lasix and bumex together cheap mail order viagra feline skin reaction to lasix sub q injections hepatic encephalopathy lasix buy cheap brand viagra online order viagra for ivf

สมเจตน์ วัฒนาธร

AddThis Social Bookmark Button

สมเจตน์ วัฒนาธร ต้นแบบคนข่าวนักสู้  (เกิดเมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2573)

ปกรณ์ รัตนทรัพย์ศิริ

เมื่อหนังสือพิมพ์ ข่าวภาพ เริ่มบุกเบิกเส้นทางการนำเสนอข่าวสารสู่ประชาชนตั้งแต่วันจันทร์ที่ 9 มกราคม 2493 ตีพิมพ์ 16 หน้า จำหน่ายในราคา 1 บาท จากนั้นได้สร้างนักข่าว นักสื่อสารมวลชน ในแวดวงเส้นทางการต่อสู้บนสมรภูมิน้ำหมึก มีปลายปากกาเป็นอาวุธประจำกายที่ผู้สื่อข่าวได้ใช้ฟาดฟันให้ได้ข่าวสารมานำเสนอ

หลังจาก ข่าวภาพ ก้าวย่างไปได้ไม่นาน จากหนังสือพิมพ์เล็กๆที่ ในยุคนั้นมีการแบ่งงานให้ เลิศ อัศเวศน์ รับหน้าที่บรรณาธิการ เป็นคนเขียน กำพล วัชรพล เป็นคนพิมพ์และค นขาย ส่วน วสันต์ ชูสกุล เป็น ผู้จัดการเรื่องการเงิน เพราะมีจุดมุ่งหมายอยู่ที่ว่าจะขายหนังสือพิมพ์ให้แก่ กลุ่มวัยรุ่นคนหนุ่มสาว และบรรดาชาวบ้านทั่วไป ไม่ขายข่าวหนักอย่างพวก หนังสือการเมืองซึ่งตอนนั้น นิตยสารรายสัปดาห์มีอยู่ 7-8

กระทั่งหนังสือพิมพ์ข่าวภาพพลิกตัวเองขึ้นเป็นหนังสือพิมพ์รายวันได้  อุทธรณ์ พลกุล  หนึ่งในตำนานของหนังสือพิมพ์ประชาธิปไตยมาเสริมทัพ และ  อุทธรณ์ พลกุล  นี่เองเป็นผู้เห็นแววนักบัญชีหนุ่มคนหนึ่งว่าบุคลิกท่วงท่าความคิด น่าจะสามารถสมบทบาทนักข่าวให้กับหนังสือพิมพ์ข่าวภาพได้ จึงได้เอ่ยปากชักชวนชายผู้นั้นให้มาร่วมงาน ชนิดที่ว่าเปลี่ยนอาชีพแบบพลิกฝ่ามือ จากนักบัญชีนั่งโต๊ะในออฟฟิศ มาเป็นนักข่าวภาคสนามนั่งตามหัวบันไดกระทรวงต่างๆ แทรกตัวตามห้องประชุมรัฐสภา ชะเง้อคอใต้ ต้นมะขามริมรั้วทำเนียบรัฐบาล เพื่อเสาะแสวงหาข้อมูลมาเรียบเรียงเป็นข่าวเพื่อส่งตีพิมพ์ ให้โลดแล่นบนหน้ากระดาษให้ได้

เมื่อชายผู้นั้นตกปากรับคำชื่อของ  สมเจตน์ วัฒนาธร  จึงถูกลบออกจากวงการนักบัญชี แต่มาปรากฏนามบนแวดวงสื่อสารมวลชนขึ้นมาตั้งแต่ช่วงพ.ศ.2500 เป็นต้นมา ในบทบาทของนักข่าวการเมือง วิ่งรอกทำข่าวทั้งทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา กระทรวงมหาดไทย และเกาะติดชอนไชการทำงานต่างๆของแต่ละพรรคการเมือง และอย่างที่ทราบกันดีว่าในยุคต้นกึ่งพุทธกาล ระบอบเผด็จการทหารเฟื่องฟูเป็นอย่างมาก ก่อนที่ประชาธิปไตยจะเบ่งบานตามมา การเป็นนักข่าวในยุคถูกจำกัดจึงเป็นเรื่องที่ขัดต่อกรอบการทำงานในวิชาชีพนี้ และด้วยความเป็นนักคิดหัวก้าวหน้า เติบโตมากับกิจกรรมตั้งแต่เรียนคณะบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกา รเป็นกรรมการสโมสรนักศึกษาของรั้วแม่โดม  สมเจตน์  จึงเปี่ยมไปด้วยความคิดที่ยึดหลักของความถูกต้อง และเป็นเหตุผล ส่วนหนึ่งคงมาจากหลักบัญชีที่ทุกอย่างต้องโปร่งใสและตรวจสอบได้

เมื่อเป็นเช่นนั้น  สมเจตน์  และพวกสามารถทานกระแสการใช้อำนาจเผด็จการเข้าครอบงำความคิด รวมทั้งปฏิเสธที่จะรับการตีราคาค่าตัว ในคราวที่รัฐบาลยุคนั้นพยายามแทรกแซงจัดสโมสรนักข่าวขึ้นเพื่อดูแลนักข่าวในสังกัด ด้วยเหตุนี้  สมเจตน์  มักจะไม่ได้รับการชี้ตัวให้ตั้งคำถามเพื่อถาม  จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัตน์  ได้สะดวก เมื่อคราวที่มีการนำรูปแบบการแถลงข่าวของรัฐบาลที่นำมาจากต่างประเทศหลังจอมพลสฤษดิ์เดินสายทัวร์รอบโลกเพื่อดูงานการพัฒนาประเทศ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะด้วยความต้องหาคำตอบหรือจะเป็นนิสัยชอบปิดบัญชี  สมเจตน์  จึงมักแทรกถามได้เป็นประจำ

นอกจากการยึดในหลักความเป็นเหตุเป็นผล และความถูกต้องแล้ว  สมเจตน์  ยังต้องรู้จักประมาณตนในเรื่องค่าใช้จ่ายในการทำงาน เพราะเดิมเมื่อครั้งยังผูกไทค์นั่งโต๊ะเป็นสมุห์บัญชีกินเงินเดือนถึง 1,200 บาทต่อเดือน แต่เมื่อคราวเงินเดือนๆแรกที่หนังสือพิมพ์ข่าวภาพออก ได้เพียง 600 บาทต่อเดือน ทำให้วิชาการบัญชีถูกนำมาใช้อย่างเต็มที่ เพราะนอกจาก  เบี้ยยาไส้  วันละ 6 บาทจากโรงพิมพ์ที่เป็นทั้งค่าข้าวต้มหาบหน้ากรมป ระชาสัมพันธ์ ค่ากาแฟ และค่าเหล้าโรงในตอนค่ำแล้ว การแข็งข้อต่อแรงยั่วยวนจากการต้อนนักข่าวเข้าก๊วนเลี้ยงดูปูเสื่อ แม้จะสร้างความไม่พอใจให้กับผู้มีอำนาจ แต่  สมเจตน์  และพวกภาคภูมิใจที่ได้ยืนในสนามข่าวอย่างมีเกียรติและมีศักดิ์ศรี สุดท้ายพวกนักข่าวแก่นเน่าในยุคนั้นต้องล่มสลาย ทยอยอำลาจากวงการ ส่วนมืออาชีพยังเชิดหน้าตั้งคำถามได้อย่างภาคภูมิใจต่อไป

อย่างไรก็ตาม บนเส้นบางๆของความเป็นพวกกับการเสนอข่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำข่าวการเมืองที่นักข่าวจะมีความสนิทสนมคุ้นเคยกับนักการเมืองไม่พรรคใดก็พรรคหนึ่ง หรือพวกใครพวกหนึ่งนั้น  สมเจตน์  ยอมรับว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่นักข่าวจะมีความสนิทสนมกับนักการเมือง ทั้งส.ส.หรือรัฐมนตรี และเมื่อความเป็นพวกก็ต้องมีการเอื้ออาทรพวกตัวเองอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่กรณีเช่นนี้  สมเจตน์  บอกว่า   คุณจะปฏิเสธได้ไหมว่าคุณไม่มีพวก คุณเป็นนักข่าวแล้วคุณไม่มีพวก ผมถามหน่อยคุณจะหาข่าวลึกๆข่าววงในจากไหน คุณก็ต้องอาศัยพวกกันเป็นคนบอกข่าว ดังนั้นอย่ามาพูดว่านักข่าวเป็นคนไม่มีพวก ไม่อิงข้างนักการเมือง ผมว่ามันไม่มีหรอก

แต่พฤติกรรมการอิงพวกดั่งที่  สมเจตน์  กล่าวถึง เป็นเรื่องที่มีมานาน ซึ่ง  สมเจตน์  เองยอมรับว่านักข่าวรุ่นเก่า การทำข่าวกับส.ส.จะสนิทสนมกันมาก บางครั้งถึงกับให้นักข่าวเขียนกระทู้เพื่อลงข่าว แล้วมีส.ส.มากระซิบว่าขอให้ใส่ชื่อตัวเองลงไปด้วย จะได้เป็นข่าว ชาวบ้านจะได้รู้ว่ามีผลงาน หรือแม้กระทั่งการเสนอแนะความคิดเห็นในการอภิปรายในสภาบ้าง การบริหารงานราชการบ้าง ซึ่งก็เป็นโอกาสที่ได้ช่วยเหลือกันไป แต่ทั้งหมดต้องอยู่บนความเหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

ส่วนความภูมิใจในการต่อสู้กับการใช้อำนาจรัฐสั่งปิดหนังสือพิมพ์  สมเจตน์  ไม่เคยลืมเหตุการณ์ในวันที่กองเอกสารหนังสือพิมพ์ กรมตำรวจ มีคำสั่งให้หนังสือพิมพ์เสียงอ่างทอง ซึ่ง  สมเจตน์  เป็นผู้มีบทบาทไปนำเอาหัวหนังสือพิมพ์ฉบับนี้จากจ.อ่างทองเข้ามาใช้ในกรุงเทพฯ ซึ่งต่อมา  เสียงอ่างทอง  ได้เป็นตัวสานต่อหลังจากข่าวภาพโดนตอกฝาโลง จนมีสโลแกนว่า "อยากเห็นภาพ อยากทราบข่าว ต้องอ่าน "เสียงอ่างทอง" หนังสือพิมพ์เช้าประจำครอบครัว  และ  เสียงอ่างทอง  นี่เองที่เป็นต้นกำเนิดของหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่  ไทยรัฐ  มาจนทุกวันนี้

โดย  สมเจตน์  เป็นคนเข้าไปเจรจากับรมว.มหาดไทยในยุคนั้นว่า กองเอกสารหนังสือพิมพ์ กรมตำรวจ จะมาสั่งย้ายให้เสียงอ่างทองไปพิมพ์ที่จ.อ่างทองตามหัวหนังสือที่จดทะเบียนไว้ที่นั่นได้อย่างไร เพราะมีการไปซื้อมาดำเนินกิจการในกรุงเทพฯแล้ว อีกทั้งมีพนักงานจำนวนมากจะต้องตกงาน หากย้ายเสียงอ่างทองไปพิมพ์ที่จ.อ่างทอง ซึ่งทีเด็ดของ  สมเจตน์  อยู่ที่การยกตัวอย่างข่าวพระลังกา ออกบิณฑบาตแล้วลอบฆ่านายกฯศรีลังกา เนื่ องจากทำให้คนตกงานเป็นจำนวนมาก และฆาตรกรจึงลอบบวชเป็นพระเพื่อรอวันล้างแค้น เมื่อเป็นดังนั้นทางตำรวจจึงต้องสั่งการทางวิทยุสื่อสารไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทองให้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าวและให้กลับมาพิมพ์ที่กรุงเทพฯดังเดิม

นอกจากนี้  สมเจตน์  เคยให้หลักคิดของการเป็นคนข่าวเอาไว้ว่า  การเป็นนักข่าวต้องติดตามข่าวสารทุกวันไม่ว่าจะดู ฟัง หรืออ่าน เพื่อจะได้มีข้อมูล คุยกับคนอื่นได้ทุกเรื่อง ที่สำคัญจะได้คิดตามเมื่อได้ คิด คิดแล้วเขียน สมองก็ไม่ฝ่อ เพราะถ้าไม่ใช้สมองคิด สุดท้ายก็จะกลายเป็นแค่ไอ้แก่ แล้วก็กลายเป็นหมาล่าเนื้อที่หมดสภาพ เขาก็จะเตะทิ้งไปในที่สุด

////////////////////////////////

(ล้อมกรอบ)

ข่าวในความทรงจำของ  น้าเจตน์

สมเจตน์ วัฒนาธร  หรือ  ลุงเจตน์-น้าเจตน์  ของนักข่าวรุ่นลูกหลาน ผ่านสนามข่าวมายาวนานกว่า 50 ปี ปัจจุบันอายุกว่า 80 ปี แต่ยังมีความทรงจำขำๆกับข่าวตลกๆ และความทะเล่อทะล่าของนักข่าวเอง ย้อนเวลาไปราวปี 2500 กว่าๆ มีข่าวชิ้นหนึ่งที่สร้างเสียงหัวร่ออย่างสนั่นหวั่นไหวให้กับกลุ่มนักข่าวในยุคคนั้นหลังจากความจริงของเรื่องถูกเฉลยออกมา เรื่องมีอยู่ว่า  ...สมัยนั้นน้าเจตน์จำได้ดี นึกถึงทีไรแล้วก็อดขำไม่ได้ เมื่อได้เป็นนักข่าวไม่นานนัก ในสมัยก่อนสะพานพุทธยังเปิด-ปิดขึ้นลง เพื่อให้เรือสินค้า และเรือรบวิ่งเข้าออกอ่าวไทย และช่วงหนึ่งมีเรือรบของกองทัพเรือมาจอดอยู่ในลำน้ำเจ้าพระยาหลายลำ ซึ่งเราเห็นเป็นประจำ แต่มาวันหนึ่งเราต้องตาลีตาเหลือกเมื่อนักข่าวคนหนึ่งวิ่งมาบอกว่าเรือรบหาย พวกเราก็ตกใจ รีบเขียนข่าวกันใหญ่ส่งเข้าตีพิมพ์ พอหลังหนังสือพิมพ์เสนอข่าวออกไป 2-3 วันต่อมา ทางกองทัพเรือส่งนายทหารมาบอกว่า พี่ครับๆเรือรบไม่ได้หายไปไหน แค่ถอยเข้าอู่ไปซ่อมครับ เท่านั้นเองพวกเราถึงกับหัวเราะงอหงาย และต้อ งรีบเขียนข่าวใหม่ทั้งหมดเพื่อแก้ข่าวที่เกิดจากความลนลานตกใจไปเอง

และอีกเรื่องหนึ่ง  สมเจตน์  บอกว่า  อีกข่าวที่จำได้ เราลงข่าวงูเหลือกินพระ ที่มาที่ไปไม่มีอะไรมากเพราะมีคนบอกว่าเห็นมีเศษผ้าเหลืองติดอยู่ในปากงูเหลือม พอลงไปแล้วก็มาพิจารณาหาข้อมูลสุดท้ายก็ไม่มีอะไร เพราะฟังเขาเล่ามา จึงเป็นบทเรียนในการทำข่าวเช่นกัน  ขณะเดียวกัน  สมเจตน์  ย้ำว่า ยุคนั้นไม่เคยเสนอข่าวด้วยการให้  รายงานข่าวแจ้งว่า  หรือ  แหล่งข่าวเปิดเผยว่า  หากมีการใช้จะถูกมองว่า  เต้าข่าว  แต่ยุคนี้ผมไม่รู้ว่ามาตรฐานเป็นอย่างไรไปแล้ว.

 
วีทีอาร์-สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย พศ. 2562

ดูวีทีอาร์ทางyoutube

Login Form



หนังสือน่าอ่าน




จำนวนผู้ออนไลน์

เรามี 1776 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา

สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ :: The National Press Council of Thailand สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย :: Thai Broadcast Journalists Association สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย :: ISRA Institute Thai Press Development Foundation ชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ :: Information Technology Press Club The Southeast Asian Press Alliance (SEAPA) thai society of environmental jounalists