019 15:53:18 +0000 Joomla! 1.5 - Open Source Content Management th-th รายงานกิจกรรม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมัยที่ ๑๘/๒๕๖๐ http://tja.or.th/about-us/2011-04-20-11-43-08/4632-2018-02-21-10-27-17 http://tja.or.th/about-us/2011-04-20-11-43-08/4632-2018-02-21-10-27-17 รายงานกิจกรรม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมัยที่ ๑๘/๒๕๖๐

คณะกรรมการบริหาร สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมัยที่ ๑๘ ซึ่งดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๖๐ – ๔ มีนาคม ๒๕๖๑  ได้ร่วมกันกำหนดยุทธศาสตร์ในการดำเนินงานไว้ ๒ ยุทธศาสตร์ คือ  ยุทธศาสตร์หลักที่ ๑ สิทธิเสรีภาพสื่อ สร้างภาคีสื่อและเครือข่ายในการขับเคลื่อน เพื่อส่งเสริม ปกป้องสิทธิเสรีภาพสื่อ และ ยุทธศาสตร์หลักที่ ๒ การพัฒนาสื่อสู่ความเป็นมืออาชีพ   กระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสมาชิก ดูแลสวัสดิการ  ส่งเสริมสวัสดิภาพสมาชิก พัฒนาคุณภาพและศักยภาพนักข่าวภายใต้เสรีภาพบนความรับผิดชอบ และสร้างเครือข่ายเพื่อส่งเสริมนักข่าวภาคสนามให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมของสมาคมนักข่าวฯ

ในปี ๒๕๖๐ คณะกรรมการบริหาร สมาคมฯ  ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการฝ่ายต่างๆ ทำหน้าที่ในการดำเนินกิจกรรมตามยุทธศาสตร์ข้างต้น  โดยแบ่งออกเป็น ๕ คณะอนุกรรมการ ดังนี้

๑) คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ

๒) คณะอนุกรรมการฝ่ายวิชาการ

๓) คณะอนุกรรมการฝ่ายสวัสดิการและสมาชิกสัมพันธ์

๔) คณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ

๕) คณะกรรมการอนุกรรมการฝ่ายเลขานุการ

๑. คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ

ในปี ๒๕๖๐ คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมนักข่าวฯ ดำเนินงานภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อทำหน้าที่ในการส่งเสริมและปกป้องสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน โดยนักข่าวจะต้องมีอิสรภาพ เสรีภาพในการทำงาน ไม่ถูกคุกคาม แทรกแซงทั้งจากกลุ่มทุน รัฐ และผู้มีอิทธิพล โดยมีกิจกรรมดังนี้

๑.๑.งานรณรงค์เพื่อสิทธิเสรีภาพ

๑.๑.๑ โครงการวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก (World Press Freedom Day) เป็นโครงการต่อเนื่องที่จัดขึ้นเป็นประจำ ทุกวันที่ ๓ พฤษภาคม เนื่องจากเป็นวันที่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ได้เสนอให้สมัชชาใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติ ประกาศให้วันที่ ๓ พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก เพื่อย้ำเจตนารมณ์และหลักการที่เป็นพื้นฐานของเสรีภาพสื่อมวลชนทั่วโลก ซึ่งก็คือเสรีภาพในการแสดงออก ตั้งแต่เมื่อปี ๒๕๔๓ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยก็ได้ร่วมกับสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และเครือข่ายส่งเสริมสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในเอเชียอาคเนย์ จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในโอกาสดังกล่าวมาโดยตลอด

ในปี ๒๕๖๐ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับองค์กรสื่อมวลชนเครือข่าย กว่า ๓๐ องค์กร อาทิ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ, สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย, สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย, สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์, สมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย และองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนอื่นรวม ๓๐ องค์กร จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก โดยมีนักการทูตซึ่งประจำอยู่ในประเทศไทยเข้าร่วมงาน เพื่อเป็นการรวมพลังต่อสู้กับความพยายามของบางฝ่าย ที่มีจุดประสงค์ออกกฎหมายเพื่อคุกคามสิทธิ เสรีภาพสื่อมวลชน กรณีที่  "สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)" ผลักดันร่างกฎหมายที่หวังใช้เป็นเครื่องมือเพื่อขีดกรอบการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชน คือ "ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน" ซึ่งร่างกฎหมายดังกล่าวเมื่อผ่านที่ประชุม สปท. แล้วจะเข้าสู่วาระการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี และส่งต่อให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อบัญญัติเป็นกฎหมายใช้ต่อไป โดยการจัดเสวนาหัวข้อ “เสรีภาพสื่อกับอนาคตสังคมไทย” เมื่อวันพุธที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๐

การรณรงค์ในปีนี้ใช้ธีม “หยุดตีทะเบียนสื่อ หยุดครอบงำประชาชน” เป็นเนื้อหาหลักในการรณรงค์เรียกร้องให้ทุกฝ่ายต่อสู้กับความพยายามที่จะออกกฎหมายเพื่อคุกคามสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน ที่สำคัญเป็นสโลแกนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ จากกิจกรรมการประกวดสโลแกนวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลกอีกด้วย

๑.๑.๒ สนับสนุนการดำเนินการของสหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย เพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนด้าน สวัสดิการนักข่าว โดยได้มีการจดทะเบียนจัดตั้งเป็นสหภาพแรงงานเลขทะเบียนที่ กธ.๑๑๑๔ เมื่อ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๕ โดยมีนายสุเมธ สมคะเน หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เป็นประธาน

นอกจากนี้ ได้มีการจัดการอบรมเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับสหภาพแรงงานอื่นๆ ในการอบรมเชิงปฏิบัติการ “พิราบแรงงาน” โครงการพัฒนาเครือข่ายสื่อเพื่อสร้างเสริมสุขภาวะคนทำงาน  โดยได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

๑.๒ งานส่งเสริมทักษะวิชาชีพข่าว ในปี ๒๕๖๐ คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพสื่อและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ ได้จัดการอบรมขึ้น ๒ หลักสูตร

๑.๒.๑ การอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “การรายงานข่าวในสถานการณ์ความรุนแรงและภัยพิบัติ รุ่น ๘ (Safety Training)” สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การรายงานข่าวในสถานการณ์ความรุนแรงและภัยพิบัติ” ขึ้นเพื่อให้ผู้สื่อข่าวและช่างภาพ จากสื่อหนังสือพิมพ์ สถานีโทรทัศน์และวิทยุ ได้เรียนรู้เรื่องการทำข่าวอย่างปลอดภัยในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยง สามารถรายงานข่าวภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเนื้อหาการอบรมประกอบด้วย ๑.การเตรียมความพร้อมก่อนลงพื้นที่ปฏิบัติงานของทีมข่าว ๒.การบริหารความเสี่ยง ๓.การรายงานข่าวในสถานการณ์อันตราย ภาษาที่ใช้ในการรายงานข่าว ๔.การปฐมพยาบาล เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๐ - วันอาทิตย์ที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๐ ณ อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น จ.สระบุรี ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย, สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.), กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ (Thai Media Fund), สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก ช่อง ๗, บริษัท เทรนด์ วีจี ๓ (ไทยรัฐทีวี), สถานีโทรทัศน์พีพีทีวี, สถานีโทรทัศน์สปริงนิวส์ และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

๑.๒.๒ การอบรมหลักสูตร “กฎหมายแรงงานสำหรับสื่อมวลชน” สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย ร่วมกับ สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดการอบรมหลักสูตร “กฎหมายแรงงานสำหรับสื่อมวลชน” เพื่อเพิ่มศักยภาพการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชน เพื่อให้เท่าทันความผันผวนทางเศรษฐกิจ สถานการณ์การเลิกจ้าง และการเปิดโครงการสมัครใจลาออกของสื่อมวลชนหลายสำนักที่มีมาอย่างต่อเนื่อง จัดในวันอาทิตย์ที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๐ ณ สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ถนนพหลโยธิน กรุงเทพฯ ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถซักถาม แสดงความคิดเห็น หรือตั้งข้อสังเกตผ่านกรณีศึกษา รวมถึงมีการถ่ายทอดภาคปฏิบัติชองการต่อสู้คดีแรงงานผ่านเวที “ศาลจำลอง” จากคณะวิทยาการได้อีกด้วย

๑.๓ งานติดตามสถานการณ์ด้านสิทธิเสรีภาพและสถานการณ์สื่อ

ในปี ๒๕๖๐ เป็นปีที่คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ และเพื่อนสื่อมวลชน ยังคงต้องทำงานภายใต้ข้อจำกัดของคำสั่งอำนาจพิเศษ ตามมาตรา ๔๔ ตลอดจนท่าทีและทัศนคติของนายกรัฐมนตรีที่มีต่อการทำงานของสื่อมวลชน อีกทั้งกรณีที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ผลักดัน "ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน" โดยหวังใช้เป็นเครื่องมือเพื่อขีดกรอบการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชน เปิดช่องทางที่จะให้นักการเมือง ข้าราชการ สามารถใช้อำนาจแทรกแซง ควบคุมการทำหน้าที่ของนักข่าวมืออาชีพ ผ่านสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติได้ ซึ่งเป็นการคุมสื่อแบบเบ็ดเสร็จ ขัดแย้งกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติ ที่กำหนดเอาไว้ชัดเจนว่าให้ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนย่อมมีเสรีภาพในการเสนอข่าวหรือการแสดงความคิดเห็นตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ

คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ จึงร่วมกับเพื่อนสื่อและองค์กรวิชาชีพสื่อ ประกาศจุดยืนคัดค้านทุกรูปแบบให้ถึงที่สุดต่อแนวคิดของ สปท. (ดูแถลงการณ์ที่เกี่ยวข้องท้ายเล่ม)

 

๒. คณะอนุกรรมการฝ่ายวิชาการ

ในปี ๒๕๖๐  คณะอนุกรรมการฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ แบ่งงานออกเป็น ๕  กลุ่มงาน คือ

๒.๑. ด้านการอบรม สมาคมฯ ได้จัดทำโครงการด้านการฝึกอบรมจำนวน ๒ หลักสูตร คือ

๒.๑.๑ การอบรมเชิงปฏิบัติการนักข่าวพิราบน้อยรุ่น ๒๐ เป็นโครงการต่อเนื่องจัดขึ้นเป็นปีที่ ๒๐  ซึ่งหากนับถึงปัจจุบันมีนักศึกษาที่ผ่านการอบรมกว่า ๑,๐๐๐ คนแล้ว มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาวิชาชีพสื่อสารมวลชนด้านสิ่งพิมพ์  (Professional Development) ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมในวิชาชีพ (Ethics Responsibility)  และแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในฐานะองค์กรเพื่อสังคม (Organizational Social Responsibility) ซึ่งนักศึกษาที่เข้าร่วมอบรมได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทั้งกับเพื่อนนักศึกษาจากต่างสถาบันและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักข่าวรุ่นพี่ที่ทำงานทั้งในภาคสนาม และในส่วนของผู้บริหารงานข่าว อันเป็นการเตรียมพร้อมในการเข้าสู่วิชาชีพ นอกจากนี้ยังเป็นกระบวนการปลูกฝังอุดมคติให้กับนักศึกษาด้วย ในรุ่นที่ ๒๐  มีนักศึกษาที่เรียนด้านหนังสือพิมพ์จากสถาบันอุดมศึกษาจากทั่วประเทศเข้าร่วมอบรมจำนวน ๔๔  คน จาก  ๒๕  สถาบัน จัดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๓๐ พฤศจิกายน – วันอาทิตย์ที่ ๓ ธันวาคม  ๒๕๖๐ ณ รีสอร์ทบ้านสวนทรายทอง อำเภอบางคนที  จังหวัดสมุทรสงคราม    ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากบริษัท ทรู คอปอร์เรชั่น จำกัด มหาชน

ในการอบรมครั้งนี้ได้เพิ่มกระบวนการฝึกฝนนักศึกษาในการเขียนข่าวเพิ่มขึ้นอีกขั้นตอนหนึ่ง โดยนักศึกษาทุกคนจะ ต้องส่งผลงานข่าวเข้าร่วมโครงการ TJA  Cyber Reporter อย่างน้อยคนละ ๒  ชิ้นงาน และจะมีการประกาศผลรางวัลในวันที่ ศุกร์ที่ ๔ มีนาคม ๒๕๖๑

๒.๑.๒  การอบรมเชิงปฏิบัติการ วารสารศาสตร์มือถือสำหรับนักข่าว ปี ๒๕๖๐  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เพื่อเป็นการพัฒนาและส่งเสริมให้บุคลากรในวิชาชีพสื่อมวลชน มีความพร้อมรับมือกับบริบทใหม่ของสังคมทั้งในด้านความรู้ทั่วไป และการพัฒนาวิชาชีพสื่อสารมวลชนด้านสื่อดิจิทัล ตลอดจนเทคนิคการรายงานข่าวโดยใช้อุปกรณ์มือถือ เพื่อให้ผู้สื่อข่าวทำหน้าที่นักสื่อสารมวลชนที่ดีเพื่อประโยชน์ส่วนรวม และเป็นการเสริมทักษะที่จะช่วยให้การทำงานของผู้สื่อข่าวในปัจจุบันง่ายขึ้น สะดวกขึ้น จัดเมื่อวันอาทิตย์ที่  ๕  พฤศจิกายน  ๒๕๖๐ ณ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย มีสื่อมวลชนเข้าร่วมอบรม ๒๘ คน

๒.๒ กลุ่มงานเสวนาและสื่อสารสาธารณะ ได้มีการจัดทำโครงการในกลุ่มงานเสวนาและสื่อสารสาธารณะ จำนวน ๓ กิจกรรม ดังนี้

๒.๒.๑ ราชดำเนินเสวนา เป็นโครงการที่ดำเนินงานต่อเนื่องมาเป็นปีที่ ๑๙  ซึ่งเป็นความริเริ่มจากสมัยที่นายกวี จงกิจถาวร เป็นนายก สมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย (พ.ศ. ๒๕๔๒) มีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพการทำงานข่าวให้มีคุณภาพและอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง  โดยมีการเชิญแหล่งข่าวมาพบปะพูดคุยและตอบคำถามนักข่าว เพื่อเป็นการสร้างความรู้ ความเข้าใจ ระหว่างนักข่าวกับแหล่งข่าวในประเด็นต่าง ๆ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม

ในปี พ.ศ.  ๒๕๖๐  ได้จัดราชดำเนินเสวนาไปจำนวน ๗  ครั้ง สามารถติดตามเนื้อหาราชดำเนินเสวนาได้ที่ www.tja.or.th

๑. ราชดำเนินเสวนา หัวข้อ "ถอดบทเรียนความไม่เป็นธรรมในการใช้กฎหมายปิดปากสื่อ" วันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๖๐

๒. ราชดำเนินเสวนา หัวข้อ "ข่าวเปรี้ยว ข่าวเปรี้ยง ! สะท้อนความป่วยไข้ของสังคมไทย ?” วันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๐

๓.ราชดำเนินเสวนา "๘๕ ปี ประชาธิปไตย จะไปไหนดี ?" วันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๐

๔.  ราชดำเนินเสวนา หัวข้อ “๒ปี สปท.สังคมได้อะไรจากการปฏิรูป” วันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๐

๕.ราชดำเนินเสวนา หัวข้อ "ปลุกข้อหา มาตรา ๑๑๖ อุปสรรคต่อการปฏิรูปประเทศ?"  วันที่ ๓ กันยายน ๒๕๖๐

๖. ราชดำเนินเสวนา หัวข้อ "ภาษาไทย ภาษาสื่อ"  วันที่ ๑๕  ตุลาคม ๒๕๖๐

๗ .ราชดำเนินเสวนา หัวข้อ "ปฏิรูปงานสอบสวน ? ให้ยุติธรรมกับประชาชน"  วันที่ ๑๒ พฤศจิกายน  ๒๕๖๐

๒.๒.๒. รายการวิทยุช่วยกันคิดทิศทางข่าว เป็นความร่วมมือระหว่างสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กับสำนักข่าวไทยและบริษัท อสมท. จำกัด มหาชน ออกอากาศทางสถานีวิทยุ อสมท.  FM ๑๐๐.๕ Mhz ทุกวันอาทิตย์เวลา ๑๑.๐๐-๑๒.๐๐น. เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นักข่าวรุ่นใหม่ได้เข้ามาร่วมกิจกรรมกับสมาคมฯ รวมทั้งเป็นเวทีในการสื่อสารเรื่องราวที่เกี่ยวกับสื่อมวลชนให้สาธารณชนได้ รับทราบ รวมทั้งการวิเคราะห์ถึงทิศทางข่าวในสัปดาห์ต่อไป โดยเน้นความหลากหลายของประเด็นข่าว ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม การต่างประเทศ และอื่นๆที่เป็นประเด็นร้อนในขณะนั้น

สำหรับนักจัดรายการประจำปี  ๒๕๖๐ มีจำนวน ๑๑ คนคือ ๑. นายมงคล  บางประภา ๒.นายราม อินทรวิจิตร ๓.นายจีรพงษ์  ประเสริฐพลกรัง ๔.นางสาวดารากาญจน์  ทองลิ่ม ๕.นายสิทธิชน  กลิ่มหอมอ่อน ๖.นายธนัชพงศ์  คงสาย           ๗.นางสาวพิมพ์นารา  ประดับวิทย์   ๘.นางสาวนันทพร  ทาวะระ   ๙.นายบัญชา  จันทร์สมบูรณ์ ๑๐.นางสาวดารินทร์  หอวัฒนกุล  ๑๑.นายบัญชา  จันทร์สมบูรณ์

ติดตามฟังรายการวิทยุย้อนหลังได้ที่  www.tja.or.th

๒.๒.๓ www.tja.or.th เป็นเวบไซต์ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมข่าวสารต่างๆ ของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ทั้งประชาสัมพันธ์กิจกรรม,รายงานกิจกรรม,กฎหมายที่เกี่ยวข้อง,ประวัติความ เป็นมา จุดยืนและท่าทีของสมาคมฯต่อสถานการณ์ต่างๆของบ้านเมือง รวมทั้งการบันทึกผลงานข่าวที่ได้รับรางวัลประเภทต่างๆ  และเป็นชุมชนออนไลน์ของนักวิชาการและวิชาชีพสื่อสารมวลชน ในการแลกเปลี่ยนทัศนะของนักวิชาการและนักวิชาชีพด้านสื่อสารมวลชน และนำเสนอข่าวสารความเคลื่อนไหวในแวดวงสื่อสารมวลชน

๒.๓ กลุ่มงานหนังสือ ในปี   ๒๕๖๐  ฝ่ายวิชาการ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้จัดทำหนังสือรวม ๒  เล่ม ดังนี้

๒.๓.๑ จุลสารราชดำเนิน ในปี ๒๕๖๐  สมาคมฯ ได้จัดทำวารสารราชดำเนินโดยออกเป็นรายสามเดือนจำนวน ๒   ฉบับ

ฉบับที่ ๓๓  เนื้อหาหลักคือ หยุดตีทะเบียนสื่อ หยุดครอบงำประชาชน   มีนายวรพล กิตติรัตวรางกูร เป็นบรรณาธิการ และฉบับที่  ๓๒ เนื้อหาหลักคือ น้อมรำลึกถึงในหลวง รัชกาลที่๙    มีนายวรพล กิตติรัตวรางกูร เป็นบรรณาธิการ

อ่านเนื้อหาจุลสารราชดำเนินฉบับย้อนหลังได้ที่ www.tja.or.th

๒.๓.๒ หนังสือวันนักข่าว  "สื่อมืออาชีพ ในภูมิทัศน์ใหม่"  หนังสือวันนักข่าวเป็นหนังสือรายงานประจำปีที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการข่าวและหนังสือพิมพ์  ตลอดจนรายงานกิจกรรมของสมาคม  และทำเนียบรายชื่อนักข่าวจากหนังสือพิมพ์ทุกฉบับที่เป็นสมาชิกสมาคม  เนื้อหาหลักในปีนี้เน้นเรื่อง  “การปรับตัวของสื่อหลักในปัจจุบัน(ภูมิทัศน์ใหม่)” มีนายวรพล กิตติรัตวรางกูร เป็นบรรณาธิการ มีการแจกจ่ายหนังสือวันนักข่าวถึงมือสมาชิก สมาคมฯ ในวันที่ ๔ มีนาคม  ๒๕๖๑  ซึ่งเป็นวันประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสมาคมฯ

๒.๔. กลุ่มงานประกวดข่าว

๒.๔.๑ การประกวดรางวัลอิศรา อมันตกุล ประเภทข่าวและภาพข่าวยอดเยี่ยม ประจำปี ๒๕๖๐  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  ได้รับมอบหมายจากมูลนิธิอิศรา อมันตกุล ให้ดำเนินการจัดการประกวดข่าวและภาพข่าวยอดเยี่ยม รางวัลอิศรา อมันตกุล เพื่อเป็นการรำลึกถึงนายอิศรา อมันตกุล นายกสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทยคนแรกและนักหนังสือพิมพ์ผู้ปฏิบัติหน้าที่ภาย ใต้กรอบจริยธรรม โดยดำเนินการจัดการประกวดมาตั้งแต่ ปี ๒๕๑๕ สำหรับในปี ๒๕๖๐  มีผลงานงานข่าวส่งเข้าประกวดรางวัลอิศรา อมันตกุล ประเภทข่าวยอดเยี่ยมจำนวน  ๑๓  ข่าว จากหนังสือพิมพ์  ๗  ฉบับ และส่งผลงานภาพข่าวเข้าประกวดรางวัลอิศรา อมันตกุล ประเภทภาพข่าวยอดเยี่ยมจำนวน  ๖๓ ภาพ จากหนังสือพิมพ์  ๗ ฉบับ

๒.๔.๒ การประกวดรางวัลข่าวอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดีเด่น ประจำปี ๒๕๖๐ ของ ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมฯ ได้มอบหมายให้ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมเป็นผู้ดำเนินการจัดการประกวด ข่าวอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดีเด่น ซึ่งจัดการประกวดมาตั้งแต่ปี  ๒๕๓๒ สำหรับในปี ๒๕๖๐  มีผลงานข่าวส่งเข้าประกวดจำนวน ๓  ข่าว จากหนังสือพิมพ์ ๓ ฉบับ

๒.๔.๓ การประกวดรางวัลพิราบน้อย ประจำปี ๒๕๖๐  เป็นการประกวดผลงานฝึกปฏิบัติของนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาที่มีการทำ หนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ โดยแบ่งการประกวดออกเป็น ๒ รางวัล ๗ ประเภท คือ รางวัลพิราบน้อย ประกอบด้วย  ๑.ประเภทหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ ๒. ประเภทข่าวฝึกปฏิบัติ ๓.ประเภทข่าวและสารคดีเชิงข่าวสิ่งแวดล้อมฝึกปฏิบัติ ๔.ประเภทข่าวออนไลน์ฝึกปฏิบัติ ๕. ประเภทบรรณาธิกรหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ  ๖.ประเภทนิตยสารฝึกปฏิบัติ  และรางวัลริต้า ปาติยะเสวี คือประเภทสารคดีเชิงข่าวฝึกปฏิบัติ  เริ่มจัดการประกวดตั้งแต่ปี พ.ศ.   ๒๕๓๖ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการจัดทำหนังสือพิมพ์และการทำข่าวของ นิสิตนักศึกษาวิชานิเทศศาสตร์ และวารสารศาสตร์  ในสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถาบันการศึกษา  กับสมาคมฯ    ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก บริษัท ทรู คอปอร์เรชั่น จำกัด มหาชน ในปี ๒๕๖๐ มีผลงานส่งเข้าประกวดดังนี้

๑. หนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติและบรรณาธิกรหนังสือพิมพ์    จำนวน  ๑๒  ฉบับ  จากสถาบันการศึกษา ๑๑  สถาบัน

๒. นิตยสารฝึกปฏิบัติ        จำนวน  ๔  ฉบับ  จากสถาบันการศึกษา ๔  สถาบัน

๓. สารคดีเชิงข่าว            จำนวน  ๑๘  ข่าว จากหนังสือพิมพ์ ๘ ฉบับ สถาบันการศึกษา ๗ สถาบัน

๔. ข่าวฝึกปฎิบัติ             จำนวน  ๒๓ ข่าว จากหนังสือพิมฑ์ ๑๑ ฉบับ สถาบันการศีกษา ๑๐ สถาบัน

๕. ข่าวสิ่งแวดล้อม          จำนวน  ๑๕  ข่าว จากหนังสือพิมพ์ ๗ ฉบับ สถาบันการศึกษา ๖ สถาบัน

๖. ข่าวออนไลน์              จำนวน  ๘  ข่าว จากสถาบันการศึกษา ๔ สถาบัน

 

๓ คณะอนุกรรมการฝ่ายสวัสดิการและสมาชิกสัมพันธ์

ในปี   ๒๕๖๐  คณะอนุกรรมการฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย แบ่งงานออกเป็น ๒ กลุ่มงาน คือ

๓.๑ งานด้านสมาชิกสัมพันธ์

๓.๑.๑ อบรมการเพาะเห็ดเศรษฐกิจ แบบครบวงจร   สมาคมนักข่าวฯได้ให้ความสำคัญกับการจัดอบรมสร้างอาชีพเสริมสำหรับสื่อมวลชน เนื่องด้วยสภาวะ เศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงในแวดวงวิชาชีพที่หลายองค์กรสื่อ มีแนวโน้ม ปรับโครงสร้างองค์กร ลดจำนวนพนักงานอย่างต่อเนื่องธ์ สมาคมนักข่าวฯ จึงมีกำหนดจัดกิจกรรม อบรมการเพาะเห็ดเศรษฐกิจ แบบครบวงจร  จนถึงขั้นตอนการ แปรรูปเพื่อจำหน่าย  ระหว่างวันเสาร์ที่  ๕ – วันอาทิตย์ที่ ๖  สิงหาคม ๒๕๖๐ ณ  "กระท่อมเห็ด ฟาร์ม "  อำเภอบางบัวทอง  จังหวัดนนทบุรี  เพื่อให้ผู้ที่ผ่านการอบรมเรียนรู้ เทคนิคการเพาะเห็ดต้นทุนต่ำ ปลูกง่ายและรายได้ดีไปประกอบอาชีพเสริม เพื่อเพิ่มรายได้และลดรายจ่ายในครัวเรือน  ตลอดจน สามารถพึ่งพาตนเองได้บนพื้นฐาน แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีสื่อมวลชนเข้าร่วมการอบรมจำนวน ๒๐ คน

๓.๒ งานด้านสวัสดิการสมาชิก

๓.๒.๑ ทุนการศึกษา สมาคมฯ ได้มอบทุนการศึกษาให้กับสมาชิกสมาคมฯ โดยแบ่งเป็นทุนการศึกษาที่มอบให้กับสมาชิกสมาคมฯ และทุนการศึกษาที่มอบให้กับบุตร-ธิดา สมาชิก ดังนี้

๑) ทุนการศึกษาที่มอบให้กับบุตร-ธิดา สมาชิก สมาคมฯ แบ่งทุนการศึกษาออกเป็น ๒ ประเภท คือ ๑) ทุนส่งเสริมการศึกษา เป็นทุนแบบรายปี ๒) ทุนต่อเนื่อง เป็นทุนที่มอบให้แบบต่อเนื่องตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ -ระดับปริญญาตรี โดยได้รับการอนุเคราะห์ทุนการศึกษาจากมูลนิธิเอสซีจี ปีละ ๑๐ ทุน ปัจจุบันมีผู้รับทุนแล้ว ๑๐๐ คน

มีการจัดพิธีมอบทุนการศึกษาบุตร-ธิดานักข่าว เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๔ เมษายน  ๒๕๕๘ ได้แบ่งให้ทุนการศึกษาออกเป็น ๒ ประเภท  คือ ๑. ทุนส่งเสริมการศึกษา เป็นการให้ทุนแบบรายปี โดยใช้งบประมาณจากกองทุนการศึกษาเพื่อบุตร-ธิดา สมาชิกสมาคมฯ มีผู้ได้รับการอนุมัติทุนการศึกษาจำนวน ๑๐๑  ทุน ทุนละ ๔,๐๐๐ บาท เป็น เงิน ๔๐๔,๐๐๐ บาท และ ๒. ทุนต่อเนื่อง ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิซิเมนต์ไทย โดยในปี  ๒๕๖๐ ได้รับการสนับสนุนเพิ่มอีก ๑๔ ทุน

๓.๒.๒ การมอบสินไหมมรณกรรมและการร่วมเป็นเจ้าภาพงานสวดพระอภิธรรมศพ สมาคมฯได้จัดทำประกันชีวิตกลุ่มให้กับสมาชิกที่ชำระเงินค่าบำรุงประจำปีกับ บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต

๓.๒.๓ การจัดทำโครงการสวัสดิการผู้ป่วยนอกร่วมกับโรงพยาบาลเอกชน เพื่อเป็นการดูแลสวัสดิการด้านสุขภาพให้กับสมาชิก สมาคมฯได้จัดทำบันทึกข้อตกลงร่วมกับโรงพยาบาลเอกชน ๒ โรงพยาบาลคือ โรงพยาบาลเวชธานีและโรงพยาบาลพญาไท โดยสมาชิกสามารถเข้ารับการรักษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายครั้งละ ๑,๕๐๐ บาท ต่อคน คนละ ๖ ครั้งต่อไป และมีนโยบายที่จะประสานความร่วมมือกับโรงพยาบาลเอกชนอื่นๆในลักษณะเดียวกันนี้ให้ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯทั้ง ๔ มุมเมือง

๔. คณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ

ในปี  ๒๕๖๐  คณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  แบ่งงานออกเป็น ๓กลุ่มงาน คือ

๔.๑ กลุ่มงานสร้างเครือข่ายวิชาชีพต่างประเทศ

๔.๑.๑ โครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนไทย-เวียดนาม    ดร.อนุชา เจริญโพธิ์ อุปนายกฝ่ายต่างประเทศ สมาคมฯ และนายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ และที่ปรึกษาสมาคมฯ นำคณะรวม ๘ คน เดินทางเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามเป็นเวลา ๗ วัน ตามคำเชิญของสมาคมนักข่าวเวียดนาม (Vietnam Journalists Association) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนของแต่ละประเทศ โดยในปีนี้ คณะได้เดินทางเยือนกรุงฮานอย ซาปา และนครโฮจิมินห์ ระหว่างวันพุธที่ ๑๘ –วันอังคารที่  ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๐

โครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนจีน-ไทยนี้เป็นโครงการที่สลับกันเป็นเจ้าภาพต้อนรับคณะสื่อมวลชนจากแต่ละประเทศ เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อปี  ๒๕๔๒  เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างสื่อมวลชนของทั้งสองประเทศอีกทั้งยัง เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

๔.๑.๒ โครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนไทย-ลาว  นายปราเมศ เหล็กเพ็ชร์ นายกสมาคมฯ และนายชวรงค์ ลิมป์

ปัทมปาณี ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ และที่ปรึกษาสมาคมฯ นำคณะรวม ๘ คน เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นเวลา ๗ วัน ระหว่างวันพฤหัสบดีที่ ๗ – วันพุธที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๐ตามคำเชิญของสมาคมนักข่าวลาว (Lao Journalists Association) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนของแต่ละประเทศ โดยในปีนี้ คณะได้เดินทางเยือนเมืองหงสา แขวงไซยะบุรี แขวงหลวงพระบาง และนครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งได้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมระหว่าง ๒ สมาคม ฉบับใหม่ ที่จะมีระยะเวลา ๒ ปี ระหว่างปี ๒๕๖๑ ถึง ๒๕๖๒ ด้วย สนับสนุนงบประมาณโดยบริษัท ช.การช่าง จำกัด มหาชน

โครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนลาว-ไทยนี้ เป็นโครงการที่สลับกันเป็นเจ้าภาพต้อนรับคณะสื่อมวลชนจากแต่ละประเทศ เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างสื่อมวลชนของทั้งสองประเทศอีกทั้งยัง เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อปี  ๒๕๓๐

๔.๑.๒  โครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนจีน-ไทย  Mr. Gong Zhengwen   Vice President and Editor-in-Chief of Hunan Daily นำคณะสมาคมนกข่าวจีน (All – China Journalists Association) จำนวน ๕ คน เดินทางเยือนประเทศไทยเป็นเวลา ๖ วัน ระหว่างวันจันทร์ที่ ๓ –วันเสาร์ที่  ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๐ตามคำเชิญของสมาคมฯ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนของแต่ละประเทศ โดยคณะได้เดินทางเยือนกรุงเทพฯ และจังหวัดเชียงราย เพื่อศึกษาดูงานโครงการที่เกี่ยวข้องกับความริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (One Belt One Road) ของรัฐบาลจีน

โครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนไทย-จีน นี้เป็นโครงการที่สลับกันเป็นเจ้าภาพต้อนรับคณะสื่อมวลชนจากแต่ละประเทศ เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อปี  ๒๕๔๒ เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างสื่อมวลชนของทั้งสองประเทศอีกทั้งยัง เป็น

๔.๒ ความสัมพันธ์กับสื่อมวลชนนานาชาติ

๔.๒.๑ Southeast Asian Press Alliance (SEAPA)

๑) ผู้แทนสมาคมฯ ใน SEAPA Board of Trustees สมาคมฯ ได้แต่งตั้งนายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ และที่ปรึกษาสมาคมฯ เป็นผู้แทนสมาคมฯ ใน SEAPA Board of Trustees ในฐานะที่สมาคมฯ ซึ่งเป็นสมาชิกก่อตั้ง SEAPA ได้รับการเลือกตั้งจากองค์กรสมาชิกในการประชุมใหญ่สามัญ เมื่อปี ๒๕๕๘ ให้เข้าไปดำรงตำแหน่งใน SEAPA Board of Trustees ซึ่งมีวาระถึงปี ๒๕๖๑

๒) SEAPA Retreat: Toward a SEAPA membership strategy และ SEAPA Consultative Gender Action Planning Workshop  นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ และที่ปรึกษาสมาคมฯ ในฐานะตัวแทนสมาคมฯ ใน SEAPA Board of Trustees นายปราเมศ เหล็กเพ็ชร์ นายกสมาคมฯ และนางสาวสุมนชยา จึงเจริญศิลป์ กรรมการฝ่ายต่างประเทศ สมาคมฯ เข้าร่วมการประชุม SEAPA Retreat: Toward a SEAPA membership strategy ระหว่างวันอาทิตย์ที่ ๕ –วันจันทร์ที่  ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ ที่โรงแรมพูลแมน พัทยา จังหวัดชลบุรี

นายสุเมธ สมคะเน กรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพ และปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ นางสาวสุมนชยา จึงเจริญศิลป์ กรรมการฝ่ายต่างประเทศ สมาคมฯ นางสาวเพ็ญโสภา สุคนธรักษ์ อนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ สมาคมฯ และนางธนิดา ตันศุภผล อนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ สมาคมฯ เข้าร่วม SEAPA Consultative Gender Action Planning Workshop ที่โรงแรมพูลแมน พัทยา จังหวัดชลบุรี

๔.๒.๒ COCONET: Southeast Asia Digital Rights Camp โดย APC และ SEAPA

นางสาวหทัยรัตน์ พหลทัพ อนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพ และปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ เป็นตัวแทนสมาคมฯ ไปเช้าร่วมโครงการ COCONET: Southeast Asia Digital Rights Camp ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการสร้างเครือข่ายภายในภูมิภาค เผยแพร่ประเด็น และขยายแคมเปญเกี่ยวกับ Digital Rights โดยการเชื่อมโยง ผู้ที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย นักวิจัย นักรณรงค์ นักเทคโนโลยี และสื่อ โดยการมาแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ร่วมกัน ที่ยอกยากาตาร์ ประเทศอินโดนีเซียระหว่างวันอาทิตย์ที่  ๒๒ -วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๐

๔.๒.๓ SEAPA Dialogue Mission to Cambodia

นายชนะ ผาสุกสกุล รองเลขาธิการ และกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพ และปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ และนางสาวสุมนชยา จึงเจริญศิลป์ กรรมการฝ่ายต่างประเทศ สมาคมฯ ร่วมกับตัวแทนองค์กรสมาชิก SEAPA จากเมียนมา ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และติมอร์ เลสเต ลงพื้นที่กรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา เพื่อพูดคุยภับภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ในการเก็บข้อมูลสถานการณ์ด้านเสรีภาพสื่อมวลชน และสิทธิในการแสดงออก ในกัมพูชา โดยได้เข้าพบปะหารือและสอบถามสถานการณ์กับนายเขียว กันหะริด รัฐมนตรีข่าวสาร ราชอาณาจักรกัมพูชาด้วย เมื่อวันอังคารที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๖๐

****ลงวันที่***

๔.๒.๔ การจัดทำคู่มือสื่อมวลชนไทย – ลาว, ลาว – ไทย ฉบับปรับปรุง สมาคมฯ และสมาคมนักข่าวลาว เห็นพ้องร่วมกันที่จะปรับปรุงคู่มือสื่อมวลชนไทย – ลาว, ลาว – ไทย ซึ่งได้มีการจัดทำไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ให้มีความทันสมัยในเรื่องข้อมูลมากขึ้น โดยคณะนี้ ทั้งสองฝ่ายได้มีการตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อปรับคู่มือฯ ฉบับดังกล่าว โดยกำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ สนับสนุนงบประมาณโดยบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) และสายการบินไทย แอร์เอเชีย

๔.๓. กลุ่มงานพัฒนาศักยภาพนักข่าว ในปี ๒๕๖๐   คณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ สมาคมฯ ได้จัดการอบรมขึ้น ๔หลักสูตร

๔.๓.๑ อบรมความรู้พื้นฐานภาษาไทยสำหรับสื่อมวลชนกัมพูชา สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยร่วมกับสมาคมนักข่าวกัมพูชา (Club of Cambodian Journalists: CCJ)  จัดอบรมความรู้พื้นฐานภาษาไทยสำหรับสื่อมวลชนกัมพูชา โดยจะเรียนทั้งสิ้น ๑๐ สัปดาห์ รวม ๓๐ ชั่วโมง ระหว่างวันเสาร์ที่ ๔ กุมภาพันธ์ ถึง ๘ เมษายน ๒๕๖๐

ผลการการทดสอบหาผู้ที่ได้รับคะแนนดีที่สุดเพื่อรับทุนมาฝึกปฏิบัติงานในประเทศไทยมี ๒ คน คือ Ms. Sorn Sokkheang จาก CNC TV ฝึกปฏิบัติงานที่สำนักข่าวไทย และ Mr. Leng Phearun จาก Sabay Digital Corp ฝึกปฏิบัติงานไทยที่รัฐออนไลน์ ระหว่างวันอาทิตย์ที่ ๒๑- วันอาทิตย์ที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๐ กับ  สนับสนุนงบประมาณโดย เอสซีจี และสายการบินบางกอกแอร์เวย์ครูผู้สอนคือนายจันดารา ดวง (ชาวกัมพูชา)

๔.๓.๒ อบรมความรู้พื้นฐานภาษาเวียดนามสำหรับสื่อมวลชนไทย  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดอบรมหลักสูตรความรู้พื้นฐานภาษาเวียดนามสำหรับสื่อมวลชนขึ้นระหว่างวันอาทิตย์ที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ – วันอาทิตย์ที่  ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๐    โดยมีเวลาเรียนรวม ๓๐ ชั่วโมง ภายในระยะเวลา ๑๐ สัปดาห์ เน้นทักษะการอ่านและการสนทนา สอนโดยอาจารย์พิสิฐ  อำนวยเงินตรา หัวหน้าสาขาวิชาภาษาอาเซียน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ผลการการทดสอบหาผู้ที่ได้รับคะแนนดีที่สุดเพื่อได้รับทุนเดินทางไปศึกษาดูงานและปฏิบัติงานข่าวในองค์กรสื่อมวลชนในประเทศเวียดนามมี ๒  คนคือ นางสาวอรุณรัตน์ เชื้อบาง พนักงานศูนย์ข้อมูลหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  ฝึกปฏิบัติงานที่หนังสือพิมพ์ Nhan Dan  และนางสาวอัญชลี ศิลปชัย บรรณาธิการข่าวต่างประเทศ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง ๕ ฝึกปฏิบัติงานที่สำนักข่าวเวียดนาม ระหว่างวันจันทร์ที่ ๑๗ ถึงวันอาทิตย์ที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๐            สนับสนุนงบประมาณโดยบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) และสายการบินไทย แอร์เอเชีย

๔.๓.๓ อบรมความรู้พื้นฐานภาษาไทยสำหรับสื่อมวลชนเวียดนาม  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้สนับสนุนให้สมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่งเวียดนาม (Vietnam Journalists Association) จัดอบรมหลักสูตรความรู้พื้นฐานภาษาไทยสำหรับสื่อมวลชนเวียดนาม ผลการการทดสอบหาผู้ที่ได้รับคะแนนดีที่สุดเพื่อรับทุนมาฝึกปฏิบัติงานในประเทศไทยมี ๒ คน Ms. Nguyen Phuong Hang จาก Vietnam News Agency และ Ms. Nguyen Thi Thom จาก Business and Trade Magazine เดินทางมาฝึกปฏิบัติงานกับองค์กรสื่อในประเทศไทย ระหว่างวันอาทิตย์ที่ ๔ - วันอาทิตย์ที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๑ กับสำนักข่าวไทย และหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) และสายการบินไทย แอร์เอเชีย

๔.๓.๔ อบรมความรู้พื้นฐานภาษาอินโดนีเซียสำหรับสื่อมวลชนไทย  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้จัดอบรมความรู้พื้นฐานภาษาอินโดนีเซียสำหรับสื่อมวลชนไทย  ขึ้นระหว่างวันอาทิตย์ที่ ๖ สิงหาคม  – วันอาทิตย์ที่  ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๐   โดยมีเวลาเรียนรวม ๓๐ ชั่วโมง ภายในระยะเวลา ๑๐ สัปดาห์ หลักสูตรจะเน้นทักษะการอ่านและการสนทนา (Introduction to Bahasa Indonesia, Bahasa Indonesia Alphabets, Greeting & Introduction, Family, Hobby and Occupation, Food and Drink, Position, Direction and Location, Daily Activities, Shopping, Travelling, At the Hospital  สอนโดย Ms. Yanti Ovina Limiarti (ชาวอินโดนีเซีย)  อาจารย์ประจำศูนย์ภาษา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม

ผลการการทดสอบหาผู้ที่ได้รับคะแนนดีที่สุดเพื่อได้รับทุนเดินทางไปศึกษาดูงานและปฏิบัติงานข่าวในองค์กรสื่อมวลชนในประเทศอินโดนีเซียมี ๒  คนคือนางสาวพัชรินทร์ สารพูนทรัพย์ พนักงานศูนย์ข้อมูลหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  และ นางสาวผุสดี สิริวัชระเมตตา จากหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ซึ่งทำคะแนนได้ดีที่สุดจากการสอบวัดผลในโครงการฯ ได้เดินทางไปฝึกปฏิบัติงานกับ Kompas กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันอาทิตย์ที่ ๓ - วันอาทิตย์ที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๐ สนับสนุนงบประมาณโดย เอสซีจี, PTT Group และบริษัท ไพพรรณรัตน์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด

๔.๓.๕  โครงการ ASEAN Travel JOURNO CAMP สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสายการบินไทย แอร์เอเชีย จัดทำโครงการ TJA ASEAN Travel Journo Camp เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีการก่อตั้งอาเซียน  โดยเล็งเห็นความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างสื่อมวลชน ในฐานะกลไกสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระดับประชาชน เพื่อให้ประชาคมอาเซียนเข้มแข็ง ก้าวไปข้างหน้าโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง เป็นการจัดกิจกรรมค่ายผู้สื่อข่าวอาเซียนขึ้น โดยมีผู้สื่อข่าวรุ่นใหม่ ๑๗ คน จาก ๙ ประเทศ ได้แก่ บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย ลาว เมียนมา ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไทย เข้าร่วมศึกษาการท่องเที่ยวชุมชน และการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ระหว่างวันพฤหัสบดีที่  ๑๗ – วันศุกร์ที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๐

๔.๔ กิจกรรมอื่นๆของคณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ สมาคมฯ

นอกเหนือจากโครงการต่างๆ โดยอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ สมาคมฯ แล้ว สมาคมฯ โดยอนุฯ ยังได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับกิจกรรม และงานต่างๆ ขององค์กร หรือหน่วยงานอื่นๆ ดังนี้

๔.๔.๑ เป็นส่วนช่วยประสานให้สมาคมนักข่าวกัมพูชาเข้าเป็นสมาชิกสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งอาเซียน

ในฐานะสมาชิกของสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (Confederation of Thai Journalists) สมาคมฯ ซึ่งมีความสัมพันธ์ทวิภาคีกับสมาคมนักข่าวกัมพูชา (Club of Cambodian Journalists) ได้เข้าไปมีส่วนร่วมเป็นตัวเชื่อมให้สมาคมนักข่าวกัมพูชา เข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ ๘ ของสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งอาเซียน ซึ่งได้มีการรับรองในการประชุมใหญ่สามัญ ครั้งที่ ๑๙ ที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันพุธที่ ๒๔ – วันอาทิตย์ที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๑

๔.๔.๒ ร่วมต้อนรับคณะสื่อมวลชนเวียดนาม ซึ่งเดินทางเยือนประเทศไทยตามคำเชิญของสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

Mr. Tran Ba Dung Vice-president of Vietnam Journalists Association นำคณะจำนวน ๗ คน เดินทางเยือนประเทศไทยระหว่างวันจันทร์ที่ ๓ – วันอาทิตย์ที่  ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๐ ตามคำเชิญของสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในโอกาสนี้สมาคมฯ ได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงรับรองอาหารเย็นคณะที่ห้องอาหารครัวกรุงเทพ เมื่อวันเสาร์ที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๐

๔.๔.๓ ร่วมต้อนรับคณะสื่อมวลชนเวียดนาม ซึ่งเดินทางเยือนประเทศไทยตามคำเชิญของหนังสือพิมพ์ไทยนิวส์ จังหวัดเชียงใหม่

Mr. Lai Ba Ha รองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์เศรษฐกิจนครหลวงฮานอย นำคณะจำนวน ๗ คน เดินทางเยือนประเทศไทย ตามคำเชิญของหนังสือพิมพ์ไทยนิวส์ จังหวัดเชียงใหม่ ในโอกาสนี้สมาคมฯ ได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงรับรองอาหารเย็นคณะที่ห้องอาหารครัวกรุงเทพ เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๐

 

๕. คณะกรรมการอนุกรรมการฝ่ายเลขานุการ

ในปี ๒๕๖๐  คณะอนุกรรมการฝ่ายเลขานุการ สมาคมฯ  ได้จัดกิจกรรมต่างๆ ทั้งที่เป็นการประสานความร่วมมือกับองค์กรวิชาชีพสื่อและกิจกรรมที่ประสานความร่วมมือกับองค์กรภายนอก ดังนี้

๕.๑ งานด้านการระดมทุน

๕.๑.๑ ดินเนอร์ทอล์ค สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดงานดินเนอร์ทอล์คขึ้นเป็นประจำในวันที่ ๕ มีนาคมของทุกปีมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๙  งานดินเนอร์ทอล์คประจำปี ๒๕๖๐ จัดเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๕ มีนาคม ๒๕๖๐ ณ ห้องวอเตอร์เกท บอลรูม ชั้น ๖ โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท มีการปาฐกถา "สื่อมวลชนกับการสืบสานพระราชปณิธาน ในหลวง ร.๙"   โดยหม่อมราชวงศ์ดิศนัดดา ดิศกุล ประธานกรรมการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ และเลขาธิการมูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ

๕.๑.๒ หนังสือวันนักข่าว สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดทำหนังสือวันนักข่าว ซึ่งเป็นหนังสือรายงานประจำปีเผยแพร่ทุกวันที่ ๔ มีนาคม นอกจากจะเป็นการรายงานผลการดำเนินกิจกรรมต่างๆของสมาคมฯแล้ว ยังได้รวบรวมผลการประกวดข่าวประเภทต่างๆของสมาคมฯเอาไว้ด้วย สมาคมฯได้มอบหมายให้บริษัท นักทุ่งเที่ยว จำกัด เป็นผู้ดำเนินการการจัดหาโฆษณา

๕.๒ งานด้านการบริหารจัดการ

๕.๒.๑ การบริหารบัญชีเงินฝาก สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย มีกองทุนต่างๆอยู่จำนวน ๖ กองทุน ประกอบด้วย ๑.กองทุน ๖๐ ปี สมาคม ๒. กองทุนเพื่อสิทธิเสรีภาพสื่อ  ๓.กองทุนส่งเสริมจรรยาบรรณ ๔.กองทุนเหยี่ยวปีกหัก  ๕.กองทุนการศึกษาบุตรธิดานักข่าว และ ๖.กองทุนเงินสะสมพนักงาน เพื่อให้มีรายได้เพิ่มเติมจากแต่ละกองทุน จึงได้มีการบริหารกองทุน โดยการจัดสรรงบประมาณไปซื้อสลากออมสินและพันธบัตรที่มีความมั่นคง

๕.๒.๒ ปรับปรุงระบบบัญชีสมาคมฯ  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  ได้ว่าจ้างสํานักงาน เอ็นแอนดเค การบัญชีและตรวจสอบ วางระบบบัญชีและจัดทำบัญชีของสมาคมฯ เพื่อประสิทธิภาพในการบริหารงาน

๕.๓ โครงการบริจาคโลหิต  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  จัดกิจกรรมการบริจาคโลหิตขึ้นเป็นประจำทุกสามเดือน  โดยในปี ๒๕๖๐  จัดเมื่อวันพุธที่ ๙  สิงหาคม  ๒๕๖๐ (ครั้งที่ ๗) วันพฤหัสบดีที่  ๙พฤศจิกายน ๒๕๖๐ (ครั้งที่ ๘) และเมื่อวันพฤหัสบดีที่  ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ (ครั้งที่ ๙)     ณ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์

๕.๔ อบรมหลักสูตรความรู้พื้นฐานภาษาจีนสำหรับสื่อมวลชน สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ศูนย์วัฒนธรรมจีน ได้จัดทำโครงการอบรมหลักสูตรความรู้พื้นฐานภาษาจีนสำหรับสื่อมวลชน (หลักสูตรจะเน้นทักษะการอ่านและการสนทนา) วันจันทร์ที่ ๑๙กันยายน  ๒๕๕๙ – วันอาทิตย์ที่ ๒๒ มกราคม  ๒๕๖๐  โดยมีเวลาเรียนรวม ๙๐ ชั่วโมง ภายในระยะเวลา ๑๕สัปดาห์  เรียนสัปดาห์ละ ๒วัน คือทุกวันจันทร์ ระหว่างเวลา ๐๙.๒๐ - ๑๒.๐๐น. และทุกวันอาทิตย์ ระหว่างเวลา ๑๓.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ณ ศูนย์วัฒนธรรมจีน ถนนเทียมร่วมมิตร กรุงเทพฯ มีผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน ๒๕ คน

๕.๕  อบรมโครงการ  “เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐”  โดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  และคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ได้จัดอบรมโครงการ  “เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐”  ขึ้นที่สมาคมนิสิตเก่ารัฐศาสตร์ อาคาร เกษม อุทยานิน คณะรัฐศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  โดยมีผู้เข้าอบรมประกอบด้วยสื่อมวลชนทุกแขนง  ทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์  และสื่อสังคมออนไลน์  ระดับผู้สื่อข่าวภาคสนาม  หัวหน้าข่าว  จนถึงบรรณาธิการข่าวรวม ๔๖ คน

๕.๖ เนื่องจากกรณีที่มีกระแสข่าวตามสังคมสื่อออนไลน์พาดพิงถึงผู้บริหารองค์กรสื่อมีพฤติกรรมเข้าข่ายคุกคามทางเพศ  รวมทั้งความเคลื่อนไหวเข้าชื่อเรียกร้องให้องค์กรสื่อมีกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยจึงได้ทาบทามและแต่งตั้งคณะอนุกรรมการแสวงหาข้อเท็จจริง ฯเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงให้เกิดความกระจ่างในความเป็นมาเป็นไปของกระแสข่าว  รวมทั้งเกิดความชัดเจนในข้อเท็จจริงของประเด็นที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล องค์กร ตลอดจนแวดวงสื่อสารมวลชนโดยรวม ให้มีกรอบระยะเวลาการทำงานภายใน ๙๐ วัน และได้ออกแถลงการณ์ผลการพิจารณารายงานการแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีผู้บริหารองค์กรสื่อมีพฤติกรรมเข้าข่ายคุกคามทางเพศ เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๑

]]>
peerapat_d@hotmail.com (กองบรรณาธิการเว็บ) รายงานกิจกรรมสมาคมฯ Wed, 21 Feb 2018 10:24:29 +0000
รายงานกิจกรรม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมัยที่ ๑๗/๒๕๕๙ http://tja.or.th/about-us/2011-04-20-11-43-08/4322-2017-03-14-05-01-50 http://tja.or.th/about-us/2011-04-20-11-43-08/4322-2017-03-14-05-01-50 รายงานกิจกรรม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมัยที่ ๑๗/๒๕๕๙

คณะกรรมการบริหาร สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมัยที่ ๑๗ ซึ่งดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๙ – ๔ มีนาคม ๒๕๖๐  ได้ร่วมกันกำหนดยุทธศาสตร์ในการดำเนินงานไว้ ๒ ยุทธศาสตร์ คือ ยุทธศาสตร์หลักที่ ๑  “สิทธิเสรีภาพสื่อ” เน้นการสร้างภาคีสื่อและเครือข่ายในการขับเคลื่อนเพื่อส่งเสริม ปกป้องสิทธิเสรีภาพสื่อ และยุทธศาสตร์หลักที่ ๒ การพัฒนาสื่อสู่ความเป็นมืออาชีพ เน้นกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสมาชิก ดูแลสวัสดิการ  ส่งเสริมสวัสดิภาพสมาชิก พัฒนาคุณภาพและศักยภาพนักข่าวภายใต้เสรีภาพบนความรับผิดชอบ และสร้างเครือข่ายเพื่อส่งเสริมนักข่าวภาคสนามให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมของสมาคมนักข่าวฯ

ในปี ๒๕๕๙  คณะกรรมการบริหาร สมาคมฯ  ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการฝ่ายต่างๆ ทำหน้าที่ในการดำเนินกิจกรรมตามยุทธศาสตร์ข้างต้น  โดยแบ่งออกเป็น ๖ คณะอนุกรรมการ ดังนี้

๑) คณะอนุกรรมการฝ่ายพิจารณาบทบาทสมาคมในสถานการณ์เร่งด่วน

๒) คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ

๓) คณะอนุกรรมการฝ่ายวิชาการ

๔) คณะอนุกรรมการฝ่ายสวัสดิการและสมาชิกสัมพันธ์

๕) คณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ

๖) คณะกรรมการอนุกรรมการฝ่ายเลขานุการ

๑. คณะอนุกรรมการฝ่ายพิจารณาบทบาทสมาคมในสถานการณ์เร่งด่วน

คณะอนุกรรมการ ชุดนี้จะทำหน้าที่ในการรวบรวมทั้งความเห็นและข้อเสนอต่างๆ จากบุคคลและองค์กรที่เกี่ยวข้องในการนำมาพิจารณาบทบาทสมาคมฯ ในสถานการณ์เร่งด่วน ทั้งในรูปแบบของการออกแถลงการณ์, การออกจดหมายเปิดผนึก และการเผยแพร่คำชี้แจงในเรื่องต่างๆ รวมทั้งทำความเข้าใจและสื่อสารกับสังคมในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ต่างๆ ของสื่อ (ดูเอกสารแถลงการณ์ในเล่ม)

๒. คณะอนุกรรมการฝ่ายวิชาการ

ในปี ๒๕๕๙  คณะอนุกรรมการฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ แบ่งงานออกเป็น ๕  กลุ่มงาน คือ

๒.๑. ด้านการอบรม สมาคมฯ ได้จัดทำโครงการด้านการฝึกอบรมจำนวน ๓ หลักสูตร คือ

๒.๑.๑ การอบรมเชิงปฏิบัติการนักข่าวพิราบน้อยรุ่น ๑๙ เป็นโครงการต่อเนื่องจัดขึ้นเป็นปีที่ ๑๙ ซึ่งหากนับถึงปัจจุบันมีนักศึกษาที่ผ่านการอบรมกว่า ๑,๐๐๐ คนแล้ว มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาวิชาชีพสื่อสารมวลชนด้านสิ่งพิมพ์  (Professional Development) ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมในวิชาชีพ (Ethics Responsibility)  และแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในฐานะองค์กรเพื่อสังคม (Organizational Social Responsibility) ซึ่งนักศึกษาที่เข้าร่วมอบรมได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทั้งกับเพื่อนนักศึกษาจากต่างสถาบันและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักข่าวรุ่นพี่ที่ทำงานทั้งในภาคสนาม และในส่วนของผู้บริหารงานข่าว อันเป็นการเตรียมพร้อมในการเข้าสู่วิชาชีพ นอกจากนี้ยังเป็นกระบวนการปลูกฝังอุดมคติให้กับนักศึกษาด้วย ในรุ่นที่ ๑๙  มีนักศึกษาที่เรียนด้านหนังสือพิมพ์จากสถาบันอุดมศึกษาจากทั่วประเทศเข้าร่วมอบรมจำนวน ๗๒  คน จาก  ๓๐  สถาบัน จัดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๓ - วันอาทิตย์ที่ ๖ พฤศจิกายน  ๒๕๕๙ ณ โรงแรมเทาทอง มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี    ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากบริษัท ทรู คอปอร์เรชั่น จำกัด มหาชน

ในการอบรมครั้งนี้ได้เพิ่มกระบวนการฝึกฝนนักศึกษาในการเขียนข่าวเพิ่มขึ้นอีกขั้นตอนหนึ่ง โดยนักศึกษาทุกคนจะ ต้องส่งผลงานข่าวเข้าร่วมโครงการ TJA  Cyber Reporter อย่างน้อยคนละ ๒  ชิ้นงาน และจะมีการประกาศผลรางวัลในวันที่ ศุกร์ที่ ๔ มีนาคม ๒๕๖๐

๒.๑.๒  การอบรมเชิงปฏิบัติการ “อินโฟกราฟิกสำหรับสื่อมวลชน ปี ๒๕๕๙”  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

เพื่อเป็นการพัฒนาและส่งเสริมให้บุคลากรในวิชาชีพสื่อมวลชน มีความพร้อมรับมือกับบริบทใหม่ของสังคมทั้งในด้านความรู้ทั่วไป ความรู้เฉพาะทาง ตลอดจนเทคนิคด้านคอมพิวเตอร์กราฟิก เพื่อให้ผู้สื่อข่าวทำหน้าที่นักสื่อสารมวลชนที่ดีเพื่อประโยชน์ส่วนรวม และเป็นการเสริมทักษะที่จะช่วยให้การทำงานของผู้สื่อข่าวในปัจจุบันง่ายขึ้น สะดวกขึ้น จัดเมื่อวันเสาร์ที่ ๒๖  พฤศจิกายน  ๒๕๖๐ ณ   ตึกสำนักงานอธิการบดี  มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี มีสื่อมวลชนเข้าร่วมอบรม ๒๒ คน

๒.๒ กลุ่มงานเสวนาและสื่อสารสาธารณะ ได้มีการจัดทำโครงการในกลุ่มงานเสวนาและสื่อสารสาธารณะ จำนวน ๓ กิจกรรม ดังนี้

๒.๒.๑ ราชดำเนินเสวนา เป็นโครงการที่ดำเนินงานต่อเนื่องมาเป็นปีที่ ๑๘  ซึ่งเป็นความริเริ่มจากสมัยที่นายกวี จงกิจถาวร เป็นนายก สมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย (พ.ศ. ๒๕๔๒) มีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพการทำงานข่าวให้มีคุณภาพและอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง  โดยมีการเชิญแหล่งข่าวมาพบปะพูดคุยและตอบคำถามนักข่าว เพื่อเป็นการสร้างความรู้ ความเข้าใจ ระหว่างนักข่าวกับแหล่งข่าวในประเด็นต่าง ๆ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม

ในปี พ.ศ.  ๒๕๕๙   ได้จัดราชดำเนินเสวนาไปจำนวน ๔  ครั้ง สามารถติดตามเนื้อหาราชดำเนินเสวนาได้ที่ www.tja.or.th

๑. "ประชามติ" อะไรทำได้-ไม่ได้”  เมื่อวันจันทร์ที่  ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๙

๒. “เสรีภาพออนไลน์ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์” เมื่อวันจันทร์ที่  ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๙

๓. “โมเดลเศรษฐกิจ : ดับไฟใต้?” เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๘ กันยายน ๒๕๕๙

๔ “ศาลเตี้ยออนไลน์...คนโพสต์จ่อคุก...เหยื่อทุกข์ระทม”  จัดโดย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ร่วมกับ สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์  เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๕๙  ณ อาคารสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ (บางเขน)

๒.๒.๒. รายการวิทยุช่วยกันคิดทิศทางข่าว เป็นความร่วมมือระหว่างสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กับสำนักข่าวไทยและบริษัท อสมท. จำกัด มหาชน ออกอากาศทางสถานีวิทยุ อสมท.  FM ๑๐๐.๕ Mhz ทุกวันอาทิตย์เวลา ๑๑.๐๐-๑๒.๐๐น. เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นักข่าวรุ่นใหม่ได้เข้ามาร่วมกิจกรรมกับสมาคมฯ รวมทั้งเป็นเวทีในการสื่อสารเรื่องราวที่เกี่ยวกับสื่อมวลชนให้สาธารณชนได้ รับทราบ รวมทั้งการวิเคราะห์ถึงทิศทางข่าวในสัปดาห์ต่อไป โดยเน้นความหลากหลายของประเด็นข่าว ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม การต่างประเทศ และอื่นๆที่เป็นประเด็นร้อนในขณะนั้น

สำหรับนักจัดรายการประจำปี  ๒๕๕๙ มีจำนวน ๑๒  คนคือ ๑. นายมงคล  บางประภา ๒.นายราม อินทรวิจิตร ๓.นายจีรพงษ์  ประเสริฐพลกรัง ๔.นางสาวดารากาญจน์  ทองลิ่ม ๕.นายสิทธิชน  กลิ่มหอมอ่อน ๖.นางสาวณัฐินี  จันทร์เอียด ๗.นางสาวพิมพ์นารา  ประดับวิทย์ ๘.นางสาวนันทพร  ทาวะระ ๙.นายบัญชา  จันทร์สมบูรณ์ ๑๐.นางสาวดารินทร์  หอวัฒนกุล

๑๑.นายบัญชา  จันทร์สมบูรณ์ และ ๑๒.นางรัชดาภรณ์  ม่วงทำ  ติดตามฟังรายการวิทยุย้อนหลังได้ที่  www.tja.or.th

๒.๒.๓ www.tja.or.th เป็นเวบไซต์ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมข่าวสารต่างๆ ของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ทั้งประชาสัมพันธ์กิจกรรม,รายงานกิจกรรม,กฎหมายที่เกี่ยวข้อง,ประวัติความ เป็นมา จุดยืนและท่าทีของสมาคมฯต่อสถานการณ์ต่างๆของบ้านเมือง รวมทั้งการบันทึกผลงานข่าวที่ได้รับรางวัลประเภทต่างๆ  และเป็นชุมชนออนไลน์ของนักวิชาการและวิชาชีพสื่อสารมวลชน ในการแลกเปลี่ยนทัศนะของนักวิชาการและนักวิชาชีพด้านสื่อสารมวลชน และนำเสนอข่าวสารความเคลื่อนไหวในแวดวงสื่อสารมวลชน

๒.๓ กลุ่มงานหนังสือ ในปี   ๒๕๕๙ ฝ่ายวิชาการ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้จัดทำหนังสือรวม ๒  เล่ม ดังนี้

๒.๓.๑ จุลสารราชดำเนิน ในปี ๒๕๕๙  สมาคมฯ ได้จัดทำวารสารราชดำเนินโดยออกเป็นรายสามเดือนจำนวน ๒   ฉบับ

ฉบับที่ ๓๑ เนื้อหาหลักคือ  “ชะตากรรมหนังสือพิมพ์”  มีนายวรพล กิตติรัตวรางกูร เป็นบรรณาธิการ และฉบับที่  ๓๒ เนื้อหาหลักคือ “ในหลวง ร.๙”   มีนายวรพล กิตติรัตวรางกูร เป็นบรรณาธิการ

อ่านเนื้อหาจุลสารราชดำเนินฉบับย้อนหลังได้ที่ www.tja.or.th

๒.๓.๒ หนังสือวันนักข่าว  “คุณูปการของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ต่อวงการสื่อสารมวลชนไทย”หนังสือวันนักข่าวเป็นหนังสือรายงานประจำปีที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการข่าวและหนังสือพิมพ์  ตลอดจนรายงานกิจกรรมของสมาคม  และทำเนียบรายชื่อนักข่าวจากหนังสือพิมพ์ทุกฉบับที่เป็นสมาชิกสมาคม  เนื้อหาหลักในปีนี้เน้นเรื่อง  ““สนามข่าวที่ไร้การแข่งขัน ” มีนางสาว น.รินี เรืองหนู เป็นบรรณาธิการ มีการแจกจ่ายหนังสือวันนักข่าวถึงมือสมาชิก สมาคมฯ ในวันที่ ๔ มีนาคม  ๒๕๖๐  ซึ่งเป็นวันประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสมาคมฯ

๒.๔. กลุ่มงานเครือข่ายวิชาการและวิชาชีพสื่อมวลชน เป็น เครือข่ายที่นักวิชาการและนักวิชาชีพสื่อสารมวลชนร่วมกันก่อตั้งขึ้นเพื่อ เป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน โดยในปี ๒๕๕๙ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม ๑ กิจกรรม  ดังนี้

๒.๔.๑ ประชุมเครือข่ายนักวิชาการและวิชาชีพสื่อมวลชน เป็นเครือข่ายที่นักวิชาการและนักวิชาชีพสื่อสารมวลชนร่วมกันก่อตั้งขึ้นเพื่อ เป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างและประสบการณ์ระหว่างด้านวิชาชีพและวิชาการด้านสื่อสารมวลชน โดยนำเอาประเด็นทางวิชาการและวิชาชีพสื่อสารมวลชนที่น่าสนใจและมีผลกระทบต่อ ประโยชน์สาธารณะมาแลกเปลี่ยนกัน ภายใต้การจัดสัมมนายุทธศาสตร์วารศาสตร์แห่งอนาคต  โดยในปี ๒๕๕๙ จัด  สัมมนายุทธศาสตร์เพื่ออนาคตวารสารศาสตร์ ครั้งที่ ๑๒  ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หัวข้อ “ปฏิรูปสื่อ : ทางออกสังคมไทย?”  (๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๙)

 

๒.๕. กลุ่มงานประกวดข่าว

๒.๕.๑ การประกวดรางวัลอิศรา อมันตกุล ประเภทข่าวและภาพข่าวยอดเยี่ยม ประจำปี ๒๕๕๙ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  ได้รับมอบหมายจากมูลนิธิอิศรา อมันตกุล ให้ดำเนินการจัดการประกวดข่าวและภาพข่าวยอดเยี่ยม รางวัลอิศรา อมันตกุล เพื่อเป็นการรำลึกถึงนายอิศรา อมันตกุล นายกสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทยคนแรกและนักหนังสือพิมพ์ผู้ปฏิบัติหน้าที่ภาย ใต้กรอบจริยธรรม โดยดำเนินการจัดการประกวดมาตั้งแต่ ปี ๒๕๑๕ สำหรับในปี ๒๕๕๙ มีผลงานงานข่าวส่งเข้าประกวดรางวัลอิศรา อมันตกุล ประเภทข่าวยอดเยี่ยมจำนวน ๙ ข่าว จากหนังสือพิมพ์ ๔  ฉบับ และส่งผลงานภาพข่าวเข้าประกวดรางวัลอิศรา อมันตกุล ประเภทภาพข่าวยอดเยี่ยมจำนวน  ๙๑ ภาพ จากหนังสือพิมพ์  ๘ ฉบับ

๒.๕.๒ การประกวดรางวัลข่าวอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดีเด่น ประจำปี ๒๕๕๙ ของ ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมฯ ได้มอบหมายให้ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมเป็นผู้ดำเนินการจัดการประกวด ข่าวอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดีเด่น ซึ่งจัดการประกวดมาตั้งแต่ปี  ๒๕๓๒ สำหรับในปี ๒๕๕๘ มีผลงานข่าวส่งเข้าประกวดจำนวน ๙ ข่าว จากหนังสือพิมพ์ ๔ ฉบับ

๒.๕.๓ การประกวดรางวัลพิราบน้อย ประจำปี ๒๕๕๙ เป็นการประกวดผลงานฝึกปฏิบัติของนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาที่มีการทำ หนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ โดยแบ่งการประกวดออกเป็น ๒ รางวัล ๕ ประเภท คือ รางวัลพิราบน้อย ประกอบด้วย  ๑.ประเภทหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ ๒. ประเภทข่าวฝึกปฏิบัติ ๓.ประเภทข่าวสิ่งแวดล้อมฝึกปฏิบัติ ๔.ประเภทข่าวออนไลน์ฝึกปฏิบัติ และรางวัลริต้า ปาติยะเสวี คือประเภทสารคดีเชิงข่าวฝึกปฏิบัติ  เริ่มจัดการประกวดตั้งแต่ปี พ.ศ.   ๒๕๓๖ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการจัดทำหนังสือพิมพ์และการทำข่าวของ นิสิตนักศึกษาวิชานิเทศศาสตร์ และวารสารศาสตร์  ในสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถาบันการศึกษา  กับสมาคมฯ    ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก บริษัท ทรู คอปอร์เรชั่น จำกัด มหาชน ในปี ๒๕๕๙ มีผลงานส่งเข้าประกวดดังนี้  ๑. หนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ ๑๖ ฉบับ ๒. ข่าวฝึกปฏิบัติ ๔๐ ข่าว ๓. ข่าวสิ่งแวดล้อม ๑๙ ข่าว ๔. ข่าวออนไลน์ ๑๓ ข่าว  และ ๕. สารคดีเชิงข่าว ๒๔ ชิ้น

 

๒.๖ ความร่วมมือกับองค์กรภายนอก ในปี ๒๕๕๙ คณะอนุกรรมการฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ ร่วมกับเอสซีจี มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดงาน “Thailand Sustainable Water Management Forum ๒๐๑๖”  โดยเป็นการประสานความร่วมมือภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ส่งเสริมการเรียนรู้และความจำเป็นของการบริหารจัดการน้ำ สู่หนทางป้องกันน้ำท่วม น้ำแล้งอย่างยั่งยืน พร้อมเรียนรู้แนวทางการบริหารจัดการน้ำจาก ๓ ประเทศต้นแบบ ได้แก่ อิสราเอล สิงคโปร์ และเนเธอร์แลนด์ ส่งต่อองค์ความรู้ระดับโลกสู่ชุมชน เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๙

 

๓. คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ

ในปี  ๒๕๕๙  คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ ดำเนินงานภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อทำหน้าที่ในการส่งเสริมส่งเสริมและปกป้องมีสิทธิเสรีเสรีภาพของสื่อมวลชน โดยนักข่าวจะต้องมีอิสรภาพ เสรีภาพ ในการทำงาน ไม่ถูกคุกคาม แทรกแซงทั้งจากกลุ่มทุน รัฐ และผู้มีอิทธิพล  โดยมีกิจกรรมดังนี้

๓.๑ งานรณรงค์เพื่อสิทธิเสรีภาพสื่อ

๓.๑.๑. โครงการฉลองวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก (World Press Freedom Day – ๓ MAY) เป็นโครงการต่อเนื่องที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกวันที่ ๓ พฤษภาคม เนื่องจากเป็นวันที่องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก้ ได้เสนอให้สมัชชาใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติประกาศให้วันที่ ๓ พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก เพื่อย้ำเจตนารมณ์และหลักการที่เป็นพื้นฐานของเสรีภาพสื่อมวลชนทั่วโลก ซึ่งก็คือเสรีภาพในการแสดงออก  ตั้งแต่เมื่อปี  ๒๕๔๓  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ก็ได้ร่วมกับสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และเครือข่ายส่งเสริมสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในเอเชียอาคเนย์ จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในโอกาสดังกล่าวมาโดยตลอด

ในปี ๒๕๕๙  สมาคมฯ ร่วมกับสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ และสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก (World Press Freedom Day) ซึ่งตรงกับวันที่ ๓ พฤษภาคมของทุกปี เพื่อเป็นการร่วมกันปลุกจิตสำนึก พิจารณาพัฒนาข้อคิดข้อเสนอต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเสรีภาพในการแสดงออกของสื่อมวลชน รวมทั้งการสร้างความตระหนักในสังคมถึงความสำคัญของเสรีภาพสื่อ ซึ่งคือเสรีภาพของประชาชน โดยการจัดเสวนาหัวข้อ “เสรีภาพสื่อ...ประชาชนได้อะไร?” เมื่อวันอังคารที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๙

การรณรงค์ในปีนี้จะใช้ธีม “ถูกต้อง รอบด้าน หลักประกันเสรีภาพ” เป็นเนื้อหาหลักในการรณรงค์เรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ข้อมูลอย่างถูกต้อง รอบด้าน รัฐต้องไม่ปิดกั้นข้อเท็จจริง

 

๓.๑.๒ สนับสนุนการดำเนินการของสหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย เพื่อเป็นกลไกในการ ขับเคลื่อนด้าน สวัสดิการนักข่าว โดยได้มีการจัดเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การจัดสวัสดิการสื่อ โดยได้มีการจดทะเบียนจัดตั้งเป็นสหภาพแรงงานเลขทะเบียนที่ กธ.๑๑๑๔  เมื่อ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๕ โดยมีนายสุเมธ สมคะเน หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เป็นประธาน

 

๓.๒ งานส่งเสริมทักษะวิชาชีพข่าว ในปี ๒๕๕๙ คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพสื่อและการปฏิรูปสื่อ  สมาคมฯ ได้จัดการอบรมขึ้น ๒ หลักสูตร

๓.๒.๑ การอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “การรายงานข่าวในสถานการณ์ความขัดแย้ง รุ่น ๗ (Safety Training for Thai Journalists)” สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การรายงานข่าวในสถานการณ์ความรุนแรง (Safety Training)”  ขึ้นเพื่อให้ผู้สื่อข่าวและช่างภาพจากสื่อหนังสือพิมพ์  สถานีโทรทัศน์และวิทยุ  ได้เรียนรู้เรื่องการทำข่าวอย่างปลอดภัยในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยง โดยเนื้อหาการอบรมประกอบด้วย ๑. การเตรียมตัวและวางแผนก่อนลงพื้นที่ปฏิบัติงานข่าว ๒. การเข้าทำข่าวพื้นที่ที่มีความขัดแย้งในแต่ละสถานการณ์ ภาษาที่ใช้ในการรายงานข่าว . การปฐมพยาบาล  ๖.แลกเปลี่ยนประสบการณ์ทำข่าวในสถานการณ์ขัดแย้ง  เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๓๐ มิถุนายน - วันอาทิตย์ที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๙   ณ  ไมด้า รีสอร์ท ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย,  มูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท (Friedrich-Ebert-Stiftung Thailand : FES),  สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.),  สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ( สพฉ.),  สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก ช่อง ๗,  สถานีโทรทัศน์พีพีทีวี,  สถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี  และเครือข่ายสมาคมผู้สื่อข่าวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือซีป้า (SEAPA)

 

๓.๒.๒ การอบรมหลักสูตร “กฎหมายเพิ่มศักยภาพสื่อ รุ่นที่ ๔ ภาคกฎหมายความมั่นคง ” สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสำนักงานศาลยุติธรรม จัดการอบรมหลักสูตร “กฎหมายเพิ่มศักยภาพสื่อ รุ่นที่ ๔ ภาคกฎหมายความมั่นคง ”   เพื่อให้สื่อมวลชนได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องระบบกฎหมายของประเทศ เพื่อการวิเคราะห์และกำกับทิศทางข่าวให้มีความโดดเด่นขึ้น  น่าเชื่อถือ  ที่สำคัญคือทำให้สื่อมวลชนรู้ถึงสิทธิเสรีภาพที่ตนมีอยู่ ขณะเดียวกันก็ต้องมีความระมัดระวัง ไม่ไปละเมิดบุคคลอื่นจากการทำหน้าที่ของตนเอง จัดระหว่างวันอาทิตย์ที่ ๔ ถึงวันอาทิตย์ที่ ๒๖  กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐   ณ  สถาบันพัฒนาข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรม (ถนนรัชดาภิเษก) รวมทั้งมีการดูงานนอกสถานที่ ณ ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

 

๓.๓ หนังสือเล่มเบื้องแรกประชาธิปตัย

หนังสือเล่ม “เบื้องแรกประชาธิปตัย” เป็นหนังสือที่ดำเนินการจัดทำโดยสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย พิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๖ หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีการพิมพ์เผยแพร่อีกมาเป็นระยะเวลา ๔๐ ปีมาแล้ว ด้วยเนื้อหาที่เต็มไปด้วยเบื้องหลังของสถานการณ์ทางการเมืองและการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตย คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิ์ฯร่วมกับคณะอนุกรรมการฝ่ายวิชาการ จัดพิมพ์ขึ้นเพื่อเพื่อเผยแพร่ให้ผู้สนใจได้มีโอกาสทำความเข้าใจสถานการ์ณการเมืองในช่วงเปลี่ยนผ่าน ได้มีการจัดเสวนาหัวข้อ “๒๔๗๕ เบื้องแรกประชาธิปตัย บทเรียนในสถานการณ์เปลี่ยนผ่าน"  เพื่อเป็นการเปิดตัวหนังสือไปเมื่อวันศุกร์ที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๐ ได้มอบหมายให้สำนักพิมพ์มติชนทำหน้าที่จัดจำหน่ายราคาชุดละ ๗๐๐ บาท

 

๓.๔ งานติดตามสถานการณ์ด้านสิทธิเสรีภาพและสถานการณ์สื่อ

ในปี ๒๕๕๙ เป็นปีที่คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อและเพื่อนสื่อมวลชน ยังคงต้องทำงานภายใต้ข้อจำกัดของประกาศ คำสั่งอำนาจพิเศษ ตามมาตรา 44 ตลอดจนท่าทีและทัศนคติของนายกรัฐมนตรีที่มีต่อการทำงานของสื่อมวลชน อีกทั้งกรณีที่ คณะกรรมาธิการ(กมธ.)ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) ได้ยกร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ให้มีช่องทางที่จะให้นักการเมือง ข้าราชการ สามารถใช้อำนาจแทรกแซง ควบคุมการทำหน้าที่ของนักข่าวมืออาชีพ ผ่านสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติได้ ซึ่งเป็นการคุมสื่อแบบเบ็ดเสร็จ ขัดแย้งกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติ ที่กำหนดเอาไว้ชัดเจนว่าให้ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนย่อมมีเสรีภาพในการเสนอข่าวหรือการแสดงความคิดเห็นตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ

คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ จึงร่วมกับเพื่อนสื่อและองค์กรวิชาชีพสื่อ ประกาศจุดยืนคัดค้านทุกรูปแบบให้ถึงที่สุดต่อแนวคิดดังกล่าวของสปท.(ดูแถลงการณ์ท้ายเล่ม)

 

๔. คณะกรรมการอนุกรรมการฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์

ในปี   ๒๕๕๙  คณะอนุกรรมการฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย แบ่งงานออกเป็น ๒ กลุ่มงาน คือ

๔.๑ งานด้านสมาชิกสัมพันธ์

๔.๑.๑ กิจกรรม พิราบ Fit & Firm รุ่น ๗  ดูแลสุขภาพกายและใจ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมโครงการดูแลห่วงใย ใส่ใจสุขภาพ เพื่อสุขภาวะสื่อมวลชน  พิราบ Fit & Firm รณรงค์ดูแลด้านสุขภาพทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต   ตอน.. คนข่าว เรียนรู้เทคนิค พิชิตออฟฟิศซินโดรม วันอาทิตย์ที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๙  ณ    สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

๔.๑.๒ อบรมอาชีพเสริม “เลี้ยงไส้เดือน- จิ้งหรีด” สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยจัดอบรมอาชีพเสริม “เลี้ยงไส้เดือน- จิ้งหรีด” เพื่อให้สมาชิกได้ศึกษาขั้นตอนของการเลี้ยงไส้เดือนและจิ้งหรีด รวมทั้งแนวทางในการประกอบอาชีพเสริมด้วยการเลี้ยงไส้เดือน หรือจิ้งหรีดจำหน่าย เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๕๙    ณ Unclereefarm (การเลี้ยงไส้เดือน) และ นนท์ปวิธ ฟาร์ม จังหวัดนครปฐม (การเลี้ยงจิ้งหรีด)

๔.๑.๓ อบรมอาชีพเสริม หัวข้อ “ขายออนไลน์อย่างไร? ให้ปัง!!!”  เพื่อให้สมาชิกฯ ได้มีโอกาสเรียนรู้เทคนิคการขายสินค้าในสื่อออนไลน์อย่างมืออาชีพและสามารถใช้ในการเสนอขายสินค้าผ่านสื่อโซเซียลมีเดียช่องทางต่างๆที่ตัวเองมีอยู่ อาทิ ไลน์ หรือ เฟซบุ๊ค เพื่อเป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ โดยวิทยากรชื่อดัง สืบศักดิ์ ลิ่วลักษณ์ เจ้าของธุรกิจออนไลน์ ที่สามารถสร้างรายได้ ๑๐๐ ล้านให้กับตนเองตั้งแต่อายุไม่ถึง ๒๘  ปี  รวมทั้งการบรรยาย”เปิดประตูการเรียนรู้สู่ธุรกิจบนสื่อออนไลน์”ให้ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการทำการตลาดออนไลน์และฝึกปฏิบัติการทำอย่างไรให้สินค้าขายดีขายได้เพียงใช้โทรศัพท์เพียงเครื่องเดียว โดยนางสาวกุลชา ตั้งมหาศุกร์ นักข่าวทีเอ็นเอ็น  เมื่อวันเสาร์ที่  ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๙ ณ  อาคารซีพี ทาวเวอร์ 1 (สีลม)

๔.๑.๔  ค่ายกระจิบ กระจาบพิราบน้อยรุ่น ๑๐ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดค่ายกระจิบ กระจาบพิราบน้อยรุ่น ๑๐   ให้กับบุตร-ธิดาสมาชิกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ เวิลด์  เพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวให้สมาชิกฯและบุตรหลานได้มีโอกาสเรียนรู้และสัมผัสวิถีชีวิตสัตว์ป่าชนิดต่างๆ แบบธรรมชาติในสวนสัตว์เปิดขนาดใหญ่อย่างใกล้ชิดร่วมกัน  นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้อาหารยีราฟด้วยตัวเอง และชมโชว์ความน่ารักของสัตว์แสนรู้ เมื่อวันอาทิตย์ที่  ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

 

๔.๒ งานด้านสวัสดิการสมาชิก

๔.๒.๑ ทุนการศึกษา สมาคมฯ ได้มอบทุนการศึกษาให้กับสมาชิกสมาคมฯ โดยแบ่งเป็นทุนการศึกษาที่มอบให้กับสมาชิกสมาคมฯ และทุนการศึกษาที่มอบให้กับบุตร-ธิดา สมาชิก ดังนี้

๑) ทุนการศึกษาที่มอบให้กับบุตร-ธิดา สมาชิก สมาคมฯ แบ่งทุนการศึกษาออกเป็น ๒ ประเภท คือ ๑) ทุนส่งเสริมการศึกษา เป็นทุนแบบรายปี ๒) ทุนต่อเนื่อง เป็นทุนที่มอบให้แบบต่อเนื่องตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ -ระดับปริญญาตรี โดยได้รับการอนุเคราะห์ทุนการศึกษาจากมูลนิธิเอสซีจี ปีละ ๑๐ ทุน ปัจจุบันมีผู้รับทุนแล้ว ๙๐ คน

มีการจัดพิธีมอบทุนการศึกษาบุตร-ธิดานักข่าว เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๔ เมษายน  ๒๕๕๘ ได้แบ่งให้ทุนการศึกษาออกเป็น ๒ ประเภท  คือ ๑. ทุนส่งเสริมการศึกษา เป็นการให้ทุนแบบรายปี โดยใช้งบประมาณจากกองทุนการศึกษาเพื่อบุตร-ธิดา สมาชิกสมาคมฯ มีผู้ได้รับการอนุมัติทุนการศึกษาจำนวน ๙๕  ทุน ทุนละ ๔,๐๐๐ บาท เป็น เงิน ๓๘๐,๐๐๐ บาท และ ๒. ทุนต่อเนื่อง ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิซิเมนต์ไทย โดยในปี  ๒๕๕๙ ได้รับการสนับสนุนเพิ่มอีก ๑๐ ทุน  รวมเป็น ๙๐ ทุน

๔.๒.๒ การมอบสินไหมมรณกรรมและการร่วมเป็นเจ้าภาพงานสวดพระอภิธรรมศพ สมาคมฯได้จัดทำประกันชีวิตกลุ่มให้กับสมาชิกที่ชำระเงินค่าบำรุงประจำปีกับ บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต ในปี  ๒๕๕๙  สมาคมฯ ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพงานสวดพระอภิธรรมศพและส่งหรีดเคารพศพสมาชิกจำนวน ๔ ราย ดังนี้  ๑.นายประพันธ์  เหตระกูล (หนังสือพิมพ์เดลินิวส์) ๒.นายวิเชียร  อินจนา (วิสามัญสมาชิก) ๓.นายศานะ  ศิริลาภ (หนังสือพิมพ์เดลินิวส์) ๔.นายสมิต มานัสฤดี (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)

๔.๒.๓ การจัดทำโครงการสวัสดิการผู้ป่วยนอกร่วมกับโรงพยาบาลเอกชน เพื่อเป็นการดูแลสวัสดิการด้านสุขภาพให้กับสมาชิก สมาคมฯได้จัดทำบันทึกข้อตกลงร่วมกับโรงพยาบาลเอกชน ๒ โรงพยาบาลคือ โรงพยาบาลเวชธานีและโรงพยาบาลพญาไท โดยสมาชิกสามารถเข้ารับการรักษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายครั้งละ ๑,๕๐๐ บาท ต่อคน คนละ ๖ ครั้งต่อไป และมีนโยบายที่จะประสานความร่วมมือกับโรงพยาบาลเอกชนอื่นๆในลักษณะเดียวกันนี้ให้ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯทั้ง ๔ มุมเมือง

 

๕. คณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ

ในปี  ๒๕๕๙  คณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  แบ่งงานออกเป็น ๓กลุ่มงาน คือ

๕.๑ กลุ่มงานสร้างเครือข่ายวิชาชีพต่างประเทศ

๕.๑.๑ โครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนลาว-ไทย  ท่านสะหวันคอน ราดซะมนตรี รองรัฐมนตรีกระทรวงแถลงข่าว วัฒนธรรมและท่องเที่ยว เป็นหัวหน้าคณะนำผู้แทนสื่อมวลชนลาวรวมจำนวน ๗ มาเยือนประเทศไทย ระหว่างวันเสาร์ที่ ๒ – วันศุกร์ที่ ๘ เมษายน ๒๕๕๙

โครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนลาว-ไทยนี้ เป็นโครงการที่สลับกันเป็นเจ้าภาพต้อนรับคณะสื่อมวลชนจากแต่ละประเทศ เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างสื่อมวลชนของทั้งสองประเทศอีกทั้งยัง เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

๕.๑.๒  โครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนไทย-จีน  นายวันชัย วงศ์มีชัย นายกสมาคมเป็นหัวหน้าคณะนำผู้แทนจากสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยจำนวน ๗ คน ไปเยือนสาธารณรัฐประชนชนจีน   ตามคำเชิญของ สมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่งสาธารณรัฐประชนชนจีน ( All China Journalists Association – ACJA ) ระหว่างวันเสาร์ที่ ๑๘-วันศุกร์ที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๙  โดยไปเยือนปักกิ่ง เทียนสิน และอินเนอร์มองโกลเรีย

โครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนไทย-จีน นี้เป็นโครงการที่สลับกันเป็นเจ้าภาพต้อนรับคณะสื่อมวลชนจากแต่ละประเทศ เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อปี  ๒๕๔๒ เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างสื่อมวลชนของทั้งสองประเทศอีกทั้งยัง เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

๕.๑.๓  โครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนไทย-กัมพูชา  นายวันชัย วงศ์มีชัย นายกสมาคมเป็นหัวหน้าคณะนำผู้แทนจากสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยจำนวน ๗ คน ไปเยือนตามคำเชิญของสมาคมนักข่าวกัมพูชา Club of Cambodian Journalists)  ระหว่างวันพุธที่ ๗ ถึง วันอาทิตย์ที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๕๙  โดยเยือนพนมเปญและสีหนุวิลล์   ซึ่งนอกจากจะได้กระชับความสัมพันธ์ระหว่างสื่อมวลชนทั้งสองประเทศแล้ว ยังได้มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างกันอีกด้วย

๕.๑.๔  โครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนเวียดนาม-ไทย   Mr.Mai Duc Loc  รองประธานสมาคมนักหนังสือพิมพ์เวียดนาม (Vietnam Journalists Association) เป็นหัวหน้าคณะนำคณะสื่อมวลชนจากประเทศเวียดนามมาเยือนไทย ระหว่างวันที่จันทร์ที่ ๓ ตุลาคม ถึง วันอาทิตย์ที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๙

โครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนจีน-ไทยนี้เป็นโครงการที่สลับกันเป็นเจ้าภาพต้อนรับคณะสื่อมวลชนจากแต่ละประเทศ เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อปี  ๒๕๕๘  เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างสื่อมวลชนของทั้งสองประเทศอีกทั้งยัง เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

๕.๒ ความสัมพันธ์กับสื่อมวลชนนานาชาติ

๕.๒.๑ SEAPA หรือ สมาคมสื่อมวลชนแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ที่ปรึกษาสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ทำหน้าที่เป็นเหรัญญิก

๕.๒.๒ IFEX - International Freedom of Expression Exchange สมาคมฯเป็นสมาชิกของ IFEX มีการเข้าร่วมประชุมใหญ่ทุกปี

๕.๒.๓  สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  นายเทพชัย  หย่อง นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เป็นประธานสมาพันธ์ฯ  มีนายวันชัย วงศ์มีชัย นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เป็นรองประธานคนที่ ๑   นางสาวนิภาวรรณ แก้วรากมุกข์  เลขาธิการ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เป็นเลขาธิการสมาพันธ์ฯ

๕.๓. กลุ่มงานพัฒนาศักยภาพนักข่าว ในปี ๒๕๕๙   คณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ สมาคมฯ ได้จัดการอบรมขึ้น ๒ หลักสูตร

๕.๓.๑ อบรมความรู้พื้นฐานภาษาเมียนมาร์สำหรับสื่อมวลชน  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดอบรมหลักสูตรความรู้พื้นฐานภาษาเมียนมาร์สำหรับสื่อมวลชนขึ้นระหว่างวันอาทิตย์ที่ ๓ กรกฎาคม  – วันอาทิตย์ที่  ๑๘ กันยายน  ๒๕๖๐    โดยมีเวลาเรียนรวม ๓๐ ชั่วโมง ภายในระยะเวลา ๑๐ สัปดาห์ เน้นทักษะการอ่านและการสนทนา สอนโดยอาจารย์พิสิฐ  อำนวยเงินตรา หัวหน้าสาขาวิชาภาษาอาเซียน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำหรับผู้เข้าร่วมอบรมที่จบหลักสูตรและผ่านการสอบวัดผลที่ได้คะแนนสูงสุด ๒ คน และได้รับทุนเดินทางไปศึกษาดูงานและปฏิบัติงานข่าวในองค์กรสื่อมวลชนในประเทศเมียนมาร์ เป็นระยะเวลา ๗  วัน  ได้แก่ นางสาวทิพย์สุดา ชาดี ผู้สื่อข่าว สถานีโทรทัศน์ช่อง ๙  ศึกษาดูงานและปฏิบัติงานข่าว ณ  Central News Bureau  และนางสาวพัชร์สุรางค์  เดชาพุทธรังสี  ผู้สื่อข่าวเนชั่นทีวี  ศึกษาดูงานและปฏิบัติงานข่าว ณ Democratic Voice of Burma (DVB)  กรุงย่างกุ้ง สหภาพเมียนมาร์ โดยสมาคมฯจะรับผิดชอบค่าที่พัก ค่าเดินทางและเบี้ยเลี้ยงให้  โดยมีครูผู้สอนเป็นชาวเมียนมาร์จากมูลนิธิมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน  จำนวน ๒ คน ได้แก่ครูสุรชัย  มินทุน   Min Tun  และครูยีมอนอู  Yee Mon Oo

 

๕.๓.๒ การอบรมหลักสูตร “ความรู้เรื่องการเป็นประชาคมอาเซียน รุ่นที่ ๕  :วัฒนธรรมอันหลากหลายกับข้อท้าทายอัตลักษณ์อาเซียน”” สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดการอบรมขึ้นเพื่อเป็นการให้ความรู้ความเข้าใจแก่สื่อมวลชนถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในและนอกภูมิภาค ภายหลังการเปิดประชาคมอาเซียน ในด้านการเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคมและวัฒนธรรม  และสนับสนุนและส่งเสริมให้สื่อมวลชนที่สนใจมีโอกาสได้ศึกษาค้นคว้า ผลิตและเผยแพร่ผลงานในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความเปลี่ยนแปลงที่ิเกิดขึ้นภายในและนอกภูมิภาค อันเนื่องมาจากการเปิดประชาคมอาเซียน  แบ่งการอบรมออกเป็น ๒ ส่วนคือ ภาคทฤษฎี (ฟังบรรยาย/อภิปราย/การสรุปโครงการและพิธีปิดการอบรมเป็นเวลา ๕ วัน) และการศึกษาดูงานต่างประเทศ  (แบ่งเป็น ๔ เส้นทาง เส้นทางละ ๓ วัน ได้แก่ ๑.บรูไนดารุสซาลาม   ๒.สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ๓.สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ และ ๔. สาธารณรัฐสิงคโปร์) รวมระยะเวลาการอบรมทั้งสิ้น ๘ วัน

ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท เมืองไทยประกันชีวิตจำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

๕.๓.๓ อบรมความรู้พื้นฐานภาษาไทยสำหรับสื่อมวลชนกัมพูชา สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยร่วมกับสมาคมนักข่าวกัมพูชา (Club of Cambodian Journalists: CCJ)  จัดอบรมความรู้พื้นฐานภาษาไทยสำหรับสื่อมวลชนกัมพูชา โดยจะเรียนทั้งสิ้น ๑๐ สัปดาห์ รวม ๓๐ ชั่วโมง ระหว่างวันเสาร์ที่ ๔ กุมภาพันธ์ ถึง ๘ เมษายน ๒๕๖๐ และจะมีการทดสอบหาผู้ที่ได้รับคะแนนดีที่สุด ๒ คน เพื่อรับทุนมาฝึกปฏิบัติงานกับองค์กรสื่อในประเทศไทยเป็นเวลา ๗ วัน สนับสนุนงบประมาณโดย เอสซีจี ครูผู้สอนคือนายจันดารา ดวง (ชาวกัมพูชา)

๕.๓.๔ อบรมความรู้พื้นฐานภาษาเวียดนามสำหรับสื่อมวลชน  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดอบรมหลักสูตรความรู้พื้นฐานภาษาเวียดนามสำหรับสื่อมวลชนขึ้นระหว่างวันอาทิตย์ที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ – วันอาทิตย์ที่  ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๐    โดยมีเวลาเรียนรวม ๓๐ ชั่วโมง ภายในระยะเวลา ๑๐ สัปดาห์ เน้นทักษะการอ่านและการสนทนา สอนโดยอาจารย์พิสิฐ  อำนวยเงินตรา หัวหน้าสาขาวิชาภาษาอาเซียน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำหรับผู้เข้าร่วมอบรมที่จบหลักสูตรและผ่านการสอบวัดผลที่ได้คะแนนสูงสุด ๒ คน จะได้รับทุนเดินทางไปศึกษาดูงานและปฏิบัติงานข่าวในองค์กรสื่อมวลชนในประเทศเวียดนามเป็นระยะเวลา ๗  วัน  โดยสมาคมฯจะรับผิดชอบค่าที่พัก ค่าเดินทางและเบี้ยเลี้ยงให้

 

๖. คณะกรรมการอนุกรรมการฝ่ายเลขานุการ

ในปี ๒๕๕๙  คณะอนุกรรมการฝ่ายเลขานุการ สมาคมฯ  ได้จัดกิจกรรมต่างๆ ทั้งที่เป็นการประสานความร่วมมือกับองค์กรวิชาชีพสื่อและกิจกรรมที่ประสานความร่วมมือกับองค์กรภายนอก ดังนี้

๖.๑ งานด้านการระดมทุน

๖.๑.๑ ดินเนอร์ทอล์ค สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดงานดินเนอร์ทอล์คขึ้นเป็นประจำในวันที่ ๕ มีนาคมของทุกปีมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๙  งานดินเนอร์ทอล์คประจำปี ๒๕๕๙ จัดเมื่อวันเสาร์ที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๘   ณ  ณ ห้องภาณุรังษี  โรงแรมรอยัลริเวอร์  เชิงสะพานซังฮี้ ฝั่งธนบุรี   มีการปาฐกถา “ส่องโลก มองไทย การปรับตัวในสถานการณ์ท้าทาย”  โดยดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ ประธานสถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทยและอดีตเลขาธิการอาเซียน

๖.๑.๒ หนังสือวันนักข่าว สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดทำหนังสือวันนักข่าว ซึ่งเป็นหนังสือรายงานประจำปีเผยแพร่ทุกวันที่ ๔ มีนาคม นอกจากจะเป็นการรายงานผลการดำเนินกิจกรรมต่างๆของสมาคมฯแล้ว ยังได้รวบรวมผลการประกวดข่าวประเภทต่างๆของสมาคมฯเอาไว้ด้วย สมาคมฯได้มอบหมายให้บริษัท นักทุ่งเที่ยว จำกัด เป็นผู้ดำเนินการการจัดหาโฆษณา

 

๖.๒ งานด้านการบริหารจัดการ

๖.๒.๑ การบริหารบัญชีเงินฝาก สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย มีกองทุนต่างๆอยู่จำนวน ๖ กองทุน ประกอบด้วย ๑.กองทุน ๖๐ ปี สมาคม ๒. กองทุนเพื่อสิทธิเสรีภาพสื่อ  ๓.กองทุนส่งเสริมจรรยาบรรณ ๔.กองทุนเหยี่ยวปีกหัก  ๕.กองทุนการศึกษาบุตรธิดานักข่าว และ ๖.กองทุนเงินสะสมพนักงาน เพื่อให้มีรายได้เพิ่มเติมจากแต่ละกองทุน จึงได้มีการบริหารกองทุน โดยการจัดสรรงบประมาณไปซื้อสลากออมสินและพันธบัตรที่มีความมั่นคง

 

๖.๒.๒ ปรับปรุงระบบบัญชีสมาคมฯ  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  ได้ว่าจ้างสํานักงาน เอ็นแอนดเค การบัญชีและตรวจสอบ วางระบบบัญชีและจัดทำบัญชีของสมาคมฯ เพื่อประสิทธิภาพในการบริหารงาน

 

๖.๓ โครงการบริจาคโลหิต  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  จัดกิจกรรมการบริจาคโลหิตขึ้นเป็นประจำทุกหกเดือน  โดยในปี ๒๕๕๙  จัดเมื่อวันพุธที่ ๑๒ ตุลาคม  ๒๕๕๙ (ครั้งที่ ๕) และเมื่อวันพุธที่  ๒๕ มกราคม ๒๕๖๐ (ครั้งที่ ๖)   เพื่อเป็นการบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล ครบกำหนดศตมวาร (๑๐๐ วัน) พระบาทสมเด็จปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร  ณ สภากาชาดไทย

๖.๔ รวมใจคนสื่อน้อมเกล้าฯ แสดงความอาลัยถวาย “พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙”  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  ร่วมกับ ๓๐ องค์กรวิชาสื่อ จัดกิจกรรม รวมใจคนสื่อน้อมเกล้าฯ แสดงความอาลัยถวาย “พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙” เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๙  ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อวงการสื่อมวลชนไทยอย่างใหญ่หลวง

 

แม้สถานการณ์สื่อ จะอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบากทั้งจากสภาพทางธุรกิจของสื่อ และต้องเผชิญกับความพยายามเข้ามาควบคุม”สื่อ”ผ่านขบวนการที่อ้างว่าเป็นการ”ปฏิรูป”โดยอำนาจรัฐ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ยังคงยืนหยัดที่จะร่วมมือกับองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนต่างๆในการที่จะหาทาง”ปฏิรูปสื่อ”กันเอง เพื่อให้วิชาชีพสื่อ คนข่าว คนสื่อได้ทำหน้าที่บนหลักการที่ถูกต้อง โดยเฉพาะการทำหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ของส่วนร่วม ตามที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เคยพระราชทานแนวทางไว้ และหวังว่าเพื่อนพ้องน้องพี่คนข่าว คนสื่อจะร่วมมือกัน”ปฏิรูป”ด้วยมือของพวกเรากันเอง

ขอเป็นกำลังใจให้คนข่าว-คนสื่อที่แท้จริง ที่จะร่วมกันจรรโลงวงการสื่อมวลชนต่อไป แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่มืดมิดเพียงใดก็ตาม

]]>
peerapat_d@hotmail.com (กองบรรณาธิการเว็บ) รายงานกิจกรรมสมาคมฯ Tue, 14 Mar 2017 04:43:12 +0000
รายงานกิจกรรม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมัยที่ ๑๖/๒๕๕๘ http://tja.or.th/about-us/2011-04-20-11-43-08/3949-2016-03-17-02-59-02 http://tja.or.th/about-us/2011-04-20-11-43-08/3949-2016-03-17-02-59-02 รายงานกิจกรรม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมัยที่ ๑๖

คณะกรรมการบริหาร สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมัยที่ ๑๖ ซึ่งดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๘ – ๔ มีนาคม ๒๕๕๙  ได้ร่วมกันกำหนดเป้าหมายในการดำเนินไว้ภายใต้แนวคิด “ปฏิวัติคนข่าว อภิวัฒน์สื่อ” โดยมุ่งหวังให้  “คนข่าว” ต้องปรับตัวเป็นคนข่าวที่มีคุณภาพ มีจิตวิญญาณของคนข่าว ต้องพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง มีองค์ความรู้รอบตัว ต้องมีสวัสดิการที่เหมาะสม และรักษาไว้ซึ่งศักดิ์ศรีความเป็นสื่อมวลชนมีเป้าหมายในการทำหน้าที่สื่อมวลชนเพื่อรักษาไว้ซึ่งความถูกต้องและผลประโยชน์สาธารณะ โดยได้กำหนดการยุทธศาสตรฬนการทำงานไว้ ๕ ยุทธศาสตร์ คือ  ๑.สิทธิเสรีภาพสื่อ ๒. พัฒนาศักยภาพนักข่าว ๓.ดูแลสวัสดิการ ส่งเสริมสวัสดิภาพ กระชับความสัมพันธ์กับนักข่าว ๔. สร้างภาคีสื่อและเครือข่ายในการขับเคลื่อนเพื่อหาทางออกในปัญหาสังคม และ ๕. หาทุนเพื่อรองรับยุทธศาสตร์ข้างต้น

ในปี ๒๕๕๘  คณะกรรมการบริหาร สมาคมฯ  ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการฝ่ายต่างๆ ทำหน้าที่ในการดำเนินกิจกรรมตามยุทธศาสตร์ข้างต้น  โดยแบ่งออกเป็น ๖ คณะอนุกรรมการ ดังนี้

๑) คณะอนุกรรมการฝ่ายพิจารณาบทบาทสมาคมในสถานการณ์เร่งด่วน

๒) คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ

๓) คณะอนุกรรมการฝ่ายวิชาการ

๔) คณะอนุกรรมการฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์

๕) คณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ

๖) คณะกรรมการอนุกรรมการฝ่ายเลขานุการ

 

๑. คณะอนุกรรมการฝ่ายพิจารณาบทบาทสมาคมในสถานการณ์เร่งด่วน

คณะอนุกรรมการ ชุดนี้จะทำหน้าที่ในการรวบรวมทั้งความเห็นและข้อเสนอต่างๆ จากบุคคลและองค์กรที่เกี่ยวข้องในการนำมาพิจารณาบทบาทสมาคมฯ ในสถานการณ์เร่งด่วน ทั้งในรูปแบบของการออกแถลงการณ์, การออกจดหมายเปิดผนึก และการเผยแพร่คำชี้แจงในเรื่องต่างๆ รวมทั้งทำความเข้าใจและสื่อสารกับสังคมในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ต่างๆ ของสื่อ (ดูเอกสารแถลงการณ์ในเล่ม)

 

๒. คณะอนุกรรมการฝ่ายวิชาการ

ในปี ๒๕๕๘  คณะอนุกรรมการฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ แบ่งงานออกเป็น ๕  กลุ่มงาน คือ

๒.๑. ด้านการอบรม สมาคมฯ ได้จัดทำโครงการด้านการฝึกอบรมจำนวน ๓ หลักสูตร คือ

๒.๑.๑ การอบรมเชิงปฏิบัติการนักข่าว ประจำปี ๒๕๕๘ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ๔สถาบันอิศรา จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการนักข่าว ประจำปี ๒๕๕๘  ขึ้นระหว่าง วันศุกร์ที่ ๒๔ ถึงวันอาทิตย์ที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๘  ณ ชลพฤกษ์ รีสอร์ท จังหวัดนครนายก  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบุคลากรในวิชาชีพสื่อมวลชน โดยเชิญวิทยากรผู้มีประสบการณ์และได้รับการยอมรับจากกลุ่มวิชาชีพและผู้แทนจากกลุ่มนักวิชาการเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถ่ายทอดทักษะและปลูกฝังจริยธรรมให้กับผู้สื่อข่าวที่เข้ารับการอบรม มีนักข่าวเข้าร่วมการอบรมจำนวน ๓๐  คน  ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ผ่านทางสถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย

หัวข้อการอบรมประกอบด้วย  กรณีศึกษา ข่าวสืบสวน รางวัลอิศรา อมันตกุล การต่อยอดประเด็นข่าว ด้วยการทำ Mind Map การสืบค้นข้อมูลและจริยธรรม เทคนิคการสัมภาษณ์ และ เทคนิคการเล่าเรื่องผ่านแพลทฟอร์ม ต่างๆ

 

๒.๑.๒ การอบรมเชิงปฏิบัติการนักข่าวพิราบน้อยรุ่น ๑๘ เป็นโครงการต่อเนื่องจัดขึ้นเป็นปีที่ ๑๘ ซึ่งหากนับถึงปัจจุบันมีนักศึกษาที่ผ่านการอบรมกว่า ๑,๐๐๐ คนแล้ว มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาวิชาชีพสื่อสารมวลชนด้านสิ่งพิมพ์  (Professional Development) ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมในวิชาชีพ (Ethics Responsibility)  และแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในฐานะองค์กรเพื่อสังคม (Organizational Social Responsibility) ซึ่งนักศึกษาที่เข้าร่วมอบรมได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทั้งกับเพื่อนนักศึกษาจากต่างสถาบันและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักข่าวรุ่นพี่ที่ทำงานทั้งในภาคสนาม และในส่วนของผู้บริหารงานข่าว อันเป็นการเตรียมพร้อมในการเข้าสู่วิชาชีพ นอกจากนี้ยังเป็นกระบวนการปลูกฝังอุดมคติให้กับนักศึกษาด้วย ในรุ่นที่ ๑๘  มีนักศึกษาที่เรียนด้านหนังสือพิมพ์จากสถาบันอุดมศึกษาจากทั่วประเทศเข้าร่วมอบรมจำนวน ๖๙  คน จาก  ๓๐  สถาบัน จัดอบรมระหว่างวันพฤหัสบดีที่  ๒๙ ตุลาคม  – วันอาทิตย์ที่ ๑ พฤศจิกายน  ๒๕๕๘    ณ ชลพฤกษ์ รีสอร์ท จังหวัดนครนายก   ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากบริษัท ทรู คอปอร์เรชั่น จำกัด มหาชน

 

ในการอบรมครั้งนี้ได้เพิ่มกระบวนการฝึกฝนนักศึกษาในการเขียนข่าวเพิ่มขึ้นอีกขั้นตอนหนึ่ง โดยนักศึกษาทุกคนจะ ต้องส่งผลงานข่าวเข้าร่วมโครงการ TJA  Cyber Reporter อย่างน้อยคนละ ๒  ชิ้นงาน และจะมีการประกาศผลรางวัลในวันที่ ศุกร์ที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๙

 

๒.๑.๓  การอบรมเชิงปฏิบัติการ “เทคนิคการจัดรายการวิทยุอย่างสร้างสรรค์ภายใต้กรอบจริยธรรม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยร่วมกับคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ  “เทคนิคการจัดรายการวิทยุอย่างสร้างสรรค์ภายใต้กรอบจริยธรรม”    โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับนักข่าวทั่วไปในสื่อประเภทต่างๆ ที่สนใจต้องการพัฒนาทักษะการจัดรายการวิทยุ หรือนักจัดรายการวิทยุรุ่นใหม่ที่สนใจพัฒนาตนเองเพื่อสามารถจัดรายการวิทยุอย่างสร้างสรรค์ภายใต้กรอบจริยธรรม เป็นเวทีแสดงความคิดเห็นแลกเปลี่ยนประสบการณ์เรียนรู้ซึ่งกันและกันในการผลิตรายการวิทยุ และพัฒนาทักษะการถ่ายทอดข่าวสารหรือการสื่อสารไปยังผู้ฟังอย่างมีประสิทธิภาพ  เพื่อสร้างทัศนคติและความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสาธารณชน  เพื่อสร้างภาคีเครือข่ายนักจัดรายการวิทยุให้เข้มแข็งขึ้น  และฝึกปฏิบัติจริงหลังจากผ่านการอบรม จัดระหว่างวันเสาร์ที่ ๑๔– วันอาทิตย์ที่ ๑๕ พฤศจิกายน  ๒๕๕๘     ณ  คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชั้น ๑๐ มีสื่อมวลชนเข้าร่วมอบรมจำนวน ๒๑ คน

โดยเนื้อหาในการอบรมประกอบด้วย  ๑. คุณสมบัติการเป็นนักจัดรายการวิทยุที่ดีและประสบความสำเร็จ       ๒. เทคนิคการจัดรายการวิทยุในรูปแบบต่าง ๆ   ๓.บอกเล่าประสบการณ์มาตราฐานนักจัดรายการวิทยุ    ๔.การเขียนบทวิทยุ     ๕. ทักษะการจัดรายการพูดคุย (Straight Talk) และสนทนา และ  ๖. ฝึกปฏิบัติจริง ผลิตรายการ

ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ผ่านทางสถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย

 

๒.๒ กลุ่มงานเสวนาและสื่อสารสาธารณะ ได้มีการจัดทำโครงการในกลุ่มงานเสวนาและสื่อสารสาธารณะ จำนวน ๓ กิจกรรม ดังนี้

๒.๒.๑ ราชดำเนินเสวนา เป็นโครงการที่ดำเนินงานต่อเนื่องมาเป็นปีที่ ๑๗  ซึ่งเป็นความริเริ่มจากสมัยที่นายกวี จงกิจถาวร เป็นนายก สมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย (พ.ศ. ๒๕๔๒) มีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพการทำงานข่าวให้มีคุณภาพและอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง  โดยมีการเชิญแหล่งข่าวมาพบปะพูดคุยและตอบคำถามนักข่าว เพื่อเป็นการสร้างความรู้ ความเข้าใจ ระหว่างนักข่าวกับแหล่งข่าวในประเด็นต่าง ๆ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม

ในปี พ.ศ.  ๒๕๕๘  ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม สุขภาพ(สสส.) ผ่านทางสถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย  ได้จัดราชดำเนินเสวนาไปจำนวน ๗ ครั้ง สามารถติดตามเนื้อหาราชดำเนินเสวนาได้ที่ www.tja.or.th

 

๒.๒.๒. รายการวิทยุช่วยกันคิดทิศทางข่าว เป็นความร่วมมือระหว่างสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กับสำนักข่าวไทยและบริษัท อสมท. จำกัด มหาชน ออกอากาศทางสถานีวิทยุ อสมท.  FM ๑๐๐.๕ Mhz ทุกวันอาทิตย์เวลา ๑๑.๐๐-๑๒.๐๐น. เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นักข่าวรุ่นใหม่ได้เข้ามาร่วมกิจกรรมกับสมาคมฯ รวมทั้งเป็นเวทีในการสื่อสารเรื่องราวที่เกี่ยวกับสื่อมวลชนให้สาธารณชนได้ รับทราบ รวมทั้งการวิเคราะห์ถึงทิศทางข่าวในสัปดาห์ต่อไป โดยเน้นความหลากหลายของประเด็นข่าว ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม การต่างประเทศ และอื่นๆที่เป็นประเด็นร้อนในขณะนั้น

 

สำหรับนักจัดรายการประจำปี  ๒๕๕๘  มีจำนวน ๑๓  คนคือ ๑.นางสาวณัฐินี  จันทร์เอียด (ฐานเศรษฐกิจ) ๒. นายณัฐวุฒิ  กรัณยโสภณ  (ประชาชาติ)  ๓.นายอานุภาพ  เงินกระแชง (ไทยรัฐ) ๔.นางสาวดารากาญจน์  ทองลิ่ม (สำนักข่าวไทย อสทม.) ๕. นางสาวนันทพร  ทาวะระ (ไทยรัฐทีวี) ๖.นายสิทธิชน  กลิ่มหอมอ่อน (แนวหน้า) ๗.นายราม อินทรวิจิตร (นักข่าวอิสระ) ๘.นางสาวดารินทร์  หอวัฒนกุล (ไทยรัฐทีวี) ๙. นางสาวรัชดาภรณ์  ม่วงทำ (สปริงนิวส์)  ๑๐. นายจีรพงษ์  ประเสริฐพลกรัง (สำนักข่าวเนชั่น) ๑๑.นายวรพล กิตติรัตวรางกูล (ไทยโพสต์) ๑๒.นางสาวเลอลักษณ์ จันทร์เทพ (โพสต์ทูเดย์) และ ๑๓.นางสาวประนอม บุญล้ำ (ทีเอ็นเอ็น)

ติดตามฟังรายการวิทยุย้อนหลังได้ที่  www.tja.or.th

 

๒.๒.๓ www.tja.or.th เป็นเวบไซต์ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมข่าวสารต่างๆ ของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ทั้งประชาสัมพันธ์กิจกรรม,รายงานกิจกรรม,กฎหมายที่เกี่ยวข้อง,ประวัติความ เป็นมา จุดยืนและท่าทีของสมาคมฯต่อสถานการณ์ต่างๆของบ้านเมือง รวมทั้งการบันทึกผลงานข่าวที่ได้รับรางวัลประเภทต่างๆ  และเป็นชุมชนออนไลน์ของนักวิชาการและวิชาชีพสื่อสารมวลชน ในการแลกเปลี่ยนทัศนะของนักวิชาการและนักวิชาชีพด้านสื่อสารมวลชน และนำเสนอข่าวสารความเคลื่อนไหวในแวดวงสื่อสารมวลชน

 

๒.๓ กลุ่มงานหนังสือ ในปี   ๒๕๕๘ ฝ่ายวิชาการ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้จัดทำหนังสือรวม ๒  เล่ม ดังนี้

๒.๓.๑ จุลสารราชดำเนิน ในปี ๒๕๕๘  สมาคมฯ ได้จัดทำวารสารราชดำเนินโดยออกเป็นรายสามเดือนจำนวน ๒   ฉบับ

ฉบับที่ ๒๙ เนื้อหาหลักคือ  “Marketing is King”  มีนายธนวัฒน์ เพชรล่อเหลียน  เป็นบรรณาธิการ และฉบับ ๓๐ เนื้อหาหลักคือ “อนาคตสื่อไทยบนเส้นทาง (แพร่ง) สายปฏิรูป”   มีนายมานพ ทิพย์โอสถ  เป็นบรรณาธิการ

อ่านเนื้อหาจุลสารราชดำเนินฉบับย้อนหลังได้ที่ www.tja.or.th

 

๒.๓.๒ หนังสือวันนักข่าว “สนามข่าวที่ไร้การแข่งขัน ” หนังสือวันนักข่าวเป็นหนังสือรายงานประจำปีที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการข่าวและหนังสือพิมพ์  ตลอดจนรายงานกิจกรรมของสมาคม  และทำเนียบรายชื่อนักข่าวจากหนังสือพิมพ์ทุกฉบับที่เป็นสมาชิกสมาคม  เนื้อหาหลักในปีนี้เน้นเรื่อง  ““สนามข่าวที่ไร้การแข่งขัน ” มีนางสาว น.รินี เรืองหนู เป็นบรรณาธิการ มีการแจกจ่ายหนังสือวันนักข่าวถึงมือสมาชิก สมาคมฯ ในวันที่ ๔ มีนาคม  ๒๕๕๙  ซึ่งเป็นวันประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสมาคมฯ

 

๒.๔. กลุ่มงานเครือข่ายวิชาการและวิชาชีพสื่อมวลชน เป็น เครือข่ายที่นักวิชาการและนักวิชาชีพสื่อสารมวลชนร่วมกันก่อตั้งขึ้นเพื่อ เป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน โดยในปี ๒๕๕๘ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม ๒ กิจกรรม ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม สุขภาพ(สสส.) ผ่านทางสถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย  ดังนี้

 

๒.๔.๑ ห้องเรียนสาธารณะ เป็นกิจกรรมที่เน้นการถ่ายทอดความรู้ และเทคนิค ทางวิชาชีพสื่อมวลชน แก่นักศึกษาจากสถาบันต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เกิดกระบวนการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ และเป็นแรงจูงใจในการกระตุ้นให้นิสิต นักศึกษาด้านนิเทศศาสตร์ เข้ามาทำงานสื่ออย่างเป็นระบบภายใต้กรอบการทำงานเชิงวิชาการ และเป็นการร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ระหว่างนิสิต นักวิชาการ ภาคประชาสังคม และนักวิชาชีพสื่อทั้งระดับประเทศและท้องถิ่น โดยในปี ๒๕๕๘ จัดกิจกรรมหัวข้อ "นักข่าว Gen Zใส่ใจจริยธรรม " ร่วมกับ ๒  สถาบันการศึกษาได้แก่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี  (๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๘) และมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙)

๒.๔.๒ ประชุมเครือข่ายนักวิชาการและวิชาชีพสื่อมวลชน เป็นเครือข่ายที่นักวิชาการและนักวิชาชีพสื่อสารมวลชนร่วมกันก่อตั้งขึ้นเพื่อ เป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างและประสบการณ์ระหว่างด้านวิชาชีพและวิชาการด้านสื่อสารมวลชน โดยนำเอาประเด็นทางวิชาการและวิชาชีพสื่อสารมวลชนที่น่าสนใจและมีผลกระทบต่อ ประโยชน์สาธารณะมาแลกเปลี่ยนกัน ภายใต้การจัดสัมมนายุทธศาสตร์วารศาสตร์แห่งอนาคต  โดยในปี ๒๕๕๘ จัด ๓ ครั้ง ดังนี้

สัมมนายุทธศาสตร์เพื่ออนาคตวารสารศาสตร์ ครั้งที่ ๙  จัดร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม หัวข้อ “ปฏิวัติคนข่าว: ทิศทางการพัฒนาบุคลากรสื่อ”   (๓ เมษายน ๒๕๕๘)  สัมมนายุทธศาสตร์เพื่ออนาคตวารสารศาสตร์ ครั้งที่ ๑๐ จัดร่วมกับมหาวิทยาลัยรังสิต หัวข้อ  “ปฏิวัติคนข่าว ทุน-อุดมการณ์ การปรับตัวของนักนิเทศศาสตร์ยุคดิจิทัล” (๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๘)    และครั้งที่ ๑๑ จัดร่วมกับ ณ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หัวข้อ ‘ถอดบทเรียนคอนเวอร์เจ้นท์ จากอดีต สู่อนาคต (๒๗  พฤศจิกายน ๒๕๕๘)

 

๒.๕. กลุ่มงานประกวดข่าว

๒.๕.๑ การประกวดรางวัลอิศรา อมันตกุล ประเภทข่าวและภาพข่าวยอดเยี่ยม ประจำปี ๒๕๕๘ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  ได้รับมอบหมายจากมูลนิธิอิศรา อมันตกุล ให้ดำเนินการจัดการประกวดข่าวและภาพข่าวยอดเยี่ยม รางวัลอิศรา อมันตกุล เพื่อเป็นการรำลึกถึงนายอิศรา อมันตกุล นายกสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทยคนแรกและนักหนังสือพิมพ์ผู้ปฏิบัติหน้าที่ภาย ใต้กรอบจริยธรรม โดยดำเนินการจัดการประกวดมาตั้งแต่ ปี ๒๕๑๕ สำหรับในปี ๒๕๕๗ มีผลงานงานข่าวส่งเข้าประกวดรางวัลอิศรา อมันตกุล ประเภทข่าวยอดเยี่ยมจำนวน ๑๐ ข่าว จากหนังสือพิมพ์ ๔  ฉบับ และส่งผลงานภาพข่าวเข้าประกวดรางวัลอิศรา อมันตกุล ประเภทภาพข่าวยอดเยี่ยมจำนวน  ๗๖ ภาพ จากหนังสือพิมพ์  ๑๐ ฉบับ

 

๒.๕.๒ การประกวดรางวัลข่าวอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดีเด่น ประจำปี ๒๕๕๘ ของ ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมฯ ได้มอบหมายให้ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมเป็นผู้ดำเนินการจัดการประกวด ข่าวอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดีเด่น ซึ่งจัดการประกวดมาตั้งแต่ปี  ๒๕๓๒ สำหรับในปี ๒๕๕๘ มีผลงานข่าวส่งเข้าประกวดจำนวน ๙ ข่าว จากหนังสือพิมพ์ ๔ ฉบับ

 

๒.๕.๓ การประกวดรางวัลพิราบน้อย ประจำปี ๒๕๕๘ เป็นการประกวดผลงานฝึกปฏิบัติของนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาที่มีการทำ หนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ โดยแบ่งการประกวดออกเป็น ๒ รางวัล ๕ ประเภท คือ รางวัลพิราบน้อย ประกอบด้วย  ๑.ประเภทหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ ๒. ประเภทข่าวฝึกปฏิบัติ ๓.ประเภทข่าวสิ่งแวดล้อมฝึกปฏิบัติ ๔.ประเภทข่าวออนไลน์ฝึกปฏิบัติ และรางวัลริต้า ปาติยะเสวี คือประเภทสารคดีเชิงข่าวฝึกปฏิบัติ  เริ่มจัดการประกวดตั้งแต่ปี พ.ศ.   ๒๕๓๖ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการจัดทำหนังสือพิมพ์และการทำข่าวของ นิสิตนักศึกษาวิชานิเทศศาสตร์ และวารสารศาสตร์  ในสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถาบันการศึกษา  กับสมาคมฯ    ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก บริษัท ทรู คอปอร์เรชั่น จำกัด มหาชน ในปี ๒๕๕๘ มีผลงานส่งเข้าประกวดดังนี้ ๑. หนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ ๑๔ ฉบับ ๒. ข่าวฝึกปฏิบัติ ๓๗ ข่าว ๓. ข่าวสิ่งแวดล้อม ๒๖ ข่าว ๔. ข่าวออนไลน์ ๑๗ ข่าว  และ ๕. สารคดีเชิงข่าว ๒๕ ชิ้น

 

 

๓. คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ

ในปี  ๒๕๕๘  คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ ดำเนินงานภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อทำหน้าที่ในการส่งเสริมส่งเสริมและปกป้องมีสิทธิเสรีเสรีภาพของสื่อมวลชน โดยนักข่าวจะต้องมีอิสรภาพ เสรีภาพ ในการทำงาน ไม่ถูกคุกคาม แทรกแซงทั้งจากกลุ่มทุน รัฐ และผู้มีอิทธิพล  โดยมีกิจกรรมดังนี้

๓.๑ งานรณรงค์เพื่อสิทธิเสรีภาพสื่อ

๓.๑.๑. โครงการฉลองวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก (World Press Freedom Day – ๓ MAY) เป็นโครงการต่อเนื่องที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกวันที่ ๓ พฤษภาคม เนื่องจากเป็นวันที่องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก้ ได้เสนอให้สมัชชาใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติประกาศให้วันที่ ๓ พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก เพื่อย้ำเจตนารมณ์และหลักการที่เป็นพื้นฐานของเสรีภาพสื่อมวลชนทั่วโลก ซึ่งก็คือเสรีภาพในการแสดงออก  ตั้งแต่เมื่อปี  ๒๕๔๓  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ก็ได้ร่วมกับสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และเครือข่ายส่งเสริมสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในเอเชียอาคเนย์ จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในโอกาสดังกล่าวมาโดยตลอด

ในปี ๒๕๕๘  สมาคมฯ ร่วมกับสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ และสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก (World Press Freedom Day) ซึ่งตรงกับวันที่ ๓ พฤษภาคมของทุกปี เพื่อเป็นการร่วมกันปลุกจิตสำนึก พิจารณาพัฒนาข้อคิดข้อเสนอต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเสรีภาพในการแสดงออกของสื่อมวลชน รวมทั้งการสร้างความตระหนักในสังคมถึงความสำคัญของเสรีภาพสื่อ ซึ่งคือเสรีภาพของประชาชน โดยการจัดเสวนาหัวข้อ  “สื่อไทยในสถานการณ์เปลี่ยนผ่าน;เสรีภาพหรือครอบงำ”  และบรรดาสื่อมวลชนภาคสนามและผู้ประกาศข่าวของสถานีโทรทัศน์ร่วมกันสวมเสื้อรณรงค์“เสรีภาพ บนความรับผิดชอบ” ซึ่งเป็นเสื้อคอปกสีน้ำตาล ปักตราสัญลักษณ์สีส้ม

 

๓.๑.๒ สนับสนุนการดำเนินการของสหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย เพื่อเป็นกลไกในการ ขับเคลื่อนด้าน สวัสดิการนักข่าว โดยได้มีการจัดเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การจัดสวัสดิการสื่อ โดยได้มีการจดทะเบียนจัดตั้งเป็นสหภาพแรงงานเลขทะเบียนที่ กธ.๑๑๑๔  เมื่อ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๕ โดยมีนายสุเมธ สมคะเน หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เป็นประธานก่อตั้ง  และได้มีการประชุมใหญ่เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการ สหภาพชุดที่ ๒  เมื่อ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ มีนายสุเมธ สมคะเน หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ดำรงตำแหน่งเป็นประธานสหภาพฯต่อ

๓.๒ งานส่งเสริมทักษะวิชาชีพข่าว ในปี ๒๕๕๘ คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพสื่อและการปฏิรูปสื่อ  สมาคมฯ ได้จัดการอบรมขึ้น ๒ หลักสูตร

 

๓.๒.๑ การอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “การรายงานข่าวในสถานการณ์ความขัดแย้ง รุ่น ๖ (Safety Training for Thai Journalists)” สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การรายงานข่าวในสถานการณ์ความรุนแรง (Safety Training)”  ขึ้นเพื่อให้ผู้สื่อข่าวและช่างภาพจากสื่อหนังสือพิมพ์  สถานีโทรทัศน์และวิทยุ  ได้เรียนรู้เรื่องการทำข่าวอย่างปลอดภัยในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยง โดยเนื้อหาการอบรมประกอบด้วย ๑. การเตรียมตัวและวางแผนก่อนลงพื้นที่ปฏิบัติงานข่าว ๒. การเข้าทำข่าวพื้นที่ที่มีความขัดแย้งในแต่ละสถานการณ์ ภาษาที่ใช้ในการรายงานข่าว . การปฐมพยาบาล  ๖.แลกเปลี่ยนประสบการณ์ทำข่าวในสถานการณ์ขัดแย้ง  จัดขึ้นระหว่างวันพฤหัสบดีที่ ๒๑ พฤษภาคม ถึงวันอาทิตย์ที่ ๒๔ พฤษภาคม  ๒๕๕๘  ณ คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท จังหวัดกาญจนบุรี ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สถานีโทรทัศน์พีพีทีวี สถานีโทรทัศน์ช่อง ๗ สี และมูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท (เอฟอีเอส)

๓.๒.๒ การอบรมหลักสูตร “กฎหมายเพิ่มศักยภาพสื่อระดับสูง” เพื่อให้สื่อมวลชนได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องระบบกฎหมายของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายหมิ่นประมาท  พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ที่เป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง การละเมิดสิทธิส่วนบุคคล กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค รวมทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) เพื่อการวิเคราะห์และกำกับทิศทางข่าวให้มีความโดดเด่นขึ้น  น่าเชื่อถือ  ที่สำคัญคือทำให้สื่อมวลชนรู้ถึงสิทธิเสรีภาพที่ตนมีอยู่ ขณะเดียวกันก็ต้องมีความระมัดระวัง ไม่ไปละเมิดบุคคลอื่นจากการทำหน้าที่ของตนเอง จัดระหว่างวันอาทิตย์ที่ ๔ ถึงวันอาทิตย์ที่ ๑๘  ตุลาคม  ๒๕๕๘  ณ  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้รับสนับสนุนงบประมาณจาก สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

๓.๓ หนังสือเล่มเบื้องแรกประชาธิปตัย

หนังสือเล่ม “เบื้องแรกประชาธิปตัย” เป็นหนังสือที่ดำเนินการจัดทำโดยสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย พิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๖ หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีการพิมพ์เผยแพร่อีกมาเป็นระยะเวลา ๔๐ ปีมาแล้ว ด้วยเนื้อหาที่เต็มไปด้วยเบื้องหลังของสถานการณ์ทางการเมืองและการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตย คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิ์ฯ จึงมีโครงการจัดพิมพ์อีกครั้งเพื่อเผยแพร่ให้ผู้สนใจได้มีโอกาสทำความเข้าใจสถานการ์ณการเมืองในช่วงเปลี่ยนผ่าน  ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดเตรียมต้นฉบับโดยมีนายมานพ ทิพย์โอสถ อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ เป็นบรรณาธิการ

๓.๔ งานติดตามสถานการณ์ด้านสิทธิเสรีภาพและสถานการณ์สื่อ

ในปี ๒๕๕๘ เป็นปีที่คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิ์แฯต้องทำงานภายใต้แรงกัดดันและข้อจำกัดในการแสดงออก ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สื่อมวลชนต้องเผชิญหน้ากับการถูกกดดันในการทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐรูปแบบต่างๆ ประกอบกับท่าทีของผู้นำรัฐบาลที่มีทัศนคติเชิงลบต่อสื่อมวลชน ใช้ถ้อยคำรุนแรงในการตอบโต้การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง  จึงมีหลายครั้งที่ต้องทำหน้าที่ชี้แจงกรณีต่างๆผ่านการออกข่าว แถลงการณ์ จดหมายเปิดผนึก การเข้าคณะทำงานสื่อของ คสช. และพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) เพื่อทำความเข้าใจในประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับการทำงานของสื่อมวลชน

ในส่วนของการร่างรัฐธรรมนูญและการแก้ไขกฎหมายต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่สื่อ ก็ได้มีการตั้งคณะทำงาน ๔ องค์กรวิชาชีพในการติดตาม รวบรวมและนำเสนอข้อคิดเห็นต่าง ๆ (ดูจากแถลงการณ์ท้ายเล่ม)

๔. คณะกรรมการอนุกรรมการฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์

ในปี   ๒๕๕๘  คณะอนุกรรมการฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย แบ่งงานออกเป็น ๒ กลุ่มงาน คือ

๔.๑ งานด้านสมาชิกสัมพันธ์

๔.๑.๑ อบรมเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนาบุคลิกภาพเพื่อภาพลักษณ์ของนักข่าว” สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  ร่วมกับวิทยาลัยอาชีวศึกษาสันติราษฏร์ ในพระอุปถัมภ์ฯ    จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนาบุคลิกภาพเพื่อภาพลักษณ์ของนักข่าว”  เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๑ กรกฎาคม  ๒๕๕๘  ณ ห้องประชุม SIBA Convention วิทยาลัยอาชีวศึกษาสันติราษฏร์ ในพระอุปถัมภ์ฯ

สำหรับหัวข้อการอบรมประกอบด้วย  หัวข้อ “บุคลิก คลิกความสำเร็จ” โดยอาจารย์ขนิษฐา คงเพิ่มพูน หัวข้อ “มารยาทในการร่วมโต๊ะอาหารในวาระต่างๆ” (ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ) โดยอาจารย์นพ ลิมปนะพฤกษ์ เพื่อสร้างความรู้ ความมั่นใจในการใช้อุปกรณ์บนโต๊ะอาหาร ลักษณะอาหาร การใช้ผ้าเช็ดปาก การดื่มไวน์ให้เหมาะสมกับอาหาร ตลอดจนการแต่งกายให้เหมาะสมกับงานเลี้ยงในรูปแบบต่างๆ และ หัวข้อ “งานสัมฤทธิ์ กับทัศนคติเชิงบวกในวิชาชีพ” โดย อาจารย์สนิท หฤหรรษวาสิน ซึ่งจะเป็นการทำกิจกรรมกลุ่มประกอบการบรรยาย “Group Dynamics” เพื่อปรับทัศนคติเชิงบวกในอาชีพ มีความพร้อมในการพัฒนาตนเอง และสามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

๔.๑.๒ กิจกรรม พิราบ Fit & Firm รุ่น ๘ ดูแลสุขภาพกายและใจ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมโครงการดูแลห่วงใย ใส่ใจสุขภาพ เพื่อสุขภาวะสื่อมวลชน  พิราบ Fit & Firm รณรงค์ดูแลด้านสุขภาพทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต  ระหว่างวันเสาร์ที่ ๑๙ - วันอาทิตย์ที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๘ ณ  โรงเรียนนายร้อย จปร. จังหวัดนครนายก  กิจกรรมในโครงการเน้นการดูแลสุขภาพทั้งกายและใจ เพื่อให้นักข่าวมีประสบการณ์ตรงในการบริโภคอาหารที่ถูกหลักโภชนาการและมีทักษะในการบริหารร่างกาย รวมทั้งมีโอกาสในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกันและระหว่างรุ่นพี่และ รุ่นน้อง จะนำมาซึ่งนักข่าวที่มีสุขภาวะที่ดี ซึ่งจะส่งผลต่อการรายงานข่าวและการปฏิบัติหน้าที่ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก บริษัท  ซาโนฟี่-อเวนตีส (ประเทศไทย) จำกัด

๔.๑.๓  อบรมหลักสูตร “ กาแฟสร้างอาชีพ สำหรับสื่อมวลชน” สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ บมจ.ซีพี ออลล์ และ บริษัท รีเทลลิงค์ (ไทยแลนด์) จำกัด จัดอบรมหลักสูตร “ กาแฟสร้างอาชีพ สำหรับสื่อมวลชน” เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๘   ณ บริษัท รีเทลลิงค์(ไทยแลนด์)จำกัด วิภาวดี ๖๒

หลักสูตรการอบรมประกอบด้วยการบรรยายหัวข้อ “ทำร้านกาแฟให้ยั่งยืน” โดย คุณนริศ ธรรมเกื้อกูล รองกรรมการผู้จัดการ  บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด และเรียนรู้อุปกรณ์ในการชงกาแฟและเครื่องชงกาแฟ และ Work Shop กาแฟร้อน / กาแฟเย็น  พร้อมทั้งเยี่ยมชมร้านกาแฟสร้างอาชีพต้นแบบ สำหรับผู้เข้าร่วมการอบรมที่อยู่เข้าร่วมอบรมจนจบหลักสูตรจะได้รับมอบใบประกาศนียบัตร

 

๔.๑.๔  ค่ายกระจิบ กระจาบพิราบน้อยรุ่น ๙ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดค่ายกระจิบ กระจาบพิราบน้อยรุ่น ๙   ให้กับบุตร-ธิดาสมาชิกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ เพื่อให้ลูกหลานสมาชิกฯ ได้มีโอกาสสัมผัสกับ เมืองโบราณ จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งขนาดใหญ่ที่สุดในโลก  โดยย่อส่วนสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆทั่วประเทศไทยมารวมไว้ในที่เดียว เป็นการส่งเสริมให้เด็กไทยได้เรียนรู้ถึงวัฒนธรรมไทยที่แตกต่างกันไปตามภูมิภาค  นอกจากจะได้ทัศนศึกษาสถานที่สำคัญของประเทศไทยแล้ว ยังได้พัฒนาทักษะด้านการวาดภาพการ์ตูน โดยมีวิทยากรจากสมาคมการ์ตูนไทยมาอบรมการวาดการ์ตูนเบื้องต้นสำหรับเด็กโดยสีไม้ให้ด้วย เมื่อวันอาทิตย์ที่  ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก บริษัท วิริยะประกันภัย  จำกัด มหาชน และเมืองโบราณ

๔.๑.๕  หนังสือเส้นทางคนหนังสือพิมพ์ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดทำหนังสือเส้นทางคนหนังสือพิมพ์   ขึ้นเนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ ๖๐ ปี สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  ตรงกับวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๙  โดยการรวบรวมชีวประวัติ ผลงานและเรื่องราวการต่อสู้ ความยากลำบากในชีวติการทำงาน รวมไปถึงแนวทางการฟันฝ่าปัญหาต่างๆ จนประสบความสำเร็จของนักหนังสือพิมพ์ โดยการถอดบทเรียนจากบรรดาผู้อาวุโสในวงการหนังสือพิมพ์ หนังสือเล่มนี้จะประกอบด้วย รายงานที่สะท้อนภาพการทำงานของนักหนังสือพิมพ์อาวุโสในอดีตจนถึงปัจจุบันจำนวน ๑๗ คน โดยมีนายเปี่ยมศักดิ์ คุณากรประทีป ผู้อำนวยการ สถาบันพัฒนาการเขียน  อดีตผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจและเป็นเจ้าของผลงานการเขียนแนวสามก๊ก เป็นบรรณาธิการ

๔.๒ งานด้านสวัสดิการสมาชิก

๔.๒.๑ ทุนการศึกษา สมาคมฯ ได้มอบทุนการศึกษาให้กับสมาชิกสมาคมฯ โดยแบ่งเป็นทุนการศึกษาที่มอบให้กับสมาชิกสมาคมฯ และทุนการศึกษาที่มอบให้กับบุตร-ธิดา สมาชิก ดังนี้

๑) ทุนการศึกษาที่มอบให้กับบุตร-ธิดา สมาชิก สมาคมฯ แบ่งทุนการศึกษาออกเป็น ๒ ประเภท คือ ๑) ทุนส่งเสริมการศึกษา เป็นทุนแบบรายปี ๒) ทุนต่อเนื่อง เป็นทุนที่มอบให้แบบต่อเนื่องตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ -ระดับปริญญาตรี โดยได้รับการอนุเคราะห์ทุนการศึกษาจากมูลนิธิเอสซีจี ปีละ ๑๐ ทุน ปัจจุบันมีผู้รับทุนแล้ว ๘๐ คน

มีการจัดพิธีมอบทุนการศึกษาบุตร-ธิดานักข่าว เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๖ เมษายน  ๒๕๕๘ ได้แบ่งให้ทุนการศึกษาออกเป็น ๒ ประเภท  คือ ๑. ทุนส่งเสริมการศึกษา เป็นการให้ทุนแบบรายปี โดยใช้งบประมาณจากกองทุนการศึกษาเพื่อบุตร-ธิดา สมาชิกสมาคมฯ มีผู้ได้รับการอนุมัติทุนการศึกษาจำนวน ๑๐๑ ทุน ทุนละ ๔,๐๐๐ บาท เป็น เงิน ๔๐๔,๐๐๐ บาท และ ๒. ทุนต่อเนื่อง ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิซิเมนต์ไทย เป็นปีที่ ๖ โดยในปี  ๒๕๕๖ ได้รับการสนับสนุนเพิ่มอีก ๑๐ ทุน  รวมเป็น ๘๐ ทุน

๒.) ทุนการศึกษาในระดับปริญญาโท ในปีนี้มหาวิทยาลัยมอบทุนการศึกษาในระดับปริญญาโทให้กับสมาชิกสมาคมฯจำนวน ๒ ทุนคือ มหาวิทยาลัยศรีปทุม จำนวน ๑ ทุน โดยคณะกรรมการบริหาร สมาคมฯได้คัดเลือกให้ นายพีรพัฒน์ ดิลกกัลยากุล หัวหน้าศูนย์ข้อมูล  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ  เข้ารับทุน และคัดเลือกให้นายธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน ผู้สื่อข่าว หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ และนายเอกราช สัตตะบุรุษ  ผู้สื่ออาวุโส หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ เข้ารับทุนจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

๔.๒.๒ การมอบสินไหมมรณกรรมและการร่วมเป็นเจ้าภาพงานสวดพระอภิธรรมศพ สมาคมฯได้จัดทำประกันชีวิตกลุ่มให้กับสมาชิกที่ชำระเงินค่าบำรุงประจำปีกับ บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต ในปี  ๒๕๕๘ สมาคมฯ ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพงานสวดพระอภิธรรมศพและส่งหรีดเคารพศพสมาชิกอีก ๗  รายคือ ๑.  นายสมโชค  ปรีชากุล (ไทยรัฐ)            ๒.  นายกิจจา  ปูรนัน (วิสามัญสมาชิก)  ๓. นายระเวียงศักดิ์  ศรีเจริญ(วิสามัญสมาชิก)  ๔.  นายนพพร  ตุงคะรักษ์          (วิสามัญสมาชิก) ๕.  นายประเวทย์  บูรณะกิจ (ไทยรัฐ)  ๖.  นายธนดล  มีถม (ไทยรัฐ) ๗. นายชัชวาล  พวงเดช (สยามรัฐ)

๔.๒.๓ การจัดทำโครงการสวัสดิการผู้ป่วยนอกร่วมกับโรงพยาบาลเอกชน เพื่อเป็นการดูแลสวัสดิการด้านสุขภาพให้กับสมาชิก สมาคมฯได้จัดทำบันทึกข้อตกลงร่วมกับโรงพยาบาลเอกชน ๒ โรงพยาบาลคือ โรงพยาบาลเวชธานีและโรงพยาบาลพญาไท โดยสมาชิกสามารถเข้ารับการรักษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายครั้งละ ๑,๕๐๐ บาท ต่อคน คนละ ๖ ครั้งต่อไป และมีนโยบายที่จะประสานความร่วมมือกับโรงพยาบาลเอกชนอื่นๆในลักษณะเดียวกันนี้ให้ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯทั้ง ๔ มุมเมือง

 

๕. คณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ

ในปี  ๒๕๕๘  คณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  แบ่งงานออกเป็น ๓กลุ่มงาน คือ

๕.๑ กลุ่มงานสร้างเครือข่ายวิชาชีพต่างประเทศ

๕.๑.๑ โครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนไทย-เวียตนาม เป็นโครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์ ที่คณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ สมาคมฯ มีความประสงค์ในการจัดตั้งความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรสื่อในภูมิภาคเดียวกันขึ้น โดยครั้งนี้เป็นครั้งแรกของการที่คณะผู้แทนจากสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยเป็นฝ่ายไปเยือนตามคำเชิญของสมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศเวียดนาม   (Vietnam Journalists Association)  ระหว่างวันจันทร์ที่ ๒๒ – วันอาทิตย์ที่๒๘  มิถุนายน ๒๕๕๘  โดยมีนายมานพ ทิพย์โอสถ  อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ   เป็นหัวหน้าคณะพร้อมด้วยผู้แทนสื่อมวลชนเวียตนามอีกจำนวน ๙ คน โดยเยือนฮานอย เดียนเบียนฟูและฮานอย ซึ่งนอกจากจะได้กระชับความสัมพันธ์ระหว่างสื่อมวลชนทั้งสองประเทศแล้ว ยังได้มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างกันอีกด้วย

๕.๑.๒ โครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนไทย-ลาว นายวันชัย วงศ์มีชัย นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  เป็นหัวหน้าคณะนำผู้แทนสื่อมวลชนไทยรวมจำนวน ๗ คนไปเยือน สปป.ลาว ตามคำเชิญของ สมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่ง สปป.ลาว ( Laos Journalists Association – LJA )  ระหว่างวันจันทร์ที่๑๔-วันอาทิตย์ที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๘

โครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนไทย-ลาวนี้ เป็นโครงการที่สลับกันเป็นเจ้าภาพต้อนรับคณะสื่อมวลชนจากแต่ละประเทศ เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างสื่อมวลชนของทั้งสองประเทศอีกทั้งยัง เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

๕.๑.๒ โครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนจีน-ไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เป็นเจ้าภาพในการต้อนรับ คณะสื่อมวลชนจีนจากสมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่งสาธารณรัฐประชนชนจีน ( All China Journalists Association – ACJA ) โดยมี Mr. Tang Yuanjie  ประธานหนังสือพิมพ์ชาวนารายวัน เป็นหัวหน้าคณะพร้อมด้วยคณะผู้แทนสื่อมวลชนจีนอีก ๖ คน ในโอกาสมาเยือนประเทศไทยตามคำเชิญของสมาคมนักข่าวฯในโครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนไทย-จีน ระหว่างวันพุธที่  ๑๗ –  วันจันทร์ที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๘

โครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนจีน-ไทยนี้เป็นโครงการที่สลับกันเป็นเจ้าภาพต้อนรับคณะสื่อมวลชนจากแต่ละประเทศ เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อปี  ๒๕๔๒ เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างสื่อมวลชนของทั้งสองประเทศอีกทั้งยัง เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

๕.๒ ความสัมพันธ์กับสื่อมวลชนนานาชาติ

๕.๒.๑ SEAPA หรือ สมาคมสื่อมวลชนแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นายวันชัย วงศ์มีชัย นายก สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในฐานะนายก สมาคมฯ ทำหน้าที่เป็นเหรัญญิก

๕.๒.๒ IFEX - International Freedom of Expression Exchange สมาคมฯเป็นสมาชิกของ IFEX มีการเข้าร่วมประชุมใหญ่ทุกปี

๕.๒.๓  สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศ ได้จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี เมื่อ ๑๗  มิ.ย. ๒๕๕๘ ประธานสมาพันธ์ฯ ได้แก่  นายเทพชัย  หย่อง นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทยโดยมี นายวันชัย วงศ์มีชัย นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เป็นรองประธานคนที่ ๑   นายปราเมศ  เหล็กเพ็ชร์  อุปนายกฝ่ายต่างประเทศ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เป็นเลขาธิการสมาพันธ์ฯ

๕.๓. กลุ่มงานพัฒนาศักยภาพนักข่าว ในปี ๒๕๕๘  คณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ สมาคมฯ ได้จัดการอบรมขึ้น ๒ หลักสูตร

๕.๓.๑ การอบรมหลักสูตร “ความรู้เรื่องการเป็นประชาคมอาเซียนสำหรับสื่อมวลชน รุ่นที่ ๔: อาเซียนหลังปี ๒๐๑๕” สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดการอบรมขึ้นเพื่อเป็นการให้ความรู้ความเข้าใจแก่สื่อมวลชนถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในและนอกภูมิภาค ภายหลังการเปิดประชาคมอาเซียน ในด้านการเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคมและวัฒนธรรม  และสนับสนุนและส่งเสริมให้สื่อมวลชนที่สนใจมีโอกาสได้ศึกษาค้นคว้า ผลิตและเผยแพร่ผลงานในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความเปลี่ยนแปลงที่ิเกิดขึ้นภายในและนอกภูมิภาค อันเนื่องมาจากการเปิดประชาคมอาเซียน  กิจกรรมในโครงการนอกจากการฟังการบรรยายแล้วยังมีการศึกษาดูงานในประเทศและต่างประเทศ มีผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน ๒๕  คน จัดตั้งแต่ ๑๖ มกราคม  – ๓ เมษายน  ๒๕๕๙  เป็นระยะเวลารวม ๑๑ สัปดาห์  ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก บริษัท ซีพีเอฟ  จำกัด มหาชน

๕.๓.๒  การอบรมหลักสูตร “การใช้ Social Media ในงานข่าวสำหรับสื่อมวลชนลาว” สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ และชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ ร่วมกับสมาคมนักข่าวแห่ง สปป.ลาว จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “การใช้ Social Media ในงานข่าวสำหรับสื่อมวลชนลาว”

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการใช้ Social Media ในงานข่าว ระหว่างสื่อมวลชนไทยและลาว เรียนรู้การหาข้อมูลเพื่อการรายงานข่าว การเผยแพร่ข่าวไปสู่ผู้บริโภค และการตรวจสอบเนื้อหาของข่าวสารที่ถูกเผยแพร่ใน Social Media ของนักข่าว และเรียนรู้เทคนิคการบริหารจัดการ Social Media ขององค์กรสื่อมวลชน  เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๒ –  วันศุกร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ณ ศูนย์ฝึกอบรมสื่อมวลชน กรมสื่อมวลชน  นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากเครือเอสซีจี ธนาคารกรุงเทพ และบริษัท บิ๊กบลู เอเจนซี จำกัด

๕.๓.๓ Media Workshop และ Annual ASEAN Journalists Club Forum สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับชมรมนักข่าวอาเซียน ( ASEAN Journalists Club) และกระทรวงการต่างประเทศ  จัดทำโครงการ Media Workshop หัวข้อ “บทบาทของสื่อในการสร้างประชาคมอาเซียน” และ Annual ASEAN Journalists Club Forum หัวข้อ “ภูมิศาสตร์การเมืองใหม่ในภูมิภาค”  ขึ้นเมื่อวันพุธที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๘ ณ โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ โดยมีสื่อมวลชนในประเทศอาเซียนเข้าร่วม ๓๐ คน ได้รับการสนับสนุงบประมาณจาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) เครือเอสซีจี  และตธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย

 

๖. คณะกรรมการอนุกรรมการฝ่ายเลขานุการ

ในปี ๒๕๕๘  คณะอนุกรรมการฝ่ายเลขานุการ สมาคมฯ  ได้จัดกิจกรรมต่างๆ ทั้งที่เป็นการประสานความร่วมมือกับองค์กรวิชาชีพสื่อและกิจกรรมที่ประสานความร่วมมือกับองค์กรภายนอก ดังนี้

๖.๑ งานด้านการระดมทุน

๖.๑.๑ ดินเนอร์ทอล์ค สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดงานดินเนอร์ทอล์คขึ้นเป็นประจำในวันที่ ๕ มีนาคมของทุกปีมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๙  งานดินเนอร์ทอล์คประจำปี ๒๕๕๘ จัดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๘   ณ  ห้องวอเตอร์เกท บอลรูม  โรงแรมวอเตอร์เกท ประตูน้ำ โดยมีการอภิปรายหัวข้อ “ปฏิวัติคนข่าว อภิวัฒน์สื่อ” วิทยากรประกอบด้วย นายมานิจ สุขสมจิตร  สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ และอดีตนายกสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย นายกวี จงกิจถาวร  สื่อมวลชนอิสระ และอดีตนายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์

ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย

๖.๑.๒ หนังสือวันนักข่าว สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดทำหนังสือวันนักข่าว ซึ่งเป็นหนังสือรายงานประจำปีเผยแพร่ทุกวันที่ ๔ มีนาคม นอกจากจะเป็นการรายงานผลการดำเนินกิจกรรมต่างๆของสมาคมฯแล้ว ยังได้รวบรวมผลการประกวดข่าวประเภทต่างๆของสมาคมฯเอาไว้ด้วย สมาคมฯได้มอบหมายให้บริษัท นักทุ่งเที่ยว จำกัด เป็นผู้ดำเนินการการจัดหาโฆษณา

๖.๑.๓ คอนเสิร์ต “บทเพลงแห่งหวงเหอ”  ฉลอง ๔๐ ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย คณะนักร้องประสานเสียงส่งเสริมศิลปิน และสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ จัดคอนเสิร์ต “บทเพลงแห่งหวงเหอ”  ฉลอง ๔๐ ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน  เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๘  ณ โรงละครอักษรา  คิง เพาเวอร์    โดยมีคณะนักร้องและวงคอรัสทั้งจากจีนและไทยเข้าร่วมการแสดง     คณะนักร้องประสานเสียงส่งเสริมศิลปิน  คณะนักร้องหญิงเจียอิน ปักกิ่ง คณะนักร้องประสานเสียงปาสู เฉินตู คณะนักร้องประสานเสียงยวิ่นเหอ ปักกิ่ง คณะนักร้องประสานเสียงอ้ายเอี่ย ซานโถว และวงบางกอกซิมโฟนีออเคสตร้า (Bangkok Symphony Orchestra)   โดยการจัดคอนเสริต์ครั้งนี้เป็นการหารายได้เข้ากองทุน  ๖๐ ปี สมาคมฯ

๖.๒ งานด้านการบริหารจัดการ

๖.๒.๑ การบริหารบัญชีเงินฝาก สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย มีกองทุนต่างๆอยู่จำนวน ๖ กองทุน ประกอบด้วย ๑.กองทุน ๖๐ ปี สมาคม ๒. กองทุนเพื่อสิทธิเสรีภาพสื่อ  ๓.กองทุนส่งเสริมจรรยาบรรณ ๔.กองทุนเหยี่ยวปีกหัก  ๕.กองทุนการศึกษาบุตรธิดานักข่าว และ ๖.กองทุนเงินสะสมพนักงาน เพื่อให้มีรายได้เพิ่มเติมจากแต่ละกองทุน จึงได้มีการบริหารกองทุน โดยการจัดสรรงบประมาณไปซื้อสลากออมสินและพันธบัตรที่มีความมั่นคง

๖.๒.๒ ปรับปรุงห้องสมุด พื้นที่ห้องสมุด สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย นอกจากเป็นห้องสมุดแล้วยังเป็นที่ทำการของชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม ใช้สำหรับต้อนรับแขกและใช้เป็นห้องประชุมด้วย จึงมีแนวคิดที่จะปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พื้นที่มากขึ้น ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ

๖.๒.๓ คืนอาคารสมาคม ถนนราชดำเนินกลาง ก่อนการรวมกันของสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทยกับสมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เป็น สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในปัจจุบันนั้น  อาคารที่ทำการของสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย อยู่ที่ถนนราชดำเนินกลาง ซึ่งเป็นอาคารเช่าจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ต่อมาเมื่อย้ายที่ทำการมาที่อาคาร ถนนสามเสน แล้ว จึงไม่ได้ใช้ประโยชน์จากอาคารที่ถนนราชดำเนินกลาง ประกอบการ

สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เจ้าของอาคารมีแนวคิดในการขอคืนพื้นที่ โดยมีค่าขนย้ายให้เป็นกรณีพิเศษ สมาคมฯจึงได้คืนพื้นที่อาคารดังกล่าว โดยได้รับเงินค่าชดเชยละค่าขนย้ายจำนวน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท

๖.๓ งานด้านประสานงานกับองค์กรภายนอก

ในปีที่ผ่านมา ประเทศเพื่อนบ้านประสบปัญหาภัยพิบัติค่อนข้างรุนแรง สมาคมฯจึงได้จัดกิจกรรมบริจาคเงินเพื่อให้ความช่วยเหลือสื่อมวลชนในประเทศที่ประสบภัยพิบัติ จำนวน ๒ ประเทศ ดังนี้

๖.๓.๑ มอบเงินช่วยเหลือเพื่อนสื่อมวลชนเนปาลที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ แผ่นดินไหวอย่างรุนแรงในประเทศเนปาลซึ่งเกิดขึ้นถึง ๒ ครั้งติดต่อกัน เมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๕๘ และวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๘ เป็นเงินจำนวน  ๑๖๘,๖๙๑ บาท ให้กับสหพันธ์นักหนังสือพิมพ์เนปาลเพื่อนำเงินไปให้ความช่วยเหลือ โดยได้จัดกิจกรรมเพื่อระดมเงินบริจาคด้วยการจัดงาน “For Friends in Nepal”  เมื่อวันที่ ๒๔  พฤษภาคม ๒๕๕๘

สำหรับรายนามผู้บริจาค มีดังนี้ ๑. สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จำนวน ๓๐.๐๐๐  บาท  ๒ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ  จำนวน ๑๐.๐๐๐  บาท  ๓.สถาบันอิศรา จำนวน ๑๐.๐๐๐  บาท  ๔. ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม จำนวน ๓.๐๐๐  บาท  ๕.ชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ จำนวน ๗.๐๐๐  บาท  ๖.ชมรมนักข่าวอาเซียน  จำนวน ๑.๐๐๐  บาท  ๗.สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ จำนวน ๕.๐๐๐  บาท  ๘. นักข่าวสายทำเนียบรัฐบาล จำนวน ๑.๐๐๐  บาท  ๙.นักข่าวสายรัฐภา และ นักข่าวสายกระทรวงมหาดไทย จำนวน ๒,๒๙๐  บาท  ๑๐. นักข่าวประจำกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์แนวหน้า  จำนวน ๓,๕๐๐  บาท   ๑๑. หลักสูตรผู้บริหารการสื่อสารมวลชนระดับสูง (บสส.) รุ่นที่ ๑  จำนวน ๗,๕๐๐  บาท   ๑๒. หลักสูตรผู้บริหารการสื่อสารมวลชนระดับสูง (บสส.) รุ่นที่ ๒   จำนวน ๓๑.๑๐๐  บาท   ๑๓. หลักสูตรผู้บริหารการสื่อสารมวลชนระดับสูง (บสส.) รุ่นที่ ๓   จำนวน ๑๐.๐๐๐  บาท  ๑๔. หลักสูตรผู้บริหารการสื่อสารมวลชนระดับสูง (บสส.) รุ่นที่ ๔    จำนวน ๑๐.๐๐๐  บาท   ๑๕. หลักสูตรผู้บริหารการสื่อสารมวลชนระดับสูง (บสส.) รุ่นที่ ๕   จำนวน ๑๕.๐๐๐  บาท   ๑๖.ดร.สุดารัตน์  ดิษยะวรรธนะ  จันทราวัฒนากุล คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์   จำนวน ๕.๐๐๐  บาท  ๑๗. นายวันชัย  วงศ์มีชัย นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ   จำนวน ๓.๐๐๐  บาท  ๑๘. ชวรงค์  ลิมป์ปัทมปาณี   จำนวน ๓.๐๐๐  บาท   ๑๙. นางสาวนาตยา  เชษฐโชติรส  จำนวน ๒.๐๐๐  บาท  ๒๐. นายสวิชย์  บำรุงสุข  จำนวน ๒.๐๐๐  บาท   ๒๑. นายปราเมศ  เหล็กเพ็ชร์  จำนวน ๒.๐๐๐  บาท   ๒๒. นางสาวสุมนชยา  จึงเจริญศิลป์  จำนวน ๕๐๐  บาท   ๒๓. นายสมาน  สุดโต    จำนวน ๕๐๐ รูเปียร์    ๒๔. นายบวร  โทศรีแก้ว   จำนวน ๑.๐๐๐  บาท  ๒๕. พล.ท. หญิง  พันธุ์ทิพย์  รักษาเสรี  จำนวน ๕๐๐  บาท   ๒๖. นางสาวภัสราภรณ์  มงคลพรอุดม  จำนวน ๓๐๐  บาท   ๒๗. นางสาวเทียมใจ  ทองเมือง   จำนวน ๑.๐๐๐  บาท   ๒๘. นายพีรพัฒน์  ดิลกกัลยากุล  จำนวน ๕๐๐  บาท    ๒๙. นายกนก  สิริกาญจน   จำนวน ๕๐๐  บาท ๓๐. นายวัสยศ  งามขำ  จำนวน ๑,๐๐๐ บาท

๖.๓.๒ มอบเงินช่วยเหลือเพื่อนสื่อมวลชนเมียนมาร์ ในกรณีที่เมียนมาร์ประสบภัยพิบัติอุทกภัย โดยมอบผ่านสมาคมนักข่าวแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ เป็นเงินจำนวน ๑,๐๐๐ $US เมื่อ ๑ ก.ย. ๒๕๕๘

๖.๔ งานโครงการ ๖๐ ปี สมาคม

๖.๔.๑ โครงการรณรงค์รับบริจาคเลือด “๖๐ ปี ๖๐ คน” โดยเปิดรับบริจาครอบแรกเมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๗ รอบสองในวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๘ และรอบที่ ๓ เมื่อ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๘  และรอบที่ ๔ ในวันพฤหัสบดีที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙

ปี ๒๕๕๘  ซึ่งเป็นปีที่ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ครบรอบ ๖๐ ปี และกำลังจะก้าวเข้าสู่ปีที่ ๖๑ ยังคงเน้นการทำงานภายใต้แนวคิด “การปฏิวัติคนข่าว อภิวัฒน์สื่อ” ในขณะที่ผู้ปฏิบัติงานภาคสนามเองก็ยังต้องทำงานภายใต้

ข้อจำกัดในการแสดงออก ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เผชิญหน้ากับการถูกกดดันในการทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐรูปแบบต่างๆ  ขณะเดียวกันสถานการณ์การปฏิรูปสื่อก็ยังไม่เกิดความชัดเจนเพียงพอที่จะเป็นความหวังให้กับวงการสื่อมวลชนและสังคมไทยได้   สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ ได้พยายามได้จัดทำโครงการต่างๆ ที่จะเอื้ออำนวยและสนับสนุนการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนทุกแขนง ภายใต้ความคาดหวังที่จะให้สื่อมวลชนสามารถรักษาบทบาทการทำหน้าที่ที่มีความเป็นกลางและเป็นธรรม ภายใต้หลักการแห่งวิชาชีพสื่อมวลชน อย่างมั่นคงและเข้มแข็ง

]]>
peerapat_d@hotmail.com (กองบรรณาธิการเว็บ) รายงานกิจกรรมสมาคมฯ Thu, 17 Mar 2016 02:57:40 +0000
รายงานกิจกรรม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมัยที่ ๑๕/๒๕๕๗ http://tja.or.th/about-us/2011-04-20-11-43-08/3670-2015-03-10-07-04-50 http://tja.or.th/about-us/2011-04-20-11-43-08/3670-2015-03-10-07-04-50 รายงานกิจกรรม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมัยที่ ๑๕/๒๕๕๗

 

คณะกรรมการบริหาร สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมัยที่ ๑๕ ซึ่งดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๗ – ๔ มีนาคม ๒๕๕๘  ได้ร่วมกันกำหนดเป้าหมายในการดำเนินไว้ภายใต้แนวคิด “ปฏิวัติคนข่าว อภิวัฒน์สื่อ” โดยมุ่งหวังให้  “คนข่าว” ต้องปรับตัวเป็นคนข่าวที่มีคุณภาพ มีจิตวิญญาณของคนข่าว ต้องพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง มีองค์ความรู้รอบตัว ต้องมีสวัสดิการที่เหมาะสม และรักษาไว้ซึ่งศักดิ์ศรีความเป็นสื่อมวลชนมีเป้าหมายในการทำหน้าที่สื่อมวลชนเพื่อรักษาไว้ซึ่งความถูกต้องและผลประโยชน์สาธารณะ และได้ใช้แนวคิดนี้ในการจัดทำโครงการ ๖๐ ปี สมาคมฯ เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ ๖๐ ปี สมาคมฯ อีกด้วย

ในปี ๒๕๕๖  คณะกรรมการบริหาร สมาคมฯ  ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการฝ่ายต่างๆ ทำหน้าที่ในการดำเนินกิจกรรม โดยแบ่งออกเป็น ๖ คณะอนุกรรมการ ดังนี้

๑) คณะอนุกรรมการฝ่ายพิจารณาบทบาทสมาคมในสถานการณ์เร่งด่วน

๒) คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ

๓) คณะอนุกรรมการฝ่ายวิชาการ

๔) คณะอนุกรรมการฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์

๕) คณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ

๖) คณะกรรมการอนุกรรมการฝ่ายเลขานุการ

 

๑. คณะอนุกรรมการฝ่ายพิจารณาบทบาทสมาคมในสถานการณ์เร่งด่วน

คณะอนุกรรมการ ชุดนี้จะทำหน้าที่ในการรวบรวมทั้งความเห็นและข้อเสนอต่างๆ จากบุคคลและองค์กรที่เกี่ยวข้องในการนำมาพิจารณาบทบาทสมาคมฯ ในสถานการณ์เร่งด่วน ทั้งในรูปแบบของการออกแถลงการณ์, การออกจดหมายเปิดผนึก และการเผยแพร่คำชี้แจงในเรื่องต่างๆ รวมทั้งทำความเข้าใจและสื่อสารกับสังคมในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ต่างๆ ของสื่อ (ดูเอกสารแถลงการณ์ในเล่ม)

 

๒. คณะอนุกรรมการฝ่ายวิชาการ

ในปี ๒๕๕๗  คณะอนุกรรมการฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ แบ่งงานออกเป็น ๕  กลุ่มงาน คือ

๒.๑. ด้านการอบรม สมาคมฯ ได้จัดทำโครงการด้านการฝึกอบรมจำนวน ๒ หลักสูตร คือ

๒.๑.๑ การอบรมเชิงปฏิบัติการนักข่าว ประจำปี ๒๕๕๗ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสถาบันอิศรา จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการนักข่าว ประจำปี ๒๕๕๗  ขึ้นระหว่าง วันศุกร์ที่ ๒๕ ถึงวันอาทิตย์ที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ณ โรงแรมเดอะเบย์วิว พัทยา (The Bayview Pattaya) จังหวัดชลบุรี  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบุคลากรในวิชาชีพสื่อมวลชน โดยใช้ Role model ทั้งจากผู้ที่มีความน่าเชื่อถือ ได้รับการยอมรับจากกลุ่มวิชาชีพและผู้แทนจากกลุ่มนักวิชาการเพื่อปลูกฝังอุดมการณ์ความเป็นวิชาชีพและจริยธรรมให้กับผู้สื่อข่าว มีนักข่าวเข้าร่วมการอบรมจำนวน ๓๒  คน  ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

หัวข้อการอบรมประกอบด้วย  สนทนาถ่ายทอดประสบการณ์การสร้างแหล่งข่าว เครือข่ายนักข่าวรุ่นต่อรุ่น  สนทนา “ปัญหาเมืองพัทยา” และการฝึกปฏิบัติการเขียนข่าว เขียนสกู๊ป รายงานพิเศษ การถ่ายภาพข่าวและการทำคลิปข่าว

 

๒.๑.๒ การอบรมเชิงปฏิบัติการนักข่าวพิราบน้อยรุ่น ๑๗ เป็นโครงการต่อเนื่องจัดขึ้นเป็นปีที่ ๑๗ ซึ่งหากนับถึงปัจจุบันมีนักศึกษาที่ผ่านการอบรมกว่า ๑,๐๐๐ คนแล้ว มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาวิชาชีพสื่อสารมวลชนด้านสิ่งพิมพ์  (Professional Development) ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมในวิชาชีพ (Ethics Responsibility)  และแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในฐานะองค์กรเพื่อสังคม (Organizational Social Responsibility) ซึ่งนักศึกษาที่เข้าร่วมอบรมได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทั้งกับเพื่อนนักศึกษาจากต่างสถาบันและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักข่าวรุ่นพี่ที่ทำงานทั้งในภาคสนาม และในส่วนของผู้บริหารงานข่าว อันเป็นการเตรียมพร้อมในการเข้าสู่วิชาชีพ นอกจากนี้ยังเป็นกระบวนการปลูกฝังอุดมคติให้กับนักศึกษาด้วย ในรุ่นที่ ๑๗  มีนักศึกษาที่เรียนด้านหนังสือพิมพ์จากสถาบันอุดมศึกษาจากทั่วประเทศเข้าร่วมอบรมจำนวน ๖๗  คน จาก  ๓๒  สถาบัน จัดอบรมระหว่างวันพฤหัสบดีที่  ๓๐ ตุลาคม  – วันอาทิตย์ที่ ๒ พฤศจิกายน  ๒๕๕๗   ณ แคปปิตอลเจ แอท เขาใหญ่จังหวัดนครราชสีมา ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากบริษัท ทรู คอปอร์เรชั่น จำกัด มหาชน

 

ในการอบรมครั้งนี้ได้เพิ่มกระบวนการฝึกฝนนักศึกษาในการเขียนข่าวเพิ่มขึ้นอีกขั้นตอนหนึ่ง โดยนักศึกษาทุกคนจะ ต้องส่งผลงานข่าวเข้าร่วมโครงการ TJA  Cyber Reporter อย่างน้อยคนละ ๒  ชิ้นงาน

๒.๑.๓  การอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาทักษะการจัดรายการวิทยุสู่ประชาคมอาเซียนอย่างมืออาชีพ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยร่วมกับสถานีวิทยุแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “พัฒนาทักษะการจัดรายการวิทยุสู่ประชาคมอาเซียนอย่างมืออาชีพ” ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับนักข่าวทั่วไปในสื่อประเภทต่างๆ ที่สนใจต้องการพัฒนาทักษะการจัดรายการวิทยุ หรือนักจัดรายการวิทยุรุ่นใหม่ที่สนใจพัฒนาตนเองเพื่อก่อนเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างมืออาชีพ  เป็นเวทีแสดงความคิดเห็นแลกเปลี่ยนประสบการณ์เรียนรู้ซึ่งกันและกันในการผลิตรายการวิทยุ และพัฒนาทักษะการถ่ายทอดข่าวสารหรือการสื่อสารไปยังผู้ฟังอย่างมีประสิทธิภาพ  เพื่อสร้างทัศนคติและความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสาธารณชน  เพื่อสร้างภาคีเครือข่ายนักจัดรายการวิทยุให้เข้มแข็งขึ้น  และฝึกปฏิบัติจริงหลังจากผ่านการอบรม โดยจัดขึ้นระหว่างวันเสาร์ที่ ๒๒ – วันอาทิตย์ที่ ๒๓ พฤศจิกายน  ๒๕๕๗     ณ อาคารวิทยพัฒนา ชั้น ๗  สถานีวิทยุแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน ๑๖ คน

เนื้อหาในการอบรมประกอบด้วย  ๑. คุณสมบัติการเป็นนักจัดรายการวิทยุที่ดีและประสบความสำเร็จ       ๒. เทคนิคการจัดรายการวิทยุในรูปแบบต่าง ๆ   ๓.บอกเล่าประสบการณ์กับจรรยาบรรณนักจัดรายการวิทยุ    ๔.การเขียนบทวิทยุ     ๕. ฝึกภาคปฏิบัติ การเขียนบทรายการสารคดีที่ประกอบไปด้วยการสัมภาษณ์  การใช้ VOX POP และการใช้เสียงประกอบ และ  ๖. ฝึกปฏิบัติจริง ผลิตรายการ “ช่วยกันคิดทิศทางข่าว” ๑ ครั้ง ออกอากาศทางสถานีวิทยุ อสมท. เอฟเอ็ม ๑๐๐.๕  เมกะเฮิร์ต ทุกวันอาทิตย์ เวลา ๑๑.๐๐-๑๒.๐๐ น.

 

๒.๒ กลุ่มงานเสวนาและสื่อสารสาธารณะ ได้มีการจัดทำโครงการในกลุ่มงานเสวนาและสื่อสารสาธารณะ จำนวน ๓ กิจกรรม ดังนี้

 

๒.๒.๑ ราชดำเนินเสวนา เป็นโครงการที่ดำเนินงานต่อเนื่องมาเป็นปีที่ ๑๖  ซึ่งเป็นความริเริ่มจากสมัยที่นายกวี จงกิจถาวร เป็นนายก สมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย (พ.ศ. ๒๕๔๒) มีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพการทำงานข่าวให้มีคุณภาพและอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง  โดยมีการเชิญแหล่งข่าวมาพบปะพูดคุยและตอบคำถามนักข่าว เพื่อเป็นการสร้างความรู้ ความเข้าใจ ระหว่างนักข่าวกับแหล่งข่าวในประเด็นต่าง ๆ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม

ในปี พ.ศ.  ๒๕๕๗ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม สุขภาพ(สสส.) ผ่านทางสถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย  ได้จัดราชดำเนินเสวนาไป จำนวน กิจกรรมเสวนาสาธารณะ การจัดเวทีเสวนาสาธารณะจัดร่วมกับสถาบันการศึกษาต่างๆ และองค์กรพัฒนาเอกชนอื่นๆที่เป็นภาคี และเครือข่ายพันธมิตรใหม่ๆ โดยเน้นความหลากหลาย และให้ความสาคัญกับเนื้อหาหรือ หัวข้อเสวนาที่เป็นการสนับสนุนกิจกรรมด้านสิทธิเสรีภาพและสิทธิในการสื่อสาร เป็นการเปิดเวทีให้กับภาคประชาสังคม ได้ใช้เป็นพื้นที่ร่วมกันหาทางออก และหาแนวทางแก้ปัญหาด้านสังคม ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ การเมือง สิ่งแวดล้อม และอื่นๆ ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมจำนวน ๗ ครั้ง สามารถติดตามเนื้อหาราชดำเนินเสวนาได้ที่ www.tja.or.th

๒.๒.๒. รายการวิทยุช่วยกันคิดทิศทางข่าว เป็นความร่วมมือระหว่างสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กับสำนักข่าวไทยและบริษัท อสมท. จำกัด มหาชน ออกอากาศทางสถานีวิทยุ อสมท.  FM ๑๐๐.๕ Mhz ทุกวันอาทิตย์เวลา ๑๑.๐๐-๑๒.๐๐น. เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นักข่าวรุ่นใหม่ได้เข้ามาร่วมกิจกรรมกับสมาคมฯ รวมทั้งเป็นเวทีในการสื่อสารเรื่องราวที่เกี่ยวกับสื่อมวลชนให้สาธารณชนได้ รับทราบ รวมทั้งการวิเคราะห์ถึงทิศทางข่าวในสัปดาห์ต่อไป โดยเน้นความหลากหลายของประเด็นข่าว ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม การต่างประเทศ และอื่นๆที่เป็นประเด็นร้อนในขณะนั้น

 

สำหรับนักจัดรายการประจำปี  ๒๕๕๗  มีจำนวน ๗  คนคือ ๑.นายธีรเดช  เอี่ยมสำราญ   (มติชนออนไลน์)  ๒. นายราม อินทรวิจิตร  (สถาบันอิศรา) ๓.นางสาวชุติมณฑน์ ศรีขำ (หนังสือพิมพ์บ้านเมือง) ๔.นางสาวเลอลักษณ์ จันทร์เทพ   (หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์) ๕. นายจีรพงษ์  ประเสริฐพลกรัง  (สำนักข่าวเนชั่น ) ๖.นายวรพล  กิตติรัตวรางกูล (หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์) ๗.นายสิทธิชน  กลิ่มหอม(หนังสือพิมพ์แนวหน้า)

ติดตามฟังรายการวิทยุย้อนหลังได้ที่  www.tja.or.th

๒.๒.๓ www.tja.or.th เป็นเวบไซต์ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมข่าวสารต่างๆ ของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ทั้งประชาสัมพันธ์กิจกรรม,รายงานกิจกรรม,กฎหมายที่เกี่ยวข้อง,ประวัติความ เป็นมา จุดยืนและท่าทีของสมาคมฯต่อสถานการณ์ต่างๆของบ้านเมือง รวมทั้งการบันทึกผลงานข่าวที่ได้รับรางวัลประเภทต่างๆ  และเป็นชุมชนออนไลน์ของนักวิชาการและวิชาชีพสื่อสารมวลชน ในการแลกเปลี่ยนทัศนะของนักวิชาการและนักวิชาชีพด้านสื่อสารมวลชน และนำเสนอข่าวสารความเคลื่อนไหวในแวดวงสื่อสารมวลชน ซึ่งในโอกาส ๖๐ ปี สมาคมฯ ได้มีการจัดทำเวบไซต์ ๖๐ ปีสมาคมฯ เป็นเวบไซต์ย่อยขึ้นมาเพิ่มเติมอีกช่องทางหนึ่งด้วย (http://๖๐thanniversary.tja.or.th/)

๒.๓ กลุ่มงานหนังสือ ในปี   ๒๕๕๗ ฝ่ายวิชาการ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้จัดทำหนังสือรวม ๒  เล่ม ดังนี้

๒.๓.๑ จุลสารราชดำเนิน ในปี ๒๕๕๗  สมาคมฯ ได้จัดทำวารสารราชดำเนินโดยออกเป็นรายสามเดือนจำนวน ๑  ฉบับ ซึ่งแต่ละฉบับมีเนื้อหาที่น่าสนใจ ได้รับเสียงสะท้อนอย่างดีทั้งจากสมาชิกสมาคมฯ สถาบันวิชาการและผู้สนใจทั่วไป

วารสารราชดำเนินฉบับที่ ๒๕  เผยแพร่เมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๕๗  เนื้อหาหลักเรื่อง “เกียรติภูมิ...อันฝันใฝ่” ความท้าทายของนักข่าวไทย”  นายธนวัฒน์ เพชรล่อเหลียน  เป็นบรรณาธิการ

อ่านเนื้อหาจุลสารราชดำเนินฉบับย้อนหลังได้ที่ www.tja.or.th

๒.๓.๒ หนังสือวันนักข่าว “ปฏิวัฒน์คนข่าว ปฏิรูปสื่อ ” หนังสือวันนักข่าวเป็นหนังสือรายงานประจำปีที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการข่าวและหนังสือพิมพ์  ตลอดจนรายงานกิจกรรมของสมาคม  และทำเนียบรายชื่อนักข่าวจากหนังสือพิมพ์ทุกฉบับที่เป็นสมาชิกสมาคม  เนื้อหาหลักในปีนี้เน้นเรื่อง  “ปฏิวัฒน์คนข่าว ปฏิรูปสื่อ”   มีนางสาว น.รินี เรืองหนู เป็นบรรณาธิการ มีการแจกจ่ายหนังสือวันนักข่าวถึงมือสมาชิก สมาคมฯ ในวันที่ ๔ มีนาคม  ๒๕๕๗  ซึ่งเป็นวันประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสมาคมฯ

 

๒.๔. กลุ่มงานเครือข่ายวิชาการและวิชาชีพสื่อมวลชน เป็น เครือข่ายที่นักวิชาการและนักวิชาชีพสื่อสารมวลชนร่วมกันก่อตั้งขึ้นเพื่อ เป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน โดยในปี ๒๕๕๗ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม ๓ กิจกรรม ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม สุขภาพ(สสส.) ผ่านทางสถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย  ดังนี้

๒.๔.๑ ห้องเรียนสาธารณะ เป็นกิจกรรมที่เน้นการถ่ายทอดความรู้ และเทคนิค ทางวิชาชีพสื่อมวลชน แก่นักศึกษาจากสถาบันต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เกิดกระบวนการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ และเป็นแรงจูงใจในการกระตุ้นให้นิสิต นักศึกษาด้านนิเทศศาสตร์ เข้ามาทำงานสื่ออย่างเป็นระบบภายใต้กรอบการทำงานเชิงวิชาการ และเป็นการร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ระหว่างนิสิต นักวิชาการ ภาคประชาสังคม และนักวิชาชีพสื่อทั้งระดับประเทศและท้องถิ่น โดยในปี ๒๕๕๗ จัดกิจกรรมหัวข้อ "Multi-skilled journalists " ร่วมกับ ๓ สถาบันการศึกษา ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง (๑๑ ก.ย.๕๗) และสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์(๒๙ ต.ค.๕๗)

๒.๔.๒ ประชุมเครือข่ายนักวิชาการและวิชาชีพสื่อมวลชน เป็นเครือข่ายที่นักวิชาการและนักวิชาชีพสื่อสารมวลชนร่วมกันก่อตั้งขึ้นเพื่อ เป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน โดยในปี ๒๕๕๗ จัด ๓ ครั้ง ดังนี้ ครั้งที่ ๖  จัดร่วมกับณ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์  หัวข้อ ‘ASEAN Journalism & Education’ (๑๔ มี.ค. ๕๗) ครั้งที่ ๗ จัดร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย   หัวข้อ ‘ตำราวารสารศาสตร์ คอนเวอร์เจ้นซ์’ (๒ พ.ค. ๕๗ )  ครั้งที่ ๘  จัดร่วมกับมหาวิทยาลัยรามคำแหง หัวข้อ  “ปฏิวัติคนข่าว อภิวัฒน์สื่อ”

๒.๔.๓ ประชุมและศึกษาดูงาน เครือข่ายนักวิชาการและวิชาชีพสื่อมวลชน ได้จัดกิจกรรมอบรมและศึกษาดูงานขึ้น ๑ ครั้งในหัวข้อ  “ปฏิวัติคนข่าว อภิวัฒน์สื่อ….ปฏิรูปหลักสูตร”  ในวันเสาร์ที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๗  ณ  มหาวิทยาลัยรามคำแหง         และได้เดินทางไปศึกษาดูงานองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อ.ส.ม.ท.)

๒.๕. กลุ่มงานประกวดข่าว

๒.๕.๑ การประกวดรางวัลอิศรา อมันตกุล ประเภทข่าวและภาพข่าวยอดเยี่ยม ประจำปี ๒๕๕๗ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  ได้รับมอบหมายจากมูลนิธิอิศรา อมันตกุล ให้ดำเนินการจัดการประกวดข่าวและภาพข่าวยอดเยี่ยม รางวัลอิศรา อมันตกุล เพื่อเป็นการรำลึกถึงนายอิศรา อมันตกุล นายกสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทยคนแรกและนักหนังสือพิมพ์ผู้ปฏิบัติหน้าที่ภาย ใต้กรอบจริยธรรม โดยดำเนินการจัดการประกวดมาตั้งแต่ ปี ๒๕๑๕ สำหรับในปี ๒๕๕๗ มีผลงานงานข่าวส่งเข้าประกวดรางวัลอิศรา อมันตกุล ประเภทข่าวยอดเยี่ยมจำนวน ๑๕ ข่าว จากหนังสือพิมพ์ ๕  ฉบับ และส่งผลงานภาพข่าวเข้าประกวดรางวัลอิศรา อมันตกุล ประเภทภาพข่าวยอดเยี่ยมจำนวน  ๕๘ ภาพ จากหนังสือพิมพ์  ๘ ฉบับ

๒.๕.๒ การประกวดรางวัลข่าวอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดีเด่น ประจำปี ๒๕๕๗ ของ ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมฯ ได้มอบหมายให้ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมเป็นผู้ดำเนินการจัดการประกวด ข่าวอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดีเด่น ซึ่งจัดการประกวดมาตั้งแต่ปี  ๒๕๓๒ สำหรับในปี ๒๕๕๗ มีผลงานข่าวส่งเข้าประกวดจำนวน ๕ ข่าว จากหนังสือพิมพ์ ๔ ฉบับ

๒.๕.๓ การประกวดรางวัลพิราบน้อย ประจำปี ๒๕๕๗ เป็นการประกวดผลงานฝึกปฏิบัติของนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาที่มีการทำ หนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ โดยแบ่งการประกวดออกเป็น ๒ รางวัล ๔ ประเภท คือ รางวัลพิราบน้อย ประกอบด้วย  ๑.ประเภทหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ ๒. ประเภทข่าวฝึกปฏิบัติ ๓.ประเภทข่าวสิ่งแวดล้อมฝึกปฏิบัติ และรางวัลริต้า ปาติยะเสวี คือประเภทสารคดีเชิงข่าวฝึกปฏิบัติ  เริ่มจัดการประกวดตั้งแต่ปี พ.ศ.   ๒๕๓๖ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการจัดทำหนังสือพิมพ์และการทำข่าวของ นิสิตนักศึกษาวิชานิเทศศาสตร์ และวารสารศาสตร์  ในสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถาบันการศึกษา  กับสมาคมฯ    ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก บริษัท ทรู คอปอร์เรชั่น จำกัด มหาชน ในปี ๒๕๕๗ มีผลงานส่งเข้าประกวดดังนี้ ๑. หนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ ๑๔ ฉบับ ๒. ข่าวฝึกปฏิบัติ ๓๑ ข่าว ๓. ข่าวสิ่งแวดล้อม ๒๕ ข่าว และ ๔. สารคดีเชิงข่าว ๒๕ ชิ้น

๓. คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ

ในปี  ๒๕๕๗  คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ ดำเนินงานภายใต้รูปแบบของการจัดตั้ง  “ศูนย์ส่งเสริมสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน” เพื่อทำหน้าที่ในการส่งเสริมส่งเสริมและปกป้องมีสิทธิเสรีเสรีภาพของสื่อมวลชน โดยนักข่าวจะต้องมีอิสรภาพ เสรีภาพ ในการทำงาน ไม่ถูกคุกคาม แทรกแซงทั้งจากกลุ่มทุน รัฐ และผู้มีอิทธิพล  โดยมีกิจกรรมดังนี้

๓.๑ งานรณรงค์เพื่อสิทธิเสรีภาพสื่อ

๓.๑.๑. โครงการฉลองวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก (World Press Freedom Day – ๓ MAY) เป็นโครงการต่อเนื่องที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกวันที่ ๓ พฤษภาคม เนื่องจากเป็นวันที่องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก้ ได้เสนอให้สมัชชาใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติประกาศให้วันที่ ๓ พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก เพื่อย้ำเจตนารมณ์และหลักการที่เป็นพื้นฐานของเสรีภาพสื่อมวลชนทั่วโลก ซึ่งก็คือเสรีภาพในการแสดงออก  ตั้งแต่เมื่อปี  ๒๕๔๓  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ก็ได้ร่วมกับสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และเครือข่ายส่งเสริมสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในเอเชียอาคเนย์ จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในโอกาสดังกล่าวมาโดยตลอด

ในปี ๒๕๕๗  สมาคมฯ ได้จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก ในวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ โดยใช้หัวข้อหลัก “เสรีภาพ...บนความรับผิดชอบ – หยุดวาทกรรมความขัดแย้ง” กิจกรรมประกอบด้วย การเสวนาในหัวข้อเรื่อง “เสรีภาพ...บนความรับผิดชอบ – หยุดวาทกรรมความขัดแย้ง ”   และการออกแถลงการณ์เนื่องในวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก  เพื่อแสดงถึงท่าที่และจุดยืนของสื่อมวลชนไทย

๓.๑.๒ สนับสนุนการดำเนินการของสหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย เพื่อเป็นกลไกในการ ขับเคลื่อนด้าน สวัสดิการนักข่าว โดยได้มีการจัดเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การจัดสวัสดิการสื่อ โดยได้มีการจดทะเบียนจัดตั้งเป็นสหภาพแรงงานเลขทะเบียนที่ กธ.๑๑๑๔  เมื่อ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๕ โดยมีนายสุเมธ สมคะเน หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เป็นประธานก่อตั้ง  และได้มีการประชุมใหญ่เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการ สหภาพชุดที่ ๒  เมื่อ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ มีนายสุเมธ สมคะเน หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ดำรงตำแหน่งเป็นประธานสหภาพฯต่อ

๓.๒ งานส่งเสริมทักษะวิชาชีพข่าว  ในปี ๒๕๕๗ คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพสื่อและการปฏิรูปสื่อ  สมาคมฯ ได้จัดการอบรมขึ้น ๑ หลักสูตร

๓.๒.๑ การอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “การรายงานข่าวในสถานการณ์ความขัดแย้ง รุ่น ๕ (Safety Training for Thai Journalists)” สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การรายงานข่าวในสถานการณ์ความรุนแรง (Safety Training)”  ขึ้นเพื่อให้ผู้สื่อข่าวและช่างภาพจากสื่อหนังสือพิมพ์  สถานีโทรทัศน์และวิทยุ  ได้เรียนรู้เรื่องการทำข่าวอย่างปลอดภัยในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยง โดยเนื้อหาการอบรมประกอบด้วย ๑. การเตรียมตัวและวางแผนก่อนลงพื้นที่ปฏิบัติงานข่าว ๒. การเข้าทำข่าวพื้นที่ที่มีความขัดแย้งในแต่ละสถานการณ์ ภาษาที่ใช้ในการรายงานข่าว . การปฐมพยาบาล  ๖.แลกเปลี่ยนประสบการณ์ทำข่าวในสถานการณ์ขัดแย้ง  จัดขึ้นระหว่าง วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ พฤษภาคม ถึงวันอาทิตย์ที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๕๗  ณ ไมด้ารีสอร์ท จังหวัดกาญจนบุรี

โดยมีทั้งผู้สื่อข่าวและช่างภาพจากหนังสือพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์เข้าร่วมจำนวน ๒๖ คน โดยหลังจากอบรมหลักสูตรนี้แล้วได้มีการคัดเลือกผู้เข้าอบรมจากทั้ง ๕ รุ่น เพื่อเข้าอบรมหลักสูตร Train the trainer for safety training ต่อไป

๓.๓ งานติดตามสถานการณ์ด้านสิทธิเสรีภาพและสถานการณ์สื่อ

๓.๓.๑ งาน “เติมกำลังใจ ครั้งที่ ๒”  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย  และสหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย งาน “เติมกำลังใจ ครั้งที่ ๒”   ขึ้นเมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ณ สมาคมศิษย์เก่าสวนกุหลาบในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อให้สื่อมวลชนภาคสนามที่ต้องปฏิบัติภารกิจทำข่าวการชุมนุมทางการเมืองจากกลุ่มต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ได้มีโอกาสผ่อนคลายในบรรยากาศเป็นกันเองรวมทั้งพบปะพูดคุยกับเพื่อนพี่น้องในสื่อภาคสนามด้วยกันเองที่ต้องกระจัดกระจายทำข่าวในแต่ละจุดที่ได้รับมอบหมาย รวมทั้งจะมีโอกาสได้พบปะพูดคุยกับสื่อมวลชนอาวุโส เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ในวิชาชีพ

๓.๓.๒ .เสวนา ”ถอดบทเรียนการทำข่าวในสถานการณ์ขัดแย้ง” โดยจัดขึ้นระหว่าง วันเสาร์ที่ ๑๓ ถึงวันอาทิตย์ที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๕๗ ณ คุ้มหม่อมไฉไล อ.บางเลน จ. นครปฐม

เนื่องจากการทำหน้าที่รายงานข่าวท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งจนเกิดความรุนแรงของสื่อมวลชนมีความสำคัญ  สมควรที่จะนำเหตุการณ์ต่างๆ มาถอดบทเรียน แลกเปลี่ยนประสบการณ์อย่างเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การจัดทำ “คู่มือการรายงานข่าวในสถานการณ์ความขัดแย้ง” เพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติให้สื่อมวลชนมีความพร้อมในการทำข่าวอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยมีผู้เข้าร่วมเสวนาจำนวน  ๒๖ คน  ได้แก่ ผู้สื่อข่าวสื่อมวลชน ทั้งบรรณาธิการ หัวหน้าข่าว ผู้สื่อข่าว ช่างภาพหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ และทีวีดิจิตอล คณะทำงานและวิทยากร รวมทั้งสิ้นประมาณ ๔๐ คน

 

๔. คณะกรรมการอนุกรรมการฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์

ในปี   ๒๕๕๗  คณะอนุกรรมการฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย แบ่งงานออกเป็น ๒ กลุ่มงาน คือ

๔.๑ งานด้านสมาชิกสัมพันธ์

๔.๑.๑ รวมพลนักข่าวนักหนังสือพิมพ์อาวุโส "ด้วยรักและผูกพัน คนข่าว"  ครั้งที่ ๑ (ครั้งแรกในประวัติศาสตร์)  ชมรมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์อาวุโส ที่มีนายพงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร เป็นประธาน ได้ร่วมกับ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  จัดกิจกรรม รวมพลนักข่าวนักหนังสือพิมพ์อาวุโส "ด้วยรักและผูกพัน คนข่าว"  ครั้งที่ ๑  เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๗  มีนักข่าวอาวุโสที่มาร่วมงานประมาณ ๓๐ คนโดยคนมีนายเลิศ อัศเวศน์  อายุ ๙๒ ปี เป็นผู้อาวุโสสูงสุดและนายพิศาล พ้นภัย อายุ ๙๑ ปี อาวุโสรองลงมา

๔.๑.๒ กิจกรรม พิราบ Fit & Firm รุ่น ๖ ดูแลสุขภาพกายและใจ  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมโครงการดูแลห่วงใย ใส่ใจสุขภาพ เพื่อสุขภาวะสื่อมวลชน  พิราบ Fit & Firm รณรงค์ดูแลด้านสุขภาพทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต  ระหว่างวันเสาร์ที่ ๒๘- วันอาทิตย์ที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๗  ณ  สามพรานริเวอร์ไซด์ จังหวัดนครปฐม กิจกรรมในโครงการเน้นการดูแลสุขภาพทั้งกายและใจ เพื่อให้นักข่าวมีประสบการณ์ตรงในการบริโภคอาหารที่ถูกหลักโภชนาการและมีทักษะในการบริหารร่างกาย รวมทั้งมีโอกาสในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกันและระหว่างรุ่นพี่และ รุ่นน้อง จะนำมาซึ่งนักข่าวที่มีสุขภาวะที่ดี ซึ่งจะส่งผลต่อการรายงานข่าวและการปฏิบัติหน้าที่

 

๔.๑.๓ การอบรมให้ความรู้ด้านการออมเงินและการลงทุน ในหัวข้อ “วางแผนการเงินเรื่องง่ายๆ ที่รู้แล้วรวย”  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์ จัดโครงการอบรมให้ความรู้ด้านการออมเงินและการลงทุน ในหัวข้อ “วางแผนการเงินเรื่องง่ายๆ ที่รู้แล้วรวย” ณ  ศูนย์ฝึกอบรม ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ รัชโยธิน โดยมีหัวข้อการอบรมประกอบด้วย ๑.ความสำคัญของการออมเงิน  ๒.จัดสรรเงินอย่างไรให้ได้ตามเป้า ออมเงินอย่างไรให้รวย ๓. หลักการวางแผนการเงินให้กับตัวเอง  ๔. รูปแบบการออมเงิน การฝากเงิน และการลงทุนประเภทต่างๆ ๕. การประเมินความเสี่ยงให้กับตัวเอง นอกจากนี้จะมีการให้คำปรึกษาการวางแผนออมเงินเป็นรายบุคคล กับเจ้าหน้าที่ธนาคาร อีกด้วย โดยมีนักข่าวที่สนใจเข้าร่วมการอบรมจำนวน ๓๐ คน จากสื่อหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ วิทยุและเว็บไซด์

๔.๑.๔ อบรมเชิงปฏิบัติการ “ปั้นนักข่าวเป็นนักเขียน” รุ่นที่ ๗ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  ร่วมกับ สถาบันอิศรา และ สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย โดยการสนับสนุนของ  บริษัท ซีพีออลล์ จำกัด มหาชน จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “ปั้นนักข่าวเป็นนักเขียน” รุ่นที่ ๗ ระหว่างวันเสาร์ที่ ๒๓ – วันอาทิตย์ที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๗  ณ เรือนไทยบางกุ้ง จังหวัด โดยมีวัตถุประสงค์ในการอบรมเพื่อสร้างความสัมพันธ์ ระหว่างนักข่าวในพื้นที่ และเพื่อให้ผู้เข้าอบรมนำองค์ความรู้ที่ได้จากการเข้าอบรมไปพัฒนาเพิ่มศักยภาพในการเขียนข่าว สารคดีเชิงข่าว รายงานพิเศษ หรือการเขียนรูปแบบอื่น

 

ซึ่งเนื้อหาและกิจกรรมประกอบด้วย ปาฐกถาพิเศษ “บทบาทของนักเขียนที่เป็นนักข่าว:ศึกษาจากบทบาทศรีบูรพา” โดยวิทยากร  เชียงกูล   สนทนาพิเศษ “จุดไฟนักข่าวก้าวสู่นักเขียน”     บรรยาย โลกวรรณกรรมและกลวิธีการเขียนเรื่องสั้นและนวนิยาย  พบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักเขียนเรื่องสั้นและนวนิยาย”  คุยกับนักข่าวที่เป็นนักเขียน   บรรยายลิขสิทธิ์ จริยธรรมและศักดิ์ศรีของนักเขียน  การฝึกปฏิบัติเขียนงานวรรณกรรม

๔.๑.๕  ค่ายกระจิบ กระจาบพิราบน้อยรุ่น ๘  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดค่ายกระจิบ กระจาบพิราบน้อยรุ่น ๘ ให้กับบุตร-ธิดาสมาชิกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ ที่เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อพัฒนาศักยภาพของครอบครัวสมาชิกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ในด้านต่างๆ ทั้งการส่งเสริมจินตนาการและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เข้าใจธรรมชาติและสัตว์ มีน้ำใจและเอื้ออาทรต่อบุคคลอื่น เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสมาคมและครอบครัวนักข่าว  ในวันเสาร์ที่ ๑๘  ตุลาคม ๒๕๕๗    สนับสนุนโดย ซาฟารีเวิลด์ และ บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด

๔.๑.๖  อบรมภาษาจีน หลักสูตร “ทางลัดสู่ภาษาจีน”   สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ และศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ได้จัดทำโครงการอบรมภาษาจีน หลักสูตร “ทางลัดสู่ภาษาจีน”  ซึ่งเรียนทุกวันอังคารและวันพฤหัสบดี ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐-๑๒.๐๐ น. เริ่มเรียนครั้งแรกในวันพฤหัสบดีที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๗ ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน (ถนนเทียมร่วมมิตร รัชดา) ระยะเวลาการเรียนของหลักสูตรรวม ๑๐๐ ชั่วโมง มีผู้ผ่านการอบรมจนจบหลักสูตรจำนวน ๑๓ คน

๔.๒ งานด้านสวัสดิการสมาชิก

๔.๒.๑ ทุนการศึกษา สมาคมฯ ได้มอบทุนการศึกษาให้กับสมาชิกสมาคมฯ โดยแบ่งเป็นทุนการศึกษาที่มอบให้กับสมาชิกสมาคมฯ และทุนการศึกษาที่มอบให้กับบุตร-ธิดา สมาชิก ดังนี้

๑) ทุนการศึกษาที่มอบให้กับบุตร-ธิดา สมาชิก สมาคมฯ แบ่งทุนการศึกษาออกเป็น ๒ ประเภท คือ ๑) ทุนส่งเสริมการศึกษา เป็นทุนแบบรายปี ๒) ทุนต่อเนื่อง เป็นทุนที่มอบให้แบบต่อเนื่องตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ -ระดับปริญญาตรี โดยได้รับการอนุเคราะห์ทุนการศึกษาจากมูลนิธิซีเมนต์ไทย ปีละ ๑๐ ทุน ปัจจุบันมีผู้รับทุนแล้ว ๗๐ คน

มีการจัดพิธีมอบทุนการศึกษาบุตร-ธิดานักข่าว เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๗ เมษายน  ๒๕๕๗ ได้แบ่งให้ทุนการศึกษาออกเป็น ๒ ประเภท  คือ ๑. ทุนส่งเสริมการศึกษา เป็นการให้ทุนแบบรายปี โดยใช้งบประมาณจากกองทุนการศึกษาเพื่อบุตร-ธิดา สมาชิกสมาคมฯ มีผู้ได้รับการอนุมัติทุนการศึกษาจำนวน ๑๒๒ ทุน ทุนละ ๔,๐๐๐ บาท เป็น เงิน ๔๘๘,๐๐๐ บาท และ ๒. ทุนต่อเนื่อง ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิซิเมนต์ไทย เป็นปีที่ ๖ โดยในปี  ๒๕๕๖ ได้รับการสนับสนุนเพิ่มอีก ๑๐ ทุน  รวมเป็น ๗๐ ทุน

๒.) ทุนการศึกษาในระดับปริญญาโท ในปีนี้มหาวิทยาลัยมอบทุนการศึกษาในระดับปริญญาโทให้กับสมาชิกสมาคมฯจำนวน ๒ ทุนคือ มหาวิทยาลัยศรีปทุม จำนวน ๑ ทุน โดยคณะกรรมการบริหาร สมาคมฯได้คัดเลือกให้ นางสาวธนิตา อิสรา  ผู้สื่ออาวุโส สายเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์บ้านเมือง เข้ารับทุน และคัดเลือกให้ นางมยุรี วนะสุขสถิตย์  ผู้สื่อข่าวสายบันเทิง หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ เข้ารับทุนจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

๔.๒.๒ การมอบสินไหมมรณกรรมและการร่วมเป็นเจ้าภาพงานสวดพระอภิธรรมศพ สมาคมฯได้จัดทำประกันชีวิตกลุ่มให้กับสมาชิกที่ชำระเงินค่าบำรุงประจำปีกับ บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต ในปี  ๒๕๕๗ สมาคมฯ ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพงานสวดพระอภิธรรมศพและส่งหรีดเคารพศพสมาชิกอีก ๘  รายคือ ๑.  นายพิสันต์  ใจการุณ (ไทยรัฐ) ๒. นายเชลง  กัทลีรดะพันธุ์ (วิสามัญสมาชิก) ๓. นายบุญเสริม  พัฑฒนะ(ไทยรัฐ) ๔. นายวิชัย  วลาพล (วิสามัญสมาชิก)๕. นายประสิทธิ์  เหตระกูล (เดลินิวส์) ๖. นายวิเชียร  แก้วเปล่ง(วิสามัญสมาชิก) ๗.  นายประสิทธิ์  ยอดมั่น ๘.นายสุรพล  พรหมสาขา ณ สกลนคร (บางกอกโพสต์)

๔.๒.๓ การจัดทำโครงการสวัสดิการผู้ป่วยนอกร่วมกับโรงพยาบาลเอกชน เพื่อเป็นการดูแลสวัสดิการด้านสุขภาพให้กับสมาชิก สมาคมฯได้จัดทำบันทึกข้อตกลงร่วมกับโรงพยาบาลเอกชน ๒ โรงพยาบาลคือ โรงพยาบาลเวชธานีและโรงพยาบาลพญาไท โดยสมาชิกสามารถเข้ารับการรักษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายครั้งละ ๑,๕๐๐ บาท ต่อคน คนละ ๖ ครั้งต่อไป และมีนโยบายที่จะประสานความร่วมมือกับโรงพยาบาลเอกชนอื่นๆในลักษณะเดียวกันนี้ให้ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯทั้ง ๔ มุมเมือง

 

๕. คณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ

ในปี  ๒๕๕๗  คณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  แบ่งงานออกเป็น ๒ กลุ่มงาน คือ

๕.๑ กลุ่มงานสร้างเครือข่ายวิชาชีพต่างประเทศ

๕.๑.๑ โครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนเวียตนาม-ไทย เป็นโครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์ ที่คณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ สมาคมฯ มีความประสงค์ในการจัดตั้งความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรสื่อในภูมิภาคเดียวกันขึ้น โดยครั้งนี้เป็นครั้งแรกของการเยือนที่สมาคมนักข่าวฯทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพในการต้อนรับสมาคมนักข่าวแห่งประเทศเวียดนาม   (Vietname Journalists Association)  ระหว่างวันจันทร์ที่ ๓ – วันอาทิตย์ที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๗  โดยมีนาย Mr. Pham Quoc Toan อุปนายกสมาคมนักข่าวแห่งประเทศเวียดนาม  เป็นหัวหน้าคณะพร้อมด้วยผู้แทนสื่อมวลชนเวียตนามอีกจำนวน ๘ คน โดยในครั้งนี้ได้มีการทำบันทึกข้อตกลงว่าทั้งสองสมาคมจะดำเนินกิจกรรมในเรื่องการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์  การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านต่างๆ ร่วมกัน

๕.๑.๒ โครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนไทย-จีน นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  เป็นหัวหน้าคณะนำผู้แทนสื่อมวลชนไทยรวมจำนวน ๗ คนไปเยือนประเทศจีนตามคำเชิญของ สมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศจีน ( All China Journalists Association – ACJA )  ระหว่างวันจันทร์ที่  ๒๒ –  วันอาทิตย์ที่ ๒๘ กันยายน  ๒๕๕๗

โครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนจีน-ไทยนี้เป็นโครงการที่สลับกันเป็นเจ้าภาพต้อนรับคณะสื่อมวลชนจากแต่ละประเทศ เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อปี  ๒๕๔๒ เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างสื่อมวลชนของทั้งสองประเทศอีกทั้งยัง เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

๕.๒ ความสัมพันธ์กับสื่อมวลชนนานาชาติ

๕.๒.๑ SEAPA  หรือ สมาคมสื่อมวลชนแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ นายก สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในฐานะนายก สมาคมฯ ทำหน้าที่เป็นกรรมการบริหารสมาคมสื่อมวลชนแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (สมาคมนักข่าวฯเป็นองค์กรก่อตั้ง SEAPA)

๕.๒.๒ IFEX - International Freedom of Expression Exchange สมาคมฯเป็นสมาชิกของ IFEX มีการเข้าร่วมประชุมใหญ่ทุกปี

๕.๓. กลุ่มงานพัฒนาศักยภาพนักข่าว ในปี ๒๕๕๗  คณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ สมาคมฯ ได้จัดการอบรมขึ้น ๑ หลักสูตร

๕.๓.๑ การอบรมหลักสูตรเสริมสร้างความรู้เรื่องการเป็นประชาคมอาเซียนสำหรับสื่อมวลชนรุ่นที่ ๓ :  การเมืองและความมั่นคงในอาเซียน สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย โดยการสนับสนุนจากบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) จัดการอบรมหลักสูตรดังกล่าวขึ้น เพื่อเป็นการให้ความรู้ความเข้าใจแก่สื่อมวลชนในด้านการเมืองและความมั่นคงของอาเซียนในระดับต่าง ๆ  และเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้สื่อมวลชนที่สนใจมีโอกาสได้ศึกษาค้นคว้า ผลิตและเผยแพร่ผลงานในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเมืองและความมั่นคงของอาเซียน  กิจกรรมในโครงการนอกจากการฟังการบรรยายแล้วยังมีการศึกษาดูงานในประเทศและต่างประเทศ มีผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน ๒๕  คน จัดตั้งแต่ ๗ กุมภาพันธ์  – ๒๙ มีนาคม  ๒๕๕๘  เป็นระยะเวลารวม ๘ สัปดาห์

 

๖. คณะกรรมการอนุกรรมการฝ่ายเลขานุการ

ในปี ๒๕๕๗  คณะอนุกรรมการฝ่ายเลขานุการ สมาคมฯ  ได้จัดกิจกรรมต่างๆ ทั้งที่เป็นการประสานความร่วมมือกับองค์กรวิชาชีพสื่อและกิจกรรมที่ประสานความร่วมมือกับองค์กรภายนอก ดังนี้

 

๖.๑ การจัดสัมมนาเพื่อวางแผนยุทธศาสตร์ สมาคมฯ ได้จัดการสัมมนาเพื่อวางแผนยุทธศาสตร์ สมาคมฯ ขึ้นระหว่างวันศุกร์ที่ ๑๘  - วันเสาร์ ๑๙  เมษายน  ๒๕๕๗   ณ สามพรานริเวอร์ไซต์  จังหวัดนครปฐม  มีทั้งกรรมการบริหาร สมาคมฯ ชุดปัจจุบันและชุดที่ผ่าน ที่ปรึกษา สมาคมฯ และอนุกรรมการฝ่ายต่างๆ เข้าร่วมการสัมมนา ซึ่งจากการสัมมนาดังกล่าวทำให้เห็นเป้าหมายที่ชัดเจนในการทำงานของสมาคมฯมากขึ้น

 

๖.๒. การจัดทำระบบทะเบียนสมาชิก สมาคมฯ ให้มีการจัดทำฐานข้อมูลของสมาชิกให้อยู่ในรูปแบบของ Data Base รวมทั้งปรับปรุงระบบการส่งข่าวสารถึงสมาชิกโดยเพิ่มช่องทางการส่งข่าวผ่านข้อความสั้นทางโทรศัพท์มือถืออีกหนึ่งช่องทาง

 

๖.๓ การจัดกิจกรรมระดมทุน สมาคมฯ จัดกิจกรรมระดมทุนครั้งใหญ่ปีละ ๒ กิจกรรม คือการจัดทำหนังสือรายงานประจำปีและการจัดงานดินเนอร์ทอล์ค โดยในส่วนของงานดินเนอร์ทอล์คประจำปี ๒๕๕๗ จัดเมื่อวันพุธที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๗  ณ ห้องกมลทิพย์ ชั้น ๒ โรงแรมสุโกศล  ถนนศรีอยุธยาได้รับเกียรติจากคุณประมณฑ์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอรัปชั่น (ประเทศไทย) มาปาฐกถาพิเศษหัวข้อ  “วาระประเทศไทย ล้างคอรัปชั่น”

 

๖.๔ โครงการ ๖๐ ปี สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

สมาคมฯริเริ่มจัดทำโครงการ ๖๐ ปี สมาคมฯเพื่อเฉลิมฉลองในวาระ ๖๐ ปี ซึ่งจะครบรอบในวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๙  โดยมีเป้าหมายในการจัดตั้งกองทุน ๖ กองทุน ประกอบด้วย ๑.กองทุนเพื่อสร้างและปรับปรุงอาคารสำนักงานเพื่อใช้เป็นศูนย์รวมองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ๒. จัดตั้งกองทุนพัฒนาศักยภาพนักข่าว  ๓. จัดตั้งกองทุนสิทธิเสรีภาพสื่อและปฏิรูปสื่อ ๔. จัดตั้งกองทุนส่งเสริมจริยธรรม   ๕. จัดตั้งกองทุนสวัสดิการนักข่าว และ ๖. ……..

โดยกิจกรรมในโครงการ ๖๐ ปีที่ดำเนินการไปเรียบร้อยแล้วคือ ๑.  การแข่งขันกอลฟ์การกุศล ๖๐ ปี สมาคมฯ จัดเมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๕๗ ณ สนามกอล์ฟกองทัพบก รามอินทรา ๒. การจัดทำหนังสือ “คือ...คนหนังสือพิมพ์” ซึ่งรวบรวมชีวประวัติ ผลงานและบทเรียนการต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน โดยการถอดบทเรียนจากบรรดาผู้อาวุโสในวงการหนังสือพิมพ์ โดยหนังสือเล่มนี้จะประกอบด้วยบทรายงานที่สะท้อนภาพการทำงานของนักหนังสือพิมพ์อาวุโสในอดีตจนถึงปัจจุบัน โดยมีนายขุนทอง ลอเสรีวนิช อดีตกรรมการบริหาร สมาคมฯ และอดีตบรรณาธิการจุลสารราชดำเนินเป็นบรรณาธิการ และ ๓. โครงการรณรงค์รับบริจาคเลือด “๖๐ ปี ๖๐ คน” โดยเปิดรับบริจาครอบแรกเมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๗ และรอบสองในวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๘

ปี ๒๕๕๗  ซึ่งเป็นปีที่ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ก้าวเข้าสู่ปีที่ ๖๐ ได้เน้นการทำงานภายใต้แนวคิด “การปฏิวัติคนข่าว อภิวัฒน์สื่อ” ในขณะที่ผู้ปฏิบัติงานภาคสนามเองก็ยังต้องทำงานภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองรุนแรงและในที่สุดก็ต้องทำงานภายใต้ข้อจำกัดด้านสิทธิเสรีภาพในการรับรู้และแสดงออกความคิดเห็น  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ ได้พยายามได้จัดทำโครงการต่างๆ ที่จะเอื้ออำนวยและสนับสนุนการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนทุกแขนง ภายใต้ความคาดหวังที่จะให้สื่อมวลชนสามารถรักษาบทบาทการทำหน้าที่ที่มีความเป็นกลางและเป็นธรรม ภายใต้หลักการแห่งวิชาชีพสื่อมวลชน อย่างมั่นคงและเข้มแข็ง

]]>
peerapat_d@hotmail.com (กองบรรณาธิการเว็บ) รายงานกิจกรรมสมาคมฯ Tue, 10 Mar 2015 07:03:15 +0000
รายงานกิจกรรม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมัยที่ ๑๔/๒๕๕๖ http://tja.or.th/about-us/2011-04-20-11-43-08/3470-2014-02-27-08-52-59 http://tja.or.th/about-us/2011-04-20-11-43-08/3470-2014-02-27-08-52-59 รายงานกิจกรรม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมัยที่ ๑๔/๒๕๕๖

คณะกรรมการบริหาร สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมัยที่ ๑๔ ซึ่งดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๖ – ๔ มีนาคม ๒๕๕๗  ได้ร่วมกันกำหนดเป้าหมายในการดำเนินไว้ว่า “พัฒนาศักยภาพ ดูแลสวัสดิการ ส่งเสริมสวัสดิภาพ กระชับความสัมพันธ์กับนักข่าว” ภายใต้ยุทธศาสตร์หลัก ๕ ยุทธศาสตร์คือ

ยุทธศาสตร์ที่ ๑ พัฒนาศักยภาพนักข่าว

ยุทธศาสตร์ที่ ๒ ดูแลสวัสดิการ ส่งเสริมสวัสดิภาพ กระชับความสัมพันธ์กับนักข่าว

ยุทธศาสตร์ที่ ๓ เสรีภาพสื่อบนพื้นฐานความรับผิดชอบต่อสังคม

ยุทธศาสตร์ที่ ๔ สร้างภาคีสื่อในการขับเคลื่อนเพื่อหาทางออกในปัญหาสังคม

ยุทธศาสตร์ที่ ๕ การสร้างเครือข่าย: วิชาชีพ วิชาการและ ภาคประชาชน

ในปี ๒๕๕๖  คณะกรรมการบริหาร สมาคมฯ  ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการฝ่ายต่างๆ ทำหน้าที่ในการดำเนินกิจกรรม โดยแบ่งออกเป็น ๖ คณะอนุกรรมการ ดังนี้

๑) คณะอนุกรรมการฝ่ายพิจารณาบทบาทสมาคมในสถานการณ์เร่งด่วน

๒) คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ

๓) คณะอนุกรรมการฝ่ายวิชาการ

๔) คณะอนุกรรมการฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์

๕) คณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ

๖) คณะกรรมการอนุกรรมการฝ่ายเลขานุการ

 

๑. คณะอนุกรรมการฝ่ายพิจารณาบทบาทสมาคมในสถานการณ์เร่งด่วน ประกอบด้วย ที่ปรึกษา ๔ คนและอนุกรรมการ ๖ คน

๑.นายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์    อดีต นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แหงประเทศไทย          ที่ปรึกษา

๒. นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี   อดีต นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แหงประเทศไทย          ที่ปรึกษา

๓. นายอรุณ ลอตระกูล            อดีตกรรมการบริหาร สมาคมฯ                                ที่ปรึกษา

๔. นายจักรกฤษณ์ เพิ่มพูล       ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ                        ที่ปรึกษา

๕. นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์        นายก สมาคมฯ                                                 ประธาน

๖. นายวงศ์ชัย วงศ์มีชัย          อุปนายกฝ่ายบริหาร สมาคมฯ                                 อนุกรรมการ

๗. นายเสด็จ บุนนาค              อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ      อนุกรรมการ

๘. นายอนุชา เจริญโพธิ์                    อุปนายกฝ่ายต่างประเทศ สมาคมฯ                           อนุกรรมการ

๙. นายปราเมศ  เหล็กเพ็ชร์      เลขาธิการ สมาคมฯ                                            อนุกรรมการ

๑๐. นายยุทธนา  นวลจรัส        กรรมการฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ                               อนุกรรมการ

คณะอนุกรรมการ ชุดนี้จะทำหน้าที่ในการรวบรวมทั้งความเห็นและข้อเสนอต่างๆ จากบุคคลและองค์กรที่เกี่ยวข้องในการนำมาพิจารณาบทบาทสมาคมฯ ในสถานการณ์เร่งด่วน ทั้งในรูปแบบของการออกแถลงการณ์, การออกจดหมายเปิดผนึก และการเผยแพร่คำชี้แจงในเรื่องต่างๆ รวมทั้งทำความเข้าใจและสื่อสารกับสังคมในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ต่างๆ ของสื่อ (ดูเอกสารแถลงการณ์ในเล่ม)

 

๒. คณะอนุกรรมการฝ่ายวิชาการ ประกอบด้วยที่ปรึกษา ๕  คนและอนุกรรมการ ๑๑ คน

๑  ดร. สุดารัตน์ ดิษยวรรธนะ จันทราวัฒนากุล   สถาบันปัญญภิวัฒน์                         ที่ปรึกษา

๒  นายจักร์กฤษ เพิ่มพูล                             ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ              ที่ปรึกษา

๓  ดร. มานะ ตรีรยาภิวัฒน์                มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย                          ที่ปรึกษา

๔  ดร.ทัณฑกานต์  ดวงรัตน์               มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์                          ทึ่ปรึกษา

๕  นายวิษณุพงษ์ หิญชีระนันท์            หนังสือพิมพ์เดลินิวส์                                  ที่ปรึกษา

๖  นายวันชัย วงศ์มีชัย                     อุปนายกฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ                      ประธาน

๗  นายอรุณ  ลอตระกูล                    หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ                            รองประธาน

๗  อาจารย์เสาวนีย์  ฉัตรแก้ว             มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์                          อนุกรรมการ

๘ นายสุทธิรักษ์ อุฒมนตรี        รองเลขาธิการฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ      เลขานุการคณะอนุกรรมการ

๙  นางสาวเรวดี พงศ์ไชยยง     หนังสือพิมพ์มติชน                                    อนุกรรมการ

๑๐ นางสาว น. รินี เรืองหนู                หนังสือพิมพ์มติชน                                    อนุกรรมการ

๑๑ นายชัยฤทธิ์   ยนเปี่ยม                หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์                              อนุกรรมการ

๑๒ อาจารย์เสาวนีย์  ฉัตรแก้ว             มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์                          อนุกรรมการ

๑๓ นายไพรัช  มิ่งขวัญ                     นายทะเบียนและสวัสดิการ สมาคมฯ                อนุกรรมการ

๑๔ นายยุทธนา  นวลจรัส                  กรรมการฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ                     อนุกรรมการ

๑๕  นางสาวเย็นจิตร์ สถิรมงคลสุข                 สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส                  อนุกรรมการ

๑๖  นางสาวมณีรัตน์  ศิริปัญจนะ                   กรรมการฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ            อนุกรรมการ

ในปี ๒๕๕๖  คณะอนุกรรมการฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ แบ่งงานออกเป็น ๕  กลุ่มงาน คือ

๒.๑. ด้านการอบรม สมาคมฯ ได้จัดทำโครงการด้านการฝึกอบรมจำนวน ๒ หลักสูตร คือ

๒.๑.๑ การอบรมเชิงปฏิบัติการนักข่าว ประจำปี ๒๕๕๖ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสถาบันอิศรา จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการนักข่าว ประจำปี ๒๕๕๖ ขึ้นระหว่างวันศุกร์ที่ ๕ - วันอาทิตย์ที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๕๖  ณ สามพรานริเวอร์ไซต์   จังหวัดนครปฐม  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบุคลากรในวิชาชีพสื่อมวลชน โดยใช้ Role model ทั้งจากผู้ที่มีความน่าเชื่อถือ ได้รับการยอมรับจากกลุ่มวิชาชีพและผู้แทนจากกลุ่มนักวิชาการเพื่อปลูกฝังอุดมการณ์ความเป็นวิชาชีพและจริยธรรมให้กับผู้สื่อข่าว มีนักข่าวเข้าร่วมการอบรมจำนวน ๒๕  คน  ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

หัวข้อการอบรมประกอบด้วย  “ไทย : ความท้าทาย ในภาวะวิกฤต ที่ไร้พรมแดน”  โดย  นางสาวรุ่งมณี  เมฆโสภณ   นักข่าวอาวุโส  อิสระและนายเสริมสุข กษิติประดิษฐ์ บรรณาธิการอาวุโส ไทยพีบีเอส การฝึกจับประเด็นข่าวกรณี ผลกระทบการรายงานข่าวในสถานการณ์ความขัดแย้ง การชวนคิด ชวนคุย “จริยธรรมสื่อในสถานการณ์วิกฤตและความขัดแย้ง” และการเสวนากับนักข่าวสายเศรษฐกิจในหัวข้อ  “สกัดประเด็น  ตามรอย…ข้าวสารเน่า ข้าวเปลือกล่องหน” และการฝึกปฏิบัติการเขียนข่าว เขียนสกู๊ป รายงานพิเศษและการถ่ายภาพข่าว

๒.๑.๒ การอบรมเชิงปฏิบัติการนักข่าวพิราบน้อยรุ่น ๑๖ เป็นโครงการต่อเนื่องจัดขึ้นเป็นปีที่ ๑๖ ซึ่งหากนับถึงปัจจุบันมีนักศึกษาที่ผ่านการอบรมกว่า ๑,๐๐๐ คนแล้ว มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาวิชาชีพสื่อสารมวลชนด้านสิ่งพิมพ์  (Professional Development) ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมในวิชาชีพ (Ethics Responsibility)  และแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในฐานะองค์กรเพื่อสังคม (Organizational Social Responsibility) ซึ่งนักศึกษาที่เข้าร่วมอบรมได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทั้งกับเพื่อนนักศึกษาจากต่างสถาบันและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักข่าวรุ่นพี่ที่ทำงานทั้งในภาคสนาม และในส่วนของผู้บริหารงานข่าว อันเป็นการเตรียมพร้อมในการเข้าสู่วิชาชีพ นอกจากนี้ยังเป็นกระบวนการปลูกฝังอุดมคติให้กับนักศึกษาด้วย ในรุ่นที่ ๑๖  มีนักศึกษาที่เรียนด้านหนังสือพิมพ์จากสถาบันอุดมศึกษาจากทั่วประเทศเข้าร่วมอบรมจำนวน ๖๐  คน จาก  ๓๒  สถาบัน จัดอบรมระหว่างวันพฤหัสบดีที่  ๘ – วันอาทิตย์ที่ ๑๑ สิงหาคม  ๒๕๕๖   ณ โรงแรมภูเขางามรีสอร์ท   จังหวัดนครนายก ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากบริษัท ทรู คอปอร์เรชั่น จำกัด มหาชน

ในการอบรมครั้งนี้ได้เพิ่มกระบวนการฝึกฝนนักศึกษาในการเขียนข่าวเพิ่มขึ้นอีกขั้นตอนหนึ่ง โดยนักศึกษาทุกคนจะ ต้องส่งผลงานข่าวเข้าร่วมโครงการ TJA  Cyber Reporter อย่างน้อยคนละ ๔  ชิ้นงาน

๒.๒ กลุ่มงานเสวนาและสื่อสารสาธารณะ ได้มีการจัดทำโครงการในกลุ่มงานเสวนาและสื่อสารสาธารณะ จำนวน ๓ กิจกรรม ดังนี้

๒.๒.๑ ราชดำเนินเสวนา เป็นโครงการที่ดำเนินงานต่อเนื่องมาเป็นปีที่ ๑๕  ซึ่งเป็นความริเริ่มจากสมัยที่นายกวี จงกิจถาวร เป็นนายก สมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย (พ.ศ. ๒๕๔๒) มีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพการทำงานข่าวให้มีคุณภาพและอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง  โดยมีการเชิญแหล่งข่าวมาพบปะพูดคุยและตอบคำถามนักข่าว เพื่อเป็นการสร้างความรู้ ความเข้าใจ ระหว่างนักข่าวกับแหล่งข่าวในประเด็นต่าง ๆ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม

ในปี พ.ศ.  ๒๕๕๖ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม สุขภาพ(สสส.) ผ่านทางสถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย  ได้จัดราชดำเนินเสวนาไป จำนวน กิจกรรมเสวนาสาธารณะ การจัดเวทีเสวนาสาธารณะจัดร่วมกับสถาบันการศึกษาต่างๆ และองค์กรพัฒนาเอกชนอื่นๆที่เป็นภาคี และเครือข่ายพันธมิตรใหม่ๆ โดยเน้นความหลากหลาย และให้ความสาคัญกับเนื้อหาหรือ หัวข้อเสวนาที่เป็นการสนับสนุนกิจกรรมด้านสิทธิเสรีภาพและสิทธิในการสื่อสาร เป็นการเปิดเวทีให้กับภาคประชาสังคม ได้ใช้เป็นพื้นที่ร่วมกันหาทางออก และหาแนวทางแก้ปัญหาด้านสังคม ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ การเมือง สิ่งแวดล้อม และอื่นๆ ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมจำนวน ๙ ครั้ง ดังนี้

๑.“ไข่ราคาสูง...เงินเฟ้อต่ำ เหตุใดกลไกตลาดบิดเบือน?”(๑๐ มิ.ย.๕๖)

๒.“อวสานรถหรูเลี่ยงกฎหมาย?”(๑๗ มิ.ย.๕๖)

๓.“ลดราคาจำนำข้าว:ลดขาดทุน-ป้องกันทุจริตได้จริงหรือ?”(๒๔ มิ.ย.๕๖)

๔.“เงินกู้  2 ล้านล้าน วิกฤติหรือโอกาสประเทศไทย?”(๒๘ ก.ค.๕๖)

๕.“นิรโทษกรรม...ทำเพื่อใคร?”(๑ ส.ค.๕๖)

๖.“เป้าหมายสุดท้ายของกลุ่ม BRN กับ Peace Process”  จัดร่วมกับ สกว. (๒๕ ส.ค.๕๖)

๗.“๔๐ ปี  ๑๔ ตุลา  เส้นทางเสรีภาพสื่อไทย” จัดร่วมกับมูลนิธิ 14 ตุลา (๑๓ ต.ค.๕๖)

๘."ทางออกวิกฤติ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม กับแนวโน้มการเมืองไทย"(๙ พ.ย.๕๖)

๙. "หนึ่งทศวรรษปัญหาใต้ ในมุมมองของ  ดร.วันกาเดย์ เจ๊ะมัน และ ดร.จรัญ มะลูลีม" (๒๘ พ.ย.๕๖)

สามารถติดตามเนื้อหาราชดำเนินเสวนาได้ที่ www.tja.or.th

๒.๒.๒. รายการวิทยุช่วยกันคิดทิศทางข่าว เป็นความร่วมมือระหว่างสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กับสำนักข่าวไทยและบริษัท อสมท. จำกัด มหาชน ออกอากาศทางสถานีวิทยุ อสมท.  FM ๑๐๐.๕ Mhz ทุกวันอาทิตย์เวลา ๑๑.๐๐-๑๒.๐๐น. เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นักข่าวรุ่นใหม่ได้เข้ามาร่วมกิจกรรมกับสมาคมฯ รวมทั้งเป็นเวทีในการสื่อสารเรื่องราวที่เกี่ยวกับสื่อมวลชนให้สาธารณชนได้ รับทราบ รวมทั้งการวิเคราะห์ถึงทิศทางข่าวในสัปดาห์ต่อไป โดยเน้นความหลากหลายของประเด็นข่าว ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม การต่างประเทศ และอื่นๆที่เป็นประเด็นร้อนในขณะนั้น

สำหรับนักจัดรายการประจำปี  ๒๕๕๖  มีจำนวน ๑๓  คนคือ ๑.นายธีรเดช  เอี่ยมสำราญ   (มติชนออนไลน์) ๒. นายปราเมศ  เหล็กเพ็ชร์  (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)  ๓. นายราม อินทรวิจิตร  (หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ) ๔. นายเสถียร วิริยะพรรณพงศา   (สำนักข่าวเนชั่น)  ๕.นางสาวชุติมณฑน์ ศรีขำ (หนังสือพิมพ์บ้านเมือง) ๖.นางสาวเลอลักษณ์ จันทร์เทพ   (หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์) ๗. นางสาวจินตนา จันทร์ไพบูลย์  (หนังสือพิมพ์สยามรัฐ)   ๘. นายจีรพงษ์  ประเสริฐพลกรัง  (สำนักข่าวเนชั่น ) ๙. นายมานพ ทิพย์โอสถ (หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์)  และ ๑๐.นางสาวบุษดี  พนมภู (หนังสือพิมพ์บ้านเมือง) ๑๑.นายวรพล  กิตติรัตวรางกูล (หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์) ๑๒.นางสาวประนอม บุญล้ำ (หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ) ๑๓.นายสุทธิรักษ์ อุฒมนตรี (หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ)

ติดตามฟังรายการวิทยุย้อนหลังได้ที่  www.tja.or.th

 

๒.๒.๓ www.tja.or.th เป็นเวบไซต์ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมข่าวสารต่างๆ ของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ทั้งประชาสัมพันธ์กิจกรรม,รายงานกิจกรรม,กฎหมายที่เกี่ยวข้อง,ประวัติความ เป็นมา จุดยืนและท่าทีของสมาคมฯต่อสถานการณ์ต่างๆของบ้านเมือง รวมทั้งการบันทึกผลงานข่าวที่ได้รับรางวัลประเภทต่างๆ  และเป็นชุมชนออนไลน์ของนักวิชาการและวิชาชีพสื่อสารมวลชน ในการแลกเปลี่ยนทัศนะของนักวิชาการและนักวิชาชีพด้านสื่อสารมวลชน และนำเสนอข่าวสารความเคลื่อนไหวในแวดวงสื่อสารมวลชน

๒.๓ กลุ่มงานหนังสือ ในปี   ๒๕๕๖ ฝ่ายวิชาการ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้จัดทำหนังสือรวม ๒  เล่ม ดังนี้

๒.๓.๑ จุลสารราชดำเนิน ในปี ๒๕๕๖ สมาคมฯ ได้จัดทำวารสารราชดำเนินโดยออกเป็นรายสามเดือนจำนวน ๓  ฉบับ ซึ่งแต่ละฉบับมีเนื้อหาที่น่าสนใจ ได้รับเสียงสะท้อนอย่างดีทั้งจากสมาชิกสมาคมฯ สถาบันวิชาการและผู้สนใจทั่วไป

วารสารราชดำเนินฉบับที่ ๒๕  เผยแพร่เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๕๖  เนื้อหาหลักเรื่อง “ความท้าทายของนักข่าวไทย”  นายพงศ์พิพัฒน์ บัญชานนท์ เป็นบรรณาธิการ

และวารสารราชดำเนินฉบับที่ ๒๖  ประจำปี ๒๕๕๖ เผยแพร่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์  ๒๕๕๖  เนื้อหาหลักเรื่อง “นักข่าวผี”

อ่านเนื้อหาจุลสารราชดำเนินฉบับย้อนหลังได้ที่ www.tja.or.th

๒.๓.๒ หนังสือวันนักข่าว “บทบาทสื่อไทยในประชาคมอาเซียน” หนังสือวันนักข่าวเป็นหนังสือรายงานประจำปีที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการข่าวและหนังสือพิมพ์  ตลอดจนรายงานกิจกรรมของสมาคม  และทำเนียบรายชื่อนักข่าวจากหนังสือพิมพ์ทุกฉบับที่เป็นสมาชิกสมาคม  เนื้อหาหลักในปีนี้เน้นเรื่อง  “บทบาทสื่อไทยในประชาคมอาเซียน”   มีนางสาว น.รินี เรืองหนู เป็นบรรณาธิการ มีการแจกจ่ายหนังสือวันนักข่าวถึงมือสมาชิก สมาคมฯ ในวันที่ ๔ มีนาคม  ๒๕๕๗  ซึ่งเป็นวันประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสมาคมฯ

๒.๔. กลุ่มงานเครือข่ายวิชาการและวิชาชีพสื่อมวลชน เป็น เครือข่ายที่นักวิชาการและนักวิชาชีพสื่อสารมวลชนร่วมกันก่อตั้งขึ้นเพื่อ เป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน โดยในปี ๒๕๕๖ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม ๓ กิจกรรม ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม สุขภาพ(สสส.) ผ่านทางสถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย  ดังนี้

๒.๔.๑ ห้องเรียนสาธารณะ เป็นกิจกรรมที่เน้นการถ่ายทอดความรู้ และเทคนิค ทางวิชาชีพสื่อมวลชน แก่นักศึกษาจากสถาบันต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เกิดกระบวนการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ และเป็นแรงจูงใจในการกระตุ้นให้นิสิต นักศึกษาด้านนิเทศศาสตร์ เข้ามาทำงานสื่ออย่างเป็นระบบภายใต้กรอบการทำงานเชิงวิชาการ และเป็นการร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ระหว่างนิสิต นักวิชาการ ภาคประชาสังคม และนักวิชาชีพสื่อทั้งระดับประเทศและท้องถิ่น โดยในปี ๒๕๕๖ จัดกิจกรรมหัวข้อ "Multi-skilled journalists " ร่วมกับ ๓ สถาบันการศึกษา ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร(๒๔ ก.ย.๕๖) , มหาวิทยาลัยศิลปากร(๑๘ ธ.ค.๕๖) และมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต (๑๙ ธ.ค.๕๖)

 

๒.๔.๒ ประชุมเครือข่ายนักวิชาการและวิชาชีพสื่อมวลชน เป็นเครือข่ายที่นักวิชาการและนักวิชาชีพสื่อสารมวลชนร่วมกันก่อตั้งขึ้นเพื่อ เป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน โดยในปี ๒๕๕๖ จัดกิจกรรม  ร่วมกับคณะนิเทศศาสตร์  มหาวิทยาลัยกรุงเทพ  เรื่อง ยุทธศาสตร์เพื่ออนาคตวารสารศาสตร์ ครั้งที่ ๕ ตอน “คนเปลี่ยน สื่อปรับ รุก-รับ อย่างไร” (๑๙ ก.ค.๕๖)

 

๒.๔.๓ ประชุมใหญ่ทางวิชาการสื่อสารมวลชน “อนาคตสื่อไทย : ความท้าทายภายใต้  รัฐ  ทุน และเทคโนโลยี” สมาคมฯ ร่วมกับสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สถาบันอิศรา สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ และคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ   จัดทำโครงการประชุมวิชาการวิชาชีพสื่อสารมวลชน ระดับชาติ หัวข้อ ““ยุทธศาสตร์เพื่ออนาคตวารสารศาสตร์” ครั้งที่  ๒   ตอน  “Convergence Newsroom”” จัดระหว่างวันศุกร์ที่ ๒๐ กรกฎาคม  ๒๕๕๕  ณ  คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาหอการค้าไทย

๒.๔.๔ โครงการศึกษาดูงานด้านสื่อมวลชนของอาจารย์ด้านวารสารศาสตร์ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสถาบันอิศรา จัดทำโครงการศึกษาดูงานด้านสื่อมวลชนของอาจารย์ด้านวารสารศาสตร์ รุ่นที่ ๖  จัดขึ้นภายในระยะเวลา ๓ สัปดาห์ วันพฤหัสบดีที่ ๑๐ ตุลาคม  -  วันเสาร์ที่  ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ที่สอนด้านนิเทศศาสตร์เข้าร่วมโครงการทั้งหมด ๘ คน

๑.อาจารย์ทรงพร  ศรีช่วย             มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

๒.อาจารย์อัญญาวีร์  อุนสวัสดิ์อาภา  มหาวิทยาลัยเนชั่น

๓.อาจารย์อรรณพ  แสงภู              มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง

๔.อาจารย์วิรยา  ตาสว่าง              มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

๕.อาจารย์บุษบาบรรณ  ไชยศิริ       มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล

๖.อาจารย์สุนิศา  เพี้ยนโอสถ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม

๗.อาจารย์จุฬารัตน์  หนูทอง          มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา

๘.อาจารย์ชุมพล  มียิ่ง                 มหาวิทยาลัยศรีปทุม

 

๒.๕. กลุ่มงานประกวดข่าว

๒.๕.๑ การประกวดรางวัลอิศรา อมันตกุล ประเภทข่าวและภาพข่าวยอดเยี่ยม ประจำปี ๒๕๕๖ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  ได้รับมอบหมายจากมูลนิธิอิศรา อมันตกุล ให้ดำเนินการจัดการประกวดข่าวและภาพข่าวยอดเยี่ยม รางวัลอิศรา อมันตกุล เพื่อเป็นการรำลึกถึงนายอิศรา อมันตกุล นายกสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทยคนแรกและนักหนังสือพิมพ์ผู้ปฏิบัติหน้าที่ภาย ใต้กรอบจริยธรรม โดยดำเนินการจัดการประกวดมาตั้งแต่ ปี ๒๕๑๕ สำหรับในปี ๒๕๕๖ มีผลงานงานข่าวส่งเข้าประกวดรางวัลอิศรา อมันตกุล ประเภทข่าวยอดเยี่ยมจำนวน ๑๕ ข่าว จากหนังสือพิมพ์ ๕  ฉบับ และส่งผลงานภาพข่าวเข้าประกวดรางวัลอิศรา อมันตกุล ประเภทภาพข่าวยอดเยี่ยมจำนวน  ๕๗  ภาพ จากหนังสือพิมพ์ ๘ ฉบับ

๒.๕.๒ การประกวดรางวัลข่าวอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดีเด่น ประจำปี ๒๕๕๖ ของ ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมฯ ได้มอบหมายให้ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมเป็นผู้ดำเนินการจัดการประกวด ข่าวอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดีเด่น ซึ่งจัดการประกวดมาตั้งแต่ปี  ๒๕๓๒ สำหรับในปี ๒๕๕๖ มีผลงานข่าวส่งเข้าประกวดจำนวน ๔ ข่าว จากหนังสือพิมพ์ ๓ ฉบับ

๒.๕.๓ การประกวดรางวัลพิราบน้อย ประจำปี ๒๕๕๖ เป็นการประกวดผลงานฝึกปฏิบัติของนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาที่มีการทำ หนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ โดยแบ่งการประกวดออกเป็น ๒ รางวัล ๔ ประเภท คือ รางวัลพิราบน้อย ประกอบด้วย  ๑.ประเภทหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ ๒. ประเภทข่าวฝึกปฏิบัติ ๓.ประเภทข่าวสิ่งแวดล้อมฝึกปฏิบัติ และรางวัลริต้า ปาติยะเสวี คือประเภทสารคดีเชิงข่าวฝึกปฏิบัติ  เริ่มจัดการประกวดตั้งแต่ปี พ.ศ.   ๒๕๓๖ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการจัดทำหนังสือพิมพ์และการทำข่าวของ นิสิตนักศึกษาวิชานิเทศศาสตร์ และวารสารศาสตร์  ในสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถาบันการศึกษา  กับสมาคมฯ    ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก บริษัท ทรู คอปอร์เรชั่น จำกัด มหาชน ในปี ๒๕๕๖ มีผลงานส่งเข้าประกวดดังนี้ ๑. หนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ ๑๓ ฉบับ ๒. ข่าวฝึกปฏิบัติ ๒๘ ข่าว ๓. ข่าวสิ่งแวดล้อม ๒๙ ข่าว และ ๔. สารคดีเชิงข่าว ๓๕ ชิ้น

๓. คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ   ประกอบด้วยที่ปรึกษา ๒ คนและอนุกรรมการ ๑๓ คน

๑. ดร. ปริญญา เทวานฤมิตรกุล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์                                      ที่ปรึกษา

๒. นายวีระศักดิ์ พงศ์อักษร       อดีต เลขาธิการ สมาคมฯ                                      ที่ปรึกษา

๓. นายเสด็จ บุนนาค              อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ      ประธาน

๔. นางสาวกุลชาดา ชัยพิพัฒน์   เครือข่ายส่งเสริมสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในเอเชียอาคเนย์ อนุกรรมการ

๕. ผู้แทนสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย                                                     อนุกรรมการ

๖. นายจีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง     เลขาธิการ สหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย          อนุกรรมการ

๗. นายมานพ ทิพย์โอสถ       อดีตกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ   อนุกรรมการ

๘. นายปราเมศร์เหล็กเพ็ชร์         เลขาธิการ สมาคมฯ                                         อนุกรรมการ

๙.นายสุเมธ สมคะเน                    ประธานสหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย           อนุกรรมการ

๑๐. นายเสถียร วิริยะพรรณพงศา เนชั่นทีวี                                                        อนุกรรมการ

๑๑. นายสถาพร พงศ์พิพัฒน์วัฒนา   สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส                                อนุกรรมการ

๑๒. นายสนธยา  พิกุลทอง      กรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ      อนุกรรมการ

๑๓. นายชนะ ผาสุกสกุล             หนังสือพิมพ์เอเอสทีวีผู้จัดการ                 อนุกรรมการ (ลาออก)

๑๔. นายปรัชญาชัย ดัชถุยาวัตร    หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์                                   อนุกรรมการ

๑๕. นายเชษฐ์ สุขสมเกษม  รองเลขาธิการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ  เลขานุการคณะอนุกรรมการ

ในปี  ๒๕๕๖  คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ ดำเนินงานภายใต้รูปแบบของการจัดตั้ง  “ศูนย์ส่งเสริมสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน” เพื่อทำหน้าที่ในการส่งเสริมส่งเสริมและปกป้องมีสิทธิเสรีเสรีภาพของสื่อมวลชน โดยนักข่าวจะต้องมีอิสรภาพ เสรีภาพ ในการทำงาน ไม่ถูกคุกคาม แทรกแซงทั้งจากกลุ่มทุน รัฐ และผู้มีอิทธิพล  โดยมีกิจกรรมดังนี้

๓.๑ งานรณรงค์เพื่อสิทธิเสรีภาพสื่อ

๓.๑.๑. โครงการฉลองวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก (World Press Freedom Day – 3 MAY) เป็นโครงการต่อเนื่องที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกวันที่ ๓ พฤษภาคม เนื่องจากเป็นวันที่องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก้ ได้เสนอให้สมัชชาใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติประกาศให้วันที่ ๓ พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก เพื่อย้ำเจตนารมณ์และหลักการที่เป็นพื้นฐานของเสรีภาพสื่อมวลชนทั่วโลก ซึ่งก็คือเสรีภาพในการแสดงออก  ตั้งแต่เมื่อปี  ๒๕๔๓  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ก็ได้ร่วมกับสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และเครือข่ายส่งเสริมสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในเอเชียอาคเนย์ จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในโอกาสดังกล่าวมาโดยตลอด

ในปี ๒๕๕๖ สมาคมฯ ได้จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก ในวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๖ โดยใช้หัวข้อหลัก “เสรีภาพที่ไม่คุกคาม” กิจกรรมประกอบด้วย การเสวนาในหัวข้อเรื่อง “เสรีภาพที่ไม่คุกคาม”   โดยผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย  นายจักรกฤษ เพิ่มพูน ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ   นางวลักษณ์กมล จ่างกมล คณะบดีคณะวิทยาการสื่อสาร ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี  นายชัยวัฒน์ สถาอานันท์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์  การออกแถลงการณ์เนื่องในวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก  เพื่อแสดงถึงท่าที่และจุดยืนของสื่อมวลชนไทย

๓.๑.๒ สนับสนุนการดำเนินการของสหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย เพื่อเป็นกลไกในการ ขับเคลื่อนด้าน สวัสดิการนักข่าว โดยได้มีการจัดเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การจัดสวัสดิการสื่อ โดยได้มีการจดทะเบียนจัดตั้งเป็นสหภาพแรงงานเลขทะเบียนที่ กธ.๑๑๑๔  เมื่อ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๕ โดยมีนายสุเมธ สมคะเน หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เป็นประธานก่อตั้ง  และได้มีการประชุมใหญ่เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการ สหภาพชุดแรก เมื่อ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๖ มีนายสุเมธ สมคะเน หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เป็นประธานคนแรกของสหภาพ

๓.๒ งานส่งเสริมทักษะวิชาชีพข่าว  ในปี ๒๕๕๖ คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพสื่อและการปฏิรูปสื่อ  สมาคมฯ ได้จัดการอบรมขึ้น ๒ หลักสูตร

๓.๒.๑ การอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “การรายงานข่าวในสถานการณ์ความขัดแย้ง รุ่น ๔ (Safety Training for Thai Journalists)” สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การรายงานข่าวในสถานการณ์ความรุนแรง (Safety Training)”  ขึ้นเพื่อให้ผู้สื่อข่าวและช่างภาพจากสื่อหนังสือพิมพ์  สถานีโทรทัศน์และวิทยุ  ได้เรียนรู้เรื่องการทำข่าวอย่างปลอดภัยในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยง โดยเนื้อหาการอบรมประกอบด้วย ๑. การเตรียมตัวและวางแผนก่อนลงพื้นที่ปฏิบัติงานข่าว ๒. การเข้าทำข่าวพื้นที่ที่มีความขัดแย้งในแต่ละสถานการณ์ ภาษาที่ใช้ในการรายงานข่าว . การปฐมพยาบาล  ๖.แลกเปลี่ยนประสบการณ์ทำข่าวในสถานการณ์ขัดแย้ง  จัดระหว่างวันพฤหัสบดีที่ ๑ ถึง วันอาทิตย์ที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๖  ณ ไมด้ากอลฟ์คลับ จังหวัดกาญจนบุรี โดยมีทั้งผู้สื่อข่าวและช่างภาพจากหนังสือพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์เข้าร่วมจำนวน ๒๕ คน โดยหลังจากอบรมหลักสูตรนี้แล้วได้มีการคัดเลือกผู้เข้าอบรมจากทั้ง ๔ รุ่น เพื่อเข้าอบรมหลักสูตร Train the trainer for safety training ต่อไป

สำหรับผู้สนับสนุนการอบรมประกอบด้วย ๑. บริษัท แคนนอน ประเทศไทย จำกัด ๒.สถานีโทรทัศน์ช่อง ๗ สี ๓. เครือข่ายส่งเสริมสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ๔. บริษัท นามยง เทอร์มินัล จำกัด

๓.๒.๒ การอบรมหลักสูตร “กฎหมายเพิ่มศักยภาพสื่อระดับสูง” สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับศูนย์ศึกษากฎหมายและนโยบายสื่อมวลชน สถาบันอิศรา จัดการอบรมหลักสูตร “กฎหมายเพิ่มศักยภาพสื่อระดับสูง”   ขึ้นเพื่อให้สื่อมวลชนได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องระบบกฎหมายของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญ  กฎหมายแรงงาน  หมิ่นประมาท  คดีแพ่งและพาณิชย์ที่เน้นคดีผู้บริโภค  ความรู้เกี่ยวกับคดีอาญาในระดับสูง  รวมทั้งศึกษาอำนาจของกระบวนการยุติธรรม ฯลฯ อย่างถ่องแท้ และสามารถนำไปพัฒนาความคิดในการสื่อสารไปสู่สังคมได้โดยไม่คลาดเคลื่อน เป็นภูมิคุ้มกันในการประกอบวิชาชีพ เพื่อไม่ตกเป็นเครื่องมือของผู้ต้องการใช้กฎหมายในทางบิดเบือน โดยยืมมือสื่อมวลชน และที่สำคัญคือให้สื่อมวลชน รู้ถึงสิทธิเสรีภาพที่ตนมีอยู่ มีภูมิคุ้มกันทางกฎหมาย ขณะเดียวกันก็ต้องมีความระมัดระวัง ไม่ไปละเมิดบุคคลอื่นจากการทำหน้าที่ของตนเอง

โดยเรียนทุกวันอาทิตย์เต็มวัน ระหว่างวันอาทิตย์ที่ ๑๙ มกราคม – วันอาทิตย์ที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖   มีนักข่าวเข้าร่วมอบรมจำนวน ๒๙  คน

๓.๒.๓ การอบรมหลักสูตรการถ่ายภาพในสถานการณ์ความรุนแรง สมาคมฯร่วมกับบริษัท แคนนอน ประเทศไทย จำกัด จัดการอบรมหลักสูตรการถ่ายภาพในสถานการณ์ความรุนแรง เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๓ สิงหาคม๒๕๕๖ ณ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย มีช่างภาพสนใจเข้าร่วมอบรม ๒๐ คน

 

๓.๓ งานติดตามสถานการณ์ด้านสิทธิเสรีภาพและสถานการณ์สื่อ

๓.๓.๑ ติดตามคดีกรณีสื่อมวลชนถูกคุกคามสิทธิเสรีภาพ อาทิ กรณีคุณสมโภชน์ โตรักษา ผู้ช่วยหัวหน้าบรรณาธิการข่าว ช่อง7 ถูก อบจ.สมุทรปราการฟ้องหมิ่นประมาทจากการเสนอข่าวในรายการคอลัมน์หมายเลข7 ต้านทุจริตตามติดกลโกง ซึ่งเปิดโปงเรื่องการพบพิรุธเงินอุดหนุนวัดในจังหวัดสมุทรปราการ กรณีนายภัทระ คำพิทักษ์ บรรณาธิการบริหาร หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงถล่มบ้านและผูกวัตถุคล้ายระเบิดแขวนไว้รั้วหน้าบ้าน กรณีคุณสมชัย กตัญญุตานันท์ หรือ “ชัย ราชวัตร” นักเขียนการ์ตูนล้อการเมืองชื่อดัง ถูก นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ฟ้องในข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และกรณีนายเสริมสุข กษิติประดิษฐ์ บรรณาธิการข่าวการเมืองและความมั่นคงของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส  ถูกกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ออกหมายเรียกตามข้อกล่าวหา พ.ร.บ.คอมฯ ฐานสร้างความตื่นตระหนก หลังโพสต์ข่าวลือว่าจะมีปฏิวัติ ให้ประชาชนกักตุนน้ำและอาหาร

โดยเมื่อวันอังคารที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๕๖ ได้เข้าพบ พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  เพื่อติดตามการดำเนินคดี เนื่องจากในรอบปีที่ผ่านมาองค์กรสื่อมวลชนและผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน ได้ถูกคนร้ายใช้กำลังประทุษร้ายด้วยวิธีการและรูปแบบการคุกคามอันละเมิดต่อกฏหมาย อาทิ การขว้างปา จุดประทัดยักษ์ ทุบกระจก ไปจนถึงการใช้อาวุธปืนยิงใส่รถข่าว สำนักงาน และที่พักอาศัย ซึ่งตนเห็นว่า หากสื่อมวลชน ยังคงถูกคุกคามและถูกกระทำ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถจับคนผิดได้

๓.๓.๒ การจัดระบบลงทะเบียนปลอกแขนสื่อมวลชน  สมาคมฯร่วมกับสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ และสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ได้ร่วมกับลงทะเบียนแจกปลอกแขนให้กับสื่อมวลชน เพื่อให้สื่อมวลชนใช้เป็นสัญญลักษณ์ในการเข้าพื้นที่การชุมนุม ซึ่งผู้เกี่ยวข้องจะสามารถสังเกตเห็นได้จากระยะไกล หรือในสภาวะชุลมุน โดยได้มีการเข้าพบ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) และ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมี

พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.)เพื่อชี้แจงและขอความร่วมมือในการอำนวยความสะดวกให้กับสื่อมวลชนในการเข้าพื้นที่นำเสนอข่าว โดยถึงขณะนี้มีการแจกปลอกแขนให้กับสื่อมวลชนทุกแขนงทั้งไทยและเทศไปประมาณห้าพันชิ้น

๔. คณะกรรมการอนุกรรมการฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ ประกอบด้วยที่ปรึกษา ๑ คนและอนุกรรมการ  ๑๓  คน

๑  นายกิตติพงษ์ นโรปการ       หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ                          ที่ปรึกษาอนุกรรมการ

๒  นายประดิษฐ์  เรืองดิษฐ์       นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย      ที่ปรึกษา

๓  นายชุติมณฑน์  ศรีขำ                   เหรัญญิก  สมาคมฯ                         อนุกรรมการ

๔  นายวิศรุต ชาวนายก          หนังสือพิมพ์บ้านเมือง                                อนุกรรมการ

๕  นายวัฒนา ค้ำชู                สำนักข่าวเนชั่น                                        อนุกรรมการ

๖  นายอนุพนธ์ ศักดิ์ดา           หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์                                อนุกรรมการ

๗  นายวุฒิชัย มั่งคั่ง               หนังสือพิมพ์เดลินิวส์                                  อนุกรรมการ

๘  นายวัสยศ  งามขำ             หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์                           อนุกรรมการ

๙  นางสาวสุพัฒนา  บุญธรรม    สำนักข่าวINN                                         อนุกรรมการ

๑๐ นายราม ปั้นสนธิ              หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ                                    อนุกรรมการ

๑๑ นางสาวบุษดี พนมภู          กรรมการฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ สมาคมฯ             อนุกรรมการ

๑๒ นายเอกราช สัตตบุรุษ        หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์                            อนุกรรมการ

๑๓ นายไพรัช  มิ่งขวัญ           นายทะเบียนและสวัสดิการ  สมาคมฯ               อนุกรรมการ

๑๔ นายคมสัน  นันทจักร         กรรมการฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์  สมาคมฯ   เลขานุการคณะอนุกรรมการ

ในปี   ๒๕๕๖  คณะอนุกรรมการฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย แบ่งงานออกเป็น ๒ กลุ่มงาน คือ

 

๔.๑ งานด้านสมาชิกสัมพันธ์

๔.๑.๑ กระจิบกระจาบพิราบน้อยรุ่น ๖ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  จัดทำโครงการกระจิบกระจาบพิราบน้อยรุ่น ๖  ขึ้นในวันเสาร์ที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๗  โดยในปีนี้ได้นำบุตร-ธิดานักข่าวที่กำลังศึกษาในระดับชั้นประถมศึกษาเข้าร่วมทัศนศึกษา ณ ซาฟารีเวิลด์ มีผู้เข้าร่วม ๕๐ คน ได้รับการ

๔.๒ งานด้านสวัสดิการสมาชิก

๔.๒.๑ ทุนการศึกษา สมาคมฯ ได้มอบทุนการศึกษาให้กับสมาชิกสมาคมฯ โดยแบ่งเป็นทุนการศึกษาที่มอบให้กับสมาชิกสมาคมฯ และทุนการศึกษาที่มอบให้กับบุตร-ธิดา สมาชิก ดังนี้

๑) ทุนการศึกษาที่มอบให้กับบุตร-ธิดา สมาชิก สมาคมฯ แบ่งทุนการศึกษาออกเป็น ๒ ประเภท คือ ๑) ทุนส่งเสริมการศึกษา เป็นทุนแบบรายปี ๒) ทุนต่อเนื่อง เป็นทุนที่มอบให้แบบต่อเนื่องตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ -ระดับปริญญาตรี โดยได้รับการอนุเคราะห์ทุนการศึกษาจากมูลนิธิซีเมนต์ไทย ปีละ ๑๐ ทุน ปัจจุบันมีผู้รับทุนแล้ว ๖๐ คน

มีการจัดพิธีมอบทุนการศึกษาบุตร-ธิดานักข่าว เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๑  พฤษภาคม  ๒๕๕๖ ได้แบ่งให้ทุนการศึกษาออกเป็น ๒ ประเภท  คือ ๑. ทุนส่งเสริมการศึกษา เป็นการให้ทุนแบบรายปี โดยใช้งบประมาณจากกองทุนการศึกษาเพื่อบุตร-ธิดา สมาชิกสมาคมฯ มีผู้ได้รับการอนุมัติทุนการศึกษาจำนวน ๑๒๕ ทุน ทุนละ ๔,๐๐๐ บาท เป็น เงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท และ ๒. ทุนต่อเนื่อง ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิซิเมนต์ไทย เป็นปีที่ ๖ โดยในปี  ๒๕๕๖ ได้รับการสนับสนุนเพิ่มอีก ๑๐ ทุน  รวมเป็น ๖๐ ทุน

๒.) ทุนการศึกษาในระดับปริญญาโทมอบให้สมาชิกสมาคมฯ ในปีนี้มีมหาวิทยาลัยศรีปทุม มอบทุนการศึกษาให้กับสมาคมฯจำนวน ๒ ทุน โดยคณะกรรมการบริหาร สมาคมฯได้คัดเลือกให้นายสอนของพ่อ สถิตในดวงใจจากหนังสือพิมพ์เอเอสทีวีผู้จัดการและนายธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ เข้ารับทุนดังกล่าว (ต่อมานายธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน ได้ขอถอนตัวจากการรับทุน)

๔.๒.๒ การมอบสินไหมมรณกรรมและการร่วมเป็นเจ้าภาพงานสวดพระอภิธรรมศพ สมาคมฯได้จัดทำประกันชีวิตกลุ่มให้กับสมาชิกที่ชำระเงินค่าบำรุงประจำปีกับ บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต ในปี  ๒๕๕๖สมาคมฯ ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพงานสวดพระอภิธรรมศพและส่งหรีดเคารพศพสมาชิกอีก ๔ รายคือ

๑. นายวิทยา  ตัณฑสุทธิ์         (วิสามัญสมาชิก) ๒. นายไพฑูรย์  สุนทร (นสพ. ไทยรัฐ)  ๓. นายทวี  พรหมมิ(นสพ.เอเอสทีวีผู้จัดการ) และ ๔. นายสุจินต์  รุ่งเรืองกุล (นสพ. เดลินิวส์)

๔.๒.๓ การจัดทำโครงการสวัสดิการผู้ป่วยนอกร่วมกับโรงพยาบาลเอกชน เพื่อเป็นการดูแลสวัสดิการด้านสุขภาพให้กับสมาชิก สมาคมฯได้จัดทำบันทึกข้อตกลงร่วมกับโรงพยาบาลเอกชน ๒ โรงพยาบาลคือ โรงพยาบาลเวชธานีและโรงพยาบาลพญาไท โดยสมาชิกสามารถเข้ารับการรักษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายครั้งละ ๑,๕๐๐ บาท ต่อคน คนละ ๖ ครั้งต่อไป และมีนโยบายที่จะประสานความร่วมมือกับโรงพยาบาลเอกชนอื่นๆในลักษณะเดียวกันนี้ให้ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯทั้ง ๔ มุมเมือง

๕. คณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ ประกอบด้วยที่ปรึกษา ๕  คนและอนุกรรมการ ๙ คน

๑.นายกวี จงกิจถาวร                       นักหนังสือพิมพ์อาวุโส                                ที่ปรึกษา

๒. นายเกียรติชัย พงษ์พาณิชย์            นักหนังสือพิมพ์อาวุโส                                ที่ปรึกษา

๓. นางสาวบุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์      หนังสือพิมพ์คมชัดลึก                                 ที่ปรึกษา

๔. นางสนิทสุดา เอกชัย กองจันทึก       หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์                           ที่ปรึกษา

๕. นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี             อดีตนายก สมาคมฯ                                   ที่ปรึกษา

๖. นายอนุชา เจริญโพธิ์                     อุปนายกฝ่ายต่างประเทศ สมาคมฯ                 ประธาน

๗. นายวริษฐ์ ลิ้มทองกุล                    หนังสือพิมพ์เอเอสทีวีผู้จัดการ                       อนุกรรมการ

๘. นางกุลชาดา ชัยพิพัฒน์                 เครือข่ายส่งเสริมสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในเอเชียอาคเนย์   อนุกรรมการ

๙. นางสาวตติกานต์ เดชพงษ์              หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ                          อนุกรรมการ

๑๐. นางสาวสุภาภรณ์ อัษฏมงคล        สื่อมวลชนอิสระ                               อนุกรรมการ

๑๑. นายนเรศ เหล่าพรรณราย             หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ                   อนุกรรมการ

๑๒. นางสาวธนิดา ตันศุภผล                  หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์              อนุกรรมการ

๑๓. นางสาวปิยะภรณ์ วงศ์เรือง              หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์                อนุกรรมการ

๑๔. นางสาวกรชนก รักษาเสรี   กรรมการฝ่ายต่างประเทศ สมาคมฯ    เลขานุการคณะอนุกรรมการ

ในปี  ๒๕๕๖  คณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  แบ่งงานออกเป็น ๒ กลุ่มงาน คือ

๕.๑ กลุ่มงานสร้างเครือข่ายวิชาชีพต่างประเทศ

๕.๑.๑ โครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนพม่า-ไทย เป็นโครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์ ที่คณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ สมาคมฯ มีความประสงค์ในการจัดตั้งความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรสื่อในภูมิภาคเดียวกันขึ้น โดยครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกของการเยือนที่สมาคมนักข่าวฯจะทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพในการต้อนรับสมาคมนักข่าวแห่งสหภาพเมียนมาร์ (Myanmar Journalists Association)  ระหว่างวันอาทิตย์ที่ ๑– วันพฤหัสบดีที่ ๕ กันยายน ๒๕๕๖ โดยมีนาย Aung Hla Tun ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวรอยเตอร์ และ รองนายกสมาคมนักข่าว สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทน  พร้อมด้วยคณะจำนวน ๔ คน ประกอบด้วย ๑.นาย Than Soe  ๒ .นาย Kyaw Zwa Min  ๓. นาย Zaw Than  และ ๔. นาย U Ye Min Oo

ทั้งนี้ได้มีการลงนามในบันทึกข้อตกลงทำความเข้าใจร่วมกัน ระหว่างสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศเมียนมาร์ ซึ่งประเด็นสำคัญอยู่ที่ทั้งสองสมาคมจะร่วมมือกันทำความเข้าใจเพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีในเรื่องความสัมพันธ์กันระหว่างสองประเทศทั้งในเรื่องเศรษฐกิจ สังคม การเมือง  และทั้งสองสมาคมยินดีที่จะดำเนินการโครงการแลกเปลี่ยนเยี่ยมเยือนกันระหว่างสองประเทศจากนี้ต่อไป ซึ่งถือว่าเป็นการลงนามครั้งแรกในประวัติศาสตร์สื่อมวลชนไทยและเมียนม่าร์

๕.๑.๒ โครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนจีน-ไทย สมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  ได้เชิญผู้แทนของ  All China Journalists Association – ACJA ) มาเยือนประเทศไทย ระหว่างวันอาทิตย์ที่ ๑๗  – วันเสาร์ที่ ๒๓  พฤศจิกายน  ๒๕๕๖  โดยมี Mr. ZHANG YANQIN, Vice President of Innor Mongolia Daily เป็นหัวหน้าคณะ  โครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนจีน-ไทยนี้เป็นโครงการที่สลับกันเป็นเจ้าภาพต้อนรับคณะสื่อมวลชนจากแต่ละประเทศ เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อปี  ๒๕๔๒ เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างสื่อมวลชนของทั้งสองประเทศอีกทั้งยัง เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

โดยการมาเยือนครั้งนี้นอกจากเข้าเยี่ยมชมสถานีโทรทัศน์ ThaiPBS   และหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ แล้ว ยังได้เข้าพบอดีตเลขาธิการอาเซียน ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ และมีการสัมมนาร่วมกันในหัวข้อ “บทบาทสื่อมวลชนไทย-จีนในการส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-จีน” และทัศนศึกษาที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและภูเก็ต

๕.๑.๓ การสัมมนาความร่วมมือสื่อมวลชนอาเซียน สมาคมนักข่าวฯ ได้ใช้โอกาสการจัดกิจกรรมประชุมใหญ่สามัญประจำปีและการจัดงานดินเนอร์ระหว่างวันที่ ๔ – ๕ มีนาคม ๒๕๕๖ เชิญสื่อมวลชนจากประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ ลาว พม่า เวียตนาม  และกัมพูชามาร่วมสัมมนาเพื่อกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน

๕.๒ ความสัมพันธ์กับสื่อมวลชนนานาชาติ

๕.๒.๑ สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในปี ๒๕๕๖ นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ นายก สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้รับการเลือกตั้งให้เป็นรองประธานสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (ได้ลาออกจากตำแหน่งดังกล่าวในภายหลัง) และนายปราเมศ เหล็กเพชร์ เลขาธิการ สมาคมฯ ทำหน้าที่เป็นเลขาธิการ สมาพันธ์ฯ

๕.๒.๒ SEAPA  หรือ สมาคมสื่อมวลชนแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ นายก สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในฐานะนายก สมาคมฯ ทำหน้าที่เป็นกรรมการบริหารสมาคมสื่อมวลชนแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (สมาคมนักข่าวฯเป็นองค์กรก่อตั้ง SEAPA)

๕.๒.๒ IFEX - International Freedom of Expression Exchange สมาคมฯเป็นสมาชิกของ IFEX มีการเข้าร่วมประชุมใหญ่ทุกปี

๕.๓. กลุ่มงานพัฒนาศักยภาพนักข่าว ในปี ๒๕๕๖ คณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ สมาคมฯ ได้จัดการอบรมขึ้น ๓ หลักสูตร

๕.๓.๑ การอบรมหลักสูตรเสริมสร้างความรู้เรื่องการเป็นประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๘  สำหรับผู้บริหารสื่อมวลชน (ASEAN Intensive Course)  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย โดยการสนับสนุนของบริษัท ไทยเบฟ  จำกัด มหาชน ได้จัดอบรมหลักสูตรเสริมสร้างความรู้เรื่องการเป็นประชาคมอาเซียนใน ปี ๒๕๕๘ สำหรับผู้บริหารสื่อมวลชน ขึ้น  โดยเน้นให้ผู้บริหารข่าวจำนวน ๓๐ คน มีความรู้ความเข้าใจเรื่องประชาคมอาเซียนตลอดจนการสร้างความตระหนักในความหลากหลายของภูมิภาค รวมทั้งตระหนักต่อประชาคมอาเซียนและสามารถนำความรู้ไปเผยแพร่แก่สาธารณชนได้เริ่มการอบรมระหว่างวันที่  ๙-๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ซึ่งนอกจากจะมีการบรรยายในห้องเรียนแล้ว ยังมีการศึกษาดูงานประเทศเพื่อนบ้านใน ๔ เส้นทางประกอบด้วย  เส้นทางที่ ๑. สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ เส้นทางที่ ๒. สาธารณรัฐฟิลิปปินส์  เส้นทางที่  ๓. ราชอาณาจักรกัมพูชา (พนมเปญ)และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (โฮจิมินห์ ซิตี้) และเส้นทางที่ ๔. สหพันธรัฐมาเลเซียและสาธารณรัฐสิงคโปร์

๕.๓.๒ หลักสูตรความรู้เรื่องการเป็นประชาคมอาเซียน;  การเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน (ASEAN Connectivity)  รุ่นที่ ๒   สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับชมรมนักข่าวอาเซียน โดยการสนับสนุนของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ได้จัดอบรมหลักสูตรนี้ ขึ้น  โดยเน้นให้สื่อมวลชนในสายงานต่างๆ นักวิชาการสายนิเทศศาสตร์และนักพัฒนาภาคเอกชน ร่วมทั้งผู้แทนจากองค์กรสนับสนุนจำนวน ๓๐ คน  เพื่อเป็นการให้ความรู้ ความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ในเรื่องการเชื่อมโยงระหว่างกันในประเทศอาเซียน โดยเฉพาะในประเทศไทย พม่า และ เวียดนาม จัดระหว่างวันเสาร์ที่ ๑๔  กันยายน – วันอาทิตย์ที่ ๑๐  พฤศจิกายน  ๒๕๕๖

ซึ่งนอกจากจะมีการบรรยายในห้องเรียนแล้ว ยังมีการลงพื้นที่ดูงานชายแดนไทย-พม่า และลงศึกษาชุมชนแรงงานพม่าที่อยู่ในประเทศไทย รวมทั้งการศึกษาดูงานประเทศเพื่อนบ้านใน ๒ เส้นทางประกอบด้วย  เส้นทางที่ ๑. สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ และเส้นทางที่ ๒. สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

๖. คณะกรรมการอนุกรรมการฝ่ายเลขานุการ ประกอบด้วยที่ปรึกษา ๒  คนและอนุกรรมการ ๖ คน

๑. นายวงศ์ชัย วงศ์มีชัย                   อุปนายกฝ่ายบริหาร สมาคมฯ                       ที่ปรึกษา

๒. นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์                 นายก สมาคมฯ                                        ที่ปรึกษา

๓.นายปราเมศ  เหล็กเพ็ชร์                เลขาธิการ สมาคมฯ                                   ประธาน

๔. นายเชษฐ์ สุขสมเกษม                   รองเลขาธิการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ  อนุกรรมการ

๕. นายสุทธิรักษ์  อุฒมนตรี                รองเลขาธิการฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ                อนุกรรมการ

๖. นางสาวชุติมณฑน์ ศรีขำ                เหรัญญิก สมาคมฯ                                    อนุกรรมการ

๖. นายพรพัฒน์ ชุณชฎาธาร               หนังสือพิมพ์เอเอสทีวีผู้จัดการ                       อนุกรรมการ

๗. นายสุทธา พิมาลัย                       หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ                                   อนุกรรมการ

ในปี ๒๕๕๖  คณะอนุกรรมการฝ่ายเลขานุการ สมาคมฯ  ได้จัดกิจกรรมต่างๆ ทั้งที่เป็นการประสานความร่วมมือกับองค์กรวิชาชีพสื่อและกิจกรรมที่ประสานความร่วมมือกับองค์กรภายนอก ดังนี้

๖.๑ การจัดสัมมนาเพื่อวางแผนยุทธศาสตร์ สมาคมฯ ได้จัดการสัมมนาเพื่อวางแผนยุทธศาสตร์ สมาคมฯ ขึ้นระหว่างวันเสาร์ที่ ๖ - วันอาทิตย์ที่ ๗ เมษายน  ๒๕๕๖   ณ สามพรานริเวอร์ไซต์  จังหวัดนครปฐม  มีทั้งกรรมการบริหาร สมาคมฯ ชุดปัจจุบันและชุดที่ผ่าน ที่ปรึกษา สมาคมฯ และอนุกรรมการฝ่ายต่างๆ เข้าร่วมการสัมมนา ซึ่งจากการสัมมนาดังกล่าวทำให้เห็นเป้าหมายที่ชัดเจนในการทำงานของสมาคมฯมากขึ้น

๖.๒. การจัดทำระบบทะเบียนสมาชิก สมาคมฯ ให้มีการจัดทำฐานข้อมูลของสมาชิกให้อยู่ในรูปแบบของ Data Base รวมทั้งปรับปรุงระบบการส่งข่าวสารถึงสมาชิกโดยเพิ่มช่องทางการส่งข่าวผ่านข้อความสั้นทางโทรศัพท์มือถืออีกหนึ่งช่องทาง

๖.๓ การจัดกิจกรรมระดมทุน สมาคมฯ จัดกิจกรรมระดมทุนครั้งใหญ่ปีละ ๒ กิจกรรม คือการจัดทำหนังสือรายงานประจำปีและการจัดงานดินเนอร์ทอล์ค โดยในส่วนของงานดินเนอร์ทอล์คประจำปี ๒๕๕๖ จัดเมื่อวันอังคารที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๖  ณ  โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท ประตูน้ำ ได้รับเกียรติจาก ศาสตราภิชาน ดร. สมคิด จาตุศรีพิทักษ์  อดีต รองนายกรัฐมนตรี  มาปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ประเทศไทย ณ จุดเปลี่ยน”

ส่วนในปี ๒๕๕๗ จะจัดวันพุธที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๗ ณ  โรงแรมสุโกศล ได้รับเกียรติจาก คุณประมณฑ์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอรัปชัน (ประเทศไทย) มาปาฐกถาพิเศษหัวข้อ  “วาระประเทศไทย ล้างคอรัปชั่น

รวมทั้งอยู่ระหว่างการจัดทำโครงการ ๖๐ ปี สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ซึ่งจะมีการเปิดตัวโครงการในวันพุธที่ ๕  มีนาคม ๒๕๕๗

๖.๔  โครงการ “ถอดบทเรียนเปลี่ยนอนาคตประสบการณ์ ๒๐ ปี จาก ๒๐ ประเทศทั่วโลกของอดัม คาเฮน”  สมาคมฯ ร่วมกับสมาคมนักข่าวนักวิทยุแห่งประเทศไทยและสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ จัดทำโครงการ “ถอดบทเรียนเปลี่ยนอนาคตประสบการณ์ ๒๐ ปี จาก ๒๐ ประเทศทั่วโลกของอดัม คาเฮน” วัตถุประสงค์เพื่อแนะนำวิธีออกจากปัญหาด้วยเครื่องมือใหม่ Transformative Scenario Planning วิธีสร้างความเปลี่ยนแปลงด้วยกระบวนการออกแบบชุดภาพอนาคต จากประสบการณ์กว่า ๒๐ ปีของ อดัม คาเฮน กับการทำงานออกแบบอนาคตกว่า ๒๐ ประเทศทั่วโลก เมื่อวันศุกร์ที่ ๖ กันยายน ๒๕๕๖  ณ โรงแรม อินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ

๖.๕ เวทีรับฟังความคิดเห็นเรื่อง “สถานการณ์การเมืองและการปฏิรูปประเทศไทย”   สมาคมฯ ร่วมกับสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ  สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย เวทีรับฟังความคิดเห็นเรื่อง “สถานการณ์การเมืองและการปฏิรูปประเทศไทย”  เมื่อวันพุธที่  ๑๘  ธันวาคม  ๒๕๕๖  ณ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมในระดับบรรณาธิการ หรือผู้ช่วยบรรณาธิการ จากหนังสือพิมพ์และวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์  โดยมีประเด็นในการหารือ ๒ ประเด็น คือ ๑.สถานการณ์วิกฤตของประเทศไทย และ ๒. รับฟังความคิดเห็นจากบรรณาธิการสื่อต่างๆ ว่าองค์กรวิชาชีพควรจะมีจุดยืนหรือท่าทีต่อสถานการณ์ของประเทศอย่างไร

ปี ๒๕๕๖  ซึ่งเป็นปี “ปีแห่งการท้าทายบทบาทสื่อมวลชน”  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้จัดทำโครงการต่างๆ ที่จะเอื้ออำนวยและสนับสนุนการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนทุกแขนง ภายใต้ความคาดหวังที่จะให้สื่อมวลชนสามารถรักษาบทบาทการทำหน้าที่ที่มีความเป็นกลางและเป็นธรรม ภายใต้หลักการแห่งวิชาชีพสื่อมวลชน อย่างมั่นคงและเข้มแข็ง

 

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

 

แผนยุทธศาสตร์ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย พ.ศ.๒๕๕๖

การสื่อสารในยุคไร้พรมแดนได้พลิกโฉมหน้า ไม่เพียงสื่อสารระหว่างกันของผู้คนจะไร้ข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่เท่านั้น แต่สื่อมวลชนก็กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ท้าทาย จากการทำงานที่กำลังก้าวเข้าสู่ภาวะ“ไร้พรมแดน”อย่างแท้จริง นักข่าวหลายคนเริ่มถูกเรียกร้องจากต้นสังกัดให้นำเสนอข่าวครอบคลุมหลากหลายสื่อ ไม่จำกัดเฉพาะการเขียนข่าวเพื่อลงหนังสือพิมพ์เช่นเดิมอีกต่อไป การเสนอข่าวข้าม platform ในสถานการณ์ Media Convergence กำลังจะกลายเป็นสถานการณ์ปกติที่นักข่าวทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ต้องเผชิญ ไม่ช้าก็เร็ว

 

ที่ผ่านมาหนังสือพิมพ์หลายฉบับพยายามดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด โดยเปิดช่องทางการสื่อสารให้กว้างขวางขึ้น ทั้งหนังสือพิมพ์ออนไลน์ ข่าวสั้นผ่านมือถือ วิทยุออนไลน์ การสร้างแอพลิเคชั่น และหาช่องทางการประมูลทีวีดิจิตอล ขณะที่แนวโน้มการเพิ่มบุคลากรเพื่อรองรับภาระงานเหล่านั้นกลับสวนทาง สื่อหลายค่ายไม่มีนโยบายเพิ่มพนักงาน เป็นสัญญาณบ่งบอกชัดเจนว่านักข่าวที่จะดำรงหน้าที่ของตนไว้ได้ จำเป็นต้องปรับทักษะการทำงานให้สามารถนำเสนอข่าวได้หลากหลายประเภท ซึ่งสื่อแต่ละประเภทย่อมมีลักษณะเฉพาะ ทั้งเนื้อหาและรูปแบบการนำเสนอที่แตกต่างกันไป

 

ไม่เพียงความต้องการในด้านทักษะการนำเสนอข่าวผ่านสื่อต่างๆ ที่มีความหลากหลายมากขึ้น แต่นักข่าวในฐานะที่เคยมีบทบาทหลักในการเสนอข้อมูลข่าวสารให้กับประชาชน กำลังต้องเผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์การสื่อสารบนโลกออนไลน์ ซึ่งผู้ใช้สามารถเป็นทั้งผู้ส่งสาร และผู้รับสารได้ในคราวเดียว นักข่าวภาคพลเมือง(Media Citizenship) เกิดขึ้นแทบจะทุกวินาที หลายเหตุการณ์ทั่วโลก ประชาชนทั่วไปที่มีสมาร์ทโฟน สามารถรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้อย่างละเอียดและรวดเร็วก่อนที่นักข่าวภาคสนามจะไปถึงเหตุการณ์เสียอีก

 

สถานการณ์เช่นนี้มีนัยที่ชัดเจนว่า นักข่าวไม่สามารถดำรงอยู่ด้วยการรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบวันต่อวันได้อีกต่อไป สาธารณชนคาดหวังให้นักข่าวนำเสนอ“ข่าวเชิงลึก” ที่สะท้อนเบื้องลึกเบื้องหลังได้อย่างถึงแก่น ขณะเดียวกันก็ต้องการการวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้งมิติทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม นอกจากนี้ยังมุ่งหวังให้สื่อแสดงบทบาทนำในการเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น จนนำไปสู่การหาทางออกในปัญหาต่างๆ ร่วมกันในสังคม

 

สื่อมวลยังทำหน้าที่ที่มีความท้าทายในทุกๆด้าน ทั้งด้านความขัดแย้ง ความแตกแยกในสังคมและการเมืองยังคงดำรงอยู่และยังไม่มีใครรู้ว่าความขัดแย้งดังกล่าวจะคลี่คลายตัวไปในทิศทางใด เช่นเดียวกันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ทำให้เครือข่ายทางสังคมบนโลกอินเตอร์เน็ตขยายตัวอย่างรวดเร็ว เกิดสื่อใหม่ๆทั้งวิทยุชุมชน ทีวีดาวเทียม เคเบิ้ลทีวี ทีวีดิจิตัล ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจสิ่งพิมพ์และสื่อดั้งเดิมมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ส่งผลให้ความเป็นเจ้าของสื่อที่เคยผูกขาดโดยรัฐและทุนขนาดใหญ่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย ที่สำคัญสังคมไทยได้ยอมรับให้กลุ่มการเมืองต่างๆหรือพรรคการเมืองสามารถเป็นเจ้าของประเภทสื่อต่างๆไปโดยปริยาย

 

ความหลากหลายของสื่อทำให้เส้นแบ่งระหว่างสื่อมวลชนกับสื่อทั่วๆไปคลุมเครือ สื่อมวลชนที่เคยทำหน้าที่รายงานข่าวสาร ข้อมูล ข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน นำความจริงไปสู่ประชาชนเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและเที่ยงตรง เพื่อประโยชน์สาธารณะ(Public Interest)นั้น กลับมีบทบาทน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด แม้ในยามที่สื่อต้องดิ้นรนอย่างเต็มที่เพื่อความอยู่รอด แต่ในฐานะผู้ดำรงวิชาด้านงานข่าว นักข่าวไม่อาจปฏิเสธการดำเนินงานภายใต้กรอบจริยธรรมและจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ จึงควรมีการทบทวนมาตรการตรวจสอบกันเองของสื่ออย่างจริงจัง ควบคู่ไปกับการสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เพื่อให้การตรวจสอบการทำงานของสื่อมีพลังที่เข้มแข็ง

จึงมีเป้าหมาย“พัฒนาศักยภาพ ดูแลสวัสดิการ ส่งเสริมสวัสดิภาพ กระชับความสัมพันธ์กับนักข่าว”

ยุทธศาสตร์ที่ ๑ พัฒนาศักยภาพนักข่าว

ยุทธศาสตร์ที่ ๒ ดูแลสวัสดิการ ส่งเสริมสวัสดิภาพ กระชับความสัมพันธ์กับนักข่าว

ยุทธศาสตร์ที่ ๓ เสรีภาพสื่อบนพื้นฐานความรับผิดชอบต่อสังคม

ยุทธศาสตร์ที่ ๔ สร้างภาคีสื่อในการขับเคลื่อนเพื่อหาทางออกในปัญหาสังคม

ยุทธศาสตร์ที่ ๕ การสร้างเครือข่าย: วิชาชีพ วิชาการและ ภาคประชาชน

ยุทธศาสตร์ที่ ๑ พัฒนาศักยภาพนักข่าว

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสื่อในยุค Media Convergence นักข่าวจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์ ด้วยการพัฒนาทักษะการทำข่าว ดังนี้

- การพัฒนาทักษะการเขียนข่าว/รายงานข่าว ผ่านสื่อใน platform ต่างๆ ครอบคลุมทั้งข่าวออนไลน์ และการรายงานข่าวโทรทัศน์/วิทยุ

- การทำข่าวเชิงสืบสวนสอบสวน ข่าวเชิงลึก ข่าวเชิงวิเคราะห์ รอบด้านทั้งมิติการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม

- การพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษและภาษาต่างประเทศ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการทำข่าวที่ในบริบทที่กว้างขึ้น เช่น การทำข่าวในภูมิภาคอาเซียน

- ส่งเสริมให้นักข่าวมีเว็บไซต์ข่าวของตัวเอง โดยจะจัดให้มีโครงการอบรมการสร้างเว็บไซต์สำหรับสมาชิกและนักข่าวที่สนใจ

ยุทธศาสตร์ที่ ๒ ดูแลสวัสดิการ ส่งเสริมสวัสดิภาพ กระชับความสัมพันธ์กับนักข่าว

ท่ามกลางความท้าทายจากภาระหน้าที่ที่เพิ่มมากขึ้น นักข่าวหลายคนเริ่มต้องปฏิบัติงานหลายด้าน (Multi-tasks) ผ่านสื่อหลากหลายประเภท สวัสดิการและผลตอบแทนก็ควรได้รับการพิจารณาอย่างสมเหตุสมผลควบคู่ไปด้วย ขณะเดียวกันนักข่าวก็ควรมีสวัสดิภาพในการทำงานด้วย กล่าวคือ ขณะที่มีการเรียกร้องให้นักข่าวนำเสนอข่าวเชิงลึก วิเคราะห์วิจารณ์ และสะท้อนความไม่เป็นธรรมต่างๆ ในสังคม ตัวนักข่าวเองก็ควรได้รับการปกป้องไม่ให้ถูกข่มขู่ คุกคาม ทั้งต่อร่างกายและจิตใจ เช่นเดินหน้าทำโครงการโครงการสวัสดิการรักษาพยาบาลแบบผู้ป่วยนอกกับโรงพยาบาลต่างๆ การส่งเสริมให้สมาชิกสมาคมฯทำประกันสุขภาพ , อาจมีโครงการทำบัตรสมาชิกของสมาคมฯเป็น ที่มีสิทธิของสมาชิกปรากฎอยู่ในบัตร

 

ทั้งนี้ต้องให้การสนับสนุนสหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนแห่งประเทศไทยเป็นตัวกลางในการหารือกับองค์กรสื่อ เพื่อผลักดันให้เกิดนโยบายด้านผลตอบแทนและสวัสดิการแก่นักข่าวได้อย่างเหมาะสมและเพียงพอต่อการดำรงชีพในยุคปัจจุบัน นอกจากนี้จำเป็นต้องมีโครงการที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนักข่าวภาคสนามกับสมาคนักข่าวฯ เป็นการเปิดประตูแห่งโอกาสให้นักข่าวเข้ามาร่วมกิจกรรมกับสมาคมนักข่าวฯหรือเปิดช่องทางให้นักข่าวภาคสนามเสนอโครงการที่สอดคล้องกับความต้องการของนักข่าวในแต่ละพื้นที่และเป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อความสัมพันธ์อันดีของคนในวิชาชีพสื่อ โดยสมาคมนักข่าวฯให้การสนับสุนกิจกรรมดังกล่าวด้วยความจริงจัง

ยุทธศาสตร์ที่ ๓ เสรีภาพสื่อบนพื้นฐานความรับผิดชอบต่อสังคม

เมื่อสื่อมีการดำเนินงานในลักษณะหลอมรวม(Media Convergence) โดยที่ข่าวหนึ่งเรื่องอาจถูกนำเสนอผ่านช่องทางหลากหลาย การครอบงำทางความคิดโดยองค์รสื่อที่มีสื่อหลายประเภทในมือจึงเป็นสิ่งที่ต้องให้ความระมัดระวัง การนำเสนอข่าวในยุคหลอมรวมนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีกรอบจริยธรรมและจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพกำกับ ซึ่งที่ผ่านมา สมาคมฯ ได้จัดทำกรอบจริยธรรมและการทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสื่อมวลชน ก้าวต่อไปควรมีการหามาตรการตรวจสอบกันเองของสื่ออย่างจริงจังและเห็นผลในทางปฏิบัติ ดังนี้

 

- การเปิดเวทีเสวนาร่วมกัน ระหว่างนักวิชาชีพ นักวิชาการ และองค์กรภาคประชาชน เพื่อวิพากษ์การทำงานของสื่อภายใต้กรอบจริยธรรมและกฎหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างเส้นแบ่งของสื่อสารมวลชนที่ต้องทำหน้าที่ อาทิ การหาจุดสมดุลระหว่างความเป็นกลาง ความเป็นธรรม , การเลือกข้างของสื่อ, การครอบงำสื่อจากนายทุนและเจ้าของสื่อ, สื่อสารธารณะกับประเด็นอ่อนไหวในสังคม เป็นต้น

 

- การเปิดช่องทางสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการติดตามตรวจสอบการทำงานของสื่อภายใต้กรอบจริยธรรมและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และต้องร่วมรณรงค์ให้สื่อมวลชนเห็นถึงจำเป็นต้องปฏิบัติหน้าที่ของตนโดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ความถูกต้องเป็นธรรมอย่างแท้จริง ด้วยการกลั่นกรองข่าวที่จะนำเสนอด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและยึดประโยชน์สาธารณะ

- เฝ้าระวังไม่ให้เสรีภาพของสื่อทุกประเภทถูกละะเมิด แทรกแซงและคุกคาม

 

ยุทธศาสตร์ที่ ๔ สร้างภาคีสื่อในการขับเคลื่อนเพื่อหาทางออกในปัญหาสังคม

จากภาวะความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคม สื่อมวลชนถูกตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีส่วนจุดชนวนให้ความขัดแย้งยิ่งรุนแรงขึ้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการคลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้น สื่อควรแสดงบทบาทนำในการเปิดเวทีให้ทุกฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อมูล รับฟังเหตุผลที่แตกต่างหลากหลาย พร้อมร่วมกันคิด และหาทางออกให้กับสังคมด้วย เปิดเวทีสาธารณะผ่านโครงการราชดำเนินเสวนา สนับสนุนให้มีโครงการราชดำเนินสนทนา เพื่อนำนักข่าวที่มีประสบการณ์และมีความรู้ ความเข้าใจในปัญหาใดปัญหาหนึ่งมาแลกเปลี่ยนในเวทีเล็กๆกับนักข่าวด้วยกัน

 

รวมทั้งต้องให้ความสำคัญในการเข้าไปเรียนรู้การรายงานข่าวเพื่อสันติภาพในพื้นที่ในปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนใต้ มีโครงการสัมมนาร่วมกับนักข่าวในพื้นที่ โครงการพานักข่าวจากทุกสื่อลงไปในพื้นที่เพื่อร่วมเรียนรู้แลกเปลี่ยนปัญหากับประชาชนกลุ่มต่างๆในพื้นที่

 

 

ยุทธศาสตร์ที่ ๕ การสร้างเครือข่าย: วิชาชีพ วิชาการและ ภาคประชาชน

จากสถานการณ์ของสื่อในยุคที่กำลัง ก้าวเข้าสู่การหลอมรวม (Media Convergence) ซึ่งมีการดำเนินงานข้ามสื่อ ดังนั้นองค์กรวิชาชีพด้านสื่อ ประกอบด้วย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สภาการหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และเครือข่ายนักวิชาการและวิชาชีพสื่อมวลชน รวมทั้งองค์กรภาคประชาชน ควรมีการดำเนินกิจกรรมร่วมกันในลักษณะเครือข่าย เพื่อให้การจัดทำโครงการและกิจกรรมต่างๆ (ตามยุทธศาสตร์ ๑ – ๓) เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

 

นอกเหนือจากเครือข่ายระดับประเทศ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยยังควรสืบสานความสัมพันธ์ที่ดีต่อเครือข่ายองค์กรสื่อระดับนานาชาติ โดยเฉพาะองค์กรวิชาชีพสื่อในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญที่รองรับการทำงานร่วมกันในประชาคมอาเซียน.

]]>
peerapat_d@hotmail.com (กองบรรณาธิการเว็บ) รายงานกิจกรรมสมาคมฯ Thu, 27 Feb 2014 08:52:06 +0000
รายงานกิจกรรม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมัยที่ ๑๓/๒๕๕๕ http://tja.or.th/about-us/2011-04-20-11-43-08/3142-2013-03-15-05-01-43 http://tja.or.th/about-us/2011-04-20-11-43-08/3142-2013-03-15-05-01-43 รายงานกิจกรรม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมัยที่ ๑๓

ดาวน์โหลดแบบ pdfภาพกิจกรรมดาวน์โหลดแบบ pdf

คณะกรรมการบริหาร สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมัยที่ ๑๓ ซึ่งดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๕ – ๔ มีนาคม ๒๕๕๖ ได้ร่วมกันกำหนดนโยบายและทิศทางการบริหาร สมาคมฯ ไว้ ๕ ด้าน ดังนี้

๑) ปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพสื่อจากการถูกคุกคาม แทรกแซงจากกลุ่มทุน-รัฐ-ผู้มีอิทธิพล

๒) ส่งเสริมและการยกระดับวิชาชีพของสมาชิกให้ทันกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลก

๓) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสมาชิก  สร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสมาชิกด้วยกันเองและสมาชิกกับสมาคมวิชาชีพสื่อ

๔) กระชับความสัมพันธ์และขยายความสัมพันธ์กับองค์กรสื่อระดับภูมิภาค และระดับนานาชาติ

๕) ระดมทุนให้เพียงพอต่อการดำเนินงานของสมาคมฯทั้งจากแหล่งทุนในประเทศและต่างประเทศ

 

ในปี ๒๕๕๕ คณะกรรมการบริหาร สมาคมฯ  ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการฝ่ายต่างๆ ทำหน้าที่ในการดำเนินกิจกรรม โดยแบ่งออกเป็น ๖ คณะอนุกรรมการ ดังนี้

๑) คณะอนุกรรมการฝ่ายพิจารณาบทบาทสมาคมในสถานการณ์เร่งด่วน

๒) คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ

๓) คณะอนุกรรมการฝ่ายวิชาการ

๔) คณะอนุกรรมการฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์

๕) คณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ

๖) คณะกรรมการอนุกรรมการฝ่ายเลขานุการ

 

๑. คณะอนุกรรมการฝ่ายพิจารณาบทบาทสมาคมในสถานการณ์เร่งด่วน ประกอบด้วย อนุกรรมการ ๗ คน

๑. นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี        นายก สมาคมฯ                                                               ประธาน

๒. ดร.สุรศักดิ์  จิรวัสตร์มงคล         อุปนายกฝ่ายบริหาร สมาคมฯ                                            อนุกรรมการ

๓. นายเสด็จ บุนนาค                   อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ             อนุกรรมการ

๔. นางสาวอมรรัตน์ มหิทธิรุกข์      อุปนายกฝ่ายวิชาการและเลขาธิการ  สมาคมฯ                      อนุกรรมการ

๕. นางสาวจินตนา จันทร์ไพบูลย์    รองเลขาธิการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ      อนุกรรมการ

๖. นายสมศักดิ์ ศรีกำเหนิด            กรรมการฝ่ายสวัสดิการและสมาชิกสัมพันธ์ สมาคมฯ              อนุกรรมการ

๗. นายพริษฐ์ เอี่ยมพงษ์ไพบูลย์     นายทะเบียน สมาคมฯ                                                      อนุกรรมการ

 

คณะอนุกรรมการ ชุดนี้จะทำหน้าที่ในการรวบรวมทั้งความเห็นและข้อเสนอต่างๆ จากบุคคลและองค์กรที่เกี่ยวข้องในการนำมาพิจารณาบทบาทสมาคมฯ ในสถานการณ์เร่งด่วน ทั้งในรูปแบบของการออกแถลงการณ์, การออกจดหมายเปิดผนึก และการเผยแพร่คำชี้แจงในเรื่องต่างๆ รวมทั้งทำความเข้าใจและสื่อสารกับสังคมในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ต่างๆ ของสื่อ (ดูเอกสารแถลงการณ์ในเล่ม)

 

๓. คณะอนุกรรมการฝ่ายวิชาการ ประกอบด้วยที่ปรึกษา ๕  คนและอนุกรรมการ ๑๑ คน

๑. ดร.สุดารัตน์ ดิษยวรรธนะ จันทราวัฒนากุล                                                                      ที่ปรึกษา

คณบดีคณะนิเทศศาสตร์   สถาบันเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์

๒. นายจักร์กฤษ เพิ่มพูล  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ                                                  ที่ปรึกษา

๓. ดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์            คณะนิเทศศาสตร์  มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย                     ที่ปรึกษา

๔. นายวิษณุพงษ์ หิญชีระนันท์      อดีต อุปนายกฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ                                   ที่ปรึกษา

๕. นางสาวเย็นจิตร์ สถิรมงคลสุข    อดีตอุปนายกฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ                                    ที่ปรึกษา

๖. นางสาวอมรรัตน์ มหิทธิรุกข์      อุปนายกฝ่ายวิชาการและเลขาธิการ  สมาคมฯ                      ประธาน

๗. นางสาวบุษดี พนมภู                กรรมการฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ                                          อนุกรรมการ

๘. นายนวพรรษ บุญชาญ             กรรมการฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ                                          อนุกรรมการ

๙. นางสาวประนอม บุญล้ำ           กรรมการฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ                                          อนุกรรมการ

๑๐. นายชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม             หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์                                                     อนุกรรมการ

๑๑. นางสาวสุภาภรณ์ อัษฏมงคล  สื่อมวลชนอิสระ                                                               อนุกรรมการ

๑๒. นางสาวน.รินี เรืองหนู            หนังสือพิมพ์มติชน                                                           อนุกรรมการ

๑๓. นายอรุณ ลอตระกูล               หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ                                                            อนุกรรมการ

๑๔.  นางสาวพรรณี อมรวิพุธพนิช  หนังสือพิมพ์คมชัดลึก                                                       อนุกรรมการ

๑๕. อาจารย์เอกพล เธียรถาวร       มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา                                        อนุกรรมการ

๑๖. นางสาวจินตนา จันทร์ไพบูลย์  รองเลขาธิการฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ                     เลขานุการคณะอนุกรรมการ

 

ในปี ๒๕๕๕  คณะอนุกรรมการฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ แบ่งงานออกเป็น ๕  กลุ่มงาน คือ

๒.๑. ด้านการอบรม สมาคมฯ ได้จัดทำโครงการด้านการฝึกอบรมจำนวน ๒ หลักสูตร คือ

๒.๑.๑ การอบรมเชิงปฏิบัติการนักข่าว ประจำปี ๒๕๕๕ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสถาบันอิศรา จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการนักข่าว ประจำปี ๒๕๕๕ ขึ้นระหว่างวันศุกร์ที่ ๒ - วันอาทิตย์ที่ ๔  พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ณ โรงแรมกรุงศรีริเวอร์  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบุคลากรในวิชาชีพสื่อมวลชน โดยใช้ Role model ทั้งจากผู้ที่มีความน่าเชื่อถือ ได้รับการยอมรับจากกลุ่มวิชาชีพและผู้แทนจากกลุ่มนักวิชาการเพื่อปลูกฝังอุดมการณ์ความเป็นวิชาชีพและจริยธรรมให้กับผู้สื่อข่าว มีนักข่าวเข้าร่วมการอบรมจำนวน ๒๕  คน  ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

 

หัวข้อการอบรมประกอบด้วย “คดีตรวจสอบการทุจริตในความรับผิดชอบของ ป.ป.ช. กรณี นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีต มท. 1 กับคดีอัลไพน์ธรณีสงฆ์ โดย  ศ.วิชา มหาคุณ กรรมการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กลโกงการเลือกตั้ง”   หลักและเทคนิคการทำข่าวเชิงสืบสวน แลกเปลี่ยนประสบการณ์เรื่องของจริยธรรมสื่อ  การวางแผนการทำข่าวสืบสวนสอบสวน และลงพื้นที่ทำข่าวและเขียนข่าวจากการลงพื้นที่

๒.๑.๒ การอบรมเชิงปฏิบัติการนักข่าวพิราบน้อยรุ่น ๑๕ เป็นโครงการต่อเนื่องจัดขึ้นเป็นปีที่ ๑๕ ซึ่งหากนับถึงปัจจุบันมีนักศึกษาที่ผ่านการอบรมกว่า ๑,๐๐๐ คนแล้ว มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาวิชาชีพสื่อสารมวลชนด้านสิ่งพิมพ์  (Professional Development) ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมในวิชาชีพ (Ethics Responsibility)  และแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในฐานะองค์กรเพื่อสังคม (Organizational Social Responsibility) ซึ่งนักศึกษาที่เข้าร่วมอบรมได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทั้งกับเพื่อนนักศึกษาจากต่างสถาบันและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักข่าวรุ่นพี่ที่ทำงานทั้งในภาคสนาม และในส่วนของผู้บริหารงานข่าว อันเป็นการเตรียมพร้อมในการเข้าสู่วิชาชีพ นอกจากนี้ยังเป็นกระบวนการปลูกฝังอุดมคติให้กับนักศึกษาด้วย ในรุ่นที่ ๑๕ มีนักศึกษาที่เรียนด้านหนังสือพิมพ์จากสถาบันอุดมศึกษาจากทั่วประเทศเข้าร่วมอบรมจำนวน ๖๐  คน จาก  ๓๒  สถาบัน จัดอบรมระหว่างวันพฤหัสบดีที่  ๕ – วันอาทิตย์ที่ ๘  กรกฎาคม ๒๕๕๕   ณ โรงแรมกรุงศรีริเวอร์  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากบริษัท ทรู คอปอร์เรชั่น จำกัด มหาชน

ในการอบรมครั้งนี้ได้เพิ่มกระบวนการฝึกฝนนักศึกษาในการเขียนข่าวเพิ่มขึ้นอีกขั้นตอนหนึ่ง โดยนักศึกษาทุกคนจะ ต้องส่งผลงานข่าวเข้าร่วมโครงการ TJA  Cyber Reporter อย่างน้อยคนละ ๘ ชิ้นงาน มีการมอบรางวัล TJA  Cyber Reporter ไปเมื่อ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๕

 

๒.๒ กลุ่มงานเสวนาและสื่อสารสาธารณะ ได้มีการจัดทำโครงการในกลุ่มงานเสวนาและสื่อสารสาธารณะ จำนวน ๓ กิจกรรม ดังนี้

 

๒.๒.๑ ราชดำเนินเสวนา เป็นโครงการที่ดำเนินงานต่อเนื่องมาเป็นปีที่ ๑๔  ซึ่งเป็นความริเริ่มจากสมัยที่นายกวี จงกิจถาวร เป็นนายก สมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย (พ.ศ. ๒๕๔๒) มีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพการทำงานข่าวให้มีคุณภาพและอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง  โดยมีการเชิญแหล่งข่าวมาพบปะพูดคุยและตอบคำถามนักข่าว เพื่อเป็นการสร้างความรู้ ความเข้าใจ ระหว่างนักข่าวกับแหล่งข่าวในประเด็นต่าง ๆ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม

 

ในปี พ.ศ.  ๒๕๕๕ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม สุขภาพ(สสส.) ผ่านทางสถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย  ได้จัดราชดำเนินเสวนาไป จำนวน ๑๑  ครั้ง ดังนี้

 

๑. “ปฏิรูปประเทศไทย  ประเด็นที่ควรปฏิรูป ?” จัดร่วมกับ สำนักงานปฏิรูป (สปร.)  (๑๘ มีนาคม ๒๕๕๕)

๒. การรับฟังความคิดเห็น เสรีภาพของสื่อมวลชนในช่วงชุมนุมทางการเมือง   ปี ๒๕๕๒-๒๕๕๓” จัดร่วมกับ คณะวิจัยชุดโครงการศึกษาวิจัย เรื่อง ขอบเขตการใช้เสรีภาพของสื่อมวลชนในการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ภายใต้บทบัญญัติของกฎหมาย" ภายใต้ทุนสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.)  (๒๔ มีนาคม ๒๕๕๕)

๓. "นำร่องฉุกเฉินมาตรฐานเดียว:จับตารัฐบาลยิ่งลักษณ์กับอนาคต ๓ กองทุนสุขภาพ"  (๒๘ มีนาคม ๒๕๕๕)

๔.“ชำแหละยาซูโดร่องหน ใครต้องรับผิดชอบ?” (๓๑ มีนาคม ๒๕๕๕)

๕.“เปิดโปงมาเฟียคุก – ค้ายานรก” (๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๕)

๖.“ยุคนี้ข้าวยาก   หมากแพงจริงหรือ?”  (๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๕)

๗. “พ.ร.บ.ปรองดอง เพื่อใคร?”   (๒ มิถุนายน ๒๕๕๕)

๘. "ปี ๕๕ น้ำท่วมหรือเอาอยู่" (๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๕)

๙. “เบรกนาซา   ไทยได้หรือเสีย?”  (๑ กรกฎาคม ๒๕๕๕)

๑๐.“เซ็กซ์วัยใส  ติดยา ตีกัน แก้อย่างไร?” (๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๕)

๑๑. “ระวังภัย โรคมือ เท้า ปาก!! ”   (๒๙  กรกฎาคม ๒๕๕๕)

 

สามารถติดตามเนื้อหาราชดำเนินเสวนาได้ที่ www.tja.or.th

 

๒.๒.๒. รายการวิทยุช่วยกันคิดทิศทางข่าว เป็นความร่วมมือระหว่างสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กับสำนักข่าวไทยและบริษัท อสมท. จำกัด มหาชน ออกอากาศทางสถานีวิทยุ อสมท.  FM ๑๐๐.๕ Mhz ทุกวันอาทิตย์เวลา ๑๑.๐๐-๑๒.๐๐น. เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นักข่าวรุ่นใหม่ได้เข้ามาร่วมกิจกรรมกับสมาคมฯ รวมทั้งเป็นเวทีในการสื่อสารเรื่องราวที่เกี่ยวกับสื่อมวลชนให้สาธารณชนได้ รับทราบ รวมทั้งการวิเคราะห์ถึงทิศทางข่าวในสัปดาห์ต่อไป โดยเน้นความหลากหลายของประเด็นข่าว ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม การต่างประเทศ และอื่นๆที่เป็นประเด็นร้อนในขณะนั้น

 

สำหรับนักจัดรายการประจำปี  ๒๕๕๔ มีจำนวน ๑๐  คนคือ ๑.นายธีรเดช  เอี่ยมสำราญ   (มติชนออนไลน์) ๒. นายปราเมศ  เหล็กเพ็ชร์  (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)  ๓. นายราม อินทรวิจิตร  (หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ) ๔. นายเสถียร วิริยะพรรณพงศา   (สำนักข่าวเนชั่น)  ๕.นางสาวชุติมณฑน์ ศรีขำ (หนังสือพิมพ์บ้านเมือง) ๖.นางสาวเลอลักษณ์ จันทร์เทพ   (หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์) ๗. นางสาวจินตนา จันทร์ไพบูลย์  (หนังสือพิมพ์สยามรัฐ)   ๘. นายจีรพงษ์  ประเสริฐพลกรัง  (สำนักข่าวเนชั่น ) ๙. นายมานพ ทิพย์โอสถ (หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์)  และ ๑๐.นางสาวบุษดี  พนมภู (หนังสือพิมพ์บ้านเมือง) ๑๑.นายวรพล  กิตติรัตวรางกูล (หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์) ๑๒.นางสาวประนอม บุญล้ำ (หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ) ๑๓.นายสุทธิรักษ์ อุฒมนตรี (หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ)

 

ติดตามฟังรายการวิทยุย้อนหลังได้ที่  www.tja.or.th

 

๒.๒.๓ www.tja.or.th เป็นเวบไซต์ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมข่าวสารต่างๆ ของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ทั้งประชาสัมพันธ์กิจกรรม,รายงานกิจกรรม,กฎหมายที่เกี่ยวข้อง,ประวัติความ เป็นมา จุดยืนและท่าทีของสมาคมฯต่อสถานการณ์ต่างๆของบ้านเมือง รวมทั้งการบันทึกผลงานข่าวที่ได้รับรางวัลประเภทต่างๆ  และเป็นชุมชนออนไลน์ของนักวิชาการและวิชาชีพสื่อสารมวลชน ในการแลกเปลี่ยนทัศนะของนักวิชาการและนักวิชาชีพด้านสื่อสารมวลชน และนำเสนอข่าวสารความเคลื่อนไหวในแวดวงสื่อสารมวลชน

 

๒.๓ กลุ่มงานหนังสือ ในปี   ๒๕๕๕ ฝ่ายวิชาการ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้จัดทำหนังสือรวม ๒  เล่ม ดังนี้

 

๒.๓.๑ วารสารราชดำเนิน ในปี ๒๕๕๕ สมาคมฯ ได้จัดทำวารสารราชดำเนินโดยออกเป็นรายสามเดือนจำนวน ๓  ฉบับ ซึ่งแต่ละฉบับมีเนื้อหาที่น่าสนใจ ได้รับเสียงสะท้อนอย่างดีทั้งจากสมาชิกสมาคมฯ สถาบันวิชาการและผู้สนใจทั่วไป

 

วารสารราชดำเนินฉบับที่ ๒๓  เผยแพร่เมื่อเดือนมิถุนายน  ๒๕๕๕ มีเนื้อหาเกี่ยวกับ “การเตรียมตัวรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของสื่อ”  นายชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม เป็นบรรณาธิการ

 

วารสารราชดำเนินฉบับที่ ๒๔  เผยแพร่เมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๕๕  มีเนื้อหาเกี่ยวกับ “เปิดตำนานสื่อไทย ทำไมต้องมีทีมติดตามนายกรัฐมนตรี”  ฉบับนี้มีการเปลี่ยนแปลงบรรณาธิการจากนายชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม เป็นนายพงศ์พิพัฒน์ บัญชานนท์

 

และวารสารราชดำเนินฉบับที่ ๒๕  ประจำปี ๒๕๕๕  เผยแพร่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์  ๒๕๕๕  มีเนื้อหาหลักเกี่ยว “นักข่าวหายไปไหน”

 

อ่านเนื้อหาจุลสารราชดำเนินฉบับย้อนหลังได้ที่ www.tja.or.th

 

๒.๓.๒ หนังสือวันนักข่าว “บทบาทสื่อไทยในประชาคมอาเซียน” หนังสือวันนักข่าวเป็นหนังสือรายงานประจำปีที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการข่าวและหนังสือพิมพ์  ตลอดจนรายงานกิจกรรมของสมาคม  และทำเนียบรายชื่อนักข่าวจากหนังสือพิมพ์ทุกฉบับที่เป็นสมาชิกสมาคม  เนื้อหาหลักในปีนี้เน้นเรื่อง  “บทบาทสื่อไทยในประชาคมอาเซียน”   มีนางสาว น.รินี เรืองหนู เป็นบรรณาธิการ มีการแจกจ่ายหนังสือวันนักข่าวถึงมือสมาชิก สมาคมฯ ในวันที่ ๔ มีนาคม  ๒๕๕๖ ซึ่งเป็นวันประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสมาคมฯ

 

๒.๔. กลุ่มงานเครือข่ายวิชาการและวิชาชีพสื่อมวลชน เป็น เครือข่ายที่นักวิชาการและนักวิชาชีพสื่อสารมวลชนร่วมกันก่อตั้งขึ้นเพื่อ เป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน โดยในปี ๒๕๕๕ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม ๓ กิจกรรม ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม สุขภาพ(สสส.) ผ่านทางสถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย  ดังนี้

 

๒.๔.๑ ห้องเรียนสาธารณะ เป็นกิจกรรมที่เน้นการถ่ายทอดความรู้ และเทคนิค ทางวิชาชีพสื่อมวลชน แก่นักศึกษาจากสถาบันต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เกิดกระบวนการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ และเป็นแรงจูงใจในการกระตุ้นให้นิสิต นักศึกษาด้านนิเทศศาสตร์ เข้ามาทำงานสื่ออย่างเป็นระบบภายใต้กรอบการทำงานเชิงวิชาการ และเป็นการร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ระหว่างนิสิต นักวิชาการ ภาคประชาสังคม และนักวิชาชีพสื่อทั้งระดับประเทศและท้องถิ่น

 

ในปี ๒๕๕๕ แบ่งหัวข้อการจัดกิจกรรมห้องเรียนสาธารณะออกเป็น ๒ หัวข้อคือ “Social media for journalism” และหัวข้อ “สื่อสารความรู้หลักประกันสุขภาพ” โดยในหัวข้อนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก  สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

 

๑)ห้องเรียนสาธารณะหัวข้อ “Social media for journalism” จำนวน ๕ ครั้ง ครั้งที่ ๑ จัดร่วมกับคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (๘ กุมภาพันธ์  ๒๕๕๕) ครั้งที่ ๒ จัดร่วมกับโปรแกรมวิชานิเทศศาสตร์  มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต (๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๕๗ ครั้งที่ ๓ จัดร่วมกับ มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก(๑๑ กันยายน ๒๕๕๕) ครั้งที่ ๔  จัดร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา (๑๘ กันยายน ๒๕๕๕๗ และครั้งที่ ๕ จัดร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง   จังหวัดราชบุรี (๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๕)

 

๒) ห้องเรียนสาธารณะหัวข้อ “สื่อสารความรู้หลักประกันสุขภาพ จำนวน ๔  ครั้ง โดยจัดร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ครั้งที่ ๑  จัดร่วมกับคณะการสื่อสารมวลชน  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๕) ครั้งที่ ๒  จัดร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี        (๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๕) ครั้งที่ ๓ จัดร่วมกับมหาวิทยาลัยราขภัฏสุราษฎร์ธานี (๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๕) และครั้งที่ ๔ จัดร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฎรำไพพรรณี

(๑๔ กันยายน ๒๕๕๕)

๒.๔.๒ ประชุมเครือข่ายวิชาการและวิชาชีพสื่อมวลชน เป็น กิจกรรมที่มีเป้าหมายเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านวิชาชีพและวิชาการด้านสื่อสารมวลชน โดยนำเอาประเด็นทางวิชาการและวิชาชีพสื่อสารมวลชนที่น่าสนใจและมีผลกระทบต่อ ประโยชน์สาธารณะมาแลกเปลี่ยนกัน ในปี ๒๕๕๕ สมาคมจัดประชุมเครือข่ายวิชาการวิชาชีพ ๔  ครั้งดังนี้

 

ครั้งที่ ๑ ร่วมกับ คณะนิเทศศาสตร์  สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์  จัดประชุมหัวข้อ  “ยุทธศาสตร์เพื่ออนาคตวารสารศาสตร์” ครั้งที่ ๑  ตอน  “ทิศทางสื่อ ทิศทางวารสารศาสตร์”  ณ  สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ เมื่อวันศุกร์ที่  ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๕

ครั้งที่ ๒  ร่วมกับเครือข่ายบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ภาคใต้ จัดประชุมหัวข้อ   “หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น การเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคดิจิตอล” ณ โรงแรมภูเก็ตเมอร์ลิน จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๓  มิถุนายน ๒๕๕๕

 

ครั้งที่ ๓ ร่วมกับมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และโครงการเสริมสร้างสื่อมวลชนศึกษาเพื่อสุขภาวะ(Media Monitor)มูลนิธิสื่อมวลชนศึกษา จัดประชุมหัวข้อ   “ยุทธศาสตร์เพื่ออนาคตวารสารศาสตร์” ครั้งที่ ๓ ตอน “การตรวจสอบในยุคหลอมรวมสื่อ (Monitoring  Media  in  the  Convergence  Era ณ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๑  ตุลาคม ๒๕๕๕

 

ครั้งที่ ๔ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเนชั่น จังหวัดลำปาง จัดประชุมหัวข้อ    “ยุทธศาสตร์เพื่ออนาคตวารสารศาสตร์” ครั้งที่  ๔  ตอนทิศทางวารสารในยุคสงคราม platform ณ มหาวิทยาลัยเนชั่น จังหวัดลำปาง เมื่อวันพุธที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๖

 

๒.๔.๓ ประชุมใหญ่ทางวิชาการสื่อสารมวลชน “อนาคตสื่อไทย : ความท้าทายภายใต้  รัฐ  ทุน และเทคโนโลยี” สมาคมฯ ร่วมกับสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สถาบันอิศรา สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ และคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ   จัดทำโครงการประชุมวิชาการวิชาชีพสื่อสารมวลชน ระดับชาติ หัวข้อ ““ยุทธศาสตร์เพื่ออนาคตวารสารศาสตร์” ครั้งที่  ๒   ตอน  “Convergence Newsroom”” จัดระหว่างวันศุกร์ที่ ๒๐ กรกฎาคม  ๒๕๕๕  ณ  คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาหอการค้าไทย

 

๒.๕.  โครงการศึกษาดูงานด้านสื่อมวลชนของอาจารย์ด้านวารสารศาสตร์ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสถาบันอิศรา จัดทำโครงการศึกษาดูงานด้านสื่อมวลชนของอาจารย์ด้านวารสารศาสตร์ รุ่นที่ ๔  จัดขึ้นภายในระยะเวลา ๔ สัปดาห์ ระหว่างวันจันทร์ที่  ๒๓ เมษายน -  วันเสาร์ที่ ๑๙ พฤษภาคม  ๒๕๕๕   โดยมีอาจารย์ที่สอนด้านนิเทศศาสตร์เข้าร่วมโครงการทั้งหมด ๘ คน

 

๒.๖. กลุ่มงานประกวดข่าว

 

๒.๖.๑ การประกวดรางวัลอิศรา อมันตกุล ประเภทข่าวและภาพข่าวยอดเยี่ยม ประจำปี ๒๕๕๕ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  ได้รับมอบหมายจากมูลนิธิอิศรา อมันตกุล ให้ดำเนินการจัดการประกวดข่าวและภาพข่าวยอดเยี่ยม รางวัลอิศรา อมันตกุล เพื่อเป็นการรำลึกถึงนายอิศรา อมันตกุล นายกสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทยคนแรกและนักหนังสือพิมพ์ผู้ปฏิบัติหน้าที่ภาย ใต้กรอบจริยธรรม โดยดำเนินการจัดการประกวดมาตั้งแต่ ปี ๒๕๑๕ สำหรับในปี ๒๕๕๕ มีผลงานงานข่าวส่งเข้าประกวดรางวัลอิศรา อมันตกุล ประเภทข่าวยอดเยี่ยมจำนวน ๑๗ ข่าว จากหนังสือพิมพ์ ๕  ฉบับ และส่งผลงานภาพข่าวเข้าประกวดรางวัลอิศรา อมันตกุล ประเภทภาพข่าวยอดเยี่ยมจำนวน  ๘๑  ภาพ จากหนังสือพิมพ์ ๙ ฉบับ

 

๒.๖.๒ การประกวดรางวัลข่าวอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดีเด่น ประจำปี ๒๕๕๕ ของ ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมฯ ได้มอบหมายให้ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมเป็นผู้ดำเนินการจัดการประกวด ข่าวอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดีเด่น ซึ่งจัดการประกวดมาตั้งแต่ปี  ๒๕๓๒ สำหรับในปี ๒๕๕๕ มีผลงานข่าวส่งเข้าประกวดจำนวน ๗ ข่าว จากหนังสือพิมพ์ ๓ ฉบับ

 

๒.๖.๓ การประกวดรางวัลพิราบน้อย ประจำปี ๒๕๕๕ เป็นการประกวดผลงานฝึกปฏิบัติของนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาที่มีการทำ หนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ โดยแบ่งการประกวดออกเป็น ๒ รางวัล ๔ ประเภท คือ รางวัลพิราบน้อย ประกอบด้วย  ๑.ประเภทหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ ๒. ประเภทข่าวฝึกปฏิบัติ ๓.ประเภทข่าวสิ่งแวดล้อมฝึกปฏิบัติ และรางวัลริต้า ปาติยะเสวี คือประเภทสารคดีเชิงข่าวฝึกปฏิบัติ  เริ่มจัดการประกวดตั้งแต่ปี พ.ศ.   ๒๕๓๖ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการจัดทำหนังสือพิมพ์และการทำข่าวของ นิสิตนักศึกษาวิชานิเทศศาสตร์ และวารสารศาสตร์  ในสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถาบันการศึกษา  กับสมาคมฯ    ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก บริษัท ทรู คอปอร์เรชั่น จำกัด มหาชน ในปี ๒๕๕๕ มีผลงานส่งเข้าประกวดดังนี้ ๑. หนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ ๑๔ ฉบับ ๒. ข่าวฝึกปฏิบัติ ๓๒ ข่าว ๓. ข่าวสิ่งแวดล้อม ๑๓ ข่าว และ ๔. สารคดีเชิงข่าว ๒๖ ชิ้น

 

 

๓. คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ ประกอบด้วยที่ปรึกษา ๔ คนและอนุกรรมการ ๘ คน

๑. นายวันชัย วงศ์มีชัย                 อดีตอุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ       ที่ปรึกษา

๒. ดร. ปริญญา เทวานฤมิตรกุล     มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์                                                  ที่ปรึกษา

๓. นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์                        อดีต เลขาธิการ สมาคมฯ                                                  ที่ปรึกษา

๔. นายวีระศักดิ์ พงศ์อักษร            อดีต เลขาธิการ สมาคมฯ                                                  ที่ปรึกษา

๕. นายเสด็จ บุนนาค                   อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ             ประธาน

๖. นางสาวกุลชาดา ชัยพิพัฒน์       เครือข่ายส่งเสริมสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในเอเชียอาคเนย์        อนุกรรมการ

๗. นายจักรกฤษณ์ ทรัพย์พึ่ง  อุปนายกฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ฯ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย อนุกรรมการ

๘. นายจีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง     อดีตอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯอนุกรรมการ

๙. นางสาวอมรรัตน์ มหิทธิรุกข์     อุปนายกฝ่ายวิชาการและเลขาธิการ  สมาคมฯ                       อนุกรรมการ

๑๐. นายมานพ ทิพย์โอสถ           อดีตกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ        อนุกรรมการ

๑๑. นายเชษฐ์ สุขสมเกษม          กรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ อนุกรรมการ

๑๒. นายปราเมศร์ เหล็กเพ็ชร์  รองเลขาธิการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ เลขานุการคณะอนุกรรมการ

 

ในปี  ๒๕๕๔  คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ ดำเนินงานภายใต้รูปแบบของการจัดตั้ง  “ศูนย์ส่งเสริมสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน” เพื่อทำหน้าที่ในการส่งเสริมส่งเสริมและปกป้องมีสิทธิเสรีเสรีภาพของสื่อมวลชน โดยนักข่าวจะต้องมีอิสรภาพ เสรีภาพ ในการทำงาน ไม่ถูกคุกคาม แทรกแซงทั้งจากกลุ่มทุน รัฐ และผู้มีอิทธิพล  โดยมีกิจกรรมดังนี้

๓.๑ งานรณรงค์เพื่อสิทธิเสรีภาพสื่อ

๓.๑.๑. โครงการฉลองวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก (World Press Freedom Day – 3 MAY) เป็นโครงการต่อเนื่องที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกวันที่ ๓ พฤษภาคม เนื่องจากเป็นวันที่องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก้ ได้เสนอให้สมัชชาใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติประกาศให้วันที่ ๓ พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก เพื่อย้ำเจตนารมณ์และหลักการที่เป็นพื้นฐานของเสรีภาพสื่อมวลชนทั่วโลก ซึ่งก็คือเสรีภาพในการแสดงออก  ตั้งแต่เมื่อปี  ๒๕๔๓  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ก็ได้ร่วมกับสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เครือข่ายส่งเสริมสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในเอเชียอาคเนย์ และองค์การยูเนสโก้ จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในโอกาสดังกล่าวมาโดยตลอด

 

ในปี ๒๕๕๕ สมาคมฯ ได้จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก ในวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๕ โดยใช้หัวข้อหลัก “เสรีภาพสื่อบนความท้าทายใหม่ -  New challenge for Press Freedom” กิจกรรมประกอบด้วย การเสวนาในหัวข้อเรื่อง “เสรีภาพสื่อบนความท้าทายใหม่ -  New challenge for Press Freedom” โดยผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย  โดยนางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท   ประธานคณะกรรมาธิการคณะกรรมาธิการ การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน ผศ.ดร.พิรงรอง รามสูต รณะนันท์ คณะนิเทศศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายเสริมสุข  กษิติประดิษฐ์   สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส นายบัณฑิต  จันทศรีคำ                     บรรณาธิการอำนวยการ  หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ดำเนินรายการโดย ดร.วิทย์ สิทธิเวคิณ   สถานีวิทยุโทรทัศน์ กองทัพบกช่อง ๕ การออกแถลงการณ์เนื่องในวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก  เพื่อแสดงถึงท่าที่และจุดยืนของสื่อมวลชนไทย  และการประกวดภาพถ่ายและบทความในหัวข้อ “เสรีภาพสื่อบนความท้าทายใหม่ -  New challenge for Press Freedom”

 

๓.๑.๒ สนับสนุนการจัดตั้งสหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย เพื่อเป็นกลไกในการ ขับเคลื่อนด้าน สวัสดิการนักข่าว โดยได้มีการจัดเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การจัดสวัสดิการสื่อ โดยได้มีการจดทะเบียนจัดตั้งเป็นสหภาพแรงงานเลขทะเบียนที่ กธ.๑๑๑๔  เมื่อ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๕ โดยมีนายสุเมธ สมคะเน หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เป็นประธานก่อตั้ง  และได้มีการประชุมใหญ่เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการ สหภาพชุดแรก เมื่อ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๖ มีนายสุเมธ สมคะเน หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เป็นประธานคนแรกของสหภาพ

 

๓.๑.๒ การลงนามบันทึกความร่วมมือเรื่องการรับความช่วยเหลือด้านการดำเนินอรรถคดีและการส่งเสริมทางวิชาการ เป็นความร่วมมือระหว่างสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ กับสภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมป์ ได้จัดพิธิลงนามไปเมื่อวันจันทร์ที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๕

 

สาระสำคัญของบันทึกความร่วมมือเน้นการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบวิชาชีพสื่อที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่ โดยการช่วยเหลือนั้นจะเป็นการช่วยเหลือแบบให้เปล่าตลอดทุกชั้นศาล ยกเว้นการเสียค่าธรรมเนียมศาล  นอกจากนี้ยังรวมถึงการช่วยเหลือ สนับสนุนด้านการดำเนินคดีเมื่อผู้ประกอบวิชาชีพนักข่าว นักหนังสือพิมพ์ สื่อวิทยุ และโทรทัศน์ เป็นผู้กล่าวหา หรือเป็นโจทก์ฟ้องคดีด้วย  และการส่งเสริมความรู้ทางกฎหมายที่จำเป็นในการประกอบเพื่อสนับสนุนการทำงานของสื่อมวลชน

 

๓.๒ งานส่งเสริมทักษะวิชาชีพข่าว  ในปี ๒๕๕๕ คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพสื่อและการปฏิรูปสื่อ  สมาคมฯ ได้จัดการอบรมขึ้น ๒ หลักสูตร

 

๓.๒.๑ การอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “การรายงานข่าวในสถานการณ์ความรุนแรง รุ่น ๓ (Safety Training for Thai Journalists)” สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  ร่วมกับ INSI-International News Safety Institue  จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ การรายงานข่าวในสถานการณ์ความรุนแรง (Safety Training)”  ขึ้นเพื่อให้ผู้สื่อข่าวและช่างภาพจากสื่อหนังสือพิมพ์  สถานีโทรทัศน์และวิทยุ  ได้เรียนรู้เรื่องการทำข่าวอย่างปลอดภัยในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยง โดยเนื้อหาการอบรมประกอบด้วย ๑. แลกเปลี่ยนประสบการณ์ทำข่าวในสถานการณ์ขัดแย้ง ๒. การประเมินความเสี่ยง-การตัดสินใจส่งนักข่าวลงพื้นที่ ๓. การทำข่าวท่ามกลางการจลาจลและความรุนแรง ๔. การช่วยเหลือพยาบาล ๕. เรียนรู้เรื่องอาวุธชนิดต่างๆ ๖. สถานการณ์การวางเพลิง  ๗. การปฏิบัติตัวเมื่อถูกตั้งด่านตรวจ ๘. การเอาตัวรอดเมื่อถูกจับตัวโดยผู้ก่อการร้าย ๙. การปฏิบัติตัวในภาวะกดดันจากความรุนแรง  จัดระหว่างวันศุกร์ที่ ๒๔ ถึง วันอาทิตย์ที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๕  ณ ไมด้ารีสอร์ท จังหวัดกาญจนบุรี โดยมีทั้งผู้สื่อข่าวและช่างภาพจากหนังสือพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์เข้าร่วมจำนวน ๒๕ คน โดยหลังจากอบรมหลักสูตรนี้แล้วได้มีการคัดเลือกผู้เข้าอบรมจากทั้ง ๓ รุ่น เพื่อเข้าอบรมหลักสูตร Train the trainer for safety training ต่อไป

สำหรับผู้สนับสนุนการอบรมประกอบด้วย ๑. บริษัท แคนนอน ประเทศไทย จำกัด ๒.สถานีโทรทัศน์ช่อง ๗ สี ๓. เครือข่ายส่งเสริมสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ๔. บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด ๕. บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด

 

๓.๒.๒ การอบรมหลักสูตร “กฎหมายเพิ่มศักยภาพสื่อมวลชน” รุ่นที่ ๑ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับศูนย์ศึกษากฎหมายและนโยบายสื่อมวลชน สถาบันอิศรา จัดการอบรมหลักสูตร “กฎหมายเพิ่มศักยภาพสื่อมวลชน” รุ่นที่ ๑ ขึ้นโดยแบ่งการอบรมออกเป็น ๒ หลักสูตรคือหลักสูตรกฎหมายมหาชนและหลักสูตรกฎหมายอาญา  เพื่อให้สื่อมวลชน ได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องระบบกฎหมายของประเทศ อย่างถ่องแท้สามารถนำไปพัฒนาความคิดในการสื่อสารไปสู่สังคมได้โดยไม่คลาดเคลื่อน และเข้าใจถึงเจตนารมย์ที่แท้จริงของกฎหมาย ทำให้เกิดวิธีคิด วิธีปฏิบัติที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้เหตุผลในกฎหมาย เพื่อไม่ตกเป็นเครื่องมือของผู้ต้องการใช้กฎหมายในทางบิดเบือน โดยยืมมือสื่อมวลชน          รวมทั้งให้รู้ถึงสิทธิเสรีภาพที่ตนมีอยู่    ภูมิคุ้มกันทางกฎหมาย ขณะเดียวกันก็ต้องมีความระมัดระวังไม่ไปละเมิดบุคคลอื่นจากการทำหน้าที่ของตนเอง  โดยเรียนทุกวันอาทิตย์เต็มวัน ระหว่างวันอาทิตย์ที่ ๖ มกราคม – วันอาทิตย์ที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖   มีนักข่าวเข้าร่วมอบรมรวมหลักสูตรกฎหมายมหาชน  ๓๐  คน และหลักสูตรกฎหมายอาญา ๓๔ คน

 

๓.๓ การติดตามคดีกรณีผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนถูกตำรวจทำร้าย ได้รับบาดเจ็บและถูกควบคุมตัว ระหว่างทำข่าวการชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม เมื่อ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

 

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยร่วมกับสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย มีความเห็นร่วมกันว่ากรณีผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนถูกตำรวจทำร้าย ได้รับบาดเจ็บและถูกควบคุมตัวระหว่างทำข่าวการชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม เมื่อ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๕  เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุและเป็นการคุกคามสิทธิเสรีภาพในการปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้นในฐานะองค์กรวิชาชีพสื่อ จึงได้ทำหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (๒๙ พ.ย. ๒๕๕๕) เพื่อทวงถามถึงความรับผิดชอบและยื่นข้อเรียกร้อง ดังนี้ ๑.      ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงและชี้แจงผลการสอบสวน โดยให้มีผู้แทนองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นกรรมการสอบสวนด้วย  ๒.      จัดให้มีการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่ที่เกินกว่าเหตุของเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว และ ๓.      ออกระเบียบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจกับผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนในสถานการณ์การชุมนุมทางการเมือง โดยให้มีผู้แทนองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนมีส่วนร่วมและยอมรับในระเบียบดังกล่าวร่วมกัน

 

และได้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภควุฒิสภา (๒๙ พ.ย. ๒๕๕๕) ผู้ตรวจการแผ่นดิน  (๓๐ พ.ย. ๒๕๕๕) และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (๓๐ พ.ย. ๒๕๕๕)  เรียกร้องให้ ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่ฝ่ายบริหารโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำการละเมิดสิทธิและเสรีภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชน

 

๓.๓ งานติดตามสถานการณ์ด้านสิทธิเสรีภาพและสถานการณ์สื่อ

๓.๓.๑ การจัดทำสถานการณ์สื่อประจำปี สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยได้จัดทำรายงานสถานการณ์สื่อประจำปี  ๒๕๕๕ เผยแพร่ในวันสิ้นปี เพื่อสรุปเหตุการณ์หลักที่เกิดขึ้นในแวดวงสื่อมวลชน  โดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  ได้สรุปว่า ปี ๒๕๕๕  เป็น “ปีแห่งการแบ่งขั้ว : จริยธรรมที่ไม่เท่ากัน”

 

๔ . คณะอนุกรรมการฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ ประกอบด้วยที่ปรึกษา ๒ คนและอนุกรรมการ ๑๒ คน

๑. นายดำฤทธิ์ วิริยะกุล                            อดีตอุปนายก สมาคมฯ                                         ที่ปรึกษา

๒. นายธนดล มีถม                                  อดีตอุปนายกฝ่ายกิจกรรมพิเศษ สมาคมฯ                ที่ปรึกษา

๓. ดร.สุรศักดิ์  จิรวัสตร์มงคล                     อุปนายกฝ่ายบริหาร สมาคมฯ                                ประธาน

๔. นายสมศักดิ์ ศรีกำเหนิด                        กรรมการฝ่ายสวัสดิการและสมาชิกสัมพันธ์ สมาคมฯ  อนุกรรมการ

๕. นายพริษฐ์ เอี่ยมพงษ์ไพบูลย์                 นายทะเบียน สมาคมฯ                                          อนุกรรมการ

๖. นางสาวอมรรัตน์ มหิทธิรุกข์                  เลขาธิการ สมาคมฯ                                             อนุกรรมการ

๗. นางสาวจินตนา จันทร์ไพบูลย์                รองเลขาธิการฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ                        อนุกรรมการ

๘. นางสาวอัชณา จิณณวาโส                    อดีตกรรมการบริหาร สมาคมฯ                               อนุกรรมการ

๙. นายนพปฎล รัตนพันธ์                          หนังสือพิมพ์เดลินิวส์                                            อนุกรรมการ

๑๐. นายฉลาด จันทรเดช                          ประธานชมรมช่างภาพการเมือง                             อนุกรรมการ

๑๑. นายกิตติพงศ์ ตรีเมฆ                         หนังสือพิมพ์สยามรัฐ                                            อนุกรรมการ

๑๒. นางสาวเรวดี  พงศ์ไชยยง                    เหรัญญิก สมาคมฯ                                  เลขานุการคณะอนุกรรมการ

 

ในปี   ๒๕๕๕  คณะอนุกรรมการฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย แบ่งงานออกเป็น ๒ กลุ่มงาน คือ

๔.๑ งานด้านสมาชิกสัมพันธ์

๔.๑.๑ Fit & Firm รุ่น ๓   สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  จัดโครงการโครงการดูแลห่วงใย ใส่ใจสุขภาพ เพื่อสุขภาวะสื่อมวลชน  Fit & Firm รุ่น ๓   ระหว่างวันเสาร์ที่ ๑๘ – วันอาทิตย์ที่ ๑๙  สิงหาคม  ๒๕๕๕  ณ สวนสามพรานริเวอร์ไซต์ อำเภอสามพราน  จังหวัดนครปฐม  มีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสื่อมวลชนรุ่นต่างๆ และเพื่อส่งเสริมให้มีการดูแลสุขภาพอย่างถูกวิธี มีนักข่าวเข้าร่วมการอบรมจำนวน  ๓๐  คน สนับสนุนงบประมาณโดย บริษัท ซาโนฟี่-อเวนตีส ประเทศไทย จำกัด

๔.๑.๒ กระจิบกระจาบพิราบน้อยรุ่น ๕ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  จัดทำโครงการกระจิบกระจาบพิราบน้อยรุ่น ๕  ขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๕  โดยในปีนี้ได้นำบุตร-ธิดานักข่าวที่กำลังศึกษาในระดับชั้นประถมศึกษาเข้าร่วมทัศนศึกษา ณ ซาฟารีเวิลด์ มีผู้เข้าร่วม ๔๕ คน ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก บริษัท ยูนิลีเวอร์ไทยเทรดดิ้ง จำกัด มหาชน

๔.๑.๓ ปั้นนักข่าวเป็นนักเขียนรุ่น ๖  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสถาบันอิศรา และสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการปั้นนักข่าวเป็นนักเขียนรุ่น ๖ ขึ้นระหว่างวันเสาร์ที่ ๑๘ – วันอาทิตย์ที่ ๑๘ พฤศจิกายน  ๒๕๕๕  ณ บ้านสวนมะพร้าวอ่อน อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม

มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีในหมู่นักข่าว และการสร้างองค์ความรู้ใหม่ให้กับนักข่าวในการนำไปพัฒนาการเขียนข่าวและการ เขียนในรูปแบบอื่นๆ การอบรมเน้นการฝึกปฏิบัติจริงในการเขียนเรื่องสั้น โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิด้านงานวรรณกรรม อาทิ นางชมัยภร แสงกระจ่าง  ที่ปรึกษา สมาคมนักเขียนฯ, นายนิรันดร์ศักดิ์ บุญจันทร์ บรรณาธิการ จุดประกายวรรณกรรม, นายประชาคม ลุนาชัย นักเขียนรางวัลเซเว่นบุ๊คอะวอร์ด ,นายเรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์ กวีซีไรท์ และนายวัชระ สัจจะสารนักเขียนรางวัลซีไรต์  และนายเจน สงสมพันธ์ นายกสมาคมนักเขียนฯ,   มีนักข่าวเข้าร่วมการอบรมจำนวน  ๓๐  คน สนับสนุนงบประมาณโดย บริษัท ซีพีออลล์ จำกัด มหาชน

 

๔.๑.๔  อบรมความรู้ภาษาจีนและการส่งผู้เข้าอบรมไปศึกษาดูงานสื่อมวลชนจีน รุ่น ๑ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับบริษัท ซีพีออล์ จำกัด มหาชนจัดทำโครงการอบรมความรู้ภาษาจีนและการส่งผู้เข้าอบรมไปศึกษาดูงานสื่อมวลชนจีน รุ่น ๑ ขึ้นระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๕๕-เดือนมีนาคม ๒๕๕๖ โดยจะจัดอบรมภาษาจีนทุกวันเสาร์ (ครั้งละ ๓ ชั่วโมง) เป็นเวลาติดต่อกัน ๑๔ สัปดาห์ หลังจากนั้นจะให้มีการสอบชิงทุนจำนวน ๒ ทุนเพื่อไปฝึกงานที่สำนักงานข่าวซินหัวและหนังสือพิมพ์ประชาชนที่ประเทศจีน ได้รับการสนับสนุนงบประมาณค่าอาหารระหว่างเรียนจาก ธนาคารกสิกรไทย จำกัด มหาชนและได้รับสนับสนุนทุนการศึกษาในการไปทัศนศึกษาดูงานจากสมาคมมิตรภาพไทยจีน มีนักข่าวสนใจเข้าร่วมอบรม ๓๓ คน

 

๔.๒ แผนงานด้านสวัสดิการสมาชิก

๔.๒.๑ ทุนการศึกษา สมาคมฯ ได้มอบทุนการศึกษาให้กับสมาชิกสมาคมฯ โดยแบ่งเป็นทุนการศึกษาที่มอบให้กับสมาชิกสมาคมฯ และทุนการศึกษาที่มอบให้กับบุตร-ธิดา สมาชิก ดังนี้

๑) ทุนการศึกษาที่มอบให้กับบุตร-ธิดา สมาชิก สมาคมฯ แบ่งทุนการศึกษา

ออกเป็น ๒ ประเภท คือ ๑) ทุนส่งเสริมการศึกษา เป็นทุนแบบรายปี ๒) ทุนต่อเนื่อง เป็นทุนที่มอบให้แบบต่อเนื่องตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ -ระดับปริญญาตรี โดยได้รับการอนุเคราะห์ทุนการศึกษาจากมูลนิธิซีเมนต์ไทย ปีละ ๑๐ ทุน ปัจจุบันมีผู้รับทุนแล้ว ๕๐ คน

มีการจัดพิธีมอบทุนการศึกษาบุตร-ธิดานักข่าว เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๓  พฤษภาคม  ๒๕๕๕ ได้แบ่งให้ทุนการศึกษาออกเป็น ๒ ประเภท  คือ ๑. ทุนส่งเสริมการศึกษา เป็นการให้ทุนแบบรายปี โดยใช้งบประมาณจากกองทุนการศึกษาเพื่อบุตร-ธิดา สมาชิกสมาคมฯ มีผู้ได้รับการอนุมัติทุนการศึกษาจำนวน ๑๔๖ ทุน ทุนละ ๔,๐๐๐ บาท เป็น เงิน ๕๘๔,๐๐๐ บาท และ ๒. ทุนต่อเนื่อง ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิซิเมนต์ไทย เป็นปีที่ ๕ โดยในปี  ๒๕๕๕ ได้รับการสนับสนุนเพิ่มอีก ๑๐ ทุน  รวมเป็น ๕๐ ทุน

๒.) ทุนการศึกษาในระดับปริญญาโทมอบให้สมาชิกสมาคมฯ ในปีนี้มีมหาวิทยาลัยมอบทุนการศึกษาในระดับปริญญาโทให้สมาคมฯ จำนวน ๒ มหาวิทยาลัย คือ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จำนวน ๒ ทุน ผู้รับทุนคือ ๑.นางสาวเรวดี พงศ์ไชยยง หนังสือพิมพ์มติชน และเหรัญญิก สมาคมฯ  และ๒. นางสาวอศินา พรวศิน หนังสือพิมพ์เดอเนชั่นและประธานชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ ส่วนอีกมหาวิทยาลัยที่ให้ทุนการศึกษาในระดับปริญญาโท คือมหาวิทยาลัยศรีปทุม แต่ไม่มีผู้สมัครเข้ารับทุน

 

๔.๒.๒ การมอบสินไหมมรณกรรมและการร่วมเป็นเจ้าภาพงานสวดพระอภิธรรมศพ สมาคมฯได้จัดทำประกันชีวิตกลุ่มให้กับสมาชิกที่ชำระเงินค่าบำรุงประจำปีกับ บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต ในปี  ๒๕๕๕ สมาคมฯ ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพงานสวดพระอภิธรรมศพและส่งหรีดเคารพศพสมาชิกอีก ๖  รายคือ ๑.  นายประพันธ์  ผลเสวก

หนังสือพิมพ์มติชน ๒.นายทวีสิน  สถิตย์รัตนชีวิน    หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ๓.นายสมบูรณ์  วรพงษ์ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ๔.นายสมเจตน์  วัฒนาธร  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  ๕.นางสมศรี  ตั้งตรงจิตร วิสามัญสมาชิก ๖.นายวิโรจน์  มุทิตานนท์ วิสามัญสมาชิก และ ๗. นายไพฑูรย์ สุนทร  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

 

 

๔.๒.๓ ชมรมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์อาวุโส สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย การดำนเนินงานปีที่ ๒ ของชมรมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์อาวุโส ที่มีนายพงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร เป็นประธาน นั้น ได้มีความคิดริเริ่มในการปรับปรุงอาคารสมาคมฯที่ถนนราชดำเนินกลางเป็นสโมสรสำหรับนักข่าวอาวุโส ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบและจัดทำแปลน

 

๕. คณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ ประกอบด้วยที่ปรึกษา ๕  คนและอนุกรรมการ ๗ คน

๑.นายกวี จงกิจถาวร                               นักหนังสือพิมพ์อาวุโส                                         ที่ปรึกษา

๒. นายเกียรติชัย พงษ์พาณิชย์                  นักหนังสือพิมพ์อาวุโส                                         ที่ปรึกษา

๓. นางสาวบุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์         หนังสือพิมพ์คมชัดลึก                                         ที่ปรึกษา

๔. นางสนิทสุดา เอกชัย กองจันทึก            หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์                                  ที่ปรึกษา

๕. นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี                   นายก สมาคมฯ                                                  ที่ปรึกษา

๖. นายอนุชา เจริญโพธิ์                           อุปนายกฝ่ายต่างประเทศ สมาคมฯ                       ประธาน

๗. นายวริษฐ์ ลิ้มทองกุล                          หนังสือพิมพ์เอเอสทีวีผู้จัดการ                              อนุกรรมการ

๘. นางกุลชาดา ชัยพิพัฒน์                      เครือข่ายส่งเสริมสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในเอเชียอาคเนย์   อนุกรรมการ

๙. นางสาวตติกานต์ เดชพงษ์                  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ                                             อนุกรรมการ

๑๐. นางสาวสุภาภรณ์ อัษฏมงคล            สื่อมวลชนอิสระ                                                  อนุกรรมการ

๑๑. นายนเรศ เหล่าพรรณราย                  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ                                   อนุกรรมการ

๑๒. นางสาวกรชนก รักษาเสรี                  กรรมการฝ่ายต่างประเทศ สมาคมฯ         เลขานุการคณะอนุกรรมการ

 

 

ในปี  ๒๕๕๕  คณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  แบ่งงานออกเป็น ๒ กลุ่มงาน คือ

 

๕.๑ ความสัมพันธ์กับสื่อมวลชนระหว่างประเทศ

๕.๑.๑ โครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนไทย-จีน สมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  ได้ไปเยือนประเทศจีนตามคำเชิญของ  All China Journalists Association – ACJA )  โดยมีนายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี นายก สมาคมฯ เป็นหัวหน้าคณะ ระหว่างวันอังคารที่ ๑๐– วันพฤหัสบดีที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๕๕ โครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนจีน-ไทยนี้เป็นโครงการที่ผลัด เปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพต้อนรับคณะสื่อมวลชนจากแต่ละประเทศ เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อปี  ๒๕๔๒ เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างสื่อมวลชนของทั้งสองประเทศอีกทั้งยัง เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

๕.๑.๒ โครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนไทย-กัมพูชา เป็นโครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนไทย-กัมพูชา ที่คณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ สมาคมฯ มีความประสงค์ในการรื้อฟื้นความสัมพันธ์อันดีระหว่างสื่อมวลชนไทยกัมพูชา ซึ่งห่างหายจากความสัมพันธ์ไปนาน โดยครั้งล่าสุดที่คณะสื่อมวลชนไทยไปเยือนกัมพูชาคือเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ นำโดยนางผุสดี คีตวรนาฏ นายก สมาคมฯ ในขณะนั้น และในปี ๒๕๕๔ นับเป็นโอกาสอันดีที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้เป็นเจ้าภาพต้อนรับคณะสื่อมวลชนกัมพูชา ดังนั้นในปี ๒๕๕๕ ซึ่งเป็นปีที่ ๒ ของโครงการจึงเป็นฝ่ายไทยที่นำคณะสื่อมวลชนจำนวน ๗ คนไปเยือนโดยมีนายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี เป็นหัวหน้าคณะ  ระหว่างวันอาทิตย์ที่ ๒ – วันศุกร์ที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๕๕

 

ในการไปเยือนครั้งนี้ได้มีการ ลงนามข้อตกลงความเข้าใจเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยกับสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศกัมพูชา ( Club of Cambodian Journalists ) สาระสำคัญอยู่ที่การจัดทำคู่มือรายงานข่าวเป็นภาษาไทยและภาษาเขมรขึ้นเพื่อเป็นคู่มือในการนำเสนอข่าวที่ถูกต้องของสื่อมวลชนทั้งสองประเทศ โดยที่ทั้งสองสมาคมเห็นชอบให้แต่ละสมาคมกลับไปตั้งคณะทำงานของตนเองเพื่อศึกษารายละเอียดและสิ่งที่จะต้องถูกยกร่างลงในคู่มือดังกล่าวโดยที่ทั้งสองสมาคมตกลงกันว่าจะกลับมาพบกันอีกครั้งในช่วงการประชุมใหญ่ของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยในเดือนมีนาคม  รวมทั้งจะมีการจัดอบรมภาษาให้กับสื่อมวลชนของทั้งสองประเทศ โดยที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยได้มีโครงการอบรมภาษาเขมรให้กับนักข่าวไทยเป็นระยะเวลา 10 สัปดาห์โดยที่จะทำการคัดเลือกนักข่าวไทย 2 คนที่มีความตั้งใจในการเรียนภาษาเขมรอย่างจริงจังไปศึกษาดูงานกับสื่อมวลชนกัมพูชาเป็นระยะเวลาหนึ่ง และเช่นกัน ทางสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์กัมพูชาเห็นด้วยในหลักการที่จะจัดอบรมภาษาไทยให้กับนักข่าวกัมพูชาเป็นระยะเวลา 10 สัปดาห์ โดยที่นักข่าวกัมพูชาทีได้รับคัดเลือกจำนวน 2 คน

 

๕.๑.๓ โครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนไทย-ลาว เป็นโครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์ที่ เริ่มต้น เมื่อปี  ๒๕๓๐  โดยในปี  ๒๕๕๕  คณะสื่อมวลชนลาวจำนวน ๗ คน ประกอบด้วย ๑ท่านบัวละพัน ทันพิลม รองประธานและเลขาธิการ สมาคมนักข่าวแห่ง สปป. ลาว  บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ประชาชน เป็นหัวหน้าคณะ ๒.ท่านคำเมือง อุดมรัก ผู้จัดการ สมาคมนักข่าวแห่ง สปป. ลาว เป็นรองหัวหน้าคณะ  ๓.ท่านวันนะเลด บุดทะวง รองหัวหน้า กรมข่าวสารป้องกันความสงบ ๔.ท่านทรงเดช วงพูทอน หัวหน้าบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์กองทัพ ๕.ท่านสุดสาคอน  สิปะเสิด หัวหน้าบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ศึกษา-กีฬา ๖.ท่านนางขันแก้ว จุนดารานักข่าวดีเด่นประเภท ๑ กรมข่าวสารแม่หญิงลาว และ ๗. ท่านนางสีวิไล คำพาพิลาด นักข่าวดีเด่นประเภท ๒แผนกแถลงข่าว วัฒนธรรมและท่องเที่ยว แขวงจำปาสัก มาเยือนประเทศไทยระหว่าง วันอาทิตย์ที่ ๑๖ –วันเสาร์ที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๕

ในการมาเยือนครั้งนี้ได้มีการจัดสัมมนาร่วมระหว่างคณะผู้แทนสื่อมวลชนลาวกับเครือข่ายบรรณาธิการหนังสือ

พิมพ์ท้องถิ่นภาคอีสานในหัวข้อ “บทบาทสื่อมวลชนลาว-ไทยในการส่งเสริมความสัมพันธ์ลาว-ไทย และการจัดประชุมร่วมสองสมาคมนักข่าวแห่ง สปป.ลาว และ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย “ความร่วมมือ

สื่อลาว-ไทยสู่ประชาคมอาเซียน”  ส่วนการดูงานองค์กรสื่อได้ไปเยี่ยมชมหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ไทยรัฐออนไลน์ สถานีโทรทัศน์บลูสกาย และวอยซ์ทีวี และทัศนศึกษาจังหวัดกระบี่

 

๕.๒ ความสัมพันธ์กับสื่อมวลชนนานาชาติ

๕.๒.๑ สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในปี ๒๕๕๕ นายชวรงค์ ลิมปํปัทมปาณี นายก สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้รับการเลือกตั้งให้เป็นประธานสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

๕.๓ งานอบรม ในปี ๒๕๕๕ คณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ สมาคมฯ ได้จัดการอบรมขึ้น ๒ หลักสูตร

๕.๓.๑ การอบรมหลักสูตรเสริมสร้างความรู้เรื่องการเป็นประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๘ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย โดยการสนับสนุนของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด มหาชน ได้จัดการอบรมหลักสูตรเสริมสร้างความรู้เรื่องการเป็นประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๘ ขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องประชาคมอาเซียนให้แก่สื่อมวลชนไทย ๒.เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน ตลอดจนการสร้างความตระหนักในความหลากหลายของภูมิภาค สำหรับสื่อมวลชนไทย และ๓. เพื่อเป็นการรณรงค์ให้สื่อมวลชนไทยเกิดความตื่นตัวตระหนักต่อประชาคมอาเซียนและสามารถนำความรู้ไปเผยแพร่แก่สาธารณชนได้  ในการอบรมนอกจากฟังการบรรยายทุกวันอาทิตย์แล้วยังได้มีการเดินทางไปศึกษาดูงานในสองเส้นทางคือ เส้นทางที่ ๑ ประเทศลาว-เวียตนามและเส้นทางที่ ๒ ประเทศอินโดนีเซีย เรียนระหว่างวันเสาร์ที่ ๒ มิถุนายน – วันศุกร์ที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๕ มีนักข่าวเข้าร่วมอบรมจำนวน ๒๔ คน

 

๕.๓.๒ การอบรมหลักสูตรเสริมสร้างความรู้เรื่องการเป็นประชาคมอาเซียนใน ปี ๒๕๕๘ สำหรับผู้บริหารสื่อมวลชน สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย โดยการสนับสนุนของบริษัท ไทยเบฟ  จำกัด มหาชน ได้จัดอบรมหลักสูตรเสริมสร้างความรู้เรื่องการเป็นประชาคมอาเซียนใน ปี ๒๕๕๘ สำหรับผู้บริหารสื่อมวลชน ขึ้น  โดยเน้นให้ผู้บริหารข่าวจำนวน ๓๐ คน มีความรู้ความเข้าใจเรื่องประชาคมอาเซียนตลอดจนการสร้างความตระหนักในความหลากหลายของภูมิภาค รวมทั้งตระหนักต่อประชาคมอาเซียนและสามารถนำความรู้ไปเผยแพร่แก่สาธารณชนได้เริ่มการอบรมระหว่างวันที่  ๙-๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ซึ่งนอกจากจะมีการบรรยายในห้องเรียนแล้ว ยังมีการศึกษาดูงานประเทศเพื่อนบ้านใน ๔ เส้นทางประกอบด้วย  เส้นทางที่ ๑. สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ เส้นทางที่ ๒. สาธารณรัฐฟิลิปปินส์  เส้นทางที่  ๓. ราชอาณาจักรกัมพูชา (พนมเปญ)และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (โฮจิมินห์ ซิตี้) และเส้นทางที่ ๔. สหพันธรัฐมาเลเซียและสาธารณรัฐสิงคโปร์

 

๕.๔ ชมรมนักข่าวอาเซียน (ASEAN Journalists Club -AJC) สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยไทย สนับสนุนให้นักข่าวที่มีความสนใจในประเด็นอาเซียน รวมตัวกันเป็น ชมรมนักข่าวอาเซียน (ASEAN Journalists Club -AJC) ขึ้นโดยได้จัดการสัมมนาเพื่อจัดตั้งชมรมขึ้นระหว่างวันเสาร์ที่ ๙ – วันอาทิตย์ที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ณ เดอะไทด์รีสอร์ท และบ้านพักรับรอง สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี แหล่มแท่น ชลบุรี ขึ้น โดยชมรมมีวัตถุประสงค์ เพื่อ๑. เสริมสร้างความเข้าใจเรื่องการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนให้กับสื่อมวลชนไทยทุกแขนง  ๒. แลกเปลี่ยนและสนับสนุนองค์ความรู้ในการรายงานข่าวเกี่ยวกับประชาคมอาเซียนระหว่างสมาชิก ทั้งในด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจและสังคมวัฒนธรรม ๓. เสริมสร้างทักษะและความสามารถในการรายงานข่าวประชาคมอาเซียนของสื่อมวลชนไทย ๔.สนับสนุนการนำเสนอความคืบหน้าของการการเป็นประชาคมอาเซียนสู่ประชาชนทั่วไปผ่านสื่อต่างๆ  และ ๕. สร้างความร่วมมือระหว่างสื่อมวลชนไทยกับสื่อมวลชนในประเทศสมาชิกอาเซียนด้วยกัน สำหรับประธานชมรมฯคนแรกคือนางสาวปิยะพร วงศ์เรือง หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์

 

๕.๕ การจัดทำดัชนีชี้วัดสิทธิเสรีภาพสื่อ

 

๕.๕ การจัดทำดัชนีชี้วัดสืทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในประเทศไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยไทย ร่วมกับเครือข่ายส่งเสริมสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในเอเชียอาคเนย์ (SEAPA) จัดทำดัชนีชี้วัดสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในประเทศไทย โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างคณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อกับคณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ สมาคมฯ เพื่อร่วมกันกำหนดกรอบและกระบวนการการทำดัชนี้วัดสื่อ ร่วมทั้งการจัดทำดัชนีชี้วัดสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนที่เหมาะสมในประเทศไทย   ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ

 

๖. คณะกรรมการอนุกรรมการฝ่ายเลขานุการ ประกอบด้วยกรรมการบริหาร  ๗ คน

๑. นายชวรงค์   ลิมป์ปัทมปาณี    นายก สมาคมฯ                                                  ประธาน

๒. ดร.สุรศักดิ์  จิรวัสตร์มงคล                   อุปนายกฝ่ายบริหาร สมาคมฯ                               อนุกรรมการ

๓. นายเสด็จ บุนนาค                  อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ          อนุกรรมการ

๔. นายอนุชา เจริญโพธิ์                           อุปนายกฝ่ายต่างประเทศ สมาคมฯ                       อนุกรรมการ

๕. นางสาวอมรรัตน์ มหิทธิรุกข์                 อุปนายกฝ่ายวิชาการและเลขาธิการ  สมาคมฯ        อนุกรรมการ

๖. นางสาวจินตนา จันทร์ไพบูลย์              รองเลขาธิการ ฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ                     อนุกรรมการ

๗.นายปราเมศ  เหล็กเพ็ชร์           รองเลขาธิการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ   อนุกรรมการ

๘. นางสาวเรวดี  พงศ์ไชยยง                    เหรัญญิก สมาคมฯ                                             อนุกรรมการ

 

ในปี ๒๕๕๕ คณะอนุกรรมการฝ่ายเลขานุการ สมาคมฯ  ได้จัดกิจกรรมต่างๆ โดยแบ่งเป็นกิจกรรมที่ประสานความร่วมมือกับองค์กรวิชาชีพสื่อและกิจกรรมที่ประสานความร่วมมือกับองค์กรภายนอก ดังนี้

 

๖.๑ กิจกรรมด้านการบริหารจัดการภายใน

๖.๑.๑ การจัดสัมมนาเพื่อวางแผนยุทธศาสตร์ สมาคมฯ ได้จัดการสัมมนาเพื่อวางแผนยุทธศาสตร์ สมาคมฯ ขึ้นระหว่างวันเสาร์ที่ ๗ - วันอาทิตย์ที่ ๘ เมษายน  ๒๕๕๕  ณ บ้านสวนริมน้ำ  อำเภออัมพวา  จังหวัดสมุทรสงคราม มีทั้งกรรมการบริหาร สมาคมฯ ชุดปัจจุบันและชุดที่ผ่าน ที่ปรึกษา สมาคมฯ และอนุกรรมการฝ่ายต่างๆ เข้าร่วมการสัมมนา ซึ่งจากการสัมมนาดังกล่าวทำให้เห็นเป้าหมายที่ชัดเจนในการทำงานของสมาคมฯมากขึ้น

 

๖.๑.๒ การจัดทำระบบทะเบียนสมาชิก สมาคมฯ อยู่ระหว่างการปรับปรุงระบบทะเบียนสมาชิก โดยจะมีการจัดทำฐานข้อมูลของสมาชิกให้อยู่ในรูปแบบของ Data Base

๖.๑.๓ การจัดกิจกรรมระดมทุน สมาคมฯ จัดกิจกรรมระดมทุนครั้งใหญ่ปีละ ๒ กิจกรรม คือการจัดทำหนังสือรายงานประจำปีและการจัดงานดินเนอร์ทอล์ค โดยในส่วนของงานดินเนอร์ทอล์คประจำปี ๒๕๕๔ จัดเมื่อ

วันจันทร์ที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๕ ณ  โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท ประตูน้ำ ได้รับเกียรติจากฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาปาฐกถาพิเศษเรื่อง “รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ตอบโจทย์ประเทศไทย” และการอภิปรายในหัวข้อเดียวกัน โดยมีวิทยากรประกอบด้วย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายประมณฑ์ สุธีวงศ์ ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าไทย และประธานเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น  และนายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์  ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)  ดำเนินรายการโดย  นายวีระ ธีรภัทรานนท์  สื่อมวลชนอิสระ

ส่วนในปี ๒๕๕๖ จะจัดวันอังคารที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๖ ณ  โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท ประตูน้ำ ได้รับเกียรติจากศาสตราภิชาน ดร. สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีต รองนายกรัฐมนตรี  ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ  “ประเทศไทย ณ จุดเปลี่ยน”

 

ปี ๒๕๕๕  ซึ่งเป็นปี“ปีแห่งการแบ่งขั้ว : จริยธรรมที่ไม่เท่ากัน” สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้จัดทำโครงการต่างๆ ที่จะเอื้ออำนวยและสนับสนุนการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนทุกแขนง ภายใต้ความคาดหวังที่จะให้สื่อมวลชนสามารถรักษาบทบาทการทำหน้าที่ที่มีความเป็นกลางและเป็นธรรม ภายใต้หลักการแห่งวิชาชีพสื่อมวลชน อย่างมั่นคงและเข้มแข็ง

]]>
peerapat_d@hotmail.com (กองบรรณาธิการเว็บ) รายงานกิจกรรมสมาคมฯ Fri, 15 Mar 2013 05:00:16 +0000
รายงานกิจกรรม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมัยที่ ๑๒ ปี ๒๕๕๔ http://tja.or.th/about-us/2011-04-20-11-43-08/2866-2012-02-14-10-19-14 http://tja.or.th/about-us/2011-04-20-11-43-08/2866-2012-02-14-10-19-14 รายงานกิจกรรม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมัยที่ ๑๒

 

คณะกรรมการบริหาร สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมัยที่ ๑๒ ซึ่งดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๔ – ๔ มีนาคม ๒๕๕๕ ได้ร่วมกันกำหนดนโยบายและทิศทางการบริหาร สมาคมฯ ไว้ ๕ ด้าน ดังนี้

๑) ปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพสื่อจากการถูกคุกคาม แทรกแซงจากกลุ่มทุน-รัฐ-ผู้มีอิทธิพล

๒) ส่งเสริมและการยกระดับวิชาชีพของสมาชิกให้ทันกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลก

๓) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสมาชิก  สร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสมาชิกด้วยกันเองและสมาชิกกับสมาคมวิชาชีพสื่อ

๔) กระชับความสัมพันธ์และขยายความสัมพันธ์กับองค์กรสื่อระดับภูมิภาค และระดับนานาชาติ

๕) ระดมทุนให้เพียงพอต่อการดำเนินงานของสมาคมฯทั้งจากแหล่งทุนในประเทศและต่างประเทศ

ในปี ๒๕๕๔ คณะกรรมการบริหาร สมาคมฯ  ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการฝ่ายต่างๆ ทำหน้าที่ในการดำเนินกิจกรรม โดยแบ่งออกเป็น ๖ คณะอนุกรรมการ ดังนี้

๑) คณะอนุกรรมการฝ่ายพิจารณาบทบาทสมาคมในสถานการณ์เร่งด่วน

๒) คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ

๓) คณะอนุกรรมการฝ่ายวิชาการ

๔) คณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ

๕) คณะอนุกรรมการฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์

๖) คณะกรรมการอนุกรรมการฝ่ายเลขานุการ

 

๑.คณะอนุกรรมการฝ่ายพิจารณาบทบาทสมาคมในสถานการณ์เร่งด่วน ประกอบด้วย อนุกรรมการ ๗ คน

๑. นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี       นายก สมาคมฯ                                                              ประธาน

๒. ดร.สุรศักดิ์  จิรวัสตร์มงคล       อุปนายกฝ่ายบริหาร สมาคมฯ                                           อนุกรรมการ

๓. นายเสด็จ บุนนาค                  อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ          อนุกรรมการ

๔. นายวิษณุพงษ์ หิญชีระนันท์     อุปนายกฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ                                         อนุกรรมการ

๕. นางสาวอมรรัตน์ มหิทธิรุกข์     เลขาธิการ  สมาคมฯ                                                       อนุกรรมการ

๖. นางสาวจินตนา จันทร์ไพบูลย์  รองเลขาธิการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ   อนุกรรมการ

๗. นายสมศักดิ์ ศรีกำเหนิด          กรรมการฝ่ายสวัสดิการและสมาชิกสัมพันธ์ สมาคมฯ          อนุกรรมการ

คณะอนุกรรมการ ชุดนี้จะทำหน้าที่ในการรวบรวมทั้งความเห็นและข้อเสนอต่างๆ จากบุคคลและองค์กรที่เกี่ยวข้องในการนำมาพิจารณาบทบาทสมาคมฯ ในสถานการณ์เร่งด่วน ทั้งในรูปแบบของการออกแถลงการณ์, การออกจดหมายเปิดผนึก และการเผยแพร่คำชี้แจงในเรื่องต่างๆ รวมทั้งทำความเข้าใจและสื่อสารกับสังคมในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ต่างๆ ของสื่อ (ดูเอกสารแถลงการณ์ในเล่ม)

 

๒. คณะอนุกรรมการฝ่ายวิชาการ        ประกอบด้วยที่ปรึกษา ๔  คนและอนุกรรมการ ๑๓ คน

๑. ดร.สุดารัตน์ ดิษยวรรธนะ จันทราวัฒนากุล        คณบดีคณะนิเทศศาสตร์                         ที่ปรึกษา

สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์

๒. นายจักรกฤษ์ เพิ่มพูล                          หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ                                    ที่ปรึกษา

๓. ดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์                       คณะนิเทศศาสตร์  มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย       ที่ปรึกษา

๔. ผศ.ดร. วรัชญ์ คุรจิต                           คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม                 ที่ปรึกษา

๕. นายวิษณุพงษ์ หิญชีระนันท์                 อุปนายกฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ                             ประธาน

๖. นางสาวเย็นจิตร์ สถิรมงคลสุข              อดีตอุปนายกฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ                       อนุกรรมการ

๗. นายธีรเดช เอี่ยมสำราญ                      อดีตเลขาธิการ สมาคมฯ                                      อนุกรรมการ

๘. นายธาม เชื้อสถาปนศิริ                       โครงการศึกษาและเฝ้าระวังสื่อเพื่อสุขภาวะของสังคม อนุกรรมการ

๙. นายชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม                           หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์                                       อนุกรรมการ

๑๐. นายปกรณ์ รัตนทรัพย์ศิริ                   หนังสือพิมพ์เดลินิวส์                                           อนุกรรมการ

๑๑. นางสาวสุภาภรณ์ อัษฏมงคล            หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ                                             อนุกรรมการ

๑๒. นางสาวน.รินี เรืองหนู                       อดีตรองเลขาธิการฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ                อนุกรรมการ

๑๓. นายอรุณ ลอตระกูล                         กรรมการบริหาร สมาคมฯ                         อนุกรรมการ

๑๔. นายนพปฎล รัตนพันธ์                      นายทะเบียน สมาคมฯ                                         อนุกรรมการ

๑๕. นางสาวบุษดี พนมภู                        กรรมการฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ                             อนุกรรมการ

๑๖.  นางสาวพรรณี อมรวิพุธพนิช            หนังสือพิมพ์คมชัดลึก                                         อนุกรรมการ

๑๗. นายปราเมศ เหล็กเพ็ชร์                     รองเลขาธิการฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ   เลขานุการคณะอนุกรรมการ

 

ในปี ๒๕๕๔  คณะอนุกรรมการฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ แบ่งงานออกเป็น ๕  กลุ่มงาน คือ

๒.๑. ด้านการอบรม สมาคมฯ ได้จัดทำโครงการด้านการฝึกอบรมจำนวน ๓ หลักสูตร คือ

๒.๑.๑ การอบรมเชิงปฏิบัติการนักข่าว ประจำปี ๒๕๕๔ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสถาบันอิศรา จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการนักข่าว ประจำปี ๒๕๕๔ ขึ้นระหว่างวันศุกร์ที่ ๖ - วันอาทิตย์ที่ ๘  พฤษภาคม ๒๕๕๔ ณ เดอะไทด์รีสอร์ท บางแสน จังหวัดชลบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบุคลากรในวิชาชีพสื่อมวลชน โดยใช้ Role model ทั้งจากผู้ที่มีความน่าเชื่อถือ ได้รับการยอมรับจากกลุ่มวิชาชีพและผู้แทนจากกลุ่มนักวิชาการเพื่อปลูกฝังอุดมการณ์ความเป็นวิชาชีพและจริยธรรมให้กับผู้สื่อข่าว มีนักข่าวเข้าร่วมการอบรมจำนวน ๓๐ คน

หัวข้อการอบรมประกอบด้วย “กลโกงการเลือกตั้ง”    บทเรียน  twit ฉาว และกฎเหล็กนักข่าว twitter  เทคนิคการคิดประเด็น และ การวางแผนการทำข่าวสืบสวนสอบสวน  สนทนาสร้างแรงบันดาลใจ “นักข่าวผู้ไม่แพ้” กับรุ่งมณ๊ เมฆโสภณ จริยธรรมสื่อ ลงพื้นที่ทำข่าวและเขียนข่าวจากการลงพื้นที่

๒.๑.๒ การอบรมเชิงปฏิบัติการนักข่าวพิราบน้อยรุ่น ๑๔ เป็นโครงการต่อเนื่องจัดขึ้นเป็นปีที่ ๑๓ ซึ่งหากนับถึงปัจจุบันมีนักศึกษาที่ผ่านการอบรมกว่า ๑,๐๐๐ คนแล้ว มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาวิชาชีพสื่อสารมวลชนด้านสิ่งพิมพ์  (Professional Development) ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมในวิชาชีพ (Ethics Responsibility)  และแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในฐานะองค์กรเพื่อสังคม (Organizational Social Responsibility) ซึ่งนักศึกษาที่เข้าร่วมอบรมได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทั้งกับเพื่อนนักศึกษาจากต่างสถาบันและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักข่าวรุ่นพี่ที่ทำงานทั้งในภาคสนาม และในส่วนของผู้บริหารงานข่าว อันเป็นการเตรียมพร้อมในการเข้าสู่วิชาชีพ นอกจากนี้ยังเป็นกระบวนการปลูกฝังอุดมคติให้กับนักศึกษาด้วย ในรุ่นที่ ๑๔ มีนักศึกษาที่เรียนด้านหนังสือพิมพ์จากสถาบันอุดมศึกษาจากทั่วประเทศเข้าร่วมอบรมจำนวน ๖๙  คน จาก  ๓๒  สถาบัน จัดอบรมระหว่างวันพฤหัสบดีที่  ๑๔ – วันอาทิตย์ที่ ๑๗  กรกฎาคม ๒๕๕๔  ณ  โรงแรมเทาทอง  มหาวิทยาลัยบูรพา   จังหวัดชลบุรี ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากบริษัท ทรู คอปอร์เรชั่น จำกัด มหาชน

๒.๑.๓ การอบรมนักจัดรายการวิทยุ “พัฒนาทักษะการจัดรายการวิทยุอย่างมืออาชีพรุ่น  ๒” สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสถาบันอิศรา และสถานีวิทยุแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดอบรมระหว่างวันเสาร์ที่ ๑๐ – อาทิตย์ที่ ๑๑ กันยายน  ๒๕๕๔   ณ สถานีวิทยุแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาคารวิทยพัฒนา ชั้น ๗  เพื่อพัฒนาทักษะให้กับนักจัดรายการวิทยุของ สมาคมฯ โดยมีเนื้อหาประกอบด้วย ๑. คุณสมบัติการเป็นนักจัดรายการวิทยุที่ดีและประสบความสำเร็จ ๒.  เทคนิคการจัดรายการวิทยุในรูปแบบต่าง ๆ ๓. จรรยาบรรณนักจัดรายการวิทยุ ๔.การเขียนบทวิทยุ  ๕.ฝึกปฏิบัติ การเขียนบทรายการสารคดี  ๖.ระดมสมองออกแบบรายการวิทยุ “ ช่วยกันคิดทิศทางข่าว” และ ๗.ฝึกปฏิบัติผลิตรายการ “ช่วยกันคิดทิศทางข่าว”    มีผู้เข้าร่วมการอบรมจำนวน ๑๗  คน

 

๒.๒ กลุ่มงานเสวนาและสื่อสารสาธารณะ ได้มีการจัดทำโครงการในกลุ่มงานเสวนาและสื่อสารสาธารณะ จำนวน ๓ กิจกรรม ดังนี้

 

๒.๒.๑ ราชดำเนินเสวนา เป็นโครงการที่ดำเนินงานต่อเนื่องมาเป็นปีที่ ๑๓  ซึ่งเป็นความริเริ่มจากสมัยที่นายกวี จงกิจถาวร เป็นนายก สมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย (พ.ศ. ๒๕๔๒) มีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพการทำงานข่าวให้มีคุณภาพและอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง  โดยมีการเชิญแหล่งข่าวมาพบปะพูดคุยและตอบคำถามนักข่าว เพื่อเป็นการสร้างความรู้ ความเข้าใจ ระหว่างนักข่าวกับแหล่งข่าวในประเด็นต่าง ๆ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม

 

ในปี พ.ศ.  ๒๕๕๔ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม สุขภาพ(สสส.) ผ่านทางสถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย  ได้จัดราชดำเนินเสวนาไป จำนวน ๑๗  ครั้ง ดังนี้

๑. ประกันแรงงานนอกระบบ ช่วยเหลือหรือเพิ่มภาระคนจน (๑๙ มกราคม ๒๕๕๔)

๒. ทางออกจากวิกฤตการเมือง: สู่การเมืองและสังคมสันติสุข (๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔)

๓.  ปฏิรูปที่ดิน ปฏิรูปความเป็นธรรมในสังคมไทย ( ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๔ )

๔. “จุดประกายจริยธรรมเลือกตั้ง จุดเปลี่ยนวิกฤตการเมืองไทย? จัดร่วมกับศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล และ องค์กรภาคีเครือข่าย (๒๔ เมษายน ๒๕๕)

๕. วิพากษ์นโยบายเศรษฐกิจ ประชาธิปัตย์ – เพื่อไทย ( ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๔)

๖.  ขุมทรัพย์พรรคการเมือง จัดร่วมกับเว็บไซต์ข่าวสืบสวนออนไลน์ TCIJ. ( ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๔)

๗.  นโยบายด้านสุขภาพ : ข้อเสนอต่อพรรคการเมือง ?  ( ๖ มิถุนายน ๒๕๕๔)

๘. ถกนโยบายการศึกษารัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้ง จัดร่วมกับชมรมสื่อมวลชนสายการศึกษา และกลุ่ม For Thailand  (๒๑ มิถุนายน  ๒๕๕๔)

 

๙.  สิทธิการตายอย่างสงบ ทางเลือกอันชอบธรรมของผู้ป่วย ? จัดร่วมกับเครือข่ายพุทธิกา และศูนย์กฏหมายสุขภาพและจริยศาสตร์  คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ( ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔)

๑๐. ฮ. ตก กับปัญหาอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน  ( ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔)

๑๑. ผ่าแผนล้ม  สรรหา  กสทช. จัดร่วมกับ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย (๒๑ สิงหาคม  ๒๕๕๔)

๑๒. นโยบายดับไฟใต้รัฐบาลยิ่งลักษณ์กับแนวโน้มการพูดคุยสันติภาพ  ( ๒๖ กันยายน ๒๕๕๔)

๑๓.การแลกเปลี่ยนประสบการณ์สวัสดิการสื่อ (๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๔)

๑๔.วิเคราะห์ร่างพระราชกำหนดการโอนหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ จัดร่วมกับ ศูนย์วิจัยกฎหมายและการ

พัฒนา คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย(๑๒ มกราคม ๒๕๕๕)

๑๕.ราคาชีวิต...ผู้เสียหาย จากความรุนแรง โดยรัฐสองมาตรฐานจริงหรือ? (๒๑ มกราคม ๒๕๕๕)

๑๖.  ทางเลือกยกร่างรัฐธรรมนูญ : เลือกตั้ง ส.ส.ร.หรือ ตั้งกรรมการ? จัดร่วมกับ สถาบันสิทธิมนุษยชน

และสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล (๒๒ มกราคม ๒๕๕๕)

๑๗.ทางแพร่งระบบประกันสุขภาพ  ภายใต้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ (๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕)

 

สามารถติดตามเนื้อหาราชดำเนินเสวนาได้ที่ www.tja.or.th

 

๒.๒.๒. รายการวิทยุช่วยกันคิดทิศทางข่าว เป็นความร่วมมือระหว่างสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กับสำนักข่าวไทยและบริษัท อสมท. จำกัด มหาชน ออกอากาศทางสถานีวิทยุ อสมท.  FM ๑๐๐.๕ Mhz ทุกวันอาทิตย์เวลา ๑๑.๐๐-๑๒.๐๐น. เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นักข่าวรุ่นใหม่ได้เข้ามาร่วมกิจกรรมกับสมาคมฯ รวมทั้งเป็นเวทีในการสื่อสารเรื่องราวที่เกี่ยวกับสื่อมวลชนให้สาธารณชนได้ รับทราบ รวมทั้งการวิเคราะห์ถึงทิศทางข่าวในสัปดาห์ต่อไป โดยเน้นความหลากหลายของประเด็นข่าว ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม การต่างประเทศ และอื่นๆที่เป็นประเด็นร้อนในขณะนั้น

 

สำหรับนักจัดรายการประจำปี  ๒๕๕๔ มีจำนวน ๑๐  คนคือ ๑.นายธีรเดช  เอี่ยมสำราญ   (มติชนออนไลน์) ๒. นายปราเมศ  เหล็กเพ็ชร์  (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)  ๓. นายราม อินทรวิจิตร  (หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ) ๔. นายเสถียร วิริยะพรรณพงศา   (สำนักข่าวเนชั่น)  ๕.นางสาวชุติมณฑน์ ศรีขำ (หนังสือพิมพ์บ้านเมือง) ๖.นางสาวเลอลักษณ์ จันทร์เทพ   (หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์) ๗. นางสาวจินตนา จันทร์ไพบูลย์  (หนังสือพิมพ์สยามรัฐ)   ๘. นายจีรพงษ์  ประเสริฐพลกรัง  (สำนักข่าวเนชั่น ) ๙. นายมานพ ทิพย์โอสถ (หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์)  และ ๑๐.นางสาวบุษดี  พนมภู (หนังสือพิมพ์บ้านเมือง) ๑๑.นายวรพล  กิตติรัตวรางกูล (หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์)

 

ติดตามฟังรายการวิทยุย้อนหลังได้ที่  www.tja.or.th

 

๒.๒.๓ www.tja.or.th เป็นเวบไซต์ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมข่าวสารต่างๆ ของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ทั้งประชาสัมพันธ์กิจกรรม,รายงานกิจกรรม,กฎหมายที่เกี่ยวข้อง,ประวัติความ เป็นมา จุดยืนและท่าทีของสมาคมฯต่อสถานการณ์ต่างๆของบ้านเมือง รวมทั้งการบันทึกผลงานข่าวที่ได้รับรางวัลประเภทต่างๆ  และเป็นชุมชนออนไลน์ของนักวิชาการและวิชาชีพสื่อสารมวลชน ในการแลกเปลี่ยนทัศนะของนักวิชาการและนักวิชาชีพด้านสื่อสารมวลชน และนำเสนอข่าวสารความเคลื่อนไหวในแวดวงสื่อสารมวลชน

 

๒.๓ กลุ่มงานหนังสือ ในปี   ๒๕๕๔ ฝ่ายวิชาการ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้จัดทำหนังสือรวม ๓  เล่ม ดังนี้

 

๒.๓.๑ วารสารราชดำเนิน ในปี ๒๕๕๔ สมาคมฯ ได้จัดทำวารสารราชดำเนินโดยออกเป็นรายสามเดือนจำนวน ๓  ฉบับ ซึ่งแต่ละฉบับมีเนื้อหาที่น่าสนใจ ได้รับเสียงสะท้อนอย่างดีทั้งจากสมาชิกสมาคมฯ สถาบันวิชาการและผู้สนใจทั่วไป

 

วารสารราชดำเนินฉบับที่ ๑ เผยแพร่เมื่อเดือนมกราคม ๒๕๕๔ มีเนื้อหาเกี่ยวกับ “ทิศทางสื่อในมุมมองของ ๕ นักคิด”    เป็นฉบับเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของจุลสารราชดำเนิน คือ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติและสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้มีข้อตกลงร่วมกันในการผลิตจุลสารราชดำเนิน ให้เป็นจุลสารร่วมของสององค์กร เพื่อความเป็นเอกภาพ จุลสารราชดำเนินมีนายชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม เป็นบรรณาธิการทั้งสองฉบับ

 

วารสารราชดำเนินฉบับที่ ๒ เผยแพร่เมื่อเดือนมิถุนายน  มีเนื้อหาเกี่ยวกับ “โศกนาฏกรรม พฤษภา ๕๓” เป็นการบันทึกปากคำของนักข่าวภาคสนามที่มีส่วนร่วมในการทำข่าวเหตุการณ์พฤษภาคม ๕๓

 

และวารสารราชดำเนินฉบับที่  ๑ ประจำปี ๒๕๕๕  เผยแพร่เมื่อเดือนมกราคม ๒๕๕๕ ฉบับนี้มีนายเสถียร วิระพรรณพงศา เป็นบรรณาธิการ มีเนื้อหาหลักเกี่ยว ความเปลี่ยนแปลงของหนังสือพิมพ์มติชน

 

อ่านเนื้อหาจุลสารราชดำเนินฉบับย้อนหลังได้ที่ www.tja.or.th

 

๒.๓.๒ หนังสือวันนักข่าว “เทคโนโลยีก้าวหน้ากับวิชาชีพข่าว” หนังสือวันนักข่าวเป็นหนังสือรายงานประจำปีที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการข่าวและหนังสือพิมพ์  ตลอดจนรายงานกิจกรรมของสมาคม  และทำเนียบรายชื่อนักข่าวจากหนังสือพิมพ์ทุกฉบับที่เป็นสมาชิกสมาคม  เนื้อหาหลักในปีนี้เน้นเรื่อง  “อุตสาหกรรมสื่อ กับ Social Media และวัฒนธรรมการแชร์ (Share)”  ซึ่งเนื้อหาจะเป็นการติดตามสถานการณ์การปรับตัวของอุตสหกรรมสื่อที่มีการนำสื่อแบบ Social Media มาใช้มากขึ้น ร่วมทั้งการตั้งคำถามต่อวัฒนธรรมการแชร์ (Share)”    มีนางสาว น.รินี เรืองหนู เป็นบรรณาธิการ มีการแจกจ่ายหนังสือวันนักข่าวถึงมือสมาชิก สมาคมฯ ในวันที่ ๔ มีนาคม  ๒๕๕๕ ซึ่งเป็นวันประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสมาคมฯ

 

๒.๔. กลุ่มงานเครือข่ายวิชาการและวิชาชีพสื่อมวลชน เป็น เครือข่ายที่นักวิชาการและนักวิชาชีพสื่อสารมวลชนร่วมกันก่อตั้งขึ้นเพื่อ เป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน โดยในปี ๒๕๕๔ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม ๓ กิจกรรม ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม สุขภาพ(สสส.) ผ่านทางสถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย  ดังนี้

 

๒.๔.๑ ห้องเรียนสาธารณะ เป็นกิจกรรมที่เน้นการถ่ายทอดความรู้ และเทคนิค ทางวิชาชีพสื่อมวลชน แก่นักศึกษาจากสถาบันต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เกิดกระบวนการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ และเป็นแรงจูงใจในการกระตุ้นให้นิสิต นักศึกษาด้านนิเทศศาสตร์ เข้ามาทำงานสื่ออย่างเป็นระบบภายใต้กรอบการทำงานเชิงวิชาการ และเป็นการร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ระหว่างนิสิต นักวิชาการ ภาคประชาสังคม และนักวิชาชีพสื่อทั้งระดับประเทศและท้องถิ่น

 

ในปี ๒๕๕๔ จัดห้องเรียนสาธารณะส่วนกลาง ไป ๒ ครั้ง ครั้งที่ ๑ จัดร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เรื่อง“หลักประกันสุขภาพไทย เรื่องควรรู้ก่อนเข้าสู่สนามข่าว” ณ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (๙ กรกฎาคม ๒๕๕๔) และจัดร่วมกับคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หัวข้อ “Social media for journalism”  (๘ กุมภาพันธ์  ๒๕๕๕)

 

ห้องเรียนสาธารณะส่วนภูมิภาค ๑ ครั้ง โดยจัดร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เรื่อง“หลักประกันสุขภาพไทย เรื่องควรรู้ก่อนเข้าสู่สนามข่าว” ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย(๔ สิงหาคม ๒๕๕๔)

๒.๔.๒ ประชุมเครือข่ายวิชาการและวิชาชีพสื่อมวลชน เป็น กิจกรรมที่มีเป้าหมายเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านวิชาชีพและวิชาการด้านสื่อสารมวลชน โดยนำเอาประเด็นทางวิชาการและวิชาชีพสื่อสารมวลชนที่น่าสนใจและมีผลกระทบต่อ ประโยชน์สาธารณะมาแลกเปลี่ยนกัน

สมาคมฯ ร่วมกับสถาบันอิศรา จัด ประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องหลักเกณฑ์ประกวดรางวัลพิราบน้อย       วันพุธที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องหลักเกณฑ์ประกวดรางวัลพิราบน้อย และรางวัลริต้า ปาติยะเสวี ด้านหนังสือพิมพ์ฝึกปฎิบัติ  และเพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมืออย่างบูรณาการระหว่าง สถาบันวิชาชีพและสถาบันวิชาการ ด้านนิเทศศาสตร์และสื่อสารมวลชน

 

๒.๔.๓ ประชุมใหญ่ทางวิชาการสื่อสารมวลชน “อนาคตสื่อไทย : ความท้าทายภายใต้  รัฐ  ทุน และเทคโนโลยี” สมาคมฯ ร่วมกับสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สถาบันอิศรา และสมาคมนักข่าววิทยุโทรทัศน์ไทย  จัดทำโครงการประชุมวิชาการวิชาชีพสื่อสารมวลชน ระดับชาติ หัวข้อ “อนาคตสื่อไทย : ความท้าทายภายใต้  รัฐ  ทุน และเทคโนโลยี” จัดระหว่างวันเสาร์ที่ ๑๘-วันอาทิตย์ที่ ๑๙ มิถุนายน  ๒๕๕๕  ณ วิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา จังหวัดชลบุรี

การจัดประชุมมีวัตถุประสงค์ เพื่อ ๑.เป็นเวทีนำเสนอผลงานวิจัย  ของนักวิชาการและนักวิชาชีพด้านสื่อสารมวลชนประจำปี ๒. เผยแพร่ความก้าวหน้าของความร่วมมือระหว่างนักวิชาการและนัก วิชาชีพสื่อสารมวลชนให้เป็นประโยชน์ ๓. สะท้อนมุมมองเชิงวิชาชีพและเชิงวิชาการต่อประเด็นวิกฤตการเมือง เศรษฐกิจและสังคมและ ๔. ขยายเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักวิชาการ และนักวิชาชีพ มีผู้เข้าร่วมสัมมนาประมาณ ๑๐๐  คนจากทั่วประเทศ   และในโอกาสนี้ได้มีการจัดเปิดตัววารสารวิชาการด้านนิเทศศาสตร์ “อิศรา ปริทัศน์” (Isra Media Review)  ซึ่งเป็นวารสารที่องค์กรวิชาชีพสื่อทุกภาคส่วนจัดทำขึ้น เพื่อรองรับผลงานทางวิชาการ กิจกรรมทางวิชาการร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน ในการเป็นแหล่งกลางเผยแพร่งานวิจัยและวิทยานิพนธ์ระดับบัณฑิตศึกษา

 

๒.๕. กลุ่มงานประกวดข่าว

 

๒.๕.๑ การประกวดรางวัลอิศรา อมันตกุล ประเภทข่าวและภาพข่าวยอดเยี่ยม ประจำปี ๒๕๕๔ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  ได้รับมอบหมายจากมูลนิธิอิศรา อมันตกุล ให้ดำเนินการจัดการประกวดข่าวและภาพข่าวยอดเยี่ยม รางวัลอิศรา อมันตกุล เพื่อเป็นการรำลึกถึงนายอิศรา อมันตกุล นายกสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทยคนแรกและนักหนังสือพิมพ์ผู้ปฏิบัติหน้าที่ภาย ใต้กรอบจริยธรรม โดยดำเนินการจัดการประกวดมาตั้งแต่ ปี ๒๕๑๕ สำหรับในปี ๒๕๕๔ มีผลงานงานข่าวส่งเข้าประกวดรางวัลอิศรา อมันตกุล ประเภทข่าวยอดเยี่ยมจำนวน ๙ ข่าว จากหนังสือพิมพ์ ๙  ฉบับ และส่งผลงานภาพข่าวเข้าประกวดรางวัลอิศรา อมันตกุล ประเภทภาพข่าวยอดเยี่ยมจำนวน ๒๐๕ ภาพ จากหนังสือพิมพ์ ๑๒ ฉบับ

 

๒.๕.๓ การประกวดรางวัลข่าวอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดีเด่น ประจำปี ๒๕๕๔ ของ ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมฯ ได้มอบหมายให้ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมเป็นผู้ดำเนินการจัดการประกวด ข่าวอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดีเด่น ซึ่งจัดการประกวดมาตั้งแต่ปี  ๒๕๓๒ สำหรับในปี ๒๕๕๔ มีผลงานข่าวส่งเข้าประกวดจำนวน ๙ ข่าว จากหนังสือพิมพ์ ๕ ฉบับ

 

๒.๕.๔ การประกวดรางวัลพิราบน้อย ประจำปี ๒๕๕๔ เป็นการประกวดผลงานฝึกปฏิบัติของนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาที่มีการทำ หนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ โดยแบ่งการประกวดออกเป็น ๒ รางวัล ๔ ประเภท คือ รางวัลพิราบน้อย ประกอบด้วย  ๑.ประเภทหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ ๒. ประเภทข่าวฝึกปฏิบัติ ๓.ประเภทข่าวสิ่งแวดล้อมฝึกปฏิบัติ และรางวัลริต้า ปาติยะเสวี คือประเภทสารคดีเชิงข่าวฝึกปฏิบัติ  เริ่มจัดการประกวดตั้งแต่ปี พ.ศ.   ๒๕๓๖ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการจัดทำหนังสือพิมพ์และการทำข่าวของ นิสิตนักศึกษาวิชานิเทศศาสตร์ และวารสารศาสตร์  ในสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถาบันการศึกษา  กับสมาคมฯ    ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก บริษัท ทรู คอปอร์เรชั่น จำกัด มหาชน ในปี ๒๕๕๔ มีผลงานส่งเข้าประกวดดังนี้ ๑. หนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ ๑๕ ฉบับ ๒ ข่าวฝึกปฏิบัติ ๒๔ ข่าว ๓. ข่าวสิ่งแวดล้อม ๑๓ ข่าว และ ๔. สารคดีเชิงข่าว ๒๒ ชิ้น

 

 

๓. คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ ประกอบด้วยที่ปรึกษา ๔ คนและอนุกรรมการ ๘ คน

๑. นายวันชัย วงศ์มีชัย                 อดีตอุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ    ที่ปรึกษา

๒. ดร. ปริญญา เทวานฤมิตรกุล    มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์                                     ที่ปรึกษา

๓. นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์           อดีต เลขาธิการ สมาคมฯ                                                 ที่ปรึกษา

๔. นายวีระศักดิ์ พงศ์อักษร          อดีต เลขาธิการ สมาคมฯ                                                 ที่ปรึกษา

๕. นายเสด็จ บุนนาค                  อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ          ประธาน

๖. นางสาวกุลชาดา ชัยพิพัฒน์     เครือข่ายส่งเสริมสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในเอเชียอาคเนย์     อนุกรรมการ

๗. นางสาวกรรวี ธัญญะตุลย์       เลขาธิการ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย                   อนุกรรมการ

๘. นายจีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง   สำนักข่าวเนชั่น                                                               อนุกรรมการ

๙. นางสาวอมรรัตน์ มหิทธิรุกข์     เลขาธิการ สมาคมฯ                                                        อนุกรรมการ

๑๐. นายมานพ ทิพย์โอสถ           หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์                                              อนุกรรมการ

๑๑. นายโอภาส บุญล้อม กรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ          อนุกรรมการ

๑๒. นางสาวจินตนา จันทร์ไพบูลย์  รองเลขาธิการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ  เลขานุการคณะอนุกรรมการ

 

ในปี  ๒๕๕๔  คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ ดำเนินงานภายใต้รูปแบบของการจัดตั้ง  “ศูนย์ส่งเสริมสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน” เพื่อทำหน้าที่ในการส่งเสริมส่งเสริมและปกป้องมีสิทธิเสรีเสรีภาพของสื่อมวลชน โดยนักข่าวจะต้องมีอิสรภาพ เสรีภาพ ในการทำงาน ไม่ถูกคุกคาม แทรกแซงทั้งจากกลุ่มทุน รัฐ และผู้มีอิทธิพล  โดยมีกิจกรรมดังนี้

๓.๑ งานรณรงค์เพื่อสิทธิเสรีภาพสื่อ

๓.๑.๑. โครงการฉลองวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก (World Press Freedom Day – 3 MAY) เป็นโครงการต่อเนื่องที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกวันที่ ๓ พฤษภาคม เนื่องจากเป็นวันที่องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก้ ได้เสนอให้สมัชชาใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติประกาศให้วันที่ ๓ พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก เพื่อย้ำเจตนารมณ์และหลักการที่เป็นพื้นฐานของเสรีภาพสื่อมวลชนทั่วโลก ซึ่งก็คือเสรีภาพในการแสดงออก  ตั้งแต่เมื่อปี  ๒๕๔๓  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ก็ได้ร่วมกับสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เครือข่ายส่งเสริมสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในเอเชียอาคเนย์ และองค์การยูเนสโก้ จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในโอกาสดังกล่าวมาโดยตลอด

 

ในปี ๒๕๕๔ สมาคมฯ ได้จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก ในวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๔ โดยใช้หัวข้อหลัก “เสรีภาพ บนความรับผิดชอบ” กิจกรรมประกอบด้วย การเสวนาในหัวข้อเรื่อง “เสรีภาพ บนความรับผิดชอบ โดยผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย  นายกิติติ  สิงหาปัด พิธีกรรายการข่าว 3 มิติ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3  นายวรวิทย์  ศรีอนันต์รักษา  หัวหน้าข่าวหน้า 1 หนังสือพิมพ์เดลินิวส์             ผศ.ดร.กาญจนา มีศิลปะวิกกัย  คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ดำเนินรายการโดยนายภิญโญ ไตรสุริยธรรมา พิธีกรรายการตอบโจทย์ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส การออกแถลงการณ์เนื่องในวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก  เพื่อแสดงถึงท่าที่และจุดยืนของสื่อมวลชนไทย  และกิจกรรมรณรงค์เพื่อเปิดรับรับฟังเสียงสะท้อนมุมมองความคิดเห็นเกี่ยวกับสื่อ ภายใต้แนวคิดที่ว่า  “ เสรีภาพ บนความรับผิดชอบ ” และการประกวดขบวนรณรงค์จากโดยมี 5 สถาบันการศึกษา ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยศรีปทุม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์   มหาวิทยาลัยรังสิต  มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มหาวิทยาลัยบูรพา  เข้าร่วมรณรงค์ บริเวณรอบๆสยามแสควร์ สยามพารากอน และมาบุญครอง

 

โดยผู้สนับสนุนงานวัน เสรีภาพสื่อมวลชนโลก ประกอบด้วย ๑. องค์การยูเนสโก้, ๒. เครือข่ายส่งเสริมสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในเอเซียอาคเนย์  ๓. บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ๔. บริษัทบัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ๕.บริษัท ซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)  ๖. บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)  ๗. บริษัท ไทยนครพัฒนา จำกัด ๘. บริษัทไทยประกันชีวิต จำกัด, ๙.ธนาคารออมสิน ๑๐. ธนาคารอาคารสงเคราะห์

 

๓.๑.๒ สนับสนุนการจัดตั้งสหภาพแรงงานนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ เพื่อเป็นกลไกในการ ขับเคลื่อนด้าน สวัสดิการนักข่าว โดยได้มีการจัดเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การจัดสวัสดิการสื่อ  เมื่อ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ โดยมีนายโกศล  นาคาชล ประธานสหภาพแรงงานหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์  นายเสด็จ  บุนนาค ประธานสหภาพแรงงานสื่อสารมวลชนไทย  นางสาวอรวรรณ กริ่มวิรัตน์กุล ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท อสมท. นายประสพสินธุ์  บุญประสิทธิ์ ประธานสมาพันธ์พนักงานองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพ สาธารณะแห่งประเทศไทย  นายศักดินา  ฉัตรกุล ณ อยุธยา นักวิชาการด้านแรงงาน  นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีต นักข่าวที่ก่อตั้งสหภาพแรงงานกลางสื่อ  และนักข่าวและช่างภาพที่สนใจเข้าร่วมแลกเปลี่ยน โดยประเด็นหลักในการเสวนาคือ  ๑. การแลกเปลี่ยนประสบการณ์การจัดตั้งสหภาพแรงงาน เพื่อนำศึกษาเรื่องสหภาพแรงงานกลางสื่อ ปัญหาอุปสรรค และรูปแบบที่ทำให้นำไปสู่ความสำเร็จ ๒. เปรียบเทียบสวัสดิการแต่ละบริษัท เพื่อให้ได้สวัสดิการที่เป็นมาตรฐานสำหรับนักข่าว  ๓. ความคิดเชิงบวกในการจัดตั้งสหภาพแรงงานสื่อ ต่อนายจ้าง และการมีส่วนร่วมในการบริหารและพัฒนาองค์กร และพัฒนาวิชาชีพสื่อ

 

๓.๑.๓ เวทีเสวนา เรื่อง ทิศทางสื่อไทยหลังเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง จะไปทางไหน สมาคมฯ ร่วมกับ  เครือข่ายสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAPA)  สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และสถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย จัดเวทีเสวนา เรื่อง ทิศทางสื่อไทยหลังเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง จะไปทางไหน ขึ้นเมื่อ  ๑๖  พฤษภาคม ๒๕๕๔ ณ  ห้องกมลมาศ โรงแรมสยามซิตี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนบทบาทของสื่อ ในรอบปีที่ผ่านมาและเพื่อเป็นการหารือถึงแนวทางในการเตรียมความพร้อมของสื่อฯเพื่อรับมือกับความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

 

๓.๒ งานส่งเสริมทักษะวิชาชีพข่าว  ในปี ๒๕๕๔ คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิและเสรีภาพสื่อ สมาคมฯ ได้จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “การรายงานข่าวในสถานการณ์ความรุนแรง รุ่น ๒ (Safety Training for Thai Journalists)” สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  ร่วมกับ INSI-International News Safety Institue  จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ การรายงานข่าวในสถานการณ์ความรุนแรง (Safety Training)”  ขึ้นเพื่อให้ผู้สื่อข่าวและช่างภาพจากสื่อหนังสือพิมพ์  สถานีโทรทัศน์และวิทยุ  ได้เรียนรู้เรื่องการทำข่าวอย่างปลอดภัยในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยง โดยเนื้อหาการอบรมประกอบด้วย ๑. แลกเปลี่ยนประสบการณ์ทำข่าวในสถานการณ์ขัดแย้ง ๒. การประเมินความเสี่ยง-การตัดสินใจส่งนักข่าวลงพื้นที่ ๓. การทำข่าวท่ามกลางการจลาจลและความรุนแรง ๔. การช่วยเหลือพยาบาล ๕. เรียนรู้เรื่องอาวุธชนิดต่างๆ ๖. สถานการณ์การวางเพลิง  ๗. การปฏิบัติตัวเมื่อถูกตั้งด่านตรวจ ๘. การเอาตัวรอดเมื่อถูกจับตัวโดยผู้ก่อการร้าย ๙. การปฏิบัติตัวในภาวะกดดันจากความรุนแรง  จัดระหว่างวันศุกร์ที่ ๒๖ ถึง วันอาทิตย์ที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๔  ณ ฮิลล์ไซด์รีสอร์ท คันทรีโฮม กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท จังหวัดปราจีนบุรี โดยมีทั้งผู้สื่อข่าวและช่างภาพจากหนังสือพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์เข้าร่วมจำนวน ๒๐ คน

 

๓.๓ งานติดตามสถานการณ์ด้านสิทธิเสรีภาพและสถานการณ์สื่อ

๓.๓.๑  การจัดรายงานสถานการณ์สื่อไทยและภาษาอังกฤษ (2011 Thai Media Updates) สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้จัดทำรายงานสถานการณ์สื่อรายเดือนเผยแพร่ผ่านเวบไซต์www.tja.or.th โดยเป็นการจัดทำทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

 

๓.๓.๒ การจัดทำสถานการณ์สื่อประจำปี สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยได้จัดทำรายงานสถานการณ์สื่อประจำปี  ๒๕๕๔ เผยแพร่ในวันสิ้นปี เพื่อสรุปเหตุการณ์หลักที่เกิดขึ้นในแวดวงสื่อมวลชน  โดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  ได้สรุปว่า ปี ๒๕๕๔  เป็น “ปีแห่งความท้าทายบทบาทหน้าที่สื่อมวลชน”

 

๔ . คณะอนุกรรมการฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ ประกอบด้วยที่ปรึกษา ๒ คนและอนุกรรมการ ๑๒ คน

๕. คณะอนุกรรมการฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์   ประกอบด้วยที่ปรึกษา ๒ คนและอนุกรรมการ ๙ คน

๑. นายดำฤทธิ์ วิริยะกุล                           อดีตอุปนายก สมาคมฯ                                                    ที่ปรึกษา

๒. นายธนดล มีถม                                 อุปนายกฝ่ายกิจกรรมพิเศษ สมาคมฯ                                 ที่ปรึกษา

๓. ดร.สุรศักดิ์  จิรวัสตร์มงคล                   อุปนายกฝ่ายบริหาร สมาคมฯ                                           ประธาน

๔. นายสมศักดิ์ ศรีกำเหนิด                      กรรมการฝ่ายสวัสดิการและสมาชิกสัมพันธ์ สมาคมฯอนุกรรมการ

๕. นางสาวอัชณา จิณณวาโส                   อดีตกรรมการบริหาร สมาคมฯ                              อนุกรรมการ

๖. นางสาวเรวดี  พงศ์ไชยยง                    อดีตรองเลขาธิการฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ สมาคมฯ     อนุกรรมการ

๗. นางสาวอมรรัตน์ มหิทธิรุกข์                 เลขาธิการ สมาคมฯ                                            อนุกรรมการ

๘. นายนพปฎล รัตนพันธ์                        นายทะเบียน สมาคมฯ                                         อนุกรรมการ

๙. นางสาวจินตนา จันทร์ไพบูลย์              รองเลขาธิการ                                                     อนุกรรมการ

ฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ

๑๐. นายฉลาด จันทรเดช                        ประธานชมรมช่างภาพการเมือง                            อนุกรรมการ

๑๑. นางสาวอุทุมพร เสนีวงศ์ ณ อยุธยา    เหรัญญิก สมาคมฯ                           เลขานุการคณะอนุกรรมการ

 

ในปี   ๒๕๕๔  คณะอนุกรรมการฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย แบ่งงานออกเป็น ๒ กลุ่มงาน คือ

๔.๑ งานด้านสมาชิกสัมพันธ์

๔.๑.๑ อบรมหลักสูตรการรายงานข่าวการเงิน ฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับบริษัท ดีลอยท์ ทู้ช โธมัทสุ ไชยยศ จำกัด ที่ปรึกษาด้านตรวจสอบบัญชี ภาษี การบริหารจัดการธุรกิจและการเงิน จัดการอบรม “การรายงานข่าวการเงินอย่างมืออาชีพ” เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสถานะทางการเงินของธุรกิจและสามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็งให้เกิดเพื่อการนำเสนอข่าวอย่างเชิงวิเคราะห์ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ  โดยมีสื่อมวลชนสนใจเข้าร่วมอบรมจำนวนมาก ณ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เมื่อ ๑๑ มิถุนายน  ๒๕๕๕๔ โดยมีนักข่าวเข้าร่วมอบรมจำนวน  ๓๐ คน

 

๔.๑.๒ การอบรมเพื่อการพัฒนาบุคลิกภาพ เพื่อการสร้างภาพลักษณ์ให้กับนักข่าว  ฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์   สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้รับเกียรติจากนางสาวประภัสสร   ธุรนิกร   ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างภาพลักษณ์  จากสถาบันพัฒนาบุคลิกภาพ จอห์น โรเบิร์ต เพาเวอร์ส  ในการจัดกิจกรรมให้กับสมาชิกสมาคมนักข่าว ฯ ในโครงการอบรมเพื่อการพัฒนาบุคลิกภาพ  เพื่อการสร้างภาพลักษณ์ให้กับนักข่าว ซึ่งรูปแบบการฝึกอบรม :  Interactive และ Individual Practice   กิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยในการเสริมสร้างและพัฒนาบุคลิกภาพให้แก่ผู้สื่อข่าว  เพื่อช่วยสร้างความประทับใจ   ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและสร้างความเชื่อมั่นใจแก่ผู้สื่อข่าวและแหล่งข่าว  เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับผู้สื่อข่าว จัดเมื่อ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ณ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย มีนักข่าวเข้าอบรมจำนวน ๒๕ คน

 

สำหรับหัวข้อการอบรม ประกอบด้วย  การพัฒนาทักษะในการติดต่อสื่อสาร  ท่วงท่าอิริยาบถที่สง่างามทางธุรกิจ   การวิเคราะห์บุคลิกลักษณะรายบุคคล   ท่วงท่าในการนั่ง ยืน เดิน  การเสริมสร้างอิริยาบถในการนำเสนองานทางธุรกิจ   การทำงานและการเข้าสังคมระดับผู้บริหาร มารยาทการติดต่อสื่อสาร  การทักทาย   การแนะนำ  การใช้นามบัตร  บัตรเชิญ (Business Greetings)  มารยาทในการติดต่อสื่อสารของวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมตะวันตก และมารยาทบนโต๊ะอาหาร การแนะนำเรื่องการแต่งกายเพื่อเสริมบุคลิกภาพ   วิเคราะห์บุคลิกและรูปลักษณ์รายบุคคลเพื่อการเลือกสรรเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายให้เหมาะสมกับรูปร่าง หลักการเลือกสรรเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ส่งเสริมบุคลิก ภาพในแต่ละกาลเทศะ การผสมผสานสีสรรของเสื้อผ้าเพื่อสร้างบุคลิกที่สง่างามในการแต่งกาย  ตลอดจนการ การดูแลรักษาผิว  การเลือกทรงผมให้เหมาะสมกับบุคลิก

๔.๑.๓ งาน “รวมพลคนข่าว Social Media” ฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ ชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ  จัดกิจกรรม “รวมพลคนข่าว Social Media” ขึ้นเมื่อ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ณ บ้านไร่กาแฟ เอกมัย โดยการสนับสนุนจากบริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างสื่อสารมวลชนแขนงต่างๆที่ใช้ Social Media ในงานข่าว

เนื้อหาของการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ประกอบด้วย ๑. การทำความรู้จักกัน “ใครเป็นใคร ใน Social Media?” ๒.แลกเปลี่ยนประสบการณ์จริงจากการใช้งานของกันและกัน “Do& Don’t: อะไรควรทำ ไม่ควรทำ ใน Social

Media?” ๓. กลเม็ดการใช้ประโยชน์สูงสุดจาก Social Media เพื่องานข่าวจากผู้เชี่ยวชาญ “Social Media: Trip & Trick” ( Trip & Trick on Twitter โดย @macroart และ Trip & Trick on Facebook โดย @mehtaxz) และ  มีนักข่าวเข้าร่วมงานจำนวน ๘๐ คน

๔.๑.๔ อบรมหลักสูตรกาแฟมืออาชีพ สำหรับสื่อมวลชน รุ่น ๒ ฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้จัดการอบรมหลักสูตรกาแฟมืออาชีพ สำหรับสื่อมวลชน รุ่น ๒ ขึ้น โดยความร่วมมือกับบริษัท รีเทลลิงค์ (ไทยแลนด์) และบริษัท ซีพีออลล์ จำกัด มหาชน  เมื่อวันเสาร์ที่ ๓ กันยายน ๒๕๕๔  ณ บริษัท รีเทลลิงค์ (ไทยแลนด์) จำกัด วิภาวดี ๖๒   โดยวัตถุประสงค์เพื่อสร้างอาชีพเสริมให้กับนักข่าวและครอบครัว มีนักข่าวเข้าร่วมอบรมจำนวน ๔๐ คน

 

๔.๑.๕ ปั้นนักข่าวเป็นนักเขียนรุ่น ๕  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสถาบันอิศรา และสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการปั้นนักข่าวเป็นนักเขียนรุ่น ๕ ขึ้นระหว่างวันเสาร์ที่ ๑๐ – วันอาทิตย์ที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๕๕  ณ ๑๗ หาดเจ้าสำราญรีสอรท์  จังหวัดเพชรบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีในหมู่นักข่าว และการสร้างองค์ความรู้ใหม่ให้กับนักข่าวในการนำไปพัฒนาการเขียนข่าวและการ เขียนในรูปแบบอื่นๆ การอบรมเน้นการฝึกปฏิบัติจริงในการเขียนเรื่องสั้น โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิด้านงานวรรณกรรม อาทิ นายเรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์  นักเขียน-นักหนังสือพิมพ์,  นางชมัยภร แสงกระจ่าง  ที่ปรึกษา นายกสมาคมนักเขียนฯ, นางสาวรุ่งมณี เมฆโสภณ สื่อมวลชนอิสระ, นายประชาคม ลุนาชัย นักเขียนรางวัลเซเว่นบุ๊คอะวอร์ด ,นายเรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์ กวีซีไรท์ และนายวัชระ สัจจะสารนักเขียนรางวัลซีไรต์  และนายจเด็ด กำจรเดช  นักเขียนรางวัลซีไรต์  มีนักข่าวเข้าร่วมการอบรมจำนวน  ๓๐  คน

 

๔.๒ แผนงานด้านสวัสดิการสมาชิก

๑) ทุนการศึกษา สมาคมฯ ได้มอบทุนการศึกษาให้กับสมาชิกสมาคมฯ โดยแบ่งเป็นทุนการศึกษาที่มอบให้กับสมาชิกสมาคมฯ และทุนการศึกษาที่มอบให้กับบุตร-ธิดา สมาชิก ดังนี้

๑.๑  ทุนการศึกษาที่มอบให้กับสมาชิกสมาคมฯ สมาคมฯ ได้รับมอบทุนการศึกษาใน

ระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยศรีปทุม เป็นประจำทุกปี ปีละ  ๒ ทุน

๑.๒ ทุนการศึกษาที่มอบให้กับบุตร-ธิดา สมาชิก สมาคมฯ แบ่งทุนการศึกษา

ออกเป็น ๓ ประเภท คือ ๑) ทุนส่งเสริมการศึกษา เป็นทุนแบบรายปี ๒) ทุนต่อเนื่อง เป็นทุนที่มอบให้แบบต่อเนื่องตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ -ระดับปริญญาตรี โดยได้รับการอนุเคราะห์ทุนการศึกษาจากมูลนิธิซีเมนต์ไทย ปีละ ๑๐ ทุน ปัจจุบันมีผู้รับทุนแล้ว ๓๐ คน ๓) ทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี ณ คณะนิเทศศาสตร์ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ จำนวนปีละ ๒ ทุน

๔.๒.๑ การจัดพิธีมอบทุนการศึกษาบุตร-ธิดานักข่าว สมาคมฯ มอบทุนการศึกษาบุตร-ธิดานักข่าวเมื่อวันเสาร์ที่ ๓๐  เมษายน ๒๕๕๔ ได้แบ่งให้ทุนการศึกษาออกเป็น ๒ ประเภท  คือ ๑. ทุนส่งเสริมการศึกษา เป็นการให้ทุนแบบรายปี โดยใช้งบประมาณจากกองทุนการศึกษาเพื่อบุตร-ธิดา สมาชิกสมาคมฯ มีผู้ได้รับการอนุมัติทุนการศึกษาจำนวน ๑๔๘ ทุน ทุนละ ๔,๐๐๐ บาท เป็น เงิน ๕๙๒,๐๐๐ บาท และ ๒. ทุนต่อเนื่อง ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิซิเมนต์ไทย เป็นปีที่ ๔ โดยในปี  ๒๕๕๔ ได้รับการสนับสนุนเพิ่มอีก ๑๐ ทุน

 

๔.๒.๒ คัดเลือกนักข่าวเข้ารับทุนการศึกษาระดับมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีปทุม ใน ปี  ๒๕๕๔ สมาคมฯ ได้รับการสนับสนุนทุนการศึกษาระดับมหาบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยศรีปทุมจำนวน ๒ ทุน โดยได้คัดเลือก๑. นายวิศิษฏ์ ชวนพิพัฒน์พงศ์ สำนักข่าวเนชั่น และ ๒. นางสาวบุษดี พนมภู  หนังสือพิมพ์บ้านเมือง กรรมการบริหาร สมาคมฯ  เข้าศึกษาต่อในหลักสูตรนิเทศศาสตร์มหาบัณฑิต  โดยเกณฑ์การคัดเลือกนักข่าวเข้ารับทุนการศึกษา นั้นต้องเป็นผู้ที่ทำประโยชน์ให้กับสมาคมฯ มีความสนใจและรับผิดชอบในการศึกษาต่อ (ในปี ๒๕๕๑ สมาคมฯ ได้ส่งนายธีรเดช เอี่ยมสำราญ บรรณาธิการเวบไซต์หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจและอดีตเลขาธิการ สมาคมฯ เข้าศึกษาในหลักสูตรนิติศาสตร์มหาบัณฑิต, ปี  ๒๕๕๒ สมาคมฯได้ส่งนายเสถียร วิริยะพรรณพงศา เข้าศึกษาในหลักสูตรนิเทศศาสตร์มหาบัณฑิต ปี  ๒๕๕๔ สมาคมฯ ได้ส่งนายสุเมธ สมคะเน   ผู้สื่อข่าว หนังสือพิมพ์ไทยรัฐและคณะทำงานจุลสารราชดำเนิน สมาคมฯ และนาย นายจิรยุทธ ปรีชัย  นักข่าวสังกัดมีเดียสตูดิโอและคณะทำงานสมาชิกสัมพันธ์ สมาคมฯ เข้าศึกษาต่อในหลักสูตรนิเทศศาสตร์มหาบัณฑิต  )

 

๔.๒.๓ การมอบสินไหมมรณกรรมและการร่วมเป็นเจ้าภาพงานสวดพระอภิธรรมศพ สมาคมฯได้จัดทำประกันชีวิตกลุ่มให้กับสมาชิกที่ชำระเงินค่าบำรุงประจำปีกับ บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต โดยในปี  ๒๕๕๔ สมาคมฯ ได้ส่งมอบสินไหมมรณกรรมให้กับทายาทของสมาชิกที่เสียชีวิตจำนวน ๒ รายคือ ๑. ทายาทของนายวิทยา  วิทยอำนวยคุณ        หนังสือพิมพ์เส้นทางเศรษฐกิจ ๒. ทายาทของนายวรุตม์  ลิ้มเฉลิม        หนังสือพิมพ์เดลินิวส์        ร่วมทั้งได้ร่วมเป็นเจ้าภาพงานสวดพระอภิธรรมศพสมาชิกอีก ๒ รายคือ นายทองใบ ทองเปาด์ (๒๕ มกราคม ๒๕๕๔)และนายมนู จรรยงค์ (๓๐ มกราคม ๒๕๕๔)

 

๔.๒.๔ ชมรมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์อาวุโส สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย คณะกรรมการบริหาร สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้มอบหมายให้นายบุตรดา ศรีเลิศชัย กรรมการควบคุมจริยธรรม สมาคมฯ รับผิดชอบดูแลสวัสดิการสมาชิกอาวุโส โดยได้มีการเชิญบรรดานักหนังสือพิมพ์อาวุโสมาร่วมประชุมเพื่อหารือเรื่องทิศทางและแนวทางในการดูแลด้านสวัสดิการให้กับนักหนังสือพิมพ์อาวุโส ได้มีการจัดตั้งชมรมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์อาวุโส  ขึ้นโดยมีนายพษ์ ศักดิ์ พยฆวิเชียร เป็นประธาน นายบัณฑิต รัชวัฒนะธานินทร์ รองประธานคนที่ ๑ และเหรัญญิก นางคณิต นันทวาณี รองประธานคนที่ ๒ นายเกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ ประธานฝ่ายกิจกรรม นายศรี อินทปันตี รองประธานฝ่ายกิจกรรม นายวิทยา ตัณฑสุทธิ์ นายทะเบียน นายบุตรดา ศรีเลิศชัย        เลขานุการ นายแถมสิน รัตนพันธ์  กรรมการ และ นายวิรัช ทศานนท์กรรมการ ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำทะเบียนสื่อมวลชนอาวุโสเพื่อรวบรวมรายชื่อ ผลงานและประสบการณ์

 

๕. คณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ ประกอบด้วยที่ปรึกษา ๕  คนและอนุกรรมการ ๖ คน

๑.นายกวี จงกิจถาวร                               หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น                                        ที่ปรึกษา

๒. นายเกียรติชัย พงษ์พาณิชย์                  หนังสือพิมพ์ข่าวสด                                            ที่ปรึกษา

๓. นางสาวบุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์         หนังสือพิมพ์คมชัดลึก                                         ที่ปรึกษา

๔. นางสนิทสุดา เอกชัย กองจันทึก            หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์                                  ที่ปรึกษา

๕. นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี                   นายก สมาคมฯ                                                  ที่ปรึกษา

๖. นายอนุชา เจริญโพธิ์                           อุปนายกฝ่ายต่างประเทศ สมาคมฯ                       ประธาน

๗. นายวริษฐ์ ลิ้มทองกุล                          หนังสือพิมพ์เอเอสทีวีผู้จัดการ                              อนุกรรมการ

๘. นางกุลชาดา ชัยพิพัฒน์                      เครือข่ายซีป้า                                                      อนุกรรมการ

๙. นางสาวตติกานต์ เดชพงษ์                  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ                                             อนุกรรมการ

๑๐. นางสาวสุภาภรณ์ อัษฏมงคล            หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ                                             อนุกรรมการ

๑๑. นางสาวจิรวัสต์ ณ ถลาง                   หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น                                        อนุกรรมการ

 

 

ในปี  ๒๕๕๔  คณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  แบ่งงานออกเป็น ๒ กลุ่มงาน คือ

 

๕.๑ ความสัมพันธ์กับสื่อมวลชนระหว่างประเทศ

๕.๑.๑ โครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนไทย-กัมพูชา เป็นโครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนไทย-กัมพูชา ที่คณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ สมาคมฯ มีความประสงค์ในการรื้อฟื้นความสัมพันธ์อันดีระหว่างสื่อมวลชนไทยกัมพูชา ซึ่งห่างหายจากความสัมพันธ์ไปนาน โดยครั้งล่าสุดที่คณะสื่อมวลชนไทยไปเยือนกัมพูชาคือเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ นำโดยนางผุสดี คีตวรนาฏ นายก สมาคมฯ ในขณะนั้น และในปี ๒๕๕๔ นับเป็นโอกาสอันดีที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้เป็นเจ้าภาพต้อนรับคณะสื่อมวลชนกัมพูชา ซึ่งมาเยือนประเทศไทยระหว่าง วันศุกร์ที่ ๑๖ กันยายน  – วันอังคารที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๔ โดยมี ๑.Mr. Pen Samitthy, the president of the Club of Cambodian Journalists  เป็นหัวหน้าคณะ พรอ้มด้วยผู้แทนอีก ๔ คนประกอบด้วย ๒. Mr. Prach Sim, Secretary General of the Club of Cambodian Journalists  ๓. Mr. Chea Garoda, editor of Koh Santepheap Newspaper  ๔. Mr. Chhay Sophal, member of CCJ Board  และ ๕. Mr. Nguon Serath, office manager of the Club of Cambodian Journalists

 

โดยการมาเยือนครั้งนี้ ได้มีการเข้าเยี่ยมคารวะนายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์. รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  การเยี่ยมชมหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส การสัมมนาเรื่อง "บทบาทสื่อมวลชนในการส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา"  พิธีลงนามในบันทึกความร่วมมือระหว่าง ๒ สมาคม

และการทัศนศึกษาที่จังหวัดกระบี่ ในเบื้องต้นได้มีการจัดตั้งสายด่วนแลกเปลี่ยนข่าวสารแลกเปลี่ยนข่าวสารระหว่างกัน

 

๕.๑.๒ โครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนไทย-จีน สมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  ได้ให้การต้อนรับคณะผู้แทนสื่อมวลชนจาก All China Journalists Association – ACJA )  โดยมี Mr.Zhao Xiting

Deputy President of Jilin Daily  เป็นหัวหน้าคณะพร้อมผู้แทนอีก ๗ คนประกอบด้วย ๒. Mr. Li Zhiwei

Chief editor of Guangming Daily  ๓. Ms. Yanyuqing Chief editor of Qiushi  Magazine  ๔. Mr. Zhu Guoqiu Director of Mass Work of Shanghai Wenhui Daily   ๕. Mr. Wang Hangang            Director of Jinhao Net of Shaanxi Radio           ๖. Mr. Nisongduoji  Deputy Director of News Deparment of Tibet TV  ๗.Mr. Cai Xiaobin  Editor-in-Chief of Qingdao Daily และ ๘.  Mr. Zhang Bingshun    Cadre of International Liason Department of All China Journalists Association ระหว่างวันพุธที่ ๑๖ – วันอังคารที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๔  โครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนจีน-ไทยนี้เป็นโครงการที่ผลัด เปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพต้อนรับคณะสื่อมวลชนจากแต่ละประเทศ เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อปี  ๒๕๔๒ เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างสื่อมวลชนของทั้งสองประเทศอีกทั้งยัง เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

 

๕.๑.๓ โครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนลาว-ไทย เป็นโครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์ในลักษณะเดียวกับโครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์ไทย-จีน เริ่มต้นแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์ เมื่อปี  ๒๕๓๐  โดยในปี  ๒๕๕๔  คณะสื่อมวลชนไทยนำโดยนายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี  นายก สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เป็นหัวหน้าคณะพร้อมด้วยผู้แทนอีก ๖ คน ประกอบด้วย ๒ .นางผุสดี คีตวรนาฏ  ที่ปรึกษา สมาคมฯ  ๓. นายโอภาส บุญล้อม  กรรมการ ฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ ๔.นายสมศักดิ์ ศรีกำเนิดกรรมการฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ สมาคมฯ ๕.  นางสาว ตติกานต์ เดชพงษ์  อนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ  สมาคมฯ  ๖. นางสาวอำมร บรรจง  กรรมการบริหาร สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และ ๗. นางสาวอศินา พรวศิน ประธาน ชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ  ไปเยือน สปป.ลาวระหว่างวันอาทิตย์ที่ ๘ – วันศุกร์ที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๕๕ ตามคำเชิญของสมาคมนักข่าวแห่ง สปป.ลาว

 

๕.๒ ความสัมพันธ์กับสื่อมวลชนนานาชาติ

๕.๒.๑ สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในปี ๒๕๕๔ นายชวรงค์ ลิมปํปัทมปาณี นายก สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้รับการเลือกตั้งให้เป็นประธานสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

 

๕.๒.๒ การร่วมประชุมใหญ่ International Freedom of Expression Exchange - IFEX ครั้งที่ 16 สมาคมฯ ได้มอบหมายให้นายอนุชา เจริญโพธิ์ อุปนายก สมาคมฯ เข้าร่วมประชุมใหญ่ IFEX ระหว่าง๒๘ พฤษภา คม – ๓ มิถุนายน ๒๕๕๔ ณ กรุงเบรุต ประเทศเลบานอน โดยการประชุมเน้นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้เข้าร่วมประชุมในประเด็นด้านสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนของแต่ละประเทศ

 

๕.๒.๓ จัดการบรรยายพิเศษเรื่อง “การใช้สื่อใหม่ในการรายงานข่าวการเมือง ทั้งภายในและภายนอกประเทศ” สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสถานทูตสหรัฐอเมริกา ได้จัดการบรรยายพิเศษ  โดย Mr. Ralph J. Begleiter ผู้อำนวยการศูนย์การสื่อสารด้านรัฐ ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเดลาแวร์ สหรัฐอเมริกา อดีตผู้สื่อข่าวซี.เอ็น.เอ็น. เรื่อง “การใช้สื่อใหม่ในการรายงานข่าวการเมือง ทั้งภายในและภายนอกประเทศ”  เมื่อ ๗ กรกฎาคม ๒๕๕๔

 

๕.๒.๔ ต้อนรับคณะสื่อมวลชนจากประเทศสิงคโปร์ นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้ให้การต้อนรับคณะสื่อมวลชนจากประเทศสิงคโปร์ ที่มาเยือนประเทศไทยตามคำเชิญของกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ  เมื่อ  ๑๒ กันยายน ๒๕๕๔  และได้ให้ต้อนรับคณะเจ้าหน้าที่กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ประเทศสิงคโปร์พบ เมื่อ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๔

 

๕.๒.๕ การเข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์วัน Impunity Day ซึ่งตรงกับวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน โดยกิจกรรมรณรงค์ดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้มีการรณรงค์ให้เอาผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้ หรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า Campaign Against Impunity เพราะพบว่าในปัจจุบันสื่อมวลชนในประเทศต่างๆมากมาย ถูกสังหาร ถูกขู่ฆ่าจากผู้มีอำนาจ แต่ในขณะเดียวกันรัฐบาลประเทศนั้นๆก็ยังไม่สามารถที่จะเอาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้ ไม่ไกลจากประเทศไทย ประเทศฟิลิปปินส์ คดี Ampatuan เป็นคดีสังหารหมู่นักข่าวและนักการเมืองท้องถิ่น ๕๘ ศพเมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ จนถึงปัจจุบันแม้จะรู้ตัวผู้กระทำผิดและกำลังมีการพิจารณาคดีอยู่ในชั้นศาลแต่ทางผู้ที่เกี่ยวข้องก็ยังมีความรู้สึกว่าผู้ต้องหาในคดีนี้จะหลุดจากคดีก็เป็นไปได้เพราะเป็นผู้มีอำนาจ อันเนื่องมาจากคดี Ampatuan ที่คนทั่วโลกรู้จักในที่ประชุมจึงมีมติกำหนดให้วันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ของทุกปี เป็นวัน Against Impunity Day โดยสมาคมนักข่าวฯ ได้เข้าร่วมรณรงค์โดยการยื่นจดหมายเรียกร้องผ่านทางฑูตฟิลิปปินส์ประจำประเทศไทย เมื่อ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

 

๖. คณะกรรมการอนุกรรมการฝ่ายเลขานุการ ประกอบด้วยกรรมการบริหาร  ๘ คน

๑. นายชวรงค์   ลิมป์ปัทมปาณี    นายก สมาคมฯ                                                              ประธาน

๒. ดร.สุรศักดิ์  จิรวัสตร์มงคล                   อุปนายกฝ่ายบริหาร สมาคมฯ                                           กรรมการ

๓. นายวิษณุพงษ์ หิญชีระนันท์                 อุปนายกฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ                                         กรรมการ

๔. นายเสด็จ บุนนาค                              อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ          กรรมการ

๕. นายอนุชา เจริญโพธิ์                           อุปนายกฝ่ายต่างประเทศ สมาคมฯ                                   กรรมการ

๖. นางสาวอมรรัตน์ มหิทธิรุกข์                 เลขาธิการ สมาคมฯ                                                        กรรมการ

๗. นางสาวจินตนา จันทร์ไพบูลย์              รองเลขาธิการ ฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ  กรรมการ

๘.นายปราเมศ  เหล็กเพ็ชร์                       รองเลขาธิการฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ                                  กรรมการ

 

ในปี ๒๕๕๔ คณะอนุกรรมการฝ่ายเลขานุการ สมาคมฯ  ได้จัดกิจกรรมต่างๆ โดยแบ่งเป็นกิจกรรมที่ประสานความร่วมมือกับองค์กรวิชาชีพสื่อและกิจกรรมที่ประสานความร่วมมือกับองค์กรภายนอก ดังนี้

 

๖.๑ กิจกรรมด้านการบริหารจัดการภายใน

๖.๑.๑ การจัดสัมมนาเพื่อวางแผนยุทธศาสตร์ สมาคมฯ ได้จัดการสัมมนาเพื่อวางแผนยุทธศาสตร์ สมาคมฯ ขึ้นระหว่างวันเสาร์ที่  ๑๙ – วันอาทิตย์ที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๔ โดยมีทั้งกรรมการบริหาร สมาคมฯ ชุดปัจจุบันและชุดที่ผ่าน ที่ปรึกษา สมาคมฯ และอนุกรรมการฝ่ายต่างๆ เข้าร่วมการสัมมนา ซึ่งจากการสัมมนาดังกล่าวทำให้เห็นเป้าหมายที่ชัดเจนในการทำงานของสมาคมฯมากขึ้น

 

๖.๑.๒ การจัดทำระบบทะเบียนสมาชิก สมาคมฯ อยู่ระหว่างการปรับปรุงระบบทะเบียนสมาชิก โดยจะมีการจัดทำฐานข้อมูลของสมาชิกให้อยู่ในรูปแบบของ Data Base ขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเอต์

๖.๑.๓ การจัดกิจกรรมระดมทุน สมาคมฯ จัดกิจกรรมระดมทุนครั้งใหญ่ปีละ ๒ กิจกรรม คือการจัดทำหนังสือรายงานประจำปีและการจัดงานดินเนอร์ทอล์ค โดยในส่วนของงานดินเนอร์ทอล์คประจำปี ๒๕๕๔ จัดเมื่อ ๕ มีนาคม ๒๕๕๔ ณ  โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ มีการอภิปรายเรื่อง “ปรับรื้อเศรษฐกิจไทย รับมือขั้วอำนาจโลกใหม่”  โดยมีวิทยากรประกอบด้วย ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร ประธานสถาบัน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ดำเนินรายการโดย  นายวีระ ธีรภัทรานนท์

สื่อมวลชนอิสระ

ส่วนในปี ๒๕๕๕ สมาคมฯ จัดงานดินเนอร์ทอล์คในวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๕ ณ  โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท ประตูน้ำ ได้รับเกียรติจากฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาปาฐกถาพิเศษเรื่อง “รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ตอบโจทย์ประเทศไทย” และการอภิปรายในหัวข้อเดียวกัน โดยมีวิทยากรประกอบด้วย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายประมณฑ์ สุธีวงศ์ ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าไทย

และประธานเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น  และนายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์  ประธานกรรมการบริหาร

ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)  ดำเนินรายการโดย  นายวีระ ธีรภัทรานนท์  สื่อมวลชนอิสระ

 

๖.๒. กิจกรรมที่ประสานความร่วมมือกับองค์กรวิชาชีพสื่อและองค์กรเครือข่าย

๖.๒.๑  พรรคการเมือง ตอบโจทย์สื่อ ปฏิรูปประเทศไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และ สถาบันอิศรา  จัดเวทีสัมมนาสื่อมวลชนเรื่อง “พรรคการเมือง ตอบโจทย์สื่อ ปฏิรูปประเทศไทย” เพื่อนำเสนอแนวทางนโยบายพรรคการเมืองและการปฏิรูปประเทศไทย ในวันอาทิตย์ที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๔  ณ  โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด ถนนรัชดาภิเษก  โดยมีพรรคการเมืองที่เข้าร่วม  ๕ พรรคประกอบด้วย พรรคประชาธิปัตย์  พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา และ พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน  และร่วมตั้งคำถามโดยผู้แทนสื่อมวลชน ๕ ประกอบด้วย  นางสนิทสุดา เอกชัย หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์  นางยุวดี ธัญญสิริ  สื่อมวลชนอาวุโส นางสาวดวงกมล โชตะนา ประธานบริหารหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  นางฐิติวรรณ ไสวแสนยากร หัวหน้าข่าวการศึกษาและสาธารณสุข หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  และนายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ ประธานกรรมการบริหาร สถาบันอิศรา

๖.๒.๒ ร่วมจัดกิจกรรมเนื่องในโอกาส ๑๔ ปีสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ ร่วมกับสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ จัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสครบรอบ ๑๔  ปี  สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ระหว่างวันศุกร์ที่ ๒๔ – วันอาทิตย์ที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๔ ชั้นสอง ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยในส่วนที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ ร่วมจัดประกอบด้วยกิจกรรม ๓ กิจกรรม คือ

 

๑) การประกวดการแสดงรณรงค์ “ จริยธรรมสื่อมวลชน ” เพื่อรณรงค์ส่งเสริมและกระตุ้นจิตสำนึกเกี่ยวกับเรื่องจริยธรรมสื่อมวลชน  โดยมีสถาบันการศึกษาส่งทีมเข้าร่วมประกวด ได้แก่ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาราชภัฏสวนสุนันทา และมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต  เป็นต้น โดยการประกวดจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ ๒๔  มิถุนายน  ๒๕๕๔ เวลา  ๑๖.๓๐  น.  ณ  ศูนย์การค้าสยามพารากอน   ซึ่งคณะกรรมการผู้ตัดสินประกอบด้วย ๑.นายพรชัย ปุณวัฒนาพร เลขาธิการ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ  ๒. นางสาวอมรรัตน์ มหิทธิรุกข์ เลขาธิการ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ๓. นายกรุณพล เทียนสุวรรณ (เพชร) ดารานักแสดงจากช่อง ๓   ๔. ดร.ลักษณา  คล้ายแก้ว  ผู้อำนวยการหลักสูตรนิเทศศาสตร์มาบัณฑิต คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต  ๕.นายดำฤทธิ์  วิริยะกุล ที่ปรึกษา สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ  สนับสนุนการประกวดโดยมูลนิธิซีเมนต์ไทย

 

๒) เปิดตัวหนังสือบันทึกภาพเหตุการณ์การชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปช.)  “หมายเหตุประเทศไทย รศ. ๒๒๙” ซึ่งเป็นหนังสือภาพที่บรรดาช่างภาพหนังสือพิมพ์ทุกสำนักร่วมกันเลือกกว่าหมื่นภาพ จนเหลือสามร้อยกว่าภาพ มีการจำหน่ายหนังสือภาพในงานดังกล่าวที่บูทสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยในราคาพิเศษด้วย

 

๓) เวทีสนทนา  "ภาพข่าวเล่าเรื่อง กระเทาะเปลือกคนหลังเลนส์" สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯร่วมกับชมรมช่างภาพการเมืองจัดเวทีเสวนาเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้เรียนรู้และเข้าใจชีวิตช่างภาพ โดยมีวิทยากรประกอบด้วย กิจกรรมบนเวที "ภาพข่าวเล่าเรื่อง กระเทาะเปลือกคนหลังเลนส์" โดย นายสกล  สนธิรัตน    ช่างภาพ หนังสือพิมพ์  เดอะเนชั่น นายโกศล  นาคาชล    ช่างภาพ หนังสือพิมพ์ บางกอกโพสต์ นางสาวประเสริฐ  ขวัญมา  ช่างภาพ หนังสือพิมพ์ ฐานเศรษฐกิจ และนายมานพ  ทิพย์โอสถ   ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์และบรรณาธิการหนังสือฯ เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๔  มิถุนายน  ๒๕๕๔

๖.๒.๓ อนาคตกรรมกร (นัก) ข่าวไทยในยุคเปลี่ยนผ่านการเมือง ทุนและเทคโนโลยี สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ ร่วมกับ  คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค โดยการสนับสนุนจาก มูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท จัดสัมมนาเรื่อง อนาคตกรรมกร (นัก) ข่าวไทยในยุคเปลี่ยนผ่านการเมือง ทุนและเทคโนโลยี เมื่อวันพุธที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๔  ณ  โรงแรมสยามซิตี้

 

๖.๓. กิจกรรมเฉพาะกิจ ศูนย์เฉพาะกิจประสานงานช่วยเหลือสื่อมวลชนผู้ประสบอุทกภัย หรือ ศปสภ.

จากสถานการณ์อุทกภัยในภาคเหนือและภาคกลางได้ไหลเข้ามาท่วมในจังหวัดปริมณฑล ได้แก่ ปทุมธานีและนนทบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครบางส่วน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเขตบ้านพักอาศัยของประชาชนที่เข้ามาทำงานในเขตกรุงเทพมหานคร สถานการณ์ดังกล่าว ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนทุกแขนงที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่รายงานข่าวและข้อเท็จจริงต่างๆ เกี่ยวกับสถานการณ์อุทกภัยและการช่วยเหลือประชาชนในภาวะเร่งด่วน

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมและชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยการสนับสนุนของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และเครือข่ายส่งเสริมสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในเอเชียอาคเนย์ (SEAPA) จึงได้ร่วมกันจัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจประสานงานช่วยเหลือสื่อมวลชนผู้ประสบอุทกภัย หรือ ศปสภ.ขึ้นเพื่อทำหน้าที่ประสานให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยทั้งในระยะเฉพาะหน้าและระยะยาว พร้อมกันนี้ ได้มีการจัดตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์ดังกล่าว โดยความร่วมมือขององค์กรวิชาชีพสื่อทุกองค์กร โดยศูนย์ฯได้ดำเนินกิจกรรมต่างๆ ดังนี้

 

๖.๓.๑ การส่งมอบถุงยังชีพ สมาคมฯ ได้รับความอนุเคราะห์ถุงยังชีพจากหน่วยงานต่างๆ จึงได้มีการส่งมอบถุงยังชีพให้กับนักข่าวที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ทั้งนำส่งไปที่องค์กรต้นสังกัด และทั้งให้มารับถุงยังชีพด้วยตัวเองที่อาคาร สมาคมฯ

๖.๓.๒ . จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวขึ้นที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ถนนสามเสนสำหรับรองรับสมาชิกองค์กรที่ต้องอพยพฉุกเฉินและยังไม่สามารถหาที่พักพิงได้ในช่วงแรก

๖.๓.๓ อนุมัติเงินช่วยเหลือให้กับสื่อมวลชนที่ประสบอุทกภัย โดยไม่จำกัดเฉพาะสมาชิกองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ได้มีการอนุมัติให้เงินช่วยเหลือสำหรับสื่อมวลชนที่เป็นสมาชิกรายละ ๖,๐๐๐ บาท จำนวน. ๓๖๓ คน รวมป็นเงินจำนวน  ๒,๑๗๘,๐๐๐ บาท  และอนุมัติเงินช่วยเหลือสำหรับสื่อมวลชนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกรายละ ๒,๐๐๐ บาท จำนวน  ๓๕๒ คน  รวมป็นเงินจำนวน  ๗๐๔,๐๐๐  บาท นอกจากนี้ยังได้อนุมัติเงินช่วยเหลือให้กับสื่อมวลชนที่ส่งเอกสารไม่ทันภายในเวลาที่กำหนด โดยอนุมัติเงินช่วยเหลือสำหรับสมาชิกคนละ ๓,๐๐๐ บาท จำนวน  ๒๕  คน  รวมป็นเงินจำนวน  ๗๕,๐๐๐  บาท  และสื่อมวลชนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกคนละ ๑,๐๐๐ บาท จำนวน  ๑๔  คน  รวมป็นเงินจำนวน  ๑๔,๐๐๐  บาท   รวมเป็นเงินที่อนุมัติช่วยเหลือสื่อมวลชน  ๒,๙๗๑,๐๐๐ บาท

๖.๓.๔  กู้บ้าน ซ่อมรถ สมาคมฯ ร่วมกับ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย จัดกิจกรรม “กู้บ้าน ซ่อมรถ คนข่าว” เพื่อให้ความรู้เรื่องการซ่อมบ้านและการดูแลบ้านหลังน้ำรถจากช่างผู้เชี่ยวชาญ   ความรู้ในการซ่อมรถที่ถูกน้ำท่วม   และคำปรึกษาทางด้านการเงินให้แก่สื่อมวล ขึ้นในวันเสาร์ที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๕๔ ณ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

กิจกรรมในงานประกอบด้วยการให้คำแนะนำเบื้องต้นตั้งแต่การเข้าไปในพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมให้

ปลอดภัย  การดำเนินการซ่อมแซมบ้าน  โดยผู้เชี่ยวชาญจากเครือเอสซีจี   และผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์จากบริษัทโตโยต้า  มอเตอร์  (ประเทศไทย ) จำกัด จะมาให้ความรู้และตอบข้อซักถามเกี่ยวกับการซ่อมรถที่ถูกน้ำท่วม พร้อมทั้งผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเงิน จาก ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ   ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน ธนาคารกสิกร ธนาคารไทยพาณิชย์ มาให้คำแนะนำเกี่ยวกับการขออนุมัติสินเชื่อเพื่อการซ่อมแซมบ้าน

๖.๓.๕  คนข่าว มาขายของ สมาคมฯ ร่วมกับศูนย์การค้า MBK  Center  และ The   Nine  Neighborhood Center   จัดกิจกรรมคนข่าว มาขายของ ขึ้นระหว่างวันเสาร์ที่ ๑๗ –อาทิตย์ที่๑๘  ธันวาคม ๒๕๕๔   ณ ลานNine Square  The Nine Neighborhood Center  โดยมีเป้าหมายต้องการระดมทุนเพื่อช่วยเหลือสื่อมวลชนทั้งหนังสือพิมพ์  วิทยุและโทรทัศน์ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย และเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้นำสินค้าที่มีมาจำหน่ายเพื่อหารายได้

กิจกรรมในงานประกอบด้วย การออกร้านจำหน่ายสินค้าของสื่อมวลชน  ประมูลของรักดารา,นักข่าวชื่อดัง   นักการเมือง,การแสดงเดินแฟชั่นโชว์จากนักข่าวชื่อดัง   นิทรรศการภาพถ่ายน้ำท่วม  กิจกรรมเขียนภาพลายเส้นจากการ์ตูนนิสต์ชื่อดัง  ซุ้มถ่ายภาพกับนักข่าวดัง  เสวนาคนข่าวมาเล่าเรื่องประสบการณ์ช่วงน้ำท่วม  และจำหน่ายเสื้อที่ระลึก

 

ปี ๒๕๕๔  ซึ่งเป็นปีแห่งความท้าทายบทบาทหน้าที่สื่อมวลชน  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้จัดทำโครงการต่างๆ ที่จะเอื้ออำนวยและสนับสนุนการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนทุกแขนง ภายใต้ความคาดหวังที่จะให้สื่อมวลชนสามารถรักษาบทบาทการทำหน้าที่ที่มีความเป็นกลางและเป็นธรรม ภายใต้หลักการแห่งวิชาชีพสื่อมวลชน ท่ามกลางวิกฤตที่รุ่มเร้าอย่างไม่ขาดสาย

////////////////////////////////////////////////////////////////

ดาวโหลด รายงานกิจกรรมสมาคมฯ

ดาวโหลด ภาพกิจกรรมสมาคมฯ

]]>
peerapat_d@hotmail.com (กองบรรณาธิการเว็บ) รายงานกิจกรรมสมาคมฯ Tue, 14 Feb 2012 10:18:20 +0000
รายงานกิจกรรม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมัยที่ ๑๑ ปี ๒๕๕๓ http://tja.or.th/about-us/2011-04-20-11-43-08/2287-2011-02-16-06-45-51 http://tja.or.th/about-us/2011-04-20-11-43-08/2287-2011-02-16-06-45-51 รายงานกิจกรรม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมัยที่ ๑๑

คณะกรรมการบริหาร สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมัยที่ ๑๑ ซึ่งดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๓-๔ มีนาคม ๒๕๕๔ ได้ร่วมกันกำหนดนโยบายและทิศทางการบริหาร สมาคมฯ โดยให้ความสำคัญกับงาน ๓ ด้าน ประกอบด้วย  ๑. งานด้านจริยธรรม ๒. งานด้านสิทธิเสรีภาพ และ ๓. งานด้านการพัฒนาบุคลากรในวงการสื่อมวลชน

พร้อมทั้งได้จัดสรรภารกิจของคณะกรรมการบริหาร สมาคมฯ ออกเป็นฝ่ายงานต่างๆ จำนวน ๖ ฝ่ายงาน โดยทำงานในรูปแบบของคณะอนุกรรมการฝ่ายต่างๆ  ดังนี้

๑.คณะอนุกรรมการฝ่ายพิจารณาบทบาทสมาคมในสถานการณ์เร่งด่วน ประกอบด้วย อนุกรรมการ ๘ คน

๑. นายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์     นายก สมาคมฯ                                                              ประธาน

๒. นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี       อุปนายกฝ่ายต่างประเทศ  สมาคมฯ                                 อนุกรรมการ

๓. นายเสด็จ บุนนาค                  อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ          อนุกรรมการ

๔. นายวิษณุพงษ์ หิญชีระนันท์     อุปนายกฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ                                         อนุกรรมการ

๔. นายวีระศักดิ์ พงศ์อักษร          เลขาธิการ สมาคมฯ                                                        อนุกรรมการ

๖. นางสาวอมรรัตน์ มหิทธิรุกข์     รองเลขาธิการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ   อนุกรรมการ

๗. นายสมศักดิ์ ศรีกำเนิด กรรมการฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ สมาคมฯ                                          อนุกรรมการ

๘. นายมานพ ทิพย์โอสถ             อนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ      อนุกรรมการ

คณะอนุกรรมการ ชุดนี้จะทำหน้าที่ในการรวบรวมทั้งความเห็นและข้อเสนอต่างๆ จากบุคคลและองค์กรที่เกี่ยวข้องในการนำมาพิจารณาบทบาทสมาคมฯ ในสถานการณ์เร่งด่วน ทั้งในรูปแบบของการออกแถลงการณ์, การออกจดหมายเปิดผนึก และการเผยแพร่คำชี้แจงในเรื่องต่างๆ รวมทั้งทำความเข้าใจและสื่อสารกับสังคมในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ต่างๆ ของสื่อ (ดูเอกสารแถลงการณ์ในเล่ม)

 

๒. คณะอนุกรรมการฝ่ายวิชาการ        ประกอบด้วยที่ปรึกษา ๕  คนและอนุกรรมการ ๑๑ คน

๑. ผศ. สุรสิทธิ์ วิทยารัฐ               มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา                                       ที่ปรึกษา

๒. ดร.สุดารัตน์ ดิษยวรรธนะ จันทราวัฒนานุกุล

คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์   ที่ปรึกษา

๓. นายภัทระ คำพิทักษ์               อดีต นายก สมาคมฯ                                                       ที่ปรึกษา

๔. นางสาวนงค์นาถ ห่านวิไล       อดีตเลขาธิการ สมาคมฯ                                                  ที่ปรึกษา

๕. นายจักรกฤษ  เพิ่มพูน             หนังสือพิมพ์คมชัดลึก                                                     ที่ปรึกษา

๖. นายวิษณุพงษ์ หิญชีระนันท์     อุปนายกฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ                                         ประธาน

๖. นางสาวเย็นจิตร์ สถิรมงคลสุข  อดีตอุปนายกฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ                                   อนุกรรมการ

๗. นายธีรเดช เอี่ยมสำราญ          อดีตเลขาธิการ สมาคมฯ                                                  อนุกรรมการ

๘. นางสาวนภาภรณ์ พิพัฒน์       อดีตอุปนายกฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ                                   อนุกรรมการ

๙. นางสาวเบญจวรรณ สมสิน      มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา                                       อนุกรรมการ

๑๐. นายธาม เชื้อสถาปนศิริ         โครงการศึกษาเฝ้าระวังสื่อและพัฒนาการรู้เท่าทันสื่อเพื่อสุขภาวะของสังคม                                                                                                                                       อนุกรรมการ

๑๑. นายชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม            หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์                                                   อนุกรรมการ

๑๒. นายปกรณ์ รัตนทรัพย์ศิริ       หนังสือพิมพ์เดลินิวส์                                                       อนุกรรมการ

๑๓. นายปราเมศ เหล็กเพ็ชร์         อดีตรองเลขาธิการฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ                            อนุกรรมการ

๑๔. นางสาวสุภาภรณ์ อัษฏมงคล    หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ                                                     อนุกรรมการ

๑๕. นางสาวน.รินี เรืองหนู           รองเลขาธิการฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ                เลขานุการคณะอนุกรรมการ

๑๖. นายราม อินทรวิจิตร             กรรมการฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ              ผู้ช่วยเลขานุการคณะอนุกรรมการ

 

ในปี ๒๕๕๓  คณะอนุกรรมการฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ แบ่งงานออกเป็น ๔ กลุ่มงาน คือ

๒.๑  กลุ่มงานฝึกอบรม สมาคมฯ ได้จัดทำโครงการด้านการฝึกอบรมจำนวน ๔ หลักสูตร คือ

๒.๑.๑ โครงการศึกษาดูงานด้านสื่อมวลชนของอาจารย์ด้านนิเทศศาสตร์ เป็นโครงการที่จัดทำขึ้นเพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ด้านวิชาชีพหนังสือพิมพ์ให้กับอาจารย์ผู้สอนวิชาการหนังสือพิมพ์ในสถาบันอุดมศึกษา จัดขึ้นเป็นรุ่นที่ ๓  โดยมีอาจารย์ที่เข้าร่วมโครงการจนจบหลักสูตร จำนวน ๘ คน  จัดระหว่างวันจันทร์ที่ ๑๙ เมษายน – วันอาทิตย์ที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ซึ่งนอกจากจะเปิดโอกาสให้อาจารย์ที่เข้าร่วมโครงการไปฝึกงานตามหนังสือพิมพ์ฉบับต่างๆ แล้ว ยังมีการเข้าพบปะพูดคุยกับผู้บริหารหนังสือพิมพ์และมีการจัดทำบทความวิชาการตามหัวข้อที่อาจารย์สนใจออกมาเผยแพร่ด้วย สำหรับหนังสือพิมพ์ที่เปิดโอกาสให้อาจารย์ฝึกงานมีดังนี้ ๑. หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ๒. หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ๓. หนังสือพิมพ์มติชน ๔. หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ๕. หนังสือพิมพ์บ้านเมือง และ ๖. หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น

บทความทางวิชาการประกอบด้วย ๑. ความเป็นกลางของสื่อมวลชนในสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) “ กรณีศึกษา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ โดย อาจารย์ณัชชา   อาจารยุตต์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  ๒. การบริหารงานโต๊ะรายงานพิเศษ หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก โดย อาจารย์นฤวรรณ   เรืองโรจน์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต            ๓. ถอดประสบการณ์ภาคสนาม: กระบวนการเสนอข่าวการชุมนุมของ นปช. ของหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน โดย อาจารย์นันทกา   สุธรรมประเสริฐ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล       ๔. นักข่าวหนังสือพิมพ์กับการตั้งรับและไล่รุกในยุคสงครามข่าวสาร ศึกษาเฉพาะกรณีหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ โดย อาจารย์สุนทรี   อมรเพชรสถาพร เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน  ๕. สื่อ : จากฐานันดร  ๔ กลายเป็นปัจจัยที่ ๕  โดยอาจารย์สุรชัย   ทิพย์สุมณฑา มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย ๖. วิพากษ์ ภาพและข่าวหน้าหนึ่งคุณค่าของการเป็นสื่อเพื่อประโยชน์สาธารณะ โดย อาจารย์เมสิริณ ขวัญใจ มหาวิทยาลัยนเรศวร ๗.  ถอดบทเรียนการรายงานข่าวชุมนุมทางการเมือง  “สงคราม”  หรือ  “สันติภาพ”

(ศึกษาจากนักข่าว กองบรรณาธิการ และเนื้อหาข่าว  ในช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม จากหนังสือพิมพ์มติชนและไทยรัฐ) โดยนายธาม  เชื้อสถาปนศิริ  โครงการศึกษาเฝ้าระวังสื่อและพัฒนาการรู้เท่าทันสื่อเพื่อสุขภาวะของสังคม  และ ๘.  อิสรภาพในการนำเสนอข่าวสารและความคิดเห็นประเด็นทางการเมือง ของหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น โดย อาจารย์สุวรรณ มาศเมฆ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร

๒.๑.๒ การอบรมเชิงปฏิบัติการนักข่าวพิราบน้อยรุ่น ๑๓ เป็นโครงการต่อเนื่องจัดขึ้นเป็นปีที่ ๑๓ ซึ่งหากนับถึงปัจจุบันมีนักศึกษาที่ผ่านการอบรมกว่า ๑,๐๐๐ คนแล้ว มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาวิชาชีพสื่อสารมวลชนด้านสิ่งพิมพ์  (Professional Development) ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมในวิชาชีพ (Ethics Responsibility)  และแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในฐานะองค์กรเพื่อสังคม (Organizational Social Responsibility) ซึ่งนักศึกษาที่เข้าร่วมอบรมได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทั้งกับเพื่อนนักศึกษาจากต่างสถาบันและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักข่าวรุ่นพี่ที่ทำงานทั้งในภาคสนาม และในส่วนของผู้บริหารงานข่าว อันเป็นการเตรียมพร้อมในการเข้าสู่วิชาชีพ นอกจากนี้ยังเป็นกระบวนการปลูกฝังอุดมคติให้กับนักศึกษาด้วย ในรุ่นที่ ๑๓ มีนักศึกษาที่เรียนด้านหนังสือพิมพ์จากสถาบันอุดมศึกษาจากทั่วประเทศเข้าร่วมอบรมจำนวน ๖๙  คน จาก  ๓๒  สถาบัน จัดอบรมระหว่างวันพฤหัสบดีที่  ๕ – วันอาทิตย์ที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๓  ณ  คุ้มแม่น้ำท่าจีน หม่อมไฉไล  อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐมได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากบริษัท ทรู คอปอร์เรชั่น จำกัด มหาชน

๒.๑.๓ การอบรมเชิงปฏิบัติการ “การสร้างวิทยากรข่าวเชิงสืบสวน (Training for Trainers

on Investigative Journalism)” โดย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย สนับสนุนโดย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และมูลนิธิ Friedrich Ebert จัดระหว่างวันอังคารที่ ๒๔ สิงหาคม –วันศุกร์ที่ ๒๗  สิงหาคม ๒๕๕๓ ณ  โรงแรมสปริงฟิลด์ แอท ซี รีสอร์ท อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี มีนักข่าวเข้าร่วมการอบรมจำนวน ๑๐ คนประกอบด้วย ๑. นางสาวเรวดี พงศ์ไชยยง (นสพ.มติชน) ๒.นางสาวเย็นจิตร สถิรมงคลสุข(มติชนออนไลน์) ๓. นายนวพรรษ บุญชาญ (นสพ.เดลินิวส์) ๔. นายสมศักดิ์ ศรีกำเหนิด (นสพ.บ้านเมือง) ๕. นายสุเมธ สมคะเน (นสพ.ไทยรัฐ)  ๖.นายนิพนธ์ ตั้งแสงประทีป (สำนักข่าวไทย) ๗. นายมานพ ทิพย์โอสถ(นสพ. บางกอกโพสต์) ๘. นายสถาพร พงษ์พิพัฒน์วัฒนา       (ทีวีไทย) ๙. นายชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม     (นสพ.โพสต์ทูเดย์) และนางสาววิมล กิจวานิชขจร (สถาบันอิศรา) โดยมี  Mr. Ralph Hötte นักข่าวที่เชี่ยวชาญในการทำข่าวเชิงสืบสวนสอบสวน จากเมืองโคโลน ประเทศเยอรมัน เป็นวิทยากร

๒.๑.๔ การอบรมนักจัดรายการวิทยุ “พัฒนาทักษะการจัดรายการวิทยุอย่างมืออาชีพ” โดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสถาบันอิศรา และสถานีวิทยุแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดอบรมระหว่างวันเสารร์ที่ ๒๕ – อาทิตย์ที่ ๒๖ กันยายน  ๒๕๕๓   ณ สถานีวิทยุแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาคารวิทยพัฒนา ชั้น ๗  เพื่อพัฒนาทักษะให้กับนักจัดรายการวิทยุของ สมาคมนักข่าวฯและสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ทั้งในเรื่องของ ๑.ธรรมชาติการสื่อสารทางวิทยุกระจายเสียง  ๒. เทคนิคการจัดรายการวิทยุในรูปแบบต่าง ๆ ๓. การเขียนบทวิทยุ และ ๔.คุณสมบัติการเป็นนักจัดรายการวิทยุที่ดีและประสบความสำเร็จ

๒.๒ กลุ่มงานเสวนาและสื่อสารสาธารณะ ได้มีการจัดทำโครงการในกลุ่มงานเสวนาและสื่อสารสาธารณะ จำนวน ๓ กิจกรรม ดังนี้

๒.๒.๑ ราชดำเนินเสวนา เป็นโครงการที่ดำเนินงานต่อเนื่องมาเป็นปีที่ ๑๒  ซึ่งเป็นความริเริ่มจากสมัยที่นายกวี จงกิจถาวร เป็นนายก สมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย (พ.ศ. ๒๕๔๒) มีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพการทำงานข่าวให้มีคุณภาพและอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง  โดยมีการเชิญแหล่งข่าวมาพบปะพูดคุยและตอบคำถามนักข่าว เพื่อเป็นการสร้างความรู้ ความเข้าใจ ระหว่างนักข่าวกับแหล่งข่าวในประเด็นต่าง ๆ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม

ในปี พ.ศ.  ๒๕๕๓ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม สุขภาพ(สสส.) ผ่านทางสถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย  ได้จัดราชดำเนินเสวนาไปจำนวน ๑๔   ครั้ง ดังนี้

๑.  ถามหามาตรฐาน จากทุจริตยา ถึงไทยเข้มแข็ง? (๑๑ มกราคม  ๒๕๕๓), ๒. ถามหาความเป็นธรรมด้านสุขภาพให้คนไทยไร้สถานะ (๓๑ มกราคม ๒๕๕๓), ๓. สังคมไทยเรียนรู้อะไรจากคดียึดทรัพย์ ? (๗ มีนาคม ๒๕๕๓),๔ เนื้อหาที่ควรคุยในวิกฤตความขัดแย้ง (๑ เมษายน ๒๕๕๓), ๕. ไม่มีสี  ไม่เลือกข้าง กับภารกิจปฏิบัติการ การแพทย์ฉุกเฉิน (๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓), ๖. ถกแผนปรองดอง ? (๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๓) ๗. กระบวนการเยียวยาและความเป็นธรรม (๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๓) ๘. แนวโน้มสถานะประชาธิปไตยไทย ท่ามกลางความขัดแย้ง (๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๓), ๙. ปฏิรูปวงการตำรวจไทย (๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๓) ๑๐. จุดเปลี่ยนชนบท จุดเปลี่ยนฐานการเมือง? (๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๓) ๑๑. “หาจุดร่วมสงวนจุดต่าง : ทางออก พรบ. คุ้มครองผู้เสียหายจากบริการสาธารณสุข” (๑ สิงหาคม ๒๕๕๓) ๑๒.๑๙ กันยา..๔ ปี กับการปฏิรูปกองทัพไทย (๑๙ กันยายน ๒๕๕๓) ๑๓. ชำแหละภาษีสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์จริงหรือ ? ( ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓)  และ ๑๔. ประกันแรงงานนอกระบบ ช่วยเหลือหรือเพิ่มภาระคนจน (๑๙ มกราคม ๒๕๕๔)

สามารถติดตามเนื้อหาราชดำเนินเสวนาได้ที่ www.tja.or.th

๒.๒.๒. รายการวิทยุช่วยกันคิดทิศทางข่าว เป็นความร่วมมือระหว่างสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ กับสำนักข่าวไทยและบริษัท อสมท. จำกัด มหาชน ออกอากาศทางสถานีวิทยุ อสมท.  FM ๑๐๐.๕ Mhz ทุกวันอาทิตย์เวลา ๑๑.๐๐-๑๒.๐๐น. เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นักข่าวรุ่นใหม่ได้เข้ามาร่วมกิจกรรมกับสมาคมฯ รวมทั้งเป็นเวทีในการสื่อสารเรื่องราวที่เกี่ยวกับสื่อมวลชนให้สาธารณชนได้ รับทราบ รวมทั้งการวิเคราะห์ถึงทิศทางข่าวในสัปดาห์ต่อไป

สำหรับนักจัดรายการประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๓ มีจำนวน ๗  คนคือ ๑. นายธีรเดช เอี่ยมสำราญ, ๒.นายราม อินทรวิจิตร, ๓. นายเสถียร วิริยะพรรณพงศา, ๔.นายจีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง, ๕.นายปราเมศ เหล็กเพ็ชร์, ๖.นายมานพ ทิพย์โอสถ และ ๗. นางสาวพิมพ์ทิชา สวัสดิ์กิตติคุณ

ติดตามฟังรายการวิทยุย้อนหลังได้ที่  www.tja.or.th

๒.๒.๓ www.tja.or.th เป็นเวบไซต์ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมข่าวสารต่างๆ ของสมาคมฯ ทั้งประชาสัมพันธ์กิจกรรม,รายงานกิจกรรม,กฎหมายที่เกี่ยวข้อง,ประวัติความ เป็นมา,จุดยืนและท่าทีของสมาคมฯต่อสถานการณ์ต่างๆของบ้านเมือง รวมทั้งการบันทึกผลงานข่าวที่ได้รับรางวัลประเภทต่างๆ  และเป็นชุมชนออนไลน์ของนักวิชาการและวิชาชีพสื่อสารมวลชน ในการแลกเปลี่ยนทัศนะของนักวิชาการและนักวิชาชีพด้านสื่อสารมวลชน และนำเสนอข่าวสารความเคลื่อนไหวในแวดวงสื่อสารมวลชน

๒.๓ กลุ่มงานหนังสือ ในปี พ.ศ.  ๒๕๕๓ ฝ่ายวิชาการ สมาคม ได้จัดทำหนังสือรวม ๒  เล่ม ดังนี้

๒.๓.๑ จุลสารราชดำเนิน ในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ สมาคมฯ ได้จัดทำจุลสารราชดำเนินโดยออกเป็นรายสามเดือนจำนวน ๒  ฉบับ ซึ่งแต่ละฉบับมีเนื้อหาที่น่าสนใจ ได้รับเสียงสะท้อนอย่างดีทั้งจากสมาชิกสมาคมฯ สถาบันวิชาการและผู้สนใจทั่วไป

จุลสารราชดำเนินฉบับที่ ๑ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๓ มีเนื้อหาเกี่ยวกับ “โศกนาฏกรรม พฤษภา ๕๓” เป็นการบันทึกปากคำของนักข่าวภาคสนามที่มีส่วนร่วมในการทำข่าวเหตุการณ์พฤษภาคม ๕๓

ส่วนจุลสารราชดำเนินฉบับที่ ๒ เผยแพร่เมื่อเดือนมกราคม ๒๕๕๔ มีเนื้อหาเกี่ยวกับ “ทิศทางสื่อในมุมมองของ ๕ นักคิด”    เป็นฉบับเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของจุลสารราชดำเนิน คือ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติและสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้มีข้อตกลงร่วมกันในการผลิตจุลสารราชดำเนิน ให้เป็นจุลสารร่วมของสององค์กร เพื่อความเป็นเอกภาพ จุลสารราชดำเนินมีนายชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม เป็นบรรณาธิการทั้งสองฉบับ

 

อ่านเนื้อหาจุลสารราชดำเนินฉบับย้อนหลังได้ที่ www.tja.or.th

๒.๓.๒ หนังสือวันนักข่าว “เทคโนโลยีก้าวหน้ากับวิชาชีพข่าว” หนังสือวันนักข่าวเป็นหนังสือรายงานประจำปีที่สมาคมฯ ได้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการข่าวและหนังสือพิมพ์  ตลอดจนรายงานกิจกรรมของสมาคม  และทำเนียบรายชื่อนักข่าวจากหนังสือพิมพ์ทุกฉบับที่เป็นสมาชิกสมาคม  เนื้อหาหลักในปีนี้เน้นเรื่อง ซึ่งเนื้อหาหลักในปีนี้จะเน้นเรื่อง “เทคโนโลยีก้าวหน้ากับวิชาชีพข่าว”  ซึ่งเนื้อหาจะเป็นการตั้งคำถาม และประเมินศักยภาพของนักข่าว ที่จะต้องทำงาน หรือปฎิบัติงานอยู่ท่ามกลางความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสื่อสาร โดยมีนางสาว น.รินี เรืองหนู เป็นบรรณาธิการ มีการแจกจ่ายหนังสือวันนักข่าวถึงมือสมาชิก สมาคมฯ ในวันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ่งเป็นวันประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสมาคมฯ

๒.๔. กลุ่มงานเครือข่ายวิชาการและวิชาชีพสื่อมวลชน เป็น เครือข่ายที่นักวิชาการและนักวิชาชีพสื่อสารมวลชนร่วมกันก่อตั้งขึ้นเพื่อ เป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน โดยในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม ๓ กิจกรรม ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม สุขภาพ(สสส.) ผ่านทางสถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย  ดังนี้

๒.๔.๑ ห้องเรียนสาธารณะ เป็นกิจกรรมที่เน้นการถ่ายทอดความรู้ และเทคนิค ทางวิชาชีพสื่อมวลชน แก่นักศึกษาจากสถาบันต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เกิดกระบวนการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ และเป็นแรงจูงใจในการกระตุ้นให้นิสิต นักศึกษาด้านนิเทศศาสตร์ เข้ามาทำงานสื่ออย่างเป็นระบบภายใต้กรอบการทำงานเชิงวิชาการ และเป็นการร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ระหว่างนิสิต นักวิชาการ ภาคประชาสังคม และนักวิชาชีพสื่อทั้งระดับประเทศและท้องถิ่น

ในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ จัดไป ๓ ครั้ง คือ  ครั้งที่ ๑ จัดร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นการถอดประสบการณ์ข่าวเจาะเรื่อง “กระบวนการทำข่าว เปิดโปงทุจริตพอเพียง ยับยั้งแผนรุมทึ้งไทยเข้มแข็ง” (๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๓),   ครั้งที่ ๒  จัดร่วมกับมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล เรื่อง “ถอดประสบการณ์ข่าวเจาะ เจาะข่าว ท่ามกลางสถานการณ์รุนแรง”  (๒๐ สิงหาคม  ๒๕๕๓) และครั้งที่ ๓ จัดร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เรื่อง “แกะรอยเหตุรุนแรงทางการเมือง:เสื้อแดงปะทะ ศอฉ.” (๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๓)

๒.๔.๒ ประชุมเครือข่ายวิชาการและวิชาชีพสื่อมวลชน เป็น กิจกรรมที่มีเป้าหมายเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านวิชาชีพและวิชาการด้านสื่อสารมวลชน โดยนำเอาประเด็นทางวิชาการและวิชาชีพสื่อสารมวลชนที่น่าสนใจและมีผลกระทบต่อ ประโยชน์สาธารณะมาแลกเปลี่ยนกัน

ในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ จัดไป ๔ ครั้ง คือ  ครั้งที่ ๑  หัวข้อ “สื่อในวิกฤตการเมือง : สะท้อนปรากฏการหรือแสวงหาทางออก ? (๓ มิถุนายน ๒๕๕๓)  จัดร่วมกับคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และโครงการศึกษาและเฝ้าระวังสื่อสุขภาวะ (มีเดียมอนิเตอร์) ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ , ครั้งที่ ๒ หัวข้อ“สถาบันการศึกษากับการมีส่วนร่วมพัฒนาหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ภาคอีสาน”(๑๗ กันยายน ๒๕๕๓)  ณ โรงแรมอุบลบุรี  รีสอร์ท  จังหวัดอุบลราชธานี   ครั้งที่ ๓ หัวข้อ “สถาบันการศึกษากับการมีส่วนร่วมพัฒนาหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ภาคเหนือ” (๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๓)   โรงแรมไพลิน จังหวัดพิษณุโลก และครั้งที่ ๔ หัวข้อ “สถาบันการศึกษากับการมีส่วนร่วมพัฒนาหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ภาคใต้” (๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๓) ร่วมกับเครือข่ายบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ภาคใต้ ณ โรงแรมหาดใหญ่ พาราไดส แอนด์ รีสอร์ท จังหวัดสงขลา

๒.๔.๓ ประชุมใหญ่ทางวิชาการสื่อสารมวลชน “ปฏิรูปสื่อ  สู่การปฏิรูปสังคมไทย” สมาคมฯ ร่วมกับสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สถาบันอิศรา และสมาคมนักข่าววิทยุโทรทัศน์ไทย  จัดทำโครงการประชุมวิชาการวิชาชีพสื่อสารมวลชน ระดับชาติ หัวข้อ “ปฏิรูปสื่อ  สู่การปฏิรูปสังคมไทย”  จัดระหว่างวันเสาร์ที่ ๒๒-วันอาทิตย์ที่ ๒๓ กรกฎาคม  ๒๕๕๓ ณ มหาวิทยาลัยศรีปทุม มีวัตถุประสงค์ เพื่อ ๑.เป็นเวทีนำเสนอผลงานวิจัย  ของนักวิชาการและนักวิชาชีพด้านสื่อสารมวลชนประจำปี ๒. เผยแพร่ความก้าวหน้าของความร่วมมือระหว่างนักวิชาการและนัก วิชาชีพสื่อสารมวลชนให้เป็นประโยชน์ ๓. สะท้อนมุมมองเชิงวิชาชีพและเชิงวิชาการต่อประเด็นวิกฤตการเมือง เศรษฐกิจและสังคมและ ๔. ขยายเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักวิชาการ และนักวิชาชีพ มีผู้เข้าร่วมสัมมนาประมาณ ๑๕๐  คนจากทั่วประเทศ

 

๒.๕. กลุ่มงานประกวดข่าว

๒.๕.๑ การประกวดรางวัลอิศรา อมันตกุล ประเภทข่าวและภาพข่าวยอดเยี่ยม ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๓ สมาคมฯ ได้รับมอบหมายจากมูลนิธิอิศรา อมันตกุล ให้ดำเนินการจัดการประกวดข่าวและภาพข่าวยอดเยี่ยม รางวัลอิศรา อมันตกุล เพื่อเป็นการรำลึกถึงนายอิศรา อมันตกุล นายกสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทยคนแรกและนักหนังสือพิมพ์ผู้ปฏิบัติหน้าที่ภาย ใต้กรอบจริยธรรม โดยดำเนินการจัดการประกวดมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๕ สำหรับในปี ๒๕๕๓ มีผลงานงานข่าวส่งเข้าประกวดรางวัลอิศรา อมันตกุล ประเภทข่าวยอดเยี่ยมจำนวน ๑๙ ข่าว จากหนังสือพิมพ์ ๘  ฉบับ และส่งผลงานภาพข่าวเข้าประกวดรางวัลอิศรา อมันตกุล ประเภทภาพข่าวยอดเยี่ยมจำนวน ๑๑๔ ภาพ จากหนังสือพิมพ์ ๙ ฉบับ

๒.๕.๓ การประกวดรางวัลข่าวอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดีเด่น ประจำปี ๒๕๕๓ ของ ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมฯ ได้มอบหมายให้ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมเป็นผู้ดำเนินการจัดการประกวด ข่าวอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดีเด่น ซึ่งจัดการประกวดมาตั้งแต่ปี พ.ศ.  ๒๕๓๒ สำหรับในปี ๒๕๕๓ มีผลงานข่าวส่งเข้าประกวดจำนวน ๖ ข่าว จากหนังสือพิมพ์ ๖ ฉบับ

๒.๕.๔ การประกวดรางวัลพิราบน้อย ประจำปี ๒๕๕๓ เป็นการประกวดผลงานฝึกปฏิบัติของนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาที่มีการทำ หนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ โดยแบ่งการประกวดออกเป็น ๒ รางวัล ๔ ประเภท คือ รางวัลพิราบน้อย ประกอบด้วย  ๑.ประเภทหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ ๒. ประเภทข่าวฝึกปฏิบัติ ๓.ประเภทข่าวสิ่งแวดล้อมฝึกปฏิบัติ และรางวัลริต้า ปาติยะเสวี คือประเภทสารคดีเชิงข่าวฝึกปฏิบัติ  เริ่มจัดการประกวดตั้งแต่ปี พ.ศ.   ๒๕๓๖ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการจัดทำหนังสือพิมพ์และการทำข่าวของ นิสิตนักศึกษาวิชานิเทศศาสตร์ และวารสารศาสตร์  ในสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถาบันการศึกษา  กับสมาคมฯ    ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก บริษัท ทรู คอปอร์เรชั่น จำกัด มหาชน ในปี ๒๕๕๓

 

๒.๕.๕ กองทุนเพื่อการฝึกอบรม และรางวัลประกวดข่าว คณะอนุกรรมการฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ ได้ริเริ่มจัดตั้งกองทุนเพื่อการฝึกอบรม และรางวัลประกวดข่าวขึ้นมาเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๕๒ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพ และเตรียมความพร้อมแก่นักศึกษาด้านวารศาสตร์และนิเทศศาสตร์ จากสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศ ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ ประจำปี  และจัดสรรเป็นเงินรางวัลในการประกวดข่าวประเภทต่างๆ  ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการกำหนดระเบียบของกองทุนและจัดกิจกรรมระดมทุน

 

๓. คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ ประกอบด้วยที่ปรึกษา ๖ คนและอนุกรรมการ ๑๕ คน

๑. นายกวี จงกิจถาวร                              อดีตนายก สมาคมฯ                                                        ที่ปรึกษา

๒. นายภัทระ คำพิทักษ์                           อดีตนายก สมาคมฯ                                                        ที่ปรึกษา

๓. นางสาวกุลชาดา ชัยพิพัฒน์                 เครือข่ายส่งเสริมสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในเอเชียอาคเนย์     ที่ปรึกษา

๔. นายวันชัย วงศ์มีชัย                             อดีตอุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ    ที่ปรึกษา

๕ .นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี                   อุปนายกฝ่ายต่างประเทศ สมาคมฯ                                   ที่ปรึกษา

๖. นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์                       อดีต เลขาธิการ สมาคมฯ                                                 ที่ปรึกษา

๗. นายเสด็จ บุนนาค                              อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ          ประธาน

๘. นายวีระศักดิ์ พงศ์อักษร                      เลขาธิการ สมาคมฯ                                               อนุกรรมการ

๙. นายเสถียร วิริยะพรรณพงศา                หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น                                        อนุกรรมการ

๑๐. นายชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม                                    หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์                                       อนุกรรมการ

๑๑ . นางสาวภูมิจิต ศิระวงศ์ประเสริฐ                                                                               อนุกรรมการ

๑๒. ผู้แทนสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย                                                                  อนุกรรมการ

๑๓. ผู้แทนสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย                                                                                     อนุกรรมการ

๑๔. ผู้แทนชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ                                                   อนุกรรมการ

๑๕. นายสัญญา เอียดจงดี                      สภาทนายความ                                                  อนุกรรมการ

๑๖. นายปราเมศร์ เหล็กเพชร์                   อดีตรองเลขาธิการฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ                อนุกรรมการ

๑๗. นายวัสยศ งามขำ  อดีตเลขาธิการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ                อนุกรรมการ

๑๘. นายจีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง อดีตกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ    อนุกรรมการ

๑๙. นายเขมชาติ ชวนะธิต                       หนังสือพิมพ์เอเอสทีวีผู้จัดการ                              อนุกรรมการ

๒๐. นางสาวอมรรัตน์ มหิทธิรุกข์               รองเลขาธิการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ  สมาคมฯ

เลขานุการคณะอนุกรรมการ

๒๑ . นายมานพ ทิพย์โอสถ                      กรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ

ผู้ช่วยเลขานุการคณะอนุกรรมการ

ในปี พ.ศ. ๒๕๕๓  คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ แบ่งงานออกเป็น ๖  กลุ่มงาน คือ

๓.๑ งานรณรงค์เพื่อสิทธิเสรีภาพสื่อ

๓.๑.๑. โครงการฉลองวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก (World Press Freedom Day – 3 MAY) เป็นโครงการต่อเนื่องที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกวันที่ ๓ พฤษภาคม เนื่องจากเป็นวันที่องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก้ ได้เสนอให้สมัชชาใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติประกาศให้วันที่ ๓ พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก เพื่อย้ำเจตนารมณ์และหลักการที่เป็นพื้นฐานของเสรีภาพสื่อมวลชนทั่วโลก ซึ่งก็คือเสรีภาพในการแสดงออก  ตั้งแต่เมื่อปีพ.ศ. ๒๕๔๓  สมาคมฯ ก็ได้ร่วมกับสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เครือข่ายส่งเสริมสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในเอเชียอาคเนย์ และองค์การยูเนสโก้ จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในโอกาสดังกล่าวมาโดย ตลอด

ในปี ๒๕๕๓ สมาคมฯ ได้จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก ในวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๓กิจกรรมประกอบด้วย การประกวดบทความในหัวข้อ “สื่อเสรีจะร่วมสร้างสันติภาพได้อย่างไร”, การรวบรวมความเห็นบุคคลสำคัญ ต่อการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนไทย, การเสวนาในหัวข้อเรื่อง “สื่อเสรีจะร่วมสร้างสันติภาพได้อย่างไร “ โดยผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล  นายสุนัย ผาสุก ดร.พนา ทองมีอาคม ดร.เอกพันธ์ ปิณฑวนิช ดำเนินรายการโดยนายวีระศักด์  พงศ์อักษร เลขาธิการ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ, การออกแถลงการณ์เนื่องในวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก  เพื่อแสดงถึงท่าที่และจุดยืนของสื่อมวลชนไทย  การแถลงผลสำรวจความคิดเห็นจากสวนดุสิตโพลล์ เกี่ยวกับการทำหน้าที่ของสื่อกับการคาดหวังจากสังคมในสถานการณ์ปัจจุบัน และกิจกรรมรณรงค์เพื่อเปิดรับรับฟังเสียงสะท้อนมุมมองความคิดเห็นเกี่ยวกับสื่อ ภายใต้แนวคิดที่ว่า  “ คิดถึงสื่อ.... คิดถึงอะไร....”  ณ  หน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว

โดยในปีนี้มีทั้งศิลปิน ดารา และผู้ประกาศข่าวจากสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ เข้าร่วมรณรงค์ อาทิ จากค่ายอาร์เอส นำโดยอี๊ด ลูลู่ และลาล่า แห่งวงโปงลางสะออน, นางสาวกอบกุลยา จึงประเสริฐ รองนางสาวไทย อันดับ ๑  ปี ๒๕๕๒, นางสาวรรวิตา จันทร์หุ่น รองนางสาวไทยอันดับ ๒ ปี ๒๕๕๓ , มิสทีนไทยแลนด์ปี ๒๕๕๓ นำโดย  นางสาวเซฟฟานี่ อาวะนิค (แคท)  และรองอันดับ ๑ นางสาวมิเชล เบอร์เมนน์ (มีเชล)  รองอันดับ ๒ นางสาววุฒินี ทองแก้ว (โค้ช) , นางสาวคริสติน่า ฮูนและนางสาวปรียากานต์ ใจกันทะ (ยิหวา), นายกิตติ สิงหาปัด จากรายการข่าวสามมิติ ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง ๓ , นายอนุชา  นวสำเภาเงิน  ,นางสาวอารมณ์  สมวงศ์ และนางสาวนิภาพร เนียมนาค จากสำนักข่าวไอเอ็นเอ็น ,ผู้ประกาศข่าวจากรายการเช้านี้ที่หมอชิต  สถานีโทรทัศน์ช่อง 7 นำโดยนางศศิวรรณ เลิศวิริยะประภา,นายจำเริญ รัตนตั้งตระกูล ,นางสาวทิชา  สุทธิธรรม และนางสาววันดี วรรณเมธางกูร    และ ทีมผู้ประกาศข่าวจากทีวีไทย นำโดย นายลานบุญ วุฒฑกุล  และนางสาวพิมพิมล ปัญญานะ จากช่วงข่าวเที่ยง  นายอัครพล ทองธราดล จากทีวีไทยสุดสัปดาห์  นางสาวกมลวรรณ  ตรีพงศ์ ข่าวในพระราชสำนัก   และนางสาวสิริมา  ทรงกลิ่น ข่าวดึกทีวีไทย และนักหนังสือพิมพ์อาวุโส อาทิ นายสมชาย กรุสวนสมบัติ,นายมานิจ สุขจิตร เป็นต้น

โดยผู้สนับสนุนงานวัน เสรีภาพสื่อมวลชนโลก ประกอบด้วย ๑. ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน), ๒. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน), ๓. บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด, ๔. บริษัท บัตรกรุง ไทย จำกัด (มหาชน), ๕.บริษัทเจริญโภคภั ณฑ์ อาหาร จำกัด (CPF), ๖.บริษัท ซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) และ ๗. กลุ่มสยามบรรจุภัณฑ์

๓.๒ งานส่งเสริมทักษะวิชาชีพข่าว คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิและเสรีภาพสื่อ สมาคมฯ ได้พิจารณาเห็นว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา  ประเทศไทยต้องเผชิญกับภาวะวิกฤติของความขัดแย้งทางการเมืองที่ลุกลามบานปลายจนกลายเป็นความขัดแย้งของผู้คนในสังคมไทย   จนนำไปสู่การใช้อาวุธสงครามชนิดต่างๆ เป็นเครื่องมือในการทำร้ายฝ่ายที่เห็นไม่ตรงกัน ไม่เว้นแม้แต่สื่อมวลชนที่ต้องทำหน้าที่ในการรายงานความเป็นไปของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องเผชิญภาวะถูกคุกคามและตกเป้าหมายในการทำล้างอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน     กล่าวได้ว่ามีความจำเป็นที่จะให้สื่อมวลชนต้องเรียนรู้เพื่อนำไปสู่การป้องกันตัวเองและรู้วิธีการเตรียมความพร้อมเบื้องต้นก่อนลงพื้นที่ทำงานข่าว จึงได้จัดการอบรมเพื่อพัฒนาทักษะขึ้น ๒ หลักสูตร

๓.๒.๑  การอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “อาวุธศึกษา” สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  และสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย โดยความร่วมมือกับกรมสรรพาวุธทหารบก  จัดการอบรมหลักสูตร “อาวุธศึกษา” ขึ้นเพื่อ เตรียมพร้อมการทำข่าวในสถานการณ์ความรุนแรงให้ผู้สื่อข่าวและช่างภาพจากสื่อหนังสือพิมพ์  สถานีโทรทัศน์และวิทยุ  ได้เรียนรู้เรื่องอาวุธสงครามและระเบิด การป้องกัน  โดยเป็นการสร้างองค์ความรู้พื้นฐานให้แก่สื่อมวลชนความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับอาวุธทุกชนิด  ตลอดจนประสิทธิภาพในการทำลายล้าง  รวมไปถึงการจุดระเบิดชนิดต่างๆ รวมทั้งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและเรียนรู้วิธีการป้องกันตัวจากอาวุธและระเบิดชนิดต่างๆ จัดระหว่างวันศุกร์ที่ ๒๗ - วันอาทิตย์ที่ ๒๙  สิงหาคม ๒๕๕๓ ณ แผนก ๕  กองคลังแสง  กรมสรรพาวุธทหารบก  อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา มีสื่อมวลชนสนใจเข้าร่วม ๕๐ คน

 

๓.๒.๒ การอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “การรายงานข่าวในสถานการณ์ความรุนแรง (Safety Training for Thai Journalists)” สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  ร่วมกับ INSI-International News Safety Institue  จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ การรายงานข่าวในสถานการณ์ความรุนแรง (Safety Training)”  ขึ้นเพื่อให้ผู้สื่อข่าวและช่างภาพจากสื่อหนังสือพิมพ์  สถานีโทรทัศน์และวิทยุ  ได้เรียนรู้เรื่องการทำข่าวอย่างปลอดภัยในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยง โดยเนื้อหาการอบรมประกอบด้วย ๑. แลกเปลี่ยนประสบการณ์ทำข่าวในสถานการณ์ขัดแย้ง ๒. การประเมินความเสี่ยง-การตัดสินใจส่งนักข่าวลงพื้นที่ ๓. การทำข่าวท่ามกลางการจลาจลและความรุนแรง ๔. การช่วยเหลือพยาบาล ๕. เรียนรู้เรื่องอาวุธชนิดต่างๆ ๖. สถานการณ์การวางเพลิง  ๗. การปฏิบัติตัวเมื่อถูกตั้งด่านตรวจ ๘. การเอาตัวรอดเมื่อถูกจับตัวโดยผู้ก่อการร้าย ๙. การปฏิบัติตัวในภาวะกดดันจากความรุนแรง  จัดขึ้นระหว่างวันศุกร์ที่ ๑๗ - วันอาทิตย์ที่ ๑๙  ธันวาคม ๒๕๕๓ ณ ฮิลล์ไซด์รีสอร์ท คันทรีโฮม กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท จังหวัดปราจีนบุรี มีผู้เข้าร่วม ๒๕ คน

 

๓.๓ งานติดตามสถานการณ์ด้านสิทธิเสรีภาพและสถานการณ์สื่อ

๓.๓.๑  การจัดรายงานสถานการณ์สื่อไทยและภาษาอังกฤษ (2010 Thai Media Updates) สมาคมฯได้จัดทำรายงานสถานการณ์สื่อรายเดือนเผยแพร่ผ่านเวบไซต์www.tja.or.th โดยเป็นการจัดทำทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

 

๓.๓.๒ การจัดทำสถานการณ์สื่อประจำปี สมาคมฯ ได้จัดทำรายงานสถานการณ์สื่อประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๓ เผยแพร่ในวันสิ้นปี เพื่อสรุปเหตุการณ์หลักที่เกิดขึ้นในแวดวงสื่อมวลชน  โดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  ได้สรุปว่า ปี ๒๕๕๓ เป็น “ปีแห่งความยากลำบากในการทำหน้าที่สื่อ”

 

๓.๔ งานกองทุนสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้จัดตั้งกองทุนสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ ขึ้นเพื่อทำให้การทำงานด้านการรณรงค์สิทธิเสรีภาพสื่อ สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความยั่งยืนมากขึ้น โดยเบื้องต้นได้รับงบประมาณสนับสนุนจากการประมูลภาพวาดสีน้ำของอาจารย์ธีร ยุทธ บุญมี ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๒ จำนวน ๑,๗๒๒,๐๐๐ บาท โดยกองทุนมีวัตถุประสงค์หลัก ๔ ข้อ คือ ๑. ติดตามเฝ้าระวังสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนและประชาชน๒. ส่งเสริมและปกป้องสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน ๓. ผลักดันนโยบายและกฎหมายเพื่อการปฏิรูปสื่อ และ ๔. ส่งเสริมเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่ทำงานด้านสิทธิเสรีภาพทั้ง ในและนอกประเทศ

๓.๕  หนังสือภาพข่าว “หมายเหตุ ประเทศไทย COUNTRY IN CRISIS VIOLENCE THROUGH THE LENS” สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับชมรมช่างภาพการเมืองและ สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย  ได้จัดทำโครงการหนังสือภาพข่าว “หมายเหตุ ประเทศไทย COUNTRY IN CRISIS VIOLENCE THROUGH THE LENS”  ขึ้นโดยรวบรวมภาพเหตุการณ์ความรุนแรงระหว่างการชุมนุมของกลุ่ม แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ระหว่างเดือนมีนาคมถึงวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓  ด้วยความร่วมมือของช่างภาพเกือบ ๑๐๐  ชีวิตจากทุกสำนักพิมพ์  โดยการเลือกภาพข่าวกว่า ๑๐,๐๐๐ ภาพ เหลือ ๔๒๐  ภาพ มาจัดพิมพ์บันทึกเป็นหนังสือภาพ เพื่อเป็นพยานทางประวัติศาสตร์ของความรุนแรงที่เกิดจากความขัดแย้งทางการเมืองไทย

 

๓.๖ เฝ้าระวังการคุกคามสื่อ

๓.๖.๑ ปลอกแขนสื่อมวลชน จากวิกฤตความขัดแย้งทางการเมืองในสังคมไทย ที่มีความรุนแรงมากขึ้นจนนำไปสู่การใช้อาวุธทำร้ายฝ่ายตรงข้าม ทำให้สื่อมวลชนภาคสนามที่ต้องเข้าร่วมทำข่าวการชุมนุมต่างๆ ตกอยู่ในภาวะที่มีความเสี่ยงต่อการได้รับการบาดเจ็บ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จึงได้มีความเห็นว่าเพื่อที่จะให้นักข่าวได้ทำหน้าที่อย่างสะดวก และเพื่อเป็นการแสดงตนในการทำหน้าที่สื่อมวลชนอย่างชัดเจน จึงได้จัดทำปลอกแขนสื่อมวลชนสีเขียวขึ้น โดยได้ประสานงานกับนายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ  แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) เพื่อแจ้งต่อไปยังการ์ดและผู้ชุมนุม นปช. และได้ประสานงานกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อแจ้งต่อไปยังหน่วยงานความมั่นคงและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานดูแลการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ให้รับทราบตรงกันว่าในการทำข่าวการชุมนุมครั้งนี้ สื่อมวลชนทุกแขนงที่เข้าร่วมทำข่าวจะสวมปลอกแขนสีเขียวที่มีตราสัญญลักษณ์ของสมาคมฯ  (๑๒ มีนาคม ๒๕๕๓)

๓.๖.๒ ส่งจดหมายแสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของนายฮิโรยูกิ มูราโมโต ช่างภาพข่าวโทรทัศน์ชาวญี่ปุ่น ของสำนักข่าวรอยเตอร์ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  ได้ส่งจดหมายแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการเสียชีวิตของนายฮิโรยูกิ มูราโมโต ช่างภาพข่าวโทรทัศน์ชาวญี่ปุ่น ของสำนักข่าวรอยเตอร์จากเหตุการณ์การปะทะกันระหว่างทหารและกลุ่มผู้ชุมนุม เมื่อ ๑๐  เมษายน ๒๕๕๓  ไปยังสำนักข่าวรอยเตอร์และครอบครัวของนายมูราโมโต พร้อมยืนยันว่า ทางสมาคมฯ จะช่วยติดตามตรวจสอบให้การสอบสวนถึงสาเหตุการเสียชีวิตของนายมูราโมโต เป็นไปอย่างยุติธรรมและโปร่งใสอีกด้วย  (๑๑ เมษายน ๒๕๕๓)

๓.๖.๓ เยี่ยมให้กำลังใจนักข่าวที่ได้รับบาดเจ็บจากการทำข่าวการชุมนุม นปช. นายประสงค์  เลิศรัตนวิสุทธิ์ นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และนายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี อุปนายกฝ่ายต่างประเทศ สมาคมฯ ได้ไปเยี่ยมและให้กำลังใจนักข่าวที่ได้รับบาดเจ็บ จากการทำข่าวเหตุการณ์ การชุมนุมของกลุ่ม นปช. (กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ)  อาทิ นายเนลสัน แรนด์  ช่างภาพผู้สื่อข่าว France ๒๔ ชาวแคนาดา ณ โรงพยาบาลบางกอกเนิร์สซิงโฮม, นายชัยวัฒ น์ พุ่มพวง ช่างภาพเครือเดอะเนชั่น ชาวไทย ณ โรงพยาบาลพญาไท ๑, นายแอนดรู ว์ บันคอมบ์ นักข่าวหนังสือพิมพ์ The Independent ชาวอังกฤษ ณ โรงพยาบาลรามาธิบดี และ นายแชนด์เลอร์  แวนเดอร์กริฟต์  นักเขียนและช่างภาพ อิสระชาวแคนาดา ณ โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน  (๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๓)

๓.๖. ๔ มอบกระเช้าดอกไม้เพื่อให้กำลังใจแก่เพื่อร่วมอาชีพสื่อมวลชนที่ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง ๓ และหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์จากเหตุการณ์ถูกกลุ่มผู้ประท้วงบุกเผา สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทยและสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ มอบกระเช้าดอกไม้เพื่อให้กำลังใจแก่เพื่อนร่วมอาชีพสื่อมวลชนที่ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง และกองบรรราธิการหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ (๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓)

๓.๖.๕ งานเติมกำลังใจ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และนักข่าวภาคสนามที่เข้าร่วมทำข่าวการชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จัดงาน “เติมกำลังใจ” ขึ้นเพื่อเป็นการพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำข่าวสถานการณ์การชุมนุมทางการเมือง รวมทั้งการเปิดโอกาสให้นักข่าวภาคสนามได้ร่วมกันสะท้อนปัญหาในการทำข่าวซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาเป็นบทเรียนการทำข่าวในสถานการณ์ความขัดแย้งต่อไป  และเพื่อเป็นการผ่อนคลายหลังการทำหน้าที่รายงานข่าวอย่างต่อเนื่องยาวนาน ในวันศุกร์ที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๓ ณ  ห้อง Grand Panorama ชั้น ๑๔ โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ ถนนรัชดาภิเษก กิจกรรมในงานประกอบด้วย นิทรรศการ “ชีวิต...กลางสมรภูมิ”, การมอบของที่ระลึกขอบคุณผู้มีอุปการคุณสนับสนุนสถานที่รายงานข่าวให้กับนักข่าวในช่วงสถานการณ์ชุมนุมทางการเมือง อาทิ           ๑. บริษัท ดีซี คอนซัลแทนส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง คอมมูนิเคชั่นส์ ๒. โรงแรมดุสิตธานี  ๓. โรงพยาบาลพญาไท๑  ๔. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ๕. โรงพยาบาลจุฬาฯ, การฟังเสียงสะท้อน  “นาทีชีวิต เมื่อสื่อถูกคุกคาม” จากนายไชยวัฒน์ พุ่มพวง ช่างภาพหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่นที่ถูกยิงระหว่างการปฏิบัติหน้าที่, การบอกเล่าประสบการณ์จริง จากนักข่าวภาคสนาม และ การอ่านคำประกาศเสียงสะท้อนจากนักข่าวภาคสนาม ๙ ข้อ

๓.๖.๖ เร่งรัดคดีการเสียชีวิตของผู้สื่อข่าวต่างชาติระหว่างการทำข่าวการชุมนุมของกลุ่ม นปช. สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้ยื่นหนังสือผ่านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ไปถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในการขอให้รัฐบาลเร่งรัดติดตามตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตด้วยความยุติธรรม โปร่งใสต่อกรณีของนายฮิโรยูริ มูราโมโตะ ช่างภาพชาวญี่ปุ่นของสำนักข่าวรอยเตอร์และนายฟาบิโอ โพเลนกี ช่างภาพชาวอิตาเลียน ที่ถูกยิงเสียชีวิตในระหว่างการเข้าไปทำข่าวการชุมนุมของกลุ่มนปช. (๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๓)

๓.๖.๗ ยื่นหนังสือกรณีสื่อมวลชนถูกคุกคามจากการตรวจสอบการบุกรุก ที่ราชพัสดุ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือกรณีสื่อมวลชนถูกคุกคามจากการตรวจสอบการบุกรุก ที่ราชพัสดุ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี  ซึ่งจากการติดตามตรวจสอบของสื่อมวลชน กลับส่งผลให้ สื่อมวลชนในพื้นที่ ๒  องค์กร คือจากสถานีโทรทัศน์ทีวีไทย และหนังสือพิมพ์อีกฉบับหนึ่งถูกข่มขู่คุกคาม (๑ ตุลาคม ๒๕๕๓)

 

๔ . คณะอนุกรรมการฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ ประกอบด้วยที่ปรึกษา ๒ คนและอนุกรรมการ ๑๒ คน

๑. นายดำฤทธิ์ วิริยะกุล                           หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ                                                         ที่ปรึกษา

๒. นายวัสยศ  งามขำ                              อดีตเลขาธิการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ  สมาคมฯที่ปรึกษา

๓. นายธนดล มีถม                                 อุปนายกฝ่ายกิจกรรมพิเศษ สมาคมฯ                                 ประธาน

๔. นายสมศักดิ์ ศรีกำเหนิด                      กรรมการฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ สมาคมฯ                  อนุกรรมการ

๕. นางสาวอัชณา จิณณวาโส                   นายทะเบียน สมาคมฯ                                         อนุกรรมการ

๖. นางสาวอมรรัตน์ มหิทธิรุกข์                 รองเลขาธิการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯอนุกรรมการ

๗. นายมนตรี  จุ้ยม่วงศรี                          อดีตกรรมการฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ สมาคมฯ            อนุกรรมการ

๘. นายจีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง                อดีตกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯอนุกรรมการ

๙. นายมานพ ทิพย์โอสถ                          กรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯอนุกรรมการ

๑๐. นางสาวอุทุมพร เสนีวงศ์ ณ อยุธยา    กรรมการฝ่ายสวัสดิการ สมาคมฯ                          อนุกรรมการ

๑๑. นางสาวชุติมา นุ่นมัน                       หนังสือพิมพ์มติชน                                              อนุกรรมการ

๑๒. นายธเนศ นุ่นมัน                              หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์                                       อนุกรรมการ

๑๓. นายธนก บังผล                               หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์                                       อนุกรรมการ

๑๔. นางสาวเรวดี  พงศ์ไชยยง                  รองเลขาธิการฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ สมาคมฯ

เลขานุการคณะอนุกรรมการ

ในปี พ.ศ. ๒๕๕๓  คณะอนุกรรมการฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ สมาคมฯ แบ่งงานออกเป็น ๒ กลุ่มงาน คือ

๔.๑ งานด้านสมาชิกสัมพันธ์

๔.๑.๑  พิราบ fit & firm รุ่น ๒ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับเครือข่ายคนไทยไร้พุง จัดทำโครงการดูแลห่วงใย ใส่ใจสุขภาพ เพื่อสุขภาวะสื่อมวลชน  พิราบ Fit & Firm รุ่น ๒ ขึ้นระหว่างวันเสาร์ที่ ๖ – วันอาทิตย์ที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หิ่งห้อยชาเล่ท์  อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี  โดยกิจกรรมในโครงการเน้นการดูแลสุขภาพทั้งกายและใจ และเน้นการสานความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักข่าว ๓ รุ่น เพื่อให้นักข่าวมีประสบการณ์ตรงในการบริโภคอาหารที่ถูกหลักโภชนาการและมีทักษะในการบริหารร่างกาย รวมทั้งมีโอกาสในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกันและระหว่างรุ่นพี่และรุ่นน้อง จะนำมาซึ่งนักข่าวที่มีสุขภาวะที่ดี อันจะส่งผลต่อการรายงานข่าวและการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนักข่าวก็จะพัฒนาตามไปด้วย  สนับสนุนงบประมาณโดย  บริษัท ซาโนฟี่-อเวนตีส (ประเทศไทย) จำกัด

กิจกรรมในโครงการจะประกอบด้วยการควบคุมเมนูอาหารระหว่างการอบรม, การฝึกปฏิบัติการทางด้านร่างกาย ทั้งการออกกำลังกายแบบโยคะและการยืดกล้ามเนื้อ, การฝึกไทเก๊ก, รับฟังการบรรยายเรื่องการรับประทานอาหารอย่างถูกหลักโภชนาการ,ฟังการบรรยายเรื่องโรคที่เกิดจากการทำงาน การตรวจวัดดัชนีมวลกาย, การร่วมทำกิจกรรมแข่งขันการปรุงอาหาร และการเที่ยวชมสวนสัตว์เปิดเขาเขียว

๔.๑.๒ ปั้นนักข่าวเป็นนักเขียนรุ่น ๔ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสถาบันอิศรา และสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการปั้นนักข่าวเป็นนักเขียนรุ่น ๔ ขึ้นระหว่างวันเสาร์ที่ ๙ – วันอาทิตย์ที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๓ ณ บ้านอัมพวารีสอร์ท แอนด์ สปา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีในหมู่นักข่าว และการสร้างองค์ความรู้ใหม่ให้กับนักข่าวในการนำไปพัฒนาการเขียนข่าวและการ เขียนในรูปแบบอื่นๆ การอบรมเน้นการฝึกปฏิบัติจริงในการเขียนเรื่องสั้น โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิด้านงานวรรณกรรม อาทิ นายเรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์  นักเขียน-นักหนังสือพิมพ์,  นางชมัยภร แสงกระจ่าง   นายกสมาคมนักเขียนฯ, นางสาวรุ่งมณี เมฆโสภณ สื่อมวลชนอิสระ, นายประชาคม ลุนาชัย นักเขียนรางวัลเซเว่นบุ๊คอะวอร์ด ,นายเรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์ กวีซีไรท์ และนายวัชระ สัจจะสารนักเขียนรางวัลซีไรต์  และนายอุทิศ เหมะมูล นักเขียนรางวัลซีไรต์ , มีนักข่าวเข้าร่วมการอบรมจำนวน  ๓๕  คน

๔.๑.๔ อบรมหลักสูตรการพัฒนาบุคลิกภาพและอาชีพเสริม ฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้จัดการอบรมเพื่อการพัฒนาบุคลิกภาพและอาชีพเสริม  ขึ้น ๒ หลักสูตร คือ ร่วมกับบริษัท รีเทลลิงค์ (ไทยแลนด์) จำกัด จัดอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรกาแฟมืออาชีพ สำหรับสื่อมวลชน รุ่นที่ ๑  เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๕๓ ณ บริษัท รีเทลลิงค์ (ไทยแลนด์) จำกัด วิภาวดี ๖๒   โดยวัตถุประสงค์เพื่อสร้างอาชีพเสริมให้กับนักข่าวและครอบครัว มีผู้เข้าร่วมอบรม ๔๐ คน และจัดอบรมหลักสูตร Skin Care & Make Up ขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๓ โดยความร่วมมือกับเครื่องสำอาง H2O และ Lara Mecier เพื่อพัฒนาบุคลิกภาพของนักข่าว ณ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย มีผู้เข้าร่วมอบรม ๓๐ คน

๔.๑.๕ กระจิบกระจาบพิราบน้อยรุ่น ๕ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้จัดทำโครงการค่ายกระจิบกระจาบพิราบน้อย รุ่น ๕  เพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างบุตรหลานสมาชิกสื่อมวลชน ด้วยกิจกรรมที่สร้างสรรค์ ซึ่งเป็นความริเริ่มร่วมกันระหว่างสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ กับบริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณการอบรมมาโดยตลอด ในปี ๒๕๕๓ จัดเมื่อวันเสาร์ที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๓ กิจกรรมประกอบด้วย “Sweet For Fun” สนุกกับการเรียนรู้แต่งหน้าคัพเค้ก,     ชมภาพยนตร์การ์ตูนโดเรมอน,นั่งรถรางทัวร์รอบเกาะรัตนโกสินทร์ และเที่ยวชมสวนสัตว์เขาดิน มีบุตร-ธิดาสมาชิกเข้าร่วม ๓๐ คน

 

๔.๒ แผนงานด้านสวัสดิการสมาชิก

๔.๒.๑ การจัดพิธีมอบทุนการศึกษาบุตร-ธิดานักข่าว สมาคมฯ มอบทุนการศึกษาบุตร-ธิดานักข่าวเมื่อวันเสาร์ที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓  ได้แบ่งให้ทุนการศึกษาออกเป็น ๒ ประเภท  คือ ๑. ทุนส่งเสริมการศึกษา เป็นการให้ทุนแบบรายปี โดยใช้งบประมาณจากกองทุนการศึกษาเพื่อบุตร-ธิดา สมาชิกสมาคมฯ มีผู้ได้รับการอนุมัติทุนการศึกษาจำนวน ๑๕๑ ทุน ทุนละ ๔,๐๐๐ บาท เป็น เงิน ๖๔๐,๐๐๐ บาท และ ๒. ทุนต่อเนื่อง ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิซิเมนต์ไทย เป็นปีที่ ๓ โดยในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ได้รับการสนับสนุนเพิ่มอีก ๑๐ ทุน

ในพิธีมอบทุนการศึกษา ได้มีการจัดกิจกรรม “กิจกรรมฐานฝึกทักษะ   ๔ ฐาน  ( ลูกโป่งประดิษฐ์แปลงร่าง , ประดิษฐ์สายหนัง,  หินสีนำโชคและ  ผ้าขนหนูแปลงร่างวาดเส้น)  โดยได้รับการสนุนอาหารจาก บริษัท ยัม เรสเตอรองส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด    ได้รับความสนใจจากบุตร-ธิดา สมาชิก เข้าร่วมประมาณ  ๑๐๐ คน

๔.๒.๒ คัดเลือกนักข่าวเข้ารับทุนการศึกษาระดับมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีปทุม ใน ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ สมาคมฯ ได้รับการสนับสนุนทุนการศึกษาระดับมหาบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยศรีปทุมจำนวน ๒ ทุน โดยได้คัดเลือกนายสุเมธ สมคะเน   ผู้สื่อข่าว หนังสือพิมพ์ไทยรัฐและคณะทำงานจุลสารราชดำเนิน สมาคมฯ และนาย นายจิรยุทธ ปรีชัย  นักข่าวสังกัดมีเดียสตูดิโอและคณะทำงานสมาชิกสัมพันธ์ สมาคมฯ เข้าศึกษาต่อในหลักสูตรนิเทศศาสตร์มหาบัณฑิต  โดยเกณฑ์การคัดเลือกผู้สื่อข่าวเข้ารับทุนการศึกษา นั้นต้องเป็นผู้ที่ทำประโยชน์ให้กับสมาคมฯ มีความสนใจและรับผิดชอบในการศึกษาต่อ (ในปี พ.ศ. ๒๕๕๑ สมาคมฯ ได้ส่งนายธีรเดช เอี่ยมสำราญ บรรณาธิการเวบไซต์หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจและอดีตเลขาธิการ สมาคมฯ เข้าศึกษาในหลักสูตรนิติศาสตร์มหาบัณฑิต, ปี พ.ศ. ๒๕๕๒ สมาคมฯได้ส่งนายเสถียร วิริยะพรรณพงศา เข้าศึกษาในหลักสูตรนิเทศศาสตร์มหาบัณฑิต)

๔.๒.๓ การมอบสินไหมมรณกรรมและการร่วมเป็นเจ้าภาพงานสวดพระอภิธรรมศพ สมาคมฯได้จัดทำประกันชีวิตกลุ่มให้กับสมาชิกที่ชำระเงินค่าบำรุงประจำปีกับ บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต โดยในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ สมาคมฯ ได้ส่งมอบสินไหมมรณกรรมให้กับทายาทของสมาชิกที่เสียชีวิตจำนวน ๓ รายคือ ๑. ทายาทของนายพิเชียร  คุระทอง       (นสพ.มติชน) ๒. ทายาทของนายตั๊ก  ฐิติบรรณ(นสพ. กรุงเทพธุรกิจ) และ  ๓. ทายาทของนางนพวรรณ  กลิ่นสุคนธ์ (นสพ. มติชน)  ร่วมทั้งได้ร่วมเป็นเจ้าภาพงานสวดพระอภิธรรมศพสมาชิกอีก ๒ รายคือ

นายทองใบ ทองเปาด์ (๒๕ มกราคม ๒๕๕๔)และนายมนู จรรยงค์ (๓๐ มกราคม ๒๕๕๔)

๔.๒.๔ ชมรมผู้สื่อข่าวอาวุโส คณะกรรมการบริหาร สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้มอบหมายให้นายบุตรดา ศรีเลิศชัย กรรมการควบคุมจริยธรรม สมาคมฯ รับผิดชอบดูแลสวัสดิการสมาชิกอาวุโส โดยได้มีการเชิญบรรดานักหนังสือพิมพ์อาวุโสมาร่วมประชุมเพื่อหารือเรื่องทิศทางและแนวทางในการดูแลด้านสวัสดิการให้กับนักหนังสือพิมพ์อาวุโส มีแนวคิดเบื้องต้นในการจัดตั้งเป็นชมรมผู้สื่อข่าวอาวุโส

 

ได้มีการจัดการประชุม ๒ ครั้ง คือเมื่อวันที่  ๒๒ กันยายนและวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๓  มีนักหนังสือพิมพ์อาวุโสที่เข้าร่วม อาทิ นาย พิศาล พ้นภัย  (๘๘ ปี), นายเชลง กัทลีระพันธุ์  (๘๓๔ ปี), นายถาวร สุวรรณ (๘๔ ปี), นายวิเชียร แก้วเปล่ง (๘๒ ปี), นายไชยงค์ นุกรณ์นวรัตน์ (๗๙ ปี), นางคณิต นันทวาที (๗๙ ปี),นายสุธี มีศิลสัตย์ (๗๙ ปี), นายมานะ โอภาส (๗๘ ปี),นายขจร พราวศรี (๗๔ ปี), นายบัญฑิต รัชวัฒนะธานินทร์ (๗๓ ปี), นางผุสดี คีตวรนาฎ (๗๒ ปี), นายพงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร (๖๗ ปี), นายสุเทพ พุทธิวรกฤต (๗๒ ปี), นายสมผัส พึ่งประดิษฐ์ (๘๔ ปี)และนายปรีชา พบสุข (๘๔ ปี)

๔.๒.๕  กองทุนเพื่อเพื่อน สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้จัดตั้งกองทุนเพื่อเพื่อนขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำกิจกรรมที่เป็นสาธารณประโยชน์  โดยแบ่งความช่วยเหลือออกเป็น ๒ ประเภท คือ ๑. ให้ความช่วยเหลือสื่อมวลชนที่ประสบอุบัติเหตุหรือเสียชีวิตเนื่องมาจากการปฏิบัติ ๒. ให้ความช่วยเหลือองค์กรสาธารณประโยชน์และไม่แสวงหากำไร

 

ในปี ๒๕๕๓ ได้นำกองทุนเพื่อเพื่อนให้ความช่วยเหลือ ๒ ราย คือ ๑.นายไชยวัฒน์ พุ่มพวง ช่างภาพหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่นที่ถูกยิงบาดเจ็บระหว่างการปฏิบัติหน้าและ ๒. ผศ. สุรสิทธิ์ วิทยารัฐ อาจารย์ประจำโปรแกรมวิชานิเทศศาสตร์  มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และอนุกรรมการฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ

๕. คณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ ประกอบด้วยที่ปรึกษา ๔  คนและอนุกรรมการ ๕ คน

๑.นายกวี จงกิจถาวร                               หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น                                        ที่ปรึกษา

๒. นายเกียรติชัย พงษ์พาณิชย์                  หนังสือพิมพ์ข่าวสด                                            ที่ปรึกษา

๓. นางสาวบุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์         หนังสือพิมพ์คมชัดลึก                                         ที่ปรึกษา

๔. นางสนิทสุดา เอกชัย กองจันทึก            หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์                                  ที่ปรึกษา

๕. นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี                   อุปนายกฝ่ายต่างประเทศ                         ประธาน

๖. นายวริษฐ์ ลิ้มทองกุล                          หนังสือพิมพ์เอเอสทีวีผู้จัดการ                              อนุกรรมการ

๗. นางกุลชาดา ชัยพิพัฒน์                      เครือข่ายซีป้า                                                      อนุกรรมการ

๘. นางสาวตติกานต์ เดชพงษ์                  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ                                             อนุกรรมการ

๙. นายอนุชา เจริญโพธิ์                           หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์                      เลขานุการคณะอนุกรรมการ

 

ในปี พ.ศ. ๒๕๕๓  คณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ สมาคมฯ แบ่งงานออกเป็น ๒ กลุ่มงาน คือ

๕.๑ ความสัมพันธ์กับสื่อมวลชนระหว่างประเทศ

๕.๑.๑ โครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนจีน-ไทย สมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  ได้ส่งคณะผู้แทนไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน  ตามคำเชิญของของสมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (All China Journalists Association – ACJA)  โดยมีนายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ นายกสมาคมฯ เป็นหัวหน้าคณะพร้อมคณะผู้แทนอีก ๗ คนประกอบด้วย ๑. นางผุสดี คีตวรนาฏ อดีตนายกสมาคมฯ,๒. นางสาวนาตยา เชษฐโชติรส อดีตนายก สมาคมฯ,๓. นางสาวบุญรัตน์ อภิชาตไตรสรณ์ อดีตอุปนายกฝ่ายต่างประเทศ สมาคมฯ, ๔.นายปราเมศร์ เหล็กเพ็ชร์ อดีตรองเลขาธิการ สมาคมฯ,๕. นางสาวอัชฌนา  จิณณวาโส  กรรมการฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ สมาคมฯ ๖. นายพีรพัฒน์ ดิลกกัลยากุล หัวหน้าศูนย์ข้อมูล สมาคมฯ  และ ๗. นายบริสุทธิ์ ประสมทรัพย์ ตัวแทนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  โดยครั้งนี้เป็นการไปเยือน เมืองชิงเต่า เมืองเว่ยไห่  เมืองเยียนไถ  เมืองผงไหล มณฑลซันตง,เมืองต้าเหลียน มณฑลมณฑลเหลียวหนิง และปักกิ่ง  ระหว่างวันพฤหัสบดีที่ ๗– วันเสาร์ที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๓  โครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนจีน-ไทยนี้เป็นโครงการที่ผลัด เปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพต้อนรับคณะสื่อมวลชนจากแต่ละประเทศ เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๒ เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างสื่อมวลชนของทั้งสองประเทศอีกทั้งยัง เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

๕.๑.๒ โครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนไทย-ลาว เป็นโครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์ในลักษณะเดียวกับโครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์ไทย-จีน เริ่มต้นแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๐  โดยในปี พ.ศ. ๒๕๕๔  คณะสื่อมวลชนลาวนำโดยท่านสะหวันคอน ราชมนตรี  รองประธานสมาคมนักข่าวแห่ง สปป.ลาว (Laos Journalists Association)  และผู้อำนวยการสำนักงานหนังสือพิมพ์ภาษาต่างประเทศ เป็นหัวหน้าคณะ  มาเยือนระหว่างวันจันทร์ที่ ๒๔-วันอาทิตย์ที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๔  ได้เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี, เยี่ยมชมและแลกเปลี่ยนความเห็นกับผู้บริหารหนังสือพิมพ์เดลินิวส์, สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสและหนังสือพิมพ์เพชรภูมิ จังหวัดเพชรบุรี, การสัมมนาความร่วมมือสื่อมวลชนไทยลาวและการทัศนศึกษาที่เกาะเต่า จังหวัดชุมพร

 

ในการมาเยือนครั้งนี้ได้มีการทำบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือระหว่าง สื่อมวลชนไทย-ลาว เพื่อส่งเสริมและขยายความสัมพันธ์ร่วมมือกันระหว่างสมาคมนักข่าวแห่งสปป.ลาว กับสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยด้วย

 

๕.๑.๓  การอบรมเชิงปฏิบัติการ “การรายงานข่าวตลาดทุนสำหรับสื่อมวลชนลาว” สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสมาคมนักข่าวแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้มีข้อตกลงในการแลกเปลี่ยนช่วยเหลือกันทางวิชาการสื่อมวลชนมาเป็นเวลากว่า ๒๐ ปีแล้ว และในโอกาสที่ประเทศ สปป.ลาวมีแผนที่จะเปิดการซื้อขายหลักทรัพย์ขึ้นเป็นครั้งแรกในตลาดหลักทรัพย์ของลาวในเดือนตุลาคม ๒๕๕๓  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การรายงานข่าวตลาดทุนสำหรับสื่อมวลชนลาว” สำหรับสื่อมวลชนลาว ระหว่างวันเสาร์ที่ ๒๖ - วันอาทิตย์ที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๓ ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล  ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ,นายวิเชฐ ตันติวานิช รองผู้จัดการสายงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน  ดูแลสายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและนายวีระ ธีระภัทรานนท์ สื่อมวลชนอาวุโส ให้เกียรติเป็นวิทยากร สนับสนุนงบประมาณโดย ธนาคารธนชาต จำกัด มหาชน,  ธนาคารธนาคารกสิกรไทย  จำกัด(มหาชน) และ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

 

๕.๒ ความสัมพันธ์กับสื่อมวลชนนานาชาติ

๕.๒.๑ ต้อนรับคณะสื่อมวลชนกัมพูชา สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย โดยนาย ชวรงค์  ลิมป์ปัทมปาณี  อุปนายกฝ่ายต่างประเทศสมาคมฯ และสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย โดยนายวิสุทธิ์  คมวัชรพงษ์  นายกสมาคมฯ  ได้ให้การต้อนรับคณะสื่อมวลชนกัมพูชาซึ่งมาเยือนประเทศไทย ตามคำเชิญของกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๓ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างสื่อมวลชนของทั้ง สองประเทศ

 

คณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ สมาคมฯ ได้มีแนวคิดในการฟื้นฟูและแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างสื่อมวลชนไทยและสื่อมวลชนกัมพูชา โดยได้จัดทำโครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนไทย-กัมพูชา ขณะนี้อยู่ในระหว่างการประสานงานและวางแผนกิจกรรม

 

๕.๒.๒ ต้อนรับคณะผู้แทนจากอัฟกานิสถาน สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย โดยนายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ นายก สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และนายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี อุปนายก สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง และ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ประเทศอัฟกานิสถาน ซึ่งมาเยือนไทยตามคำเชิญของเครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี (ANFREL) พร้อมแลกเปลี่ยนประเด็น "บทบาทสื่อมวลชนกับการเลือกตั้ง” เมื่อวันพฤหัสบดีที่  ๓ กุมภาพันธ์  ๒๕๕๔

 

๕.๒.๓ เสวนาสื่อมวลชน เรื่องการเลือกตั้งทั่วไปพม่าและผลกระทบต่อประเทศไทยและอาเซียน สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับเครือข่ายสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือซีป้า จัดเสวนาสื่อมวลชน เรื่องการเลือกตั้งทั่วไปพม่าและผลกระทบต่อประเทศไทยและอาเซียน เมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๓  โดยมี ดร. หม่อง ซาร์นี นักวิจัยแลกเปลี่ยนและนักวิชาการเรื่องพม่าของสถาบันเพื่อความมั่นคงและการ ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและ คณะเศรษฐศาสตร์การเมือง มหาวิทยาลัยลอนดอน, นาย จอ ซวา โม บรรณาธิการบริหารนิตยสารอิรวะดี, นายเกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ บรรณาธิการอาวุโสของหนังสือพิมพ์ข่าวสด และนายกวี จงกิจถาวร บรรณาธิการอาวุโสของหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น เป็นวิทยากร

๖. คณะกรรมการอนุกรรมการฝ่ายเลขานุการ ประกอบด้วยที่ปรึกษา ๒ คนและกรรมการบริหาร  ๕ คน

๑. นายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์     นายก สมาคมฯ                                                                          ที่ปรึกษา

๒. นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี       อุปนายกฝ่ายบริหาร สมาคมฯ                                                       ที่ปรึกษา

๓. นายวีระศักดิ์ พงศ์อักษร          เลขาธิการ  สมาคมฯ                                                                   ประธาน

๔. นางสาวอมรรัตน์ มหิทธิรุกข์     รองเลขาธิการ  สมาคมฯ                                                              กรรมการ

๕. นางสาวเรวดี พงศ์ไชยยงค์       รองเลขาธิการ  สมาคมฯ                                                              กรรมการ

๖. นางสาว น.รินี เรืองหนู            รองเลขาธิการ  สมาคมฯ                                                              กรรมการ

๗. นางสาวนภาพร พานิชชาติ      เหรัญญิก สมาคมฯ                                                                     กรรมการ

 

ในปี ๒๕๕๓ คณะอนุกรรมการฝ่ายเลขานุการ สมาคมฯ  ได้จัดกิจกรรมกิจกรรมการประสานความร่วมมือกับองค์กรภายนอก ดังนี้

๖.๑  เครือข่ายหยุดทำร้ายประเทศไทย เป็นโครงการต่อเนื่องที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้ร่วมมือกับองค์กรพันธมิตร ๒๑ องค์กรในการทำกิจกรรมรณรงค์หยุดทำร้ายประเทศไทย โดยในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ได้จัดกิจกรรมเดินรณรงค์บริเวณหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ตรงข้ามห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง (๑๑ มีนาคม ๒๕๕๓)และกิจกรรมบริจาคน้ำดื่มบรรจุขวดให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม นปช.,ทหารและตำรวจ (๑๖ มีนาคม ๒๕๕๓)

๖.๒  คณะกรรมการพัฒนาส่งเสริมสิทธิเสรีภาพและความรับผิดชอบสื่อมวลชน(คพส.) สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย จัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาส่งเสริมสิทธิเสรีภาพและความรับผิดชอบสื่อมวลชน(คพส.) ขึ้นเพื่อจัดทำแผนงานการปฏิรูปสื่อมวลชนภาครัฐ และการพัฒนาสื่อมวลชนของเอกชน  โดยการแบ่งการทำงานออกเป็น ๕ คณะทำงานประกอบด้วย ๑. คณะทำงานพัฒนากลไกควบคุมกันเองทางวิชาชีพ

๒. คณะทำงานพัฒนาบุคลากรในวิชาชีพ    ๓. คณะทำงานปรับปรุงกฎหมายด้านสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน ๔. คณะทำงานปรับปรุงกฎหมายด้านวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ และ ๕. คณะทำงานพัฒนากลไกการเฝ้าระวังการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน

๖.๓ ส่งมอบประเทศไทยให้ลูก หลาน กับ อดัม คาเฮน สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยร่วมกับสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สถานีโทรทัศน์ทีวีไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (ฝ่ายวิชาการ) สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ กระทรวงอุตสาหกรรม สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิดอกไม้และนกกระดาษเพื่อสันติภาพ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และไทยประกันชีวิต  จัดเสวนาเรื่อง “การขับเคลื่อนการส่งมอบประเทศไทยให้ลูก หลาน กับ อดัม คาเฮน” (๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๓)

๖.๔ สัมมนา กลไกการกำกับดูแลและควบคุมกันเองของสื่อมวลชนไทย เปรียบเทียบกับมาตรฐานนานาชาติ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทยร่วมกับมูลนิธิฟรีดริค  เอแบร์ท  จัดงานสัมมนา กลไกการกำกับดูแลและควบคุมกันเองของสื่อมวลชนไทย เปรียบเทียบกับมาตรฐานนานาชาติ  วัตถุประสงค์เพื่อให้มีเวทีในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่อง ประสบการณ์ที่แตกต่างในประเทศเยอรมนีและไทย ในประเด็นกลไกการกำกับดูแลและการควบคุมกันเองของสื่อ โดยมี ดร. สมเกียรติ ตั้งกิจวาณิชย์  รองประธาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ในการนำเสนอกรอบแนวคิดงานวิจัยเรื่อง กลไกการกำกับดูแลและควบคุมกันเองของสื่อมวลชนไทย และวิจารณ์โดย ดร. โวฟกัง ชูล์ส  ผู้อำนวยการสถาบันฮานส์ เบร์โดว มหาวิทยาลัยฮัมบูร์ก   ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ณ  โรงแรมสยามซิตี้  (๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๓)

๖.๕ โครงการระดมความคิดเห็น “บทบาทสื่อมวลชนต่อการปฏิรูปประเทศไทย” สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย ประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุโทรทัศน์ไทย สมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย และสมาพันธ์วิทยุชุมชน จัดทำ โครงการระดมความคิดเห็น “บทบาทสื่อมวลชนต่อการปฏิรูปประเทศไทย” ขึ้นเพื่อรับฟังความคิดเห็นถึงบทบาทของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนและนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อประมวลความคิดเห็นที่ได้จากการจัดเวทีรับฟังมาสังเคราะห์และจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย เสนอต่อคณะกรรมการสมัชชาเพื่อการปฏิรูป คณะกรรมการปฏิรูป โดยมีการจัดการประชุมทั้งหมด ๖ ครั้งแบ่งตามภูมิภาคต่างๆ

 

ปี ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นปีแห่งความยากลำบากในการทำหน้าที่สื่อนั้น สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้มีความพยายามในการจัดทำโครงการต่างๆ ที่จะเอื้ออำนวยและสนับสนุนการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนทุกแขนง ภายใต้ความคาดหวังที่จะให้สื่อมวลชนสามารถรักษาบทบาทการทำหน้าที่ที่มีความเป็นกลางและเป็นธรรม ภายใต้หลักการแห่งวิชาชีพสื่อมวลชน

]]>
peerapat_d@hotmail.com (กองบรรณาธิการเว็บ) รายงานกิจกรรมสมาคมฯ Wed, 16 Feb 2011 06:42:32 +0000
รายงานกิจกรรม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมัยที่ ๑๐ ประจำปี 2552 http://tja.or.th/about-us/2011-04-20-11-43-08/1538-2010-03-09-04-40-09 http://tja.or.th/about-us/2011-04-20-11-43-08/1538-2010-03-09-04-40-09 รายงานกิจกรรม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมัยที่ ๑๐ ประจำปี 2552

 

คณะกรรมการบริหาร สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมัยที่ ๑๐ ซึ่งดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ - ๔  มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓  ได้ร่วมกันกำหนดนโยบายและทิศทางการบริหาร สมาคมฯ ภายใต้ ๔ ทิศทางหลัก คือ ๑. ส่งเสริมจริยธรรมวิชาชีพ ๒. คุ้มครองเสรีภาพสื่อนักข่าว ๓. พัฒนาบุคลากร และ ๔ .ส่งเสริมสวัสดิการ

 

โดยได้มีการจัดสรรภารกิจของคณะกรรมการบริหาร สมาคมฯ ออกเป็นฝ่ายงานต่างๆ จำนวน ๖ ฝ่ายงาน ทำงานในรูปแบบของคณะอนุกรรมการฝ่ายต่างๆ  ดังนี้

 

๑.คณะอนุกรรมการฝ่ายพิจารณาบทบาทสมาคมในสถานการณ์เร่งด่วน ประกอบด้วย อนุกรรมการ จำนวน ๗ คน ดังนี้

๑. นายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์     นายก สมาคมฯ                                                                           ประธาน

๒. นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี       อุปนายกฝ่ายบริหาร  สมาคมฯ                                                      อนุกรรมการ

๓. นายวันชัย วงศ์มีชัย                 อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ                      อนุกรรมการ

๔. นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์           เลขาธิการ สมาคมฯ                                                                    อนุกรรมการ

๕. นายวัสยศ งามขำ                   รองเลขาธิการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ               อนุกรรมการ

๖.  นายวีระศักดิ์ พงศ์อักษร         กรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ                        อนุกรรมการ

๗. นายวิษณุพงษ์ หิญชีระนันท์     กรรมการฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ                                                     อนุกรรมการ

 

โดยคณะอนุกรรมการ ชุดนี้จะทำหน้าที่ในการรวบรวมทั้งความเห็นและข้อเสนอต่างๆ จากบุคคลและองค์กรที่เกี่ยวข้องในการนำมาพิจารณาบทบาทสมาคมฯ ในสถานการณ์เร่งด่วน ทั้งในรูปแบบของการออกแถลงการณ์, การออกจดหมายเปิดผนึก และการเผยแพร่คำชี้แจงในเรื่องต่างๆ รวมทั้งทำความเข้าใจและสื่อสารกับสังคมในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ต่างๆ ของสื่อ (ดูเอกสารแถลงการณ์ในเล่ม)

 

๒. คณะอนุกรรมการฝ่ายวิชาการ ประกอบด้วยที่ปรึกษาจำนวน  ๕  คนและอนุกรรมการจำนวน  ๑๒ คน ดังนี้

๑. ผศ. สุรสิทธิ์ วิทยารัฐ                           มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา                                     ที่ปรึกษา

๒. ดร.สุดารัตน์ ดิษยวรรธนะ จันทราวัฒนานุกุล คณบดี บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยกรุงเทพ            ที่ปรึกษา

๓. นายภัทระ คำพิทักษ์                           อดีต นายก สมาคมฯ                                                       ที่ปรึกษา

๔. นางสาวนงค์นาถ ห่านวิไล                   เลขาธิการ สมาคมฯ                                                        ที่ปรึกษา

๕. นายจักรกฤษณ์ เพิ่มพูน                       หนังสือพิมพ์คมชัดลึก                                                     ที่ปรึกษา

๖. นางสาวเย็นจิตร์ สถิรมงคลสุข              อุปนายกฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ                                         ประธาน

๗. นายธีรเดช เอี่ยมสำราญ                      อดีตเลขาธิการ สมาคมฯ                                                 อนุกรรมการ

๘. นางสาวนภาภรณ์ พิพัฒน์                   อดีตอุปนายกฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ                                   อนุกรรมการ

๙. นางสาวน.รินี เรืองหนู                         อดีต รองเลขาธิการฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ                          อนุกรรมการ

๑๐. นางสาวจีรวัฒน์ ณ ถลาง                  อดีตกรรมการฝ่ายต่างประเทศ สมาคมฯ                              อนุกรรมการ

๑๑. นางสาวเบญจวรรณ สมสิน               มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา                                       อนุกรรมการ

๑๒. นายธาม เชื้อสถาปนศิริ                     โครงการมีเดีย มอนิเตอร์                                                 อนุกรรมการ

๑๓. นายชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม                        หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์                                                   อนุกรรมการ

๑๔. นายปกรณ์ รัตนทรัพย์ศิริ                   หนังสือพิมพ์เดลินิวส์                                                       อนุกรรมการ

๑๕. นายวิษณุพงษ์ หิญชีระนันท์              กรรมการฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ                                         อนุกรรมการ

๑๖. นายราม อินทรวิจิตร                         กรรมการฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ                                         อนุกรรมการ

๑๗. นายปราเมศ เหล็กเพ็ชร์                     รองเลขาธิการฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ                     เลขานุการคณะอนุกรรมการ

 

ในปี ๒๕๕๒ คณะอนุกรรมการฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ แบ่งงานออกเป็น ๕ กลุ่มงาน คือ

 

๒.๑ กลุ่มงานเสวนาและสื่อสารสาธารณะ ได้มีการจัดทำโครงการในกลุ่มงานเสวนาและสื่อสารสาธารณะ จำนวน ๓ โครงการ ดังนี้

๒.๑.๑ ราชดำเนินเสวนา เป็นโครงการที่ดำเนินงานต่อเนื่องมาเป็นปีที่ ๑๑  ซึ่งเป็นความริเริ่มจากสมัยที่นายกวี จงกิจถาวร เป็นนายก สมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย (พ.ศ. ๒๕๔๒) มีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพการทำงานข่าวให้มีคุณภาพและอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง  โดยมีการเชิญแหล่งข่าวมาพบปะพูดคุยและตอบคำถามนักข่าว เพื่อเป็นการสร้างความรู้ ความเข้าใจ ระหว่างนักข่าวกับแหล่งข่าวในประเด็นต่าง ๆ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม

ในปี พ.ศ.  ๒๕๕๒ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ผ่านทางสถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย  ได้จัดราชดำเนินเสวนาไปจำนวน ๒๐  ครั้ง ดังนี้

๑. คดีสิ่งแวดล้อมจากมาบตาพุด ถึงแม่เมาะ ทางออกอยู่ตรงไหน (๑๑  มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ) ๒. พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ปกป้องหรือคุกคาม(๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒) ๓. บำนาญแห่งชาติหลักประกันรายได้ยามชรา(๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๒) ๔. ถึงเวลา ประเทศไทย มี พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะได้หรือยัง? (๒๖ เมษายน  พ.ศ.  ๒๕๕๒) ๕. สิทธิเกษตรกร  สิ่งที่หายไปใน พ.ร.บ. สภาเกษตรกรแห่งชาติ(๑o พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒)  ๖. การเข้าถึงยาของคนไทย...ทำไมใช้ยาแพง(๒๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒) ๗. สื่อและประชาธิปไตยในวิกฤต : บทบาทและความรับผิดชอบของสื่อ? (๒๘ พฤษภาคม พ.ศ.  ๒๕๕๒) ๘. รัฐธรรมนูญมาตรา ๑๙๐ : ปัญหาที่มีอยู่จริง หรือเพียงเกมส์การเมือง?  (๑๒ มิถุนายน พ.ศ.  ๒๕๕๒) ๙.  ไข้หวัดใหญ่ 2009 กับบทเรียนระบบสาธารณสุขไทย (๑๖สิงหาคม พ.ศ.  ๒๕๕๒) ๑๐. เหรียญเจริญวัดอักษร ( ๒๓ สิงหาคม พ.ศ.  ๒๕๕๒) ๑๑. แนวทางการรายงานข่าวเพื่อการป้องกันและแพร่ระบาดโรคอุบัติใหม่ ( ๕ กันยายน พ.ศ.  ๒๕๕๒) ๑๒. ข่าวสืบสวน : พลังอำนาจของข่าวสารพลังปัญญาของสังคม (๕  กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒) ๑๓. มองปรากฏการณ์ แกรมมี่ ซื้อหุ้นโพสต์-มติชน ธุรกิจ การเมืองและเสรีภาพสื่อมวลชน (๑๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒)

๑๔. เครื่องตรวจระเบิด จีที ๒๐๐ ประสิทธิภาพเต็มร้อยจริงหรือ ? ( ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒) ๑๕. รู้เขารู้เรา พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง? (๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ.  ๒๕๕๒) ๑๖. นครปัตตานี...ทางออกในวาระ ๖ ปีไฟใต้? (๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒) ๑๗. คนไร้รัฐกับการเข้าถึงหลักประกันสุขภาพ (๒o ธันวาคม พ.ศ.  ๒๕๕๒) ๑๘. มาบตาพุด วิกฤต หรือ โอกาส ? (๒o ธันวาคม พ.ศ.  ๒๕๕๒) ๑๙. สังหารหมู่นักข่าวที่มากินดาเนา:การคุกคามสื่อจากฟิลิปปินส์ถึงไทย (๒๓ ธันวาคม พ.ศ.  ๒๕๕๒) ๒๐. ถามหาความเป็นธรรมด้านสุขภาพให้คนไทยไร้สถานะ”(๓๑ มกราคม ๒๕๕๓)

สามารถติดตามเนื้อหาราชดำเนินเสวนาได้ที่ www.tja.or.th

 

๒.๑.๒. รายการวิทยุช่วยกันคิดทิศทางข่าว เป็นความร่วมมือระหว่างสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ กับสำนักข่าวไทยและบริษัท อสมท. จำกัด มหาชน ออกอากาศทางสถานีวิทยุ อสมท.  FM ๑๐๐.๕ Mhz ทุกวันอาทิตย์เวลา ๑๑.๐๐-๑๒.๐๐น. เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นักข่าวรุ่นใหม่ได้เข้ามาร่วมกิจกรรมกับสมาคมฯ รวมทั้งเป็นเวทีในการสื่อสารเรื่องราวที่เกี่ยวกับสื่อมวลชนให้สาธารณชนได้รับทราบ รวมทั้งการวิเคราะห์ถึงทิศทางข่าวในสัปดาห์ต่อไป

สำหรับนักจัดรายการประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๒ มีจำนวน ๘ คนคือ ๑. นายธีรเดช เอี่ยมสำราญ, ๒.นายราม อินทรวิจิตร, ๓. นายเสถียร วิริยะพรรณพงศา, ๔.นายจีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง, ๕.นายปราเมศ เหล็กเพ็ชร์, ๖.นายวีรศักดิ์ พงศ์อักษร,  ๗. สุทธิรักษ์ อุฒมนตรี และ๘. นายมานพ ทิพย์โอสถ ติดตามฟังรายการวิทยุย้อนหลังได้ที่  www.tja.or.th

 

๒.๑.๓ www.tja.or.th เป็นเวบไซต์ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมข่าวสารต่างๆ ของสมาคมฯ ทั้งประชาสัมพันธ์กิจกรรม,รายงานกิจกรรม,กฎหมายที่เกี่ยวข้อง,ประวัติความเป็นมา,จุดยืนและท่าทีของสมาคมฯต่อสถานการณ์ต่างๆของบ้านเมือง รวมทั้งการบันทึกผลงานข่าวที่ได้รับรางวัลประเภทต่างๆ  และเป็นชุมชนออนไลน์ของนักวิชาการและวิชาชีพสื่อสารมวลชน ในการแลกเปลี่ยนทัศนะของนักวิชาการและนักวิชาชีพด้านสื่อสารมวลชน และนำเสนอข่าวสารความเคลื่อนไหวในแวดวงสื่อสารมวลชน

 

๒.๒ กลุ่มงานหนังสือ ในปี พ.ศ.  ๒๕๕๒ ฝ่ายวิชาการ สมาคม ได้จัดทำหนังสือรวม ๒  เล่ม ดังนี้

๒.๒.๑ จุลสารราชดำเนิน ในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ สมาคมฯ ได้จัดทำจุลสารราชดำเนินโดยออกเป็นรายสามเดือนจำนวน ๒  ฉบับ ซึ่งแต่ละฉบับมีเนื้อหาที่น่าสนใจ ได้รับเสียงสะท้อนอย่างดีทั้งจากสมาชิกสมาคมฯ สถาบันวิชาการและผู้สนใจทั่วไป  จุลสารราชดำเนินประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๒ มีเนื้อหาเกี่ยวกับ “คนเล่าข่าว” ๑ ฉบับและเนื้อหาเรื่อง “หนังสือพิมพ์กำลังจะตาย” อีก ๑ ฉบับ อ่านเนื้อหาจุลสารราชดำเนินฉบับย้อนหลังได้ที่ www.tja.or.th

 

๒.๒.๒ หนังสือวันนักข่าว “เทคโนโลยีกับการปรับตัวของสื่อ” หนังสือวันนักข่าวเป็นหนังสือรายงานประจำปีที่สมาคมฯ ได้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการข่าวและหนังสือพิมพ์  ตลอดจนรายงานกิจกรรมของสมาคม  และทำเนียบรายชื่อนักข่าวจากหนังสือพิมพ์ทุกฉบับที่เป็นสมาชิกสมาคม  เนื้อหาหลักในปีนี้เน้นเรื่อง “เทคโนโลยีกับการปรับตัวของสื่อ” ซึ่งเนื้อหาประกอบด้วยความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ, วรรณกรรมบนสื่อออนไลน์กับผลกระทบต่อสิ่งพิมพ์,เทคโนโลยี 3G  มีการแจกจ่ายหนังสือวันนักข่าวถึงมือสมาชิก สมาคมฯ ในวันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นวันประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสมาคมฯ

 

๒.๓ กลุ่มงานฝึกอบรม ในปี พ.ศ. ๒๕๕๒  สมาคมฯ ได้จัดทำโครงการด้านการฝึกอบรม ๓ โครงการ ดังนี้

 

๒.๓.๑ โครงการชุมนุมนักข่าวประจำปี  พ.ศ. ๒๕๕๒ สมาคมฯ ร่วมกับสถาบันอิศรา จัดทำโครงการชุมนุมนักข่าวประจำปีพ.ศ.  ๒๕๕๒ ขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ ๕ – วันอาทิตย์ที่ ๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๓  ณ บ้านสวนสาริการีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก โดยจัดกิจกรรมขึ้นในรูปแบบของการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับผู้สื่อข่าวซึ่งเป็นนักข่าวที่ปฏิบัติงานอยู่ในสนามข่าว เพื่อพัฒนาบุคลากรทางด้านวิชาการ ไปสนับสนุนด้านวิชาชีพ โดยในการอบรมครั้งนี้มีนักข่าวเข้าร่วมจำนวน ๒๗ คน จากหนังสือพิมพ์ ๑๒ ฉบับ  ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

 

๒.๓.๒ โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการนักข่าวพิราบน้อยรุ่น ๑๒ เป็นโครงการต่อเนื่องจัดขึ้นเป็นปีที่ ๑๒ ซึ่งหากนับถึงปัจจุบันมีนักศึกษาที่ผ่านการอบรมร่วม ๑,๐๐๐ คนแล้ว มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาวิชาชีพสื่อสารมวลชนด้านสิ่งพิมพ์  (Professional Development) ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมในวิชาชีพ (Ethics Responsibility)  และแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในฐานะองค์กรเพื่อสังคม (Organizational Social Responsibility) ซึ่งนักศึกษาที่เข้าร่วมอบรมได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทั้งกับเพื่อนนักศึกษาจากต่างสถาบันและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักข่าวรุ่นพี่ที่ทำงานทั้งในภาคสนาม และในส่วนของผู้บริหารงานข่าว อันเป็นการเตรียมพร้อมในการเข้าสู่วิชาชีพ นอกจากนี้ยังเป็นกระบวนการปลูกฝังอุดมคติให้กับนักศึกษาด้วย ในรุ่นที่ ๑๒ มีนักศึกษาที่เรียนด้านหนังสือพิมพ์จากสถาบันอุดมศึกษาจากทั่วประเทศเข้าร่วมอบรมจำนวน ๗๒ คน  จัดอบรมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๖ - วันอาทิตย์ที่ ๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ณ อุทยานการเรียนรู้ วิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา ตำบลโป่ง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี    ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากบริษัท ทรู คอปอร์เรชั่น จำกัด มหาชน

 

๒.๔. กลุ่มงานเครือข่ายวิชาการและวิชาชีพสื่อมวลชน เป็นเครือข่ายที่นักวิชาการและนักวิชาชีพสื่อสารมวลชนร่วมกันก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน โดยในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม ๓ กิจกรรม ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ผ่านทางสถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย  ดังนี้

๒.๔.๑ ห้องเรียนสาธารณะ เป็นกิจกรรมที่เน้นการถ่ายทอดความรู้ และเทคนิค ทางวิชาชีพสื่อมวลชน แก่นักศึกษาจากสถาบันต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้จากภาควิชาชีพไปสู่ภาควิชาการ นอกจากนี้ ยังเป็นการ เตรียมความรู้ให้กับกลุ่มนิสิตนักศึกษาที่กำลังจะเข้ามาสู่วิชาชีพข่าว ในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ จัดไปแล้ว ๓ ครั้ง คือ  ครั้งที่ ๑ จัดร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นการถอดประสบการณ์ข่าวเจาะเรื่อง “หายนะฟองสบู่ซับไพรม สู่วิกฤตเศรษฐกิจไทย (๑๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒),   ครั้งที่ ๒  จัดร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และสมาคมนักข่าวบันเทิง เรื่อง สื่อไทย-ข่าวบันเทิง : รูปแบบ – เนื้อหา แค่ไหนพอดี?”  (๒๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒) และครั้งที่ ๓ จัดร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคามและโครงการศึกษาและเฝ้าระวังสื่อเพื่อสุขภาวะของสังคม (Media Monitor)เรื่อง  “เบื้องลึก..รายการคุยข่าว/เล่าข่าว : บทสะท้อนคุณค่าต่อสังคม ” (๑๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒)

๒.๔.๒ ประชุมเครือข่ายวิชาการและวิชาชีพสื่อมวลชน เป็นกิจกรรมที่มีเป้าหมายเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านวิชาชีพและวิชาการด้านสื่อสารมวลชน โดยนำเอาประเด็นทางวิชาการและวิชาชีพสื่อสารมวลชนที่น่าสนใจมาแลกเปลี่ยนกัน จัดไปแล้ว ๓ ครั้งคือ ครั้งที่ ๑ เมื่อ ๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พัทยา โดยในการประชุมครั้งนี้ได้มีการจัดเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อ “หลักสูตรนิเทศศาสตร์” โดยนักวิชาการที่เข้าร่วมมาจากสถาบันการศึกษาในภาคกลาง, ครั้งที่ ๒ จัดร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อ ๑๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เน้นประเด็นเรื่องจริยธรรมสื่อ โดยนักวิชาการที่เข้าร่วมมาจากสถาบันการศึกษาในภาคเหนือและครั้งที่ ๓ จัดร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เมื่อ ๑๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒  เน้นประเด็น “วิชาการ – วิชาชีพสื่อสารมวลชน : บูรณาการและเสริมสร้างเครือข่ายความรู้” โดยนักวิชาการที่เข้าร่วมมาจากสถาบันการศึกษาในภาคตะวันออกเฉียง

เหนือ

๒.๔.๓ ประชุมใหญ่ทางวิชาการสื่อสารมวลชน สมาคมฯ ร่วมกับสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สถาบันอิศรา

และสมาคมนักข่าววิทยุโทรทัศน์ไทย  จัดทำโครงการประชุมวิชาการวิชาชีพสื่อสารมวลชน ระดับชาติ หัวข้อ “บทเรียนสื่อ : อำนาจรัฐ อำนาจทุน อำนาจประชาชน ?” เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๖-วันอาทิตย์ที่ ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ณ วิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา จังหวัดชลบุรี  มีวัตถุประสงค์ ๑. เป็นเวทีนำเสนอผลงานวิจัยของนักวิชาการและนักวิชาชีพด้านสื่อสารมวลชนและนิเทศศาสตร์ประจำปี,  ๒.เผยแพร่ความก้าวหน้าของความร่วมมือระหว่างนักวิชาการและวิชาชีพสื่อสารมวลชน ให้เป็นประโยชน์ต่อวงวิชาการและวิชาชีพสื่อสารมวลชน, ๓.เผยแพร่ผลงานการวิจัยให้เป็นประโยชน์ต่อวงวิชาการและวิชาชีพสื่อสารมวลชนในการแก้ไขปัญหาวิกฤติการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม, และ ๔. สะท้อนมุมมองเชิงวิชาชีพและเชิงวิชาการต่อประเด็นวิกฤติการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม และเพื่อพบปะแลกเปลี่ยนระหว่างนักวิชาการและนักวิชาชีพ มีนักวิชาการและสื่อมวลชนจากทั่วประเทศเข้าร่วม  ๒๐๐ คน ได้รับเกียรติจาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายก รัฐมนตรี มาแสดงปาฐกถาเรื่อง “ร่วมกันคิดทิศทางสื่อ”

 

๒.๕. กลุ่มงานประกวดข่าว

๒.๕.๑ การประกวดรางวัลอิศรา อมันตกุล ประเภทข่าวและภาพข่าวยอดเยี่ยม ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๒ สมาคมฯ ได้รับมอบหมายจากมูลนิธิอิศรา อมันตกุล ให้ดำเนินการจัดการประกวดข่าวและภาพข่าวยอดเยี่ยม รางวัลอิศรา อมันตกุล เพื่อเป็นการรำลึกถึงนายอิศรา อมันตกุล นายกสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทยคนแรกและนักหนังสือพิมพ์ผู้ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กรอบจริยธรรม โดยดำเนินการจัดการประกวดมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๕ สำหรับในปี ๒๕๕มีผลงานงานข่าวส่งเข้าประกวดรางวัลอิศรา อมันตกุล ประเภทข่าวยอดเยี่ยมจำนวน ๑๓ ข่าว จากหนังสือพิมพ์ ๗ ฉบับ และส่งผลงานภาพข่าวเข้าประกวดรางวัลอิศรา อมันตกุล ประเภทภาพข่าวยอดเยี่ยมจำนวน ๑๐๑ ภาพ จากหนังสือพิมพ์ ๘ ฉบับ

๒.๕.๓ การประกวดรางวัลข่าวอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดีเด่น ประจำปี ๒๕๕๒ ของชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมฯ ได้มอบหมายให้ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมเป็นผู้ดำเนินการจัดการประกวดข่าวอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดีเด่น ซึ่งจัดการประกวดมาตั้งแต่ปี พ.ศ.  ๒๕๓๒ สำหรับในปี ๒๕๕๒ มีผลงานข่าวส่งเข้าประกวดจำนวน ๕ ข่าว จากหนังสือพิมพ์ ๕ ฉบับ

๒.๕.๔ การประกวดรางวัลพิราบน้อย ประจำปี ๒๕๕๒ เป็นการประกวดผลงานฝึกปฏิบัติของนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาที่มีการทำหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ โดยแบ่งการประกวดออกเป็น ๔ ประเภท คือ ๑.หนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ ๒. ข่าวฝึกปฏิบัติ ๓.ข่าวสิ่งแวดล้อมฝึกปฏิบัติ ๔.สารคดีเชิงข่าวฝึกปฏิบัติ (รางวัลริต้า ปาติยะเสวี) เริ่มจัดการประกวดตั้งแต่ปี พ.ศ.   ๒๕๓๖ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการจัดทำหนังสือพิมพ์และการทำข่าวของนิสิตนักศึกษาวิชานิเทศศาสตร์ และวารสารศาสตร์  ในสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถาบันการศึกษา  กับสมาคมฯ    ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก บริษัท ทรู คอปอร์เรชั่น จำกัด มหาชน ในปี ๒๕๕๒ มีผลงานฝึกปฏิบัติส่งเข้าประกวด ดังนี้ ๑. หนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติจำนวน ๑๓ ฉบับ จาก ๑๒ มหาวิทยาลัย ๒. ข่าวฝึกปฏิบัติจำนวน ๒๗ ข่าว จากหนังสือพิมพ์ ๑๒ ฉบับ ๓. ข่าวสิ่งแวดล้อมฝึกปฏิบัติจำนวน ๑๔ ข่าว จากหนังสือพิมพ์ ๘ ฉบับ และ ๔. สารคดีเชิงข่าวรางวัลริต้า ปาติยะเสวีจำนวน ๑๖ ข่าว จากหนังสือพิมพ์ ๑๐ ฉบับ

 

๒.๕.๕ กองทุนเพื่อการฝึกอบรม และรางวัลประกวดข่าว คณะอนุกรรมการฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ ได้ริเริ่มจัดตั้งกองทุนเพื่อการฝึกอบรม และรางวัลประกวดข่าวขึ้นมาเพื่อสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพ และเตรียมความพร้อมแก่นักศึกษาด้านวารศาสตร์และนิเทศศาสตร์ จากสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศ ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ ประจำปี  และจัดสรรเป็นเงินรางวัลในการประกวดข่าวประเภทต่างๆ  ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการกำหนดระเบียบของกองทุนและจัดกิจกรรมระดมทุน

๓. คณะอนุกรรมการฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ ประกอบด้วยที่ปรึกษาจำนวน  ๓ คนและอนุกรรมการจำนวน  ๑๐ คน ดังนี้

๑. นางเรวดี  พงษ์ไชยยงค์                       หนังสือพิมพ์มติชน                                                          ที่ปรึกษา

๒. นายดำฤทธิ์ วิริยะกุล                           หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ                                                         ที่ปรึกษา

๓. นายวัสยศ  งามขำ                              หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์                                              ที่ปรึกษา

๔. นายมนตรี  จุ้ยม่วงศรี                          กรรมการฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ สมาคมฯ                                ประธาน

๕. นายจีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง                หนังสือพิมพ์แนวหน้า                                                      อนุกรรมการ

๖. นายนิติพันธ์  สุขอรุณ                         หนังสือพิมพ์แนวหน้า                                                      อนุกรรมการ

๗. นางสาวเบญจมาศ  เลิศไพบูลย์            หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์                                                อนุกรรมการ

๘. นายอนิรุตน์  มีสกุล                             หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ                                           อนุกรรมการ

๙. นายธเนศ นุ่นมัน                                หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์                                                  อนุกรรมการ

๑๐. นายสุเมธ สมคะเน                           หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ                                                          อนุกรรมการ

๑๑. นายโอฬาร เลิศรัตนดำรงกุล              หนังสือพิมพ์บ้านเมือง                                                     อนุกรรมการ

๑๒. นางสาวชุติมา นุ่นมัน                       หนังสือพิมพ์มติชน                                                          อนุกรรมการ

๑๓. นางสาวออริสา  อนันทะวัน               หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์                                         เลขานุการคณะอนุกรรมการ

 

ได้มีการแบ่งเนื้อหาของคณะอนุกรรมการฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ ออกเป็นแผนงานด้านต่างๆ  จำนวน ๒ ด้าน ดังนี้

 

๓.๑ แผนงานด้านสมาชิกสัมพันธ์

๓.๑.๑ โครงการอบรมเชิงปฏิบัติ พิราบ fit & firm สมาคมฯ ได้ร่วมกับเครือข่ายคนไทยไร้พุง จัดทำโครงการอบรมเชิงปฏิบัติ พิราบ fit & firm ขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ ๒๙ – วันอาทิตย์ที่ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒  ณ ภูไอยรารีสอร์ท  อำเภอเมือง  จังหวัดนครนายก  โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  และเครือข่ายคนไทยไร้พุ่ง  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยผ่อนคลายความเครียดจากการทำงานของนักข่าวทั้งในภาคสนามและนักข่าวที่ทำงานในระดับบริหาร ซึ่งต่างก็มีความเครียดที่เกิดจากสภาพการทำงานที่เต็มไปด้วยความกดดันและขาดการดูแลทั้งทางด้านสุขภาพและการบริหารจิตใจ  มีผู้เข้าร่วมการอบรมทั้งสิ้น ๔๖ คน

กิจกรรมในการอบรมประกอบด้วยการทำบรรยายเรื่องหลักโภชนาการ, การทำกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์, การฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อ, การฝึกบริหารร่างกายด้วยโยคะและไทเก็ก, การเสวนาเรื่องสื่อรู้ทันปัญหาสุขภาพ และการเสวนาเรื่องทำข่าวอย่างไรไม่ให้เครียด

 

๓.๑.๒ โครงการปั้นนักข่าวเป็นนักเขียนรุ่น ๓ สมาคมฯ ร่วมกับสถาบันอิศรา และสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการปั้นนักข่าวเป็นนักเขียนรุ่น ๓ ขึ้น  เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๑ – วันอาทิตย์ที่ ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒ ณ บ้านทิพย์สวนทอง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม  สนับสนุนงบประมาณโดย  บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)  มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีในหมู่นักข่าว และการสร้างองค์ความรู้ใหม่ให้กับนักข่าวในการนำไปพัฒนาการเขียนข่าวและการเขียนในรูปแบบอื่นๆ การอบรมเน้นการฝึกปฏิบัติจริงในการเขียนเรื่องสั้น โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิด้านงานวรรณกรรม อาทิ นายสุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปิน นักเขียน บรรณาธิการ,  นางชมัยภร แสงกระจ่าง   นายกสมาคมนักเขียนฯ, นางสาวรุ่งมณี เมฆโสภณ สื่อมวลชนอิสระ, นายประชาคม ลุนาชัย นักเขียนรางวัลซีไรต์ ,นายเรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์ กวีซีไรท์ และนายวัชระ สัจจะสารนักเขียนรางวัลซีไรต์  และนายจักรกฤษณ์ สิริริน บรรณาธิการนิตยสาร Vote มีนักข่าวเข้าร่วมการอบรมจำนวน  ๒๕  คน และมีการรวบรวมผลงานของนักเขียนที่เข้าร่วมการอบรมพิมพ์เป็นหนังสือเล่ม “ปั้นนักข่าวเป็นนักเขียน” ซึ่งจะแจกในวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๓ วันประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสมาคมฯ

 

๓.๒ แผนงานด้านสวัสดิการสมาชิก

๓.๒.๑ การจัดพิธีมอบทุนการศึกษาบุตร-ธิดานักข่าว สมาคมฯ มอบทุนการศึกษาบุตร-ธิดานักข่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒  ได้แบ่งให้ทุนการศึกษาออกเป็น ๒ ประเภท  คือ ๑. ทุนส่งเสริมการศึกษา เป็นการให้ทุนแบบรายปี โดยใช้งบประมาณจากกองทุนการศึกษาเพื่อบุตร-ธิดา สมาชิกสมาคมฯ มีผู้ได้รับการอนุมัติทุนการศึกษาจำนวน ๑๕๒ ทุน ทุนละ ๔,๐๐๐ บาท เป็น เงิน ๖๐๘,๐๐๐ บาท และ ๒. ทุนต่อเนื่อง ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิซิเมนต์ไทย เป็นปีที่ ๒ โดยในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ ได้รับการสนับสนุนเพิ่มอีก ๑๐ ทุน  และได้รับการอนุมัติทุนต่อเนื่องจากมูลนิธิฯเพิ่มเป็นกรณีพิเศษอีก ๒ ทุน เพื่อมอบให้กับบุตรของนักข่าวมติชนซึ่งเสียชีวิตระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ ครอบครัวละ ๑ ทุน รวมจำนวน ๒ ทุนคือ ๑. เด็กชายพงศ์ชนก ไชยนุรัตน์ บุตรของนายอธิวัฒน์ ไชยนุรัตน์ (นักข่าวนสพ.มติชน จ.นครศรีธรรมราช)และ ๒. เด็กหญิงจิรารัตน์ บุตรของนายจารึก รังเจริญ (นักข่าวนสพ.มติชน จ.สุพรรณบุรี)

กิจกรรมในวันมอบทุนการศึกษา ได้มีการจัดกิจกรรม “วาดเส้น เล่นสี” ประกวดวาดภาพในหัวข้อครอบครัวของฉัน และกิจกรรมสันทนาการกับบุตร-ธิดาที่มาร่วมงานและมีการจัดเลี้ยงอาหารกลางวัน ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับการสนับสนุนจากเครือเจริญโภคภัณฑ์อาหาร ได้รับความสนใจจากบุตร-ธิดา สมาชิก เข้าร่วมประมาณ  ๒๐๐ คน

 

๓.๒.๒ การมอบสินไหมมรณกรรม สมาคมฯได้จัดทำประกันชีวิตกลุ่มให้กับสมาชิกที่ชำระเงินค่าบำรุงประจำปีกับบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต โดยในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ สมาคมฯ ได้ส่งมอบสินไหมมรณกรรมให้กับทายาทของสมาชิกที่เสียชีวิตจำนวน ๔ รายคือ ๑. ทายาทของนายประเสริฐ  ประภากิจ          (วิสามัญ สมาชิก) ๒. ทายาทของนายธีรวัฒน์  ช่วยเจริญพงษ์ (นสพ. เดลินิวส์)  ๓. ทายาทของนายวุฒิ  นกสกุล (นสพ. เดลินิวส์) และ ๔. ทายาทของนายสาธิต  ไตรธรรม (นสพ. เดลินิวส์)

๓.๒.๓ คัดเลือกนักข่าวเข้ารับการศึกษาหลักสูตรพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง รุ่นที่ ๑ (พ.ต.ส.๑) ในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ สมาคมฯ ได้คัดเลือกนางสาวจินตนา จันทร์ไพบูลย์  หนังสือพิมพ์สยามรัฐและกรรมการฝ่ายสวัสดิการ สมาคมฯ ซึ่งมีความสนใจเข้าศึกษาหลักสูตรพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง  ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

๓.๒.๔ คัดเลือกนักข่าวเข้ารับทุนการศึกษาระดับมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีปทุม ในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ สมาคมฯ ได้รับการสนับสนุนทุนการศึกษาระดับมหาบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยศรีปทุมจำนวน ๑ ทุน โดยได้คัดเลือกนายเสถียร วิริยะพรรณพงศา ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวเนชั่นและอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพ สมาคมฯ เข้าศึกษาต่อในหลักสูตรนิเทศศาสตร์มหาบัณฑิต  โดยเกณฑ์การคัดเลือกผู้สื่อข่าวเข้ารับทุนการศึกษา นั้นต้องเป็นผู้ที่ทำประโยชน์ให้กับสมาคมฯ มีความสนใจและรับผิดชอบในการศึกษาต่อ (ในปี พ.ศ. ๒๕๕๑ สมาคมฯ ได้ส่งนายธีรเดช เอี่ยมสำราญ บรรณาธิการเวบไซต์หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจและอดีตเลขาธิการ สมาคมฯ เข้าศึกษาในหลักสูตรนิติศาสตร์มหาบัณฑิต)

๓.๒.๕ คัดเลือกนักข่าวเข้ารับการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูง การเสริมสร้างสังคมสันติสุขรุ่นที่ ๒ในปี พ.ศ.  ๒๕๕๒ สมาคมฯ ได้คัดเลือกนายวัสยศ งามขำ  ผู้สื่อข่าว หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์และรองเลขาธิการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ ซึ่งมีความสนใจในเรื่องสิทธิเสรีภาพและการสร้างสันติสุข เข้าศึกษาหลักสูตร การเสริมสร้างสังคมสันติสุขรุ่นที่ ๒ ของสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า โดยจะเริ่มเรียนตั้งแต่วันที่ ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓

 

๔. คณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ ประกอบด้วยที่ปรึกษาจำนวน  ๑ คนและอนุกรรมการ จำนวน ๗ คน ดังนี้

๑. นายกวี จงกิจถาวร                              อดีตนายก สมาคมฯ                                                          ที่ปรึกษา

๒. นางสาวบุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์         อุปนายก ฝ่ายต่างประเทศ สมาคมฯ                                    ประธาน

๓. นายตุลสถิตย์ ทับทิม                           อดีต อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ    อนุกรรมการ

๔. นางสาวจีรวัฒน์ ณ ถลาง                    หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น                                                      อนุกรรมการ

๕. นางสาวกุลชาดา ชัยพิพัฒน์     เครือข่ายส่งเสริมสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในเอเซียอาคเนย์               อนุกรรมการ

๖. นางสนิทสุดา เอกชัย                           หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์                                               อนุกรรมการ

๗. นายอนุชา  เจริญโพธิ์                          หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์                                              อนุกรรมการ

๘. นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี                   อุปนายกฝ่ายบริหาร สมาคมฯ                                            อนุกรรมการ

 

 

คณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ ได้แบ่งแผนงานออกเป็น ๒ แผนงาน คือ

๔.๑ ความสัมพันธ์กับสื่อมวลชนระหว่างประเทศ

๔.๑.๑ โครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนจีน-ไทย สมาคมฯ ได้ให้การต้อนรับคณะสื่อมวลชนจีนจำนวน ๙ คน นำโดย  Mr.Yu Qingchu Director, department of newspaper management, People’s Daily  ซึ่งมาเยือนประเทศไทย ในนามของสมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (All China Journalists Association – ACJA) เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๕ – วันอาทิตย์ที่ ๒๒  พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๒  ได้รับการสนับสนุนการต้อนรับจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, เมืองพัทยา, สมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ ไทย-จีน , โดยนอกจากจะมีการเยี่ยมชมและพบปะกับผู้บริหารองค์กรสื่อ อาทิ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ, หนังสือพิมพ์มติชน, กรมประชาสัมพันธ์ และสถานีโทรทัศน์ทีวีไทยแล้ว ยังมีการสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่อง”กฎหมายการควบคุมสื่อในประเทศไทย ระบบการจัดการและการบริหารสื่อมวลชนในประเทศและการควบคุมดูแลตัวเองของสื่อไทย” และการทัศนศึกษานอกสถานที่ที่พัทยาและจังหวัดกระบี่

โครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนจีน-ไทยนี้เป็นโครงการที่ผลัดเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพต้อนรับคณะสื่อมวลชนจากแต่ละประเทศ เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๒ เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างสื่อมวลชนของทั้งสองประเทศอีกทั้งยังเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

 

๔.๑.๒ โครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์สื่อมวลชนลาว-ไทย เป็นโครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์ในลักษณะเดียวกับโครงการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์จีน-ไทย เริ่มต้นแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๐  โดยในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ นายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์  นายก สมาคมฯ เป็นหัวหน้าคณะนำสื่อมวลชนไทยอีก ๘ คน ประกอบด้วย ๑. นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ (เลขาธิการ  สมาคมฯ)  ๒. นางสาวผุสดี คีตวรนาฏ (อดีตนายกสมาคมฯ) ๓. นายราม อินทรวิจิตร (กรรมการบริหาร สมาคมฯ) ๔. นายเขมชาติ ชวนะธิต  (กรรมการบริหาร สมาคมฯ)  ๕. นายตุลย์ ศิริกุลพิพัฒน์ (กรรมการควบคุมจริยธรรม สมาคมฯ) ๖. นายสมาน สุดโต (กรรมการควบคุมจริยธรรม สมาคมฯ) ๗. นายจีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง (อนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ) และ ๘. นายกนก สิริกาญจน (เจ้าหน้าที่อาวุโส สมาคมฯ) ไปเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตามคำเชิญของ สมาคมนักข่าวแห่ง ส.ป.ป. ลาว (Laos Journalists Association) เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๔ – วันเสาร์ที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๓

ในการไปเยือนครั้งนี้ได้มีการทำบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสื่อมวลชนไทย-ลาว เพื่อส่งเสริมและขยายความสัมพันธ์ร่วมมือกันระหว่างสมาคมนักข่าวแห่งสปป.ลาวกับสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยด้วย

 

๔.๒ ความสัมพันธ์ระหว่างสมาคมฯกับองค์กรต่างประเทศในระดับนานาชาติ

๔.๒.๑ ประชุมใหญ่สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งอาเซียน สมาคม ได้มอบหมายนายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ นายก สมาคมฯ พร้อมด้วยนายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ เลขาธิการ สมาคมฯ และนายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี อุปนายกฝ่ายบริหาร สมาคมฯ เข้าร่วมการประชุมใหญ่สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งอาเซียน   ครั้งที่ ๑๖ ที่ โรงแรมนิโก้  กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย  เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ.  ๒๕๕๒

กิจกรรมในงานประกอบด้วยการส่งมอบตำแหน่งประธานสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์อาเซียนซึ่งดำรงตำแหน่งโดยนางสาวนาตยา เชษฐโชติรส อดีตนายก สมาคมฯ ให้กับผู้แทนจากประเทศมาเลเซีย, การจัดแผนปฏิบัติการกัวลาลัมเปอร์ 2009-2011  ซึ่งเน้นการพัฒนาสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งอาเซียน  ให้เป็นหนึ่งในองค์กรประชาคมขององค์กรอาเซียน รวมถึงการจัดแสดงนิทรรศการและประกวดภาพข่าวของสื่อมวลชนในอาเซียน ซึ่งใช้ชื่อหัวข้อการประกวดว่า “ภาพข่าวที่คนอยากรู้” โดยให้แต่ละประเทศคัดเลือกภาพที่ดีที่สุดประเทศละ ๕ ภาพ ส่งมาประกวด

ในส่วนของภาพข่าวจากประเทศไทยนั้น ได้มีการคัดเลือกภาพข่าวจาก นสพ.ไทยรัฐ ๓ ภาพ (ถ่ายโดยนายกิตติ วงษ์ใบแก้ว , นายประสิทธิ์ นิเวศน์ทอง และนายธนิศา ตันติเจริญ), ภาพข่าวจาก  นสพ.ข่าวสด ๑ ภาพ (ถ่ายโดยนายจุลวัฒน์ ถีติปริวัตร์) และภาพข่าวจาก  นสพ.บางกอกโพสต์ ๑ ภาพ (ถ่ายโดยนายภาวัตร โอไพศาลทักษิณ) ผลการตัดสินปรากฏว่าภาพข่าว กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงกำลังทุบรถนายกรัฐมนตรี  ถ่ายโดยนายกิตติ วงษ์ใบแก้ว นสพ. ไทยรัฐ  ได้รับรางวัลที่ ๒

 

๔.๒.๒ การรณรงค์กรณีสังหารหมู่นักข่าวฟิลิปปินส์ที่มากินดาเนา สมาคมฯได้ร่วมกับองค์กร ๔๘ องค์กรเคลื่อนไหวด้านสิทธิเสรีภาพสื่อจากทั่วโลก รณรงค์กรณีสังหารหมู่นักข่าวฟิลิปปินส์ที่มากินดาเนา ทางภาคใต้ของฟิลิปปินส์เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒  ซึ่งทำให้มีผู้สื่อข่าวเสียชีวิต ๓๐ คน จากยอดผู้เสียชีวิตที่พบศพแล้วทั้งสิ้น ๕๗ คน

ในเบื้องต้นสันนิษฐานว่าการสังหารหมู่ครั้งนี้มีสาเหตุมาจากการเมืองท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งของสองตระกูลเจ้าพ่อที่มีอิทธิพล ในพื้นที่ของจังหวัดมากินดาเนา นอกจากนี้ในบรรดาผู้ที่ถูกสังหาร มีภริยาของหัวหน้าคนหนึ่งของตระกูลมาดูดาดาตูที่กำลังจะลงสมัครท้าชิง ตำแหน่งผู้ราชการจังหวัดมากินดาเนาซึ่งตกเป็นของผู้นำคนหนึ่งของตระกูลอัมปาตวนที่เป็นศัตรูกันอยู่

โดยสมาคมฯ ได้ร่วมกับเครือข่ายองค์กรที่ทำงานรณรงค์ด้านสิทธิเสรีภาพสื่อจากทั่วโลกออกแถลงการณ์แสดงท่าทีต่อกรณีการสังหาร(เมื่อวันจันทร์ที่ ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒)  , การมอบหมายให้นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี อุปนายกฝ่ายบริหาร สมาคมฯ เดินทางไปฟิลิปปินส์ เพื่อกดกันรัฐบาลให้เร่งหาตัวคนผิดมาลงโทษ (เมื่อวันจันทร์ที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒) , การเข้าพบนายอันโตเนียว เวนุส โรดรีเกซ เอกอัครราชทูต สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ประจำประเทศไทย เพื่อยื่นจดหมายยื่นจดหมายถึงประธานาธิบดี ประเทศฟิลิปปินส์ (เมื่อวันอังคารที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๒)  รวมทั้งการบริจาคเงินจำนวน ๑,๐๐๐ US$ ให้สมาคมนักข่าวฟิลิปปินส์ เพื่อช่วยเหลือด้านคดีและครอบครัวนักข่าวที่ถูกสังการ

 

๕. คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ ประกอบด้วยที่ปรึกษาจำนวน ๕ คนและอนุกรรมการ จำนวน ๑๔ คน  ดังนี้

๑. นายกวี จงกิจถาวร                              อดีตนายก สมาคมฯ                                                           ที่ปรึกษา

๒. นายดำฤทธิ์ วิริยะกุล                           อดีตอุปนายก สมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย                       ที่ปรึกษา

๓. นายภัทระ คำพิทักษ์                           อดีตนายก สมาคมฯ                                                           ที่ปรึกษา

๔. นายตุลสถิตย์ ทับทิม                           อดีต อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ     ที่ปรึกษา

๕. นางสาวกุลชาดา ชัยพิพัฒน์                 เครือข่ายส่งเสริมสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในเอเชียอาคเนย์     ที่ปรึกษา

๖. นายวันชัย วงศ์มีชัย                             อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ             ประธาน

๗. นายวีระศักดิ์ พงศ์อักษร                      กรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ            อนุกรรมการ

๘. นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์                       เลขาธิการ สมาคมฯ                                                         อนุกรรมการ

๙. นายจำนงค์ ศรีนคร                             หนังสือพิมพ์มติชน                                                           อนุกรรมการ

๑๐. นายจีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง             หนังสือพิมพ์แนวหน้า                                                         อนุกรรมการ

๑๑. นายเสถียร วิริยะพรรณพงศา             หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น                                                      อนุกรรมการ

๑๒. นายชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม                        หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์                                                   อนุกรรมการ

๑๓. นายประกาศิต คำพิมพ์                     สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย                                   อนุกรรมการ

๑๔. นายอุดม ไพรเกษตร                         สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย                                                       อนุกรรมการ

๑๕. นายภาณุพงษ์ วงษ์รอด                    ชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ                               อนุกรรมการ

๑๖. นายสัญญา เอียดจงดี                      สภาทนายความ                                                                อนุกรรมการ

๑๗ .นายธนดล มีถม                               อดีตอุปนายกฝ่ายกิจกรรมพิเศษ สมาคมฯ                             อนุกรรมการ

๑๘. นายปราเมศร์ เหล็กเพชร์                   รองเลขาธิการฝ่ายวิชาการ                                                อนุกรรมการ

๑๙. นายวัสยศ งามขำ                            รองเลขาธิการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ เลขานุการอนุกรรมการ

 

ในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ ได้จัดกิจกรรมต่างๆ ดังนี้

 

๕.๑ แผนงานรณรงค์เพื่อสิทธิเสรีภาพสื่อ

๕.๑.๑. โครงการฉลองวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก (World Press Freedom Day – 3 MAY) เป็นโครงการต่อเนื่องที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกวันที่ ๓ พฤษภาคม เนื่องจากเป็นวันที่องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก้ ได้เสนอให้สมัชชาใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติประกาศให้วันที่ ๓ พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก เพื่อย้ำเจตนารมณ์และหลักการที่เป็นพื้นฐานของเสรีภาพสื่อมวลชนทั่วโลก ซึ่งก็คือเสรีภาพในการแสดงออก  ตั้งแต่เมื่อปีพ.ศ. ๒๕๔๓  สมาคมฯ ก็ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในโอกาสดังกล่าวมาโดยตลอด

ในปี ๒๕๕๒ สมาคมฯ ได้จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก ในวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๒กิจกรรมประกอบด้วย การแถลงผลสำรวจการใช้ภาษาที่นำไปสู่ความขัดแย้งของสื่อมวลชนไทย โดย  นายธาม เชื้อสถาปนศิริ  นักวิชาการโครงการศึกษาและเฝ้าระวังสื่อเพื่อสุขภาวะของสังคม (Media Monitor), การถอดบทเรียนการทำหน้าที่สื่อมวลชนในสถานการณ์ความรุนแรงจากสื่อต่างชาติ, การเสวนาหัวข้อ “เสรีภาพสื่อมวลชนไทย จะช่วยเติมหรือดับไฟความขัดแย้ง”  ร่วมทั้งการรณรงค์“เสรีภาพสื่อ ต้องร่วมลดความรุนแรง” การแสดงละครเร่สะท้อนการทำหน้าที่สื่อมวลชนในภาวะความรุนแรง จากเครือข่ายละครดีดี๊ดี    โดยได้รับความร่วมมือจากสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ ส่งผู้ประกาศข่าวมาร่วมเดินรณรงค์และร่วมปล่อยลูกโป่งรณรงค์ยุติความรุนแรง

ผู้ประกาศข่าวที่ร่วมเดินรณรงค์ อาทิ นางสาวปุณยวีร์ (ปอ) สุขกุลวรเศรษฐ์ (พิธีกรรายการสามสิบยังแจ๋ว), นางสาวปราย  ธนาอัมพุช(พิธีกรรายการสามสิบยังแจ๋ว) ,นางสาวปิยณี เทียมอัมพร (ผู้ประกาศข่าว พระราชสำนัก สถานีโทรทัศน์ช่อง  ๓), นางสาวอรรินทร์ ยมกกุล (ผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์ชอ่ง ๓ ), นายกิตติ สิงหาปัด (พิธีกรรายการข่าวสามมิติ), นายภัทร จึงกานต์กุล (ผู้ประกาศข่าว สถานีโทรทัศน์ช่อง๗ ), นางสาวศรีสุภางค์ ธรรมาวุธ (ผู้ประกาศข่าว สถานีโทรทัศน์ช่อง ๗) ,นางสาวทอแสงรัศมี ถีถะแก้ว (ผู้ประกาศข่าว สถานีโทรทัศน์ทีวีไทย), และนายณัฐพงษ์  ธีระภัทรานนท์ (ผู้ประกาศข่าว สถานีโทรทัศน์ทีวีไทย),

 

๕.๑.๒ โครงการ “ รณรงค์หยุดทำร้ายประเทศไทย ทุกฝ่ายหยุดใช้ความรุนแรง” สมาคมฯ ร่วมกับเครือข่ายหยุดทำร้ายประเทศไทย ได้จัดกิจกรรมรณรงค์ “หยุดทำร้ายประเทศไทย ทุกฝ่ายหยุดใช้ความรุนแรง” โดยการเชิญชวนทุกองค์กร ทุกบริษัท ห้างร้าน ส่วนราชการ หน่วยงานที่เห็นด้วยกับเครือข่ายแขวนธงชาติหน้าบริษัท ห้างร้าน หน่วยงาน และบ้านที่อยู่อาศัยและติดป้าย “หยุดทำร้ายประเทศไทย ทุกฝ่ายหยุดใช้ความรุนแรง” ไว้หน้าหน่วยงาน  รวมทั้งได้จัดกิจกรรมเดินรณรงค์ ในวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๒  จากบริเวณอนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ( ด้านหน้าสวนลุมพินี )  ไปยังธนาคารกรุงเทพสำนักงานใหญ่   ( สีลม )  เพื่อกล่าวคำปฎิญญาประชาชน

“ไม่ทำร้ายประเทศไทย  ไม่ใช้ความรุนแรง” ร่วมกัน และได้เชิญชวนทุกภาคส่วนในสังคมที่เห็นด้วยกับแนวทางให้บุคลากรชุมนุมโดยสงบสันติหน้าองค์กร บริษัท ห้างร้าน และหน่วยงานของตนเอง โดยทุกคนถือธงชาติ เพื่อให้ผู้ขัดแย้งได้เห็นพลังด้านบวกของคนส่วนใหญ่ในสังคม ว่าไม่ยอมรับความรุนแรงไม่ว่าจะเกิดจากใครหรือรูปแบบใด

นอกจากนี้ยังได้ ขอความร่วมมือหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ สถานีโทรทัศน์ทุกช่อง สถานีวิทยุทุกแห่ง เคเบิลทีวีทุกแห่ง วิทยุชุมชนทุกแห่ง ช่วยกันเชิญชวนคนไทยส่วนใหญ่ที่เห็นด้วยกับแนวทางนี้ร่วมกันรณรงค์  และในการณรงค์ครั้งนี้ยังได้รับความร่วมมือจากศิลปินเพลงเพื่อชีวิต “แอ๊ด คาราบาว” แต่งเพลง หยุดทำร้ายประเทศไทย” สำหรับงานนี้โดยเฉพาะให้อีกด้วย

สาระสำคัญที่ใช้ในการสื่อสารในการรณรงค์ครั้งนี้ประกอบด้วย ๑. ประชาธิปไตยเห็นแตกต่างกันได้ แต่ต้องไม่ใช้ความรุนแรง  ๒.ประชาธิปไตยต้องไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น  ๓. สร้างความยุติธรรมและความเป็นธรรมในสังคมไทย ทำให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์และไม่เลือกปฏิบัติ และ ๔. สร้างความเป็นพลเมืองไทยที่มีสำนึกประชาธิปไตย

โครงการหยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ความรุนแรง เกิดขึ้นการที่สมาคมฯ จึงได้หารือกับหน่วยงานต่างที่เคยร่วมทำกิจกรรมยุติความรุนแรง เพื่อหาแนวทางคลี่คลายสถานการณ์จากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น

ตั้งแต่การปิดอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ความรุนแรงในการปิดล้อมที่ประชุมอาเซียนซัมมิท เมืองพัทยาและเหตุการณ์ในสถานที่ต่างๆที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ   และเนื่องจากมีแนวคิดเรื่องการรณรงค์ในระดับค่อนข้างใหญ่ และในที่สุดก็ได้มีการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ซึ่งต้องออกมาเป็นกลางๆ โดยได้ใช้ธงชาติเป็นสัญลักษณ์ในการรณรงค์

 

๕.๑.๓. โครงการศิลปะของความต่าง:  ดอกไม้บานหลากสี....ที่กรุงเทพฯ (Art of Difference: Flowers with flying colors are blossoming...in Bangkok) สมาคมฯ ร่วมกับเครือข่ายหยุดทำร้ายประเทศไทย จัดกิจกรรมรณรงค์ดอกไม้บานหลากสีที่กรุงเทพฯ ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๒

กิจกรรมในงานประกอบด้วยการประกวดประกวดวาดภาพ “ดอกไม้บานหลากสีที่กรุงเทพฯ” โดยมีนักเรียนนักศึกษาชั้นมัธยมต้น มัธยมปลาย และอุดมศึกษาเข้าร่วมประกวดกว่า ๓๐๐ คน, ขบวนรณรงค์ “ แต้มสีดอกไม้บานทั้งแผ่นดิน”โดยนักศึกษาจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต, และมหาวิทยาลัยธรรมศาตร์, กิจกรรมตลาดนัดศิลปะ บริเวณลานสกายวอล์ค หน้าห้างสรรพสินค้า มาบุญครอง และการแสดงดนตรีจากครอบครัวอี๊ด ฟุตบาธ, เม้าท์ออแกนแจ๊ส จากอาจารย์นพดลกับลูกชาย , การแสดงดนตรีเรกเก้จากวงแซม เขียว เหลืองแดงและวงมาดากัสกา, และดนตรีดุริยางค์ สี่ชิ้นทหารเรือ

ได้รับเกียรติจาก คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.),   ศ. ดร. บวรศักดิ์ อุวรรณโณ   เลขาธิการ สถาบันพระปกเกล้า และ พ.ญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพ ดร. ปริญญา เทวานฤมิตรกุล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  เป็นประธานในพิธีเปิดและปิดงาน

สำหรับกรรมการผู้ตัดสินการประกวดภาพวาดประกอบด้วย๑.อาจารย์ธีรยุทธ บุญมี มหาวิทยาลัย

ธรรมศาสตร์ (ประธาน) ๒. ศ. ปรีชา เถาทอง คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์  มหาวิทยาลัยศิลปากร ๓. รศ. ทินกร กาษรสุวรรณ  มหาวิทยาลัยศิลปากร ๔. ผศ. ญานวิทย์ กุญแจทอง รองอธิการบดี ฝ่ายศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร ๕. อาจารย์ธำรงศักดิ์ ธำรงเลิศฤทธิ์          สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ. และ ๖. อาจารย์สังคม ทองมี ผู้อำนวยการศูนย์ศิลป์สิรินธร

โดยมีผู้ร่วมสนับสนุนประกอบด้วย บริษัท ดับเบิ้ลเอ ,บริษัท ยัม เรสเตอรองต์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์), และบริษัท ซีพีออลล์ จำกัด มหาชน

 

๕.๑.๔  การอภิปรายเรื่อง “คิดอย่างไรกับรัฐธรรมนูญ” สมาคมฯร่วมกับ สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า, ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล และศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดทำโครงการ “คิดอย่างไรกับรัฐธรรมนูญ” โดยแบ่งเป็นการจัดอภิปรายจำนวน ๕ ครั้ง ดังนี้ ๑. รัฐธรรมนูญกับวิกฤตทางการเมืองในปัจจุบัน (๒๑พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒) ๒. ส.ส. กับความเป็นผู้แทนของปวงชน (พ.ศ. ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๒)  ๓. ส.ว. กับความเป็นผู้แทนของปวงชน  ( ๔ มิถุนายน พ.ศ.  ๒๕๕๒)  ๔. จุดเด่นและจุดด้อยขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ (๑๑ มิถุนายน พ.ศ.  ๒๕๕๒) ๕.ประเด็นร้อนในรัฐธรรมนูญ (๑๘มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒) ๖. รัฐธรรมนูญกับทางออกของวิกฤตการเมืองไทย (๒๕  มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒)

๕.๒  ศูนย์เฝ้าระวังการคุกคามสื่อ (Alert Network)

สมาคมฯ ตระหนักถึงการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน ที่อาจได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งในรูปแบบของการข่มขู่ คุกคาม การทำร้ายร่างกายและทรัพย์สิน จึงได้มีความพยายามในการจัดตั้งเครือข่ายเฝ้าระวังการคุกคามสื่อ (Alert Network) ขึ้นทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยในปี ๒๕๕๒ สมาคมฯ ได้เฝ้าระวังการคุกคามสื่อ ดังนี้

๕.๒.๑ คู่มือการทำข่าวม็อบและอุปกรณ์ในการทำข่าวม็อบ ศูนย์เฝ้าระวังการคุกคามสื่อ  มีความเป็นกังวลว่าการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในวันพุธที่  ๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๒ .อาจจะมีการใช้ความรุนแรงที่อาจกระทบกระทั่งถึงตัวนักข่าวอีก และมีความต้องการให้ผู้สื่อข่าวทำงานด้วยความปลอดภัย จึงได้จัดหนังสือคู่มือการทำข่าวม็อบ พร้อมทั้งแจกจ่ายอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น ขวดน้ำ ผ้าขนหนู และปลอกแขนสื่อมวลชนให้กับผู้สื่อข่าวที่ต้องปฎิบัติงานภาคสนาม รวมทั้งยังมีการเปิดอาคารสำนักงานสมาคม ฯ ถนนสามเสน เป็นศูนย์สื่อมวลชน ให้สามารถเข้ามาใช้สถานที่ในการส่งข่าวและพักผ่อนได้

 

๕.๒.๒ การอบรมเชิงปฏิบัติการอาสาสมัครปกป้องสิทธิ พิชิตการคุกคามสื่อ(Alert Net work) รุ่น ๑ เป็นโครงการที่ศูนย์เฝ้าระวังการคุกคามสื่อ ร่วมกับเครือข่ายส่งเสริมสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในเชียอาคเนย์(ซีป้า) จัดขึ้น ระหว่างวันเสาร์ที่ ๑๘ - วันอาทิตย์ที่ ๑๙ กรกฏคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ณ โรงแรมเมาเท่นบีชรีสอร์ท พัทยา จังหวัดชลบุรี เพื่อสร้างอาสาสมัครในการเฝ้าระวังสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนไทยทั่วประเทศให้เกิดขึ้นอย่างชัดเจน โดยการจัดอบรมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากผู้สื่อข่าวทั้งส่วนภูมิภาคและส่วนกลางเข้าร่วมอบรมเป็นอาสาสมัครในโครงการนี้จำนวน ๒๐ คน ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสถานฑูตสหรัฐอเมริกา

๕.๒.๓ การจัดทำหนังสือคู่มือการทำข่าวอย่างปลอดภัย สืบเนื่องจากการที่สื่อมวลชนทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคต้องปฏิบัติภารกิจในสถานการณ์ที่มีความขัดแย้งตลอดเวลา ศูนย์เฝ้าระวังการคุกคามสื่อ จึงได้ริเริ่มจัดทำหนังสือคู่มือการทำข่าวอย่างปลอดภัย  ให้เป็นหนังสือที่มีข้อปฏิบัติที่ชัดเจนเวลาที่ต้องทำหน้าที่ในสถานการณ์ที่อาจจะไม่ปลอดภัยกับสื่อมวลชน (How to) ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมเนื้อหา  เช่น การทำข่าวในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้, การทำข่าวในพื้นที่การชุมนุม เป็นต้น

 

๕.๒.๔  รับเรื่องร้องเรียนจากหนังสือพิมพ์ลานมะพร้าว หนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติในสถาบันอุดมศึกษา ของมหาวิทยาลัยบูรพา  นายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ นายก สมาคมฯ รับเรื่องร้องเรียนจากนางสาวสาวิตรี แก้วมณีบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ลานมะพร้าว ซึ่งมาร้องขอความเป็นธรรม หลังจากถูกผู้บริหารมหาวิทยาลัยขู่ปิดหนังสือพิมพ์ลานมะพร้าว  หลังเสนอข่าวผลหยั่งเสียงเลือกตั้งอธิการบดีคนใหม่  เมื่อวันอังคารที่ ๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๓

 

๕.๒.๕ จดหมายข่าวศูนย์เฝ้าระวังการคุกคามสื่อและรายงานพิเศษ เพื่อเป็นการติดตามสถานการณ์และรายงานความเคลื่อนไหวในประเด็นที่สื่อที่ถุกคุกคามได้มีการจัดทำจดหมายข่าวศูนย์เฝ้าระวังการคุกคามสื่อและรายงานพิเศษขึ้น

 

๕.๒.๖ การติดตามสถานการณ์การคุกคามสื่อ ศูนย์เฝ้าระวังได้มีการติดตามสถานการณ์การคุกคามสื่อมาอย่างต่อ เนื่อง โดยในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ ได้ติดตามสถานการณ์การคุกคามสื่อ อาทิ  ติดตามความคืบหน้ากรณีนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์เอเอสทีวีผู้จัดการและแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ถูกลอบยิง,  ติดตามกรณีหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจเลิกจ้างพนักงาน และติดตามกรณีผู้สื่อข่าวถูกทำร้ายในการระหว่างการปฏิบัติหน้าที่รายงานการชุมนุมต่างๆ เป็นต้น

 

๕.๓ งานติดตามสถานการณ์ด้านสิทธิเสรีภาพและสถานการณ์สื่อ

๕.๓.๑  การจัดรายงานสถานการณ์สื่อไทยและภาษาอังกฤษ (2009 Thai Media Updates) สมาคมฯได้จัดทำรายงานสถานการณ์สื่อรายเดือนเผยแพร่ผ่านเวบไซต์www.tja.or.th โดยเป็นการจัดทำทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

๕.๓.๒ การจัดทำสถานการณ์สื่อประจำปี สมาคมฯ ได้จัดทำรายงานสถานการณ์สื่อประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๒ เผยแพร่ในวันสิ้นปี เพื่อสรุปเหตุการณ์หลักที่เกิดขึ้นในแวดวงสื่อมวลชน  ปีแห่งการใช้สื่อเพื่อสร้างสงครามการเมือง

 

๕.๔  กองทุนสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ

สมาคมฯ ได้จัดตั้งกองทุนสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ ขึ้นเพื่อทำให้การทำงานด้านการรณรงค์สิทธิเสรีภาพสื่อ สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความยั่งยืนมากขึ้น โดยเบื้องต้นได้รับงบประมาณสนับสนุนจากการประมูลภาพวาดสีน้ำของอาจารย์ธีรยุทธ บุญมี ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๒ จำนวน ๑,๗๒๒,๐๐๐ บาท โดยกองทุนมีวัตถุประสงค์หลัก ๔ ข้อ คือ ๑. ติดตามเฝ้าระวังสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนและประชาชน๒. ส่งเสริมและปกป้องสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน ๓. ผลักดันนโยบายและกฎหมายเพื่อการปฏิรูปสื่อ และ ๔. ส่งเสริมเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่ทำงานด้านสิทธิเสรีภาพทั้งในและนอกประเทศ

 

๕.๕  ศูนย์ศึกษากฎหมายและนโยบายสื่อมวลชน

สมาคมฯ ได้ร่วมกับสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ และสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย จัดตั้งศูนย์ศึกษากฎหมายและนโยบายสื่อมวลชน เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมองค์ความรู้ในเรื่องกฎหมายสื่อมวลชน เพื่อใช้เป็นแหล่งข้อมูลในการศึกษาเพื่อให้เกิดความระมัดระวังในการเสนอข่าวและความคิดเห็น รวมทั้งในการสนับสนุนและรวบรวมผู้สนใจและเชี่ยวชาญในด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสื่อมวลชน เพื่อสนับสนุนการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนให้เป็นอิสระและปราศจากการคุกคามและลิดรอนสิทธิเสรีภาพโดยการใช้กฎหมาย โดยมอบหมายให้สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย เป็นผู้ดำเนินการ

ในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ ศูนย์ศึกษากฎหมายและนโยบายสื่อมวลชน เป็นกลไกสำคํญในการผลักดัน พรบ. คุ้มครองสิทธิเสรีภาพและส่งเสริมมาตรฐานแห่งวิชาชีพสื่อมวลชน  ซึ่งจะเป็นกฎหมายฉบับแรกของโลกซึ่งบัญญัติขึ้นเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการเสนอข่าวและการแสดงความคิดเห็น ให้ได้รับการคุ้มครอง ปราศจากการแทรกแซง มีการวางหลักใหญ่ ๒ หลัก คือ ๑.หลักสิทธิเสรีภาพและ ๒.หลักจริยธรรม

 

๖. คณะอนุกรรมการฝ่ายเลขานุการ สมาคมฯ ประกอบด้วยที่ปรึกษาและอนุกรรมการจำนวน ๗  คน  ดังนี้

๑. นายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์                 นายก สมาคมฯ                                         ที่ปรึกษา

๒. นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์                        เลขาธิการ สมาคมฯ                                 ประธาน

๓. นายปราเมศร์ เหล็กเพ็ชร์                      รองเลขาธิการฝ่ายวิชาการ สมาคมฯ          อนุกรรมการ

๔. นายวัสยศ งามขำ                               รองเลขาธิการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมฯ อนุกรรมการ

๕. นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี                  อุปนายกฝ่ายบริหาร  สมาคมฯ                   อนุกรรมการ

๖. นางสาวนภาพร พานิชชาติ                  เหรัญญิก                                               อนุกรรมการ

๗. นางสาวเทียมใจ ทองเมือง                   ผู้จัดการ สมาคมฯ                                   อนุกรรมการ

 

ในปี ๒๕๕๒ คณะอนุกรรมการฝ่ายเลขานุการ สมาคมฯ  ได้จัดกิจกรรมต่างๆ ดังนี้

 

๖.๑ กิจกรรมภายในองค์กร

๖.๑.๑ โครงการหนังสือเล่ม “บันทึกเดือนเมษายน ๒๕๕๒” สมาคมฯ ได้จัดทำโครงการหนังสือรวบรวมข้อเท็จจริง เหตุการณ์การชุมนุม เมื่อวันพุธที่ ๘ – วันพุธที่ ๑๕  เมษายน พ.ศ.  ๒๕๕๒   โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำบันทึกเหตุการณ์และข้อเท็จจริงเหตุการณ์ดังกล่าวของสื่อมวลชนทุกแขนงที่อยู่ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต่างๆ  ทั้งยังเป็นการสรุปบทเรียนและประสบการณ์ในการทำข่าวในสถานการณ์ความขัดแย้ง และการนำเสนอข้อเท็จจริงต่อสาธารณชน  โดยในหนังสือจะประกอบด้วยข้อเขียน บทสัมภาษณ์ และภาพข่าวในเหตุการณ์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมต้นฉบับ

 

๖.๒.๒  ปาฐกถาอิศรา อมันตกุล “บทบาทสื่อกับการปฏิรูปการเมือง” สมาคมฯ ได้ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการ ของมูลนิธิอิศรา อมันตกุล ในการจัดปาฐกถาประจำปีเพื่อรำลึกถึงนายอิศรา อมันตุล นักหนังสือพิมพ์และนักเขียนผู้ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นนักหนังสือพิมพ์ผู้มีจริยธรรม  ในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ ได้จัดปาฐกถาอิศรา อมันตกุลเรื่อง“บทบาทสื่อกับการปฏิรูปการเมือง” โดย ศาสตราจารย์ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ราชบัณฑิต เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ (วันเกิดนายอิศรา อมันตกุล ตรงกับวันที่ ๑๘ พฤษภาคม)

๖.๒.๓ ลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช สมาคมฯ ร่วมกับสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติและสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ให้ทรงหายจากอาการพระประชวร ณ อาคาร ๑๐๐  ปี โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันศุกร์ที่ ๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

๖.๒.๔ โครงการปรับปรุงอาคาร สมาคมฯ ถนนราชดำเนินกลาง สมาคมฯ ได้มีมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร สมาคมฯ ครั้งที่ ๕ สมัยที่ ๑๐ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ให้ปรับปรุงอาคาร สมาคมฯ ถนนราชดำเนินกลางเป็นห้องแสดงภาพ (Gallery) โดยจะมีการนำภาพข่าวที่ได้รับรางวัลอิศรา อมันตกุลมาจัดแสดง ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ

๖.๒ กิจกรรมการประสานความร่วมมือกับองค์กรภายนอก

๖.๒.๑ งานสัปดาห์ส่งเสริมการเขียนจดหมาย สมาคมฯ ร่วมกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด  จัดกิจกรรมสัปดาห์ส่งเสริมการเขียนจดหมาย เพื่อกระตุ้นให้เกิดความตระหนักในคุณค่าการเขียนภาษาไทยในรูปแบบการเขียนจดหมาย  กิจกรรมในงานประกอบด้วย การสัมนาทางวิชาการ การจัดนิทรรศการ การจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ จัดเมื่อวันศุกร์ที่  ๙ – วันพฤหัสบดีที่ ๑๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

๖.๒.๒  งานประชุมว่าด้วย “พุทธทาสกับสื่อมวลชน” สมาคมฯ ร่วมกับหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ  กรมประชาสัมพันธ์ กรมการศาสนา องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย(อสมท.)   เป็นคณะเจ้าภาพรวมจัดงานปาฐกถาประจำปี ๒๕๕๒ เรื่อง พุทธทาสกับสื่อมวลชน ระหว่างวันเสาร์ที่ ๒๒- วันอาทิตย์ที่ ๒๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒   ณ หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพหลโยธิน กทม.  กิจกรรมในงานประกอบด้วยเวทีธรรม ละครและดนตรี นิทรรศการส่งเสริมการศึกษาและปฏิบัติธรรม และปาฐกถาเกียรติยศหัวข้อ “เขาหาว่าพุทธทาสบ้า ที่จะทำให้สื่อมวลชนเป็นปูชนียบุคคล”

 

๖.๓ กิจกรรมการพัฒนาบุคคลากรของสมาคมฯ

๖.๓.๑ การส่งบุคลากรเข้าร่วมอบรมหลักสูตรต่างๆ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ สมาคมฯ ได้ส่งพนักงาน สมาคมฯ เข้าร่วมอบรมหลักสูตรต่างๆ ดังนี้

๑) หลักสูตรผู้บริหารการสื่อสารมวลชนระดับกลาง (บสก. รุ่นที่ ๑) สมาคมฯ ได้มอบหมายให้นางสาวเทียมใจ ทองเมือง ผู้จัดการ สมาคมฯเข้าร่วมอบรมหลักสูตรผู้บริหารการสื่อสารมวลชนระดับกลาง ซึ่งจัดโดยสถาบันอิศรา ระหว่างเดือนมกราคม -เดือนพฤษภาคม ๒๕๕๒

๒) หลักสูตรการสื่อสารมวลชนระดับต้น (กสต. รุ่นที่ ๑) สมาคมฯ ได้มอบหมายให้นายพีรพัฒน์ ดิลกกัลยากุล หัวหน้าศูนย์ข้อมูล สมาคมฯ เข้าร่วมอบรมหลักสูตรการสื่อสารมวลชนระดับต้น ซึ่งจัดโดยสถาบันอิศรา ระหว่างเดือนพฤษภาคม – เดือนกันยายน ๒๕๕๒

๓) หลักสูตรการบริหารการเงิน (Management for Effective Programmes: A Programme Officer's Survival Course) สมาคมฯ ได้มอบหมายให้นางสาวเทียมใจ ทองเมือง ผู้จัดการ สมาคมฯเข้าร่วมอบรมหลักสูตรการบริหารการเงิน ซึ่งจัดโดยเครือข่ายส่งเสริมสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนในเอเชียอาคเนย์ (ซีป้า) เมื่อวันจันทร์ที่ ๓๑ สิงหาคม  –  วันศุกร์ที ๔  กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒ ณ โรงแรมวินเซอร์ ถนนสุขุมวิท

 

๗. คณะกรรมการควบคุมจริยธรรม สมาคมฯ

ในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ คณะกรรมการควบคุมจริยธรรม สมาคมฯ  ได้ประชุมหารือเรื่องแนวทางการทำงานของคณะกรรมการควบคุมจริยธรรม ให้มีความสอดคล้องกับทิศทางของหลักของคณะกรรมการบริหาร สมาคมฯ ในข้อแรก คือ การส่งเสริมจริยธรรม โดยที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมจริยธรรม สมาคมฯ จำนวน ๕ ประกอบด้วย ๑. นางบัญญัติ ทัศนียะเวช ๒. นายสมาน สุดโต ๓. นายตุลย์ ศิริกุลพิพัฒน์ ๔.นายสมเจตน์ วัฒนาธร และ ๕.นายบรรยงค์ สุวรรณผ่อง ได้มีแต่งตั้งนายบรรยงค์ สุวรรณผ่อง เป็นประธาน กรรมการควบคุมจริยธรรม สมาคมฯ และแต่งตั้งนางสาวเย็นจิตร์ สถิรมงคลสุข เป็นเลขานุการ กรรมการควบคุมจริยธรรม

สำหรับข้อร้องเรียนเรื่องจริยธรรมแห่งวิชาชีพที่เข้าสู่การประชุมของคณะกรรมการควบคุมจริยธรรม สมาคมฯ มีจำนวน ๑ เรื่อง คือ  ข้อร้องเรียนจากคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค โดยนายนิโรธ เจริญประกอบ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้ทำจดหมายถึงสมาคมฯ เรื่องการนำเสนอภาพข่าวของสื่อมวลชนในกรณีคนร้ายฆาตกรรมและหั่นศพเด็กชายอายุ ๕ ขวบ ที่อาจกระทบกระเทือนต่อจิตใจและไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค

จากกรณีดังกล่าว คณะกรรมการควบคุมจริยธรรม ได้ออกประกาศเตือนการนำเสนอภาพข่าวและข่าวที่ม่คำนึงถึงการละเมิดสิทธิเด็ก