รายงานกิจกรรม
คณะกรรมการบริหาร สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมัยที่ ๒๓ ซึ่งดำรงตำแหน่งระหว่างวันจันทร์ที่ ๔ มีนาคม ๒๕๖๗ – วันพุธที่ ๔ มีนาคม ๒๕๖๙ ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการฝ่ายต่างๆ ทำหน้าที่ในการดำเนินกิจกรรมตามยุทธศาสตร์ข้างต้น โดยแบ่งออกเป็น ๖ คณะอนุกรรมการ ดังนี้
๑) คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ
๒) คณะอนุกรรมการฝ่ายวิชาการ
๓) คณะอนุกรรมการฝ่ายสวัสดิการและสมาชิกสัมพันธ์
๔) คณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ
๕) คณะอนุกรรมการฝ่ายกิจกรรมพิเศษและพัฒนาส่งเสริมศักยภาพสื่อมวลชน
๖) คณะอนุกรรมการฝ่ายเลขานุการ
ในปี ๒๕๖๘ คณะอนุกรรมการ ได้ดำเนินงานผ่านแผนงาน และกิจกรรมต่างๆ ดังนี้
๑. คณะอนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ ประกอบด้วย ๓ แผนงานหลัก รวมทั้งสิ้น ๙ กิจกรรม โดยมีรายละเอียดดังนี้
๑.๑ งานส่งเสริมสิทธิเสรีภาพสื่อ
๑.๑.๑ วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก” (World Press Freedom Day) สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดงาน “วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก” (World Press Freedom Day) ประจำปี ๒๕๖๘ ในวันเสาร์ที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๐.๐๐ น. ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร กรุงเทพมหานคร ตามประกาศขององค์การยูเนสโก (UNESCO) เพื่อรณรงค์ให้ตระหนักถึงความสำคัญของเสรีภาพสื่อ
กิจกรรมในงานประกอบด้วย กล่าวไว้อาลัยสื่อมวลชนที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ โดยนางสาวน.รินี เรืองหนู นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และอ่านแถลงการณ์เนื่องใน “วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก” โดย นางสาวน.รินี เรืองหนู นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และกล่าวสุนทรพจน์โดย นายกวี จงกิจถาวร ที่ปรึกษาและอดีตนายกสมาคมฯ
ไฮไลท์สำคัญคือการเสวนาหัวข้อ “เสรีภาพสื่อ VS AI Surveillance : ผลกระทบ โอกาส และความท้าทาย” วิทยากรประกอบด้วย ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นายบรรยงค์ สุวรรณผ่อง กรรมการจริยธรรมวิชาชีพ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, รศ.ดร.วิไลวรรณ จงวิไลเกษม คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, นายณัฐกร ปลอดดี บรรณาธิการฝ่ายตรวจสอบข้อเท็จ ภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ AFP Thailand ดำเนินรายการโดย ดร.โศภชา เอี่ยมโอภาส ประธานคณะกรรมการบริหารสถานี UTCC Station คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
นอกจากนี้ ยังมีพิธีมอบรางวัลผลการประกวดภาพถ่าย #เสรีภาพสื่อเสรีภาพประชาชน และผลการประกวดคลิปสั้น #ชีวิตคนทํางานสื่อ
๑.๑.๒ รายงานสถานการณ์สื่อมวลชนในรอบปี ๒๕๖๘ :เผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากเทคโนโลยี เศรษฐกิจ และภูมิรัฐศาสตร์ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยจัดทำรายงานสถานการณ์สื่อประจำปี ๒๕๖๘ โดยให้เป็นปีแห่งการเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่จากวิกฤตเศรษฐกิจและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เข้ามาเป็นแกนหลักในการผลิตและเผยแพร่เนื้อหา ส่งผลให้สื่อดั้งเดิมอย่างสื่อสิ่งพิมพ์ต้องทยอยปิดตัวหรือลดขนาดองค์กรด้วยการเลิกจ้างพนักงาน ขณะที่นักข่าวต้องปรับตัวอย่างหนักด้วยการผันตัวเป็นอินฟลูเอนเซอร์และเร่งหาแหล่งรายได้ใหม่เพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ ซึ่งสถานการณ์นี้สร้างความสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดจริยธรรมวิชาชีพจากการพึ่งพากลุ่มทุนหรือนักการเมืองที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
ท่ามกลางสมรภูมิการแข่งขันบนสื่อออนไลน์ที่มุ่งเน้นการ "ชิงยอดเอ็นเกจเมนต์" ตามอัลกอริทึม สื่อมวลชนกำลังประสบวิกฤตความน่าเชื่อถือจากการแพร่ระบาดของข่าวปลอม (Fake News) และเทคโนโลยี Deepfake ที่ถูกนำมาใช้โดยขาดการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน ความเร่งรีบในการนำเสนอเพื่อให้ทันกระแสส่งผลให้มาตรฐานการตรวจสอบข้อมูลลดลงและเกิดความผิดพลาดในวงกว้าง ดังนั้นความท้าทายสำคัญของคนทำงานสื่อในยุคนี้คือการยืนหยัดในจริยธรรมและวิชาชีพ เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนในโลกที่เต็มไปด้วยข้อมูลที่ถูกบิดเบือน
๑.๒ งานปกป้องและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพสื่อ
๑.๒.๑ สมาคมนักข่าวฯ ห่วงใยกรณีข่มขู่นักข่าว เรียกร้องใช้กระบวนการยุติธรรม พร้อมยืนยันหลักการเสรีภาพการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน-ไม่ถูกคุกคามทุกกรณี (วันอาทิตย์ที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๘)
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย โดยนางอุษา มีชารี อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ ออกแถลงการณ์แสดงความห่วงใยกรณีผู้สื่อข่าวสาวจากสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ทีวี ถูกกลุ่มบุคคลข่มขู่และปิดล้อมขณะปฏิบัติหน้าที่รายงานข่าวเหตุยิงกันในงานคอนเสิร์ตสงกรานต์ ณ ลานจอดรถตลาดตะวันนา ๒ เขตบางกะปิ
ผู้สื่อข่าวคนดังกล่าวได้เข้าแจ้งความต่อตำรวจกองปราบปรามเพื่อดำเนินคดีและขอความคุ้มครองแล้ว โดยสมาคมนักข่าวฯ ยืนยันหลักการ "เสรีภาพสื่อต้องปราศจากการคุกคาม"พร้อมระบุว่าหากฝ่ายใดไม่พอใจการนำเสนอข่าว ควรใช้กระบวนการยุติธรรมหรือร้องเรียนผ่านองค์กรวิชาชีพ แทนการใช้วิธีข่มขู่หรือบีบบังคับ และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายอย่างเร่งด่วน
๑.๒.๒ การกระทำที่เข้าข่ายคุกคามสื่อมวลชน ประจำทำเนียบรัฐบาล (วันพุธที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๘)
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์เตือนทีมงานด้านภาพลักษณ์และสื่อออนไลน์ของนายกรัฐมนตรี กรณีบันทึกภาพและเผยแพร่ใบหน้าผู้สื่อข่าวขณะตั้งคำถามเรื่องประเด็นทับซ้อนไทย-กัมพูชา จนนำไปสู่การถูกโจมตีอย่างรุนแรงบนโลกโซเชียลจากกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาล
สมาคมนักข่าวฯ ระบุว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายการกดดันและข่มขู่ ซึ่งเป็นการสร้าง "บรรยากาศแห่งความกลัว" บั่นทอนเสรีภาพในการทำหน้าที่ตรวจสอบของสื่อมวลชน โดยเฉพาะในประเด็นอ่อนไหวที่ประชาชนให้ความสนใจ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเคารพการทำหน้าที่ของสื่อและเร่งสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เพื่อให้สื่อมวลชนเป็นกระบอกเสียงของประชาชนได้อย่างเป็นอิสระและปลอดภัยตามหลักประชาธิปไตย
๑.๒.๓ แถลงการณ์ร่วมองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน เรื่อง สถานการณ์การสู้รบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๘)
สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย ออกแถลงการณ์ร่วมแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์สู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมแนะแนวปฏิบัติ ๗ ข้อให้สื่อมวลชนนำเสนอข่าวอย่างมืออาชีพและปลอดภัย
โดยเน้นย้ำให้สื่อรายงานตามข้อเท็จจริง ปราศจากอคติและความเกลียดชัง ระมัดระวังการใช้ภาพหรือคลิปที่สยดสยองเพียงเพื่อชิงยอดวิว และต้องตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลจากโซเชี่ยลมีเดียอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันข่าวลวง นอกจากนี้ยังเตือนไม่ให้เปิดเผยข้อมูลทางยุทธวิธีที่กระทบต่อความมั่นคง และให้แยกแยะระหว่าง "ประชาชน" กับ "รัฐบาล" เพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างคนทั้งสองชาติ
๑.๒.๔ แถลงการณ์ ๓ องค์กรวิชาชีพสื่อขอความร่วมมือรายงานข่าวความตึงเครียดชายแดนไทย – กัมพูชาแนะการสื่อสารของภาครัฐ (วันจันทร์ที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๘) สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ และสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ออกแถลงการณ์ร่วมกำหนดแนวทางการรายงานข่าวสถานการณ์ความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระบุ ๑๑ ข้อควรปฏิบัติเพื่อความมั่นคงและจริยธรรม
สาระสำคัญประกอบด้วย ด้านความมั่นคง: ห้ามเปิดเผยที่ตั้งหน่วยทหาร ชื่อผู้บังคับบัญชา และยุทโธปกรณ์ รวมถึงงดรายงานสด (Live) ขณะปฏิบัติการ ด้านเนื้อหา: ตรวจสอบข้อมูลโซเชียลมีเดียก่อนเผยแพร่ ห้ามพาดหัวข่าวเกินจริง และหลีกเลี่ยงการวิเคราะห์ที่ไร้ข้อมูลสนับสนุนซึ่งอาจสร้างความตื่นตระหนก ด้านความสัมพันธ์: งดนำเสนอเนื้อหาที่สร้างความเกลียดชังระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ และเคารพสิทธิความเป็นส่วนตัวของครอบครัวผู้สูญเสีย
ทั้งนี้ ๓ องค์กรสื่อเน้นย้ำให้สื่อมวลชนยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติและหลักสิทธิมนุษยชนเป็นสำคัญ เพื่อให้การสื่อสารในภาวะวิกฤตเป็นไปอย่างถูกต้องและไม่ซ้ำเติมสถานการณ์ความขัดแย้งให้รุนแรงขึ้น
๑.๓ งานพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพสื่อ จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ ๑ หลักสูตร ผลิตหนังสือคู่มือ ๑ เล่ม และจัดทำโครงการ ๑ โครงการ
๑.๓.๑ อบรมเชิงปฏิบัติการ “การรายงานข่าวในภาวะวิกฤตและสาธารณภัย” (Safety Training) รุ่นที่ ๑๔
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ตระหนักถึงความปลอดภัยและสวัสดิภาพของคนทำงานข่าวภาคสนาม ได้จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การรายงานข่าวในภาวะวิกฤตและสาธารณภัย” (Safety Training) รุ่นที่ ๑๔ เพื่อเสริมสร้างทักษะการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างถูกต้องและปลอดภัยตามหลักสากล จัดขึ้นระหว่างวันพฤหัสบดีที่ ๑๐ - วันอาทิตย์ที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ณ มอนโทโร่รีสอร์ท อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ “ติดอาวุธ” ความรู้และทักษะที่จำเป็นให้แก่ผู้สื่อข่าว ช่างภาพ และบุคลากรในแวดวงสื่อมวลชน ให้มีความพร้อมในการเผชิญหน้ากับสถานการณ์วิกฤตทุกรูปแบบ ทั้งจากปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองและเหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ
ไฮไลท์หลักสูตรเข้มข้น
- การเตรียมความพร้อม: เทคนิคการวางแผนและประเมินความเสี่ยงก่อนลงพื้นที่จริง
- ทักษะภาคสนาม: การทำข่าวในสถานการณ์ความขัดแย้งและภัยพิบัติรูปแบบต่างๆ อาทิ น้ำท่วมใหญ่, แผ่นดินไหว, สึนามิ, เพลิงไหม้ และตึกถล่ม
- จริยธรรมและการสื่อสาร: การใช้ภาษาที่เหมาะสมในภาวะวิกฤต รวมถึงวิธีการตรวจสอบและรับมือกับข่าวปลอม (Fake News) อย่างเท่าทัน
- การบริหารจัดการ: แนวทางการจัดการกองบรรณาธิการในภาวะฉุกเฉิน และทักษะการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อช่วยเหลือตนเองและผู้อื่น
๑.๓.๒ หนังสือ “นโยบายการป้องกันการคุกคามทางเพศในองค์กรสื่อ” สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดทำหนังสือ “นโยบายการป้องกันการคุกคามทางเพศในองค์กรสื่อ” ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนเจตนารมณ์ของสมาคมนักข่าวฯ ในการทำลายกำแพงแห่งความเงียบและสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างให้แก่วงการสื่อมวลชนไทย โดยมุ่งหวังที่จะธำรงไว้ซึ่งสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เพราะเชื่อมั่นว่าเสรีภาพสื่อที่แท้จริงต้องเริ่มต้นจากความปลอดภัยและสิทธิในเนื้อตัวร่างกายของคนทำงานสื่อ หากองค์กรวิชาชีพสามารถสร้างความเป็นธรรมและความมั่นคงภายในได้ ย่อมส่งผลต่อความเชื่อมั่นและไว้วางใจที่สังคมมีต่อบทบาทหน้าที่ของสื่อมวลชนในฐานะผู้ตรวจสอบสังคมได้อย่างเต็มภาคภูมิ
เนื้อหาภายในรวบรวมองค์ความรู้ไว้อย่างครบถ้วนลึกซึ้ง ตั้งแต่การนิยามรูปแบบการคุกคามทางเพศ ไปจนถึงหัวใจสำคัญเรื่อง “หลักความยินยอม” (Sexual Consent) และแนวปฏิบัติที่นำไปใช้ได้จริงสำหรับบุคลากรทุกระดับ ตั้งแต่ผู้ปฏิบัติงานภาคสนามไปจนถึงระดับบริหาร พร้อมโครงร่างนโยบายตัวอย่างที่แต่ละองค์กรสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันที หนังสือเล่มนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือคุ้มครองสิทธิของนักข่าวหรือตำราเรียนสำหรับนักศึกษาเท่านั้น แต่ยังเป็นคัมภีร์สำคัญสำหรับผู้บริหารองค์กรสื่อในการวางรากฐานธรรมาภิบาล เพื่อยกระดับวิชาชีพสื่อให้เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยและเปี่ยมด้วยศักดิ์ศรีอย่างยั่งยืน ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดพิมพ์
๑.๓.๓ โครงการจัดทำสื่อเพื่อการสื่อสารในภาวะวิกฤตและความขัดแย้ง สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดทำ “โครงการจัดทำสื่อเพื่อการสื่อสารในภาวะวิกฤตและความขัดแย้ง” กิจกรรมในโครงการประกอบด้วย ๑.ราชดำเนินเสวนา หัวข้อ “สมรภูมิข่าวสารในวิกฤติความขัดแย้งไทย-กัมพูชา” ที่ระดมผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านความมั่นคงไซเบอร์และนักวิชาการสื่อ ร่วมวิเคราะห์ปรากฏการณ์ “สงครามลูกผสม” (Hybrid Warfare) ซึ่งพบว่าข้อมูลเท็จ (Disinformation) กลายเป็นภัยคุกคามอันดับหนึ่งที่สร้างความเกลียดชังและกระทบต่อความมั่นคงระหว่างประเทศ พร้อมย้ำบทบาทสื่อไทยในการเป็น “เสาที่ ๔ ของสังคม” ที่ต้องนำเสนอข้อมูลอย่างมีสติ ระมัดระวังการเปิดเผยจุดยุทธศาสตร์ และมุ่งเน้นการสื่อสารเพื่อสันติภาพเพื่อให้ประชาชนทั้งสองฝั่งสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน
นอกจากเวทีวิชาการ โครงการยังได้ต่อยอดองค์ความรู้สู่สื่อดิจิทัลสมัยใหม่ผ่าน ๒.การผลิตคลิปสั้นทาง TikTok จำนวน ๗ ชุด และ ๓.ภาพคำคมจากผู้ทรงคุณวุฒิรวม ๑๒ ชิ้นงาน เพื่อย่อยประเด็นจรรยาบรรณสื่อและการรู้เท่าทันข่าวลวงให้เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่และประชาชนทั่วไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสื่อทั้งหมดถูกจัดเก็บเป็น “คลังความรู้ดิจิทัล” บนเว็บไซต์ tja.or.th เพื่อเป็นต้นแบบในการรับมือกับภาวะวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ความสำเร็จนี้ไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับทักษะการรู้เท่าทันสื่อ (Media Literacy) แต่ยังเป็นการสร้างระบบนิเวศของข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ช่วยให้สังคมไทยสามารถเผชิญหน้ากับวาทกรรมความเกลียดชังและก้าวข้ามวิกฤตข่าวปลอมได้อย่างมีความรับผิดชอบ (จัดทำระหว่างวันศุกร์ที่ ๑๕ สิงหาคม – วันจันทร์ที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๖๘)
๒. คณะอนุกรรมการฝ่ายวิชาการ ประกอบด้วย ๔ แผนงานหลัก รวมทั้งสิ้น ๑๐ กิจกรรม โดยมีรายละเอียดดังนี้
๒.๑. งานพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพสื่อ จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ ๔ หลักสูตร
๒.๑.๑ อบรมเชิงปฏิบัติการ “รายงานข่าวสืบสวนด้วยข้อมูลเชิงลึก” หรือ TRAINING & WORKSHOP: DATA JOURNALISM FOR INVESTIGATIVE REPORTING สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (ความร่วมมือระหว่างฝ่ายวิชาการและฝ่ายกิจกรรมพิเศษและพัฒนาศักยภาพสื่อมวลชน สมาคมฯ) ร่วมกับชมรมเครือข่ายนักสื่อสารข้อมูลเชิงลึกแห่งประเทศไทย (Thailand Data Journalism Network TDJ) จัดการอบรมระหว่างเดือนกันยายน ๒๕๖๗ - เดือนกันยายน ๒๕๖๘ โดยมีสื่อมวลชนจากทุกแพลตฟอร์ม ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดเข้าร่วมจำนวน ๓๐ คน ได้รับการสนับสนุนจาก สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย
จัดกิจกรรมรวม ๔ ครั้ง ดังนี้
ครั้งที่ ๑ รายงานข่าวสืบสวนด้วยข้อมูลเชิงลึก” TRAINING & WORKSHOP: DATA JOURNALISM FOR INVESTIGATIVE REPORTING จัดระหว่างวันศุกร์ที่ ๒๔ - วันอาทิตย์ที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๘ ณ ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร กรุงเทพมหานคร การอบรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะและองค์ความรู้ให้กับนักข่าวในการทำข่าวสืบสวนโดยใช้ข้อมูลเป็นเครื่องมือสำคัญ
หัวข้อการอบรมมีความหลากหลายครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการทำข่าวสืบสวน, การวิเคราะห์ข้อมูล, เบื้องลึกรายงานข่าวสืบสวนรางวัลระดับโลก, การใช้ Big Data และ AI ในงานข่าว,ไปจนถึงการใช้โซเชียลมีเดียเพื่อสนับสนุนงานข่าวสืบสวน นอกจากนี้ยังมีเวทีเสวนาและกิจกรรมกลุ่มเพื่อให้นักข่าวได้ฝึกฝนและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน
ตัวอย่างหัวข้อที่น่าสนใจ ได้แก่ "Data เปลี่ยนสังคม" โดย นายเอกลักษณ์ หลุ่มชมแข จากศูนย์ข้อมูลคนหายมูลนิธิกระจกเงา,และ "เบื้องลึกรายงานข่าวสืบสวนรางวัลระดับโลก" โดย นางสาวปรางทิพย์ ดาวเรือง ผู้มีประสบการณ์ตรงจากการทำงานข่าวชิ้นสำคัญอย่าง "ปานามา เปเปอร์ส" เป็นต้น
ครั้งที่ ๒ เทคนิครายงานข่าวสืบสวนด้วยข้อมูลเชิงลึก” (MENTORING & COACHING: DATA JOURNALISM FOR INVESTIGATIVE REPORTING) จัดระหว่างวันเสาร์ที่ ๒๖ -วันอาทิตย์ที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๖๘ ณ โรงแรมแมนดาริน กรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับทักษะการทำข่าวเชิงข้อมูล (Data Journalism) ให้กับผู้สื่อข่าว โดยตลอดการอบรมทั้งสองวันได้มุ่งเน้นการผสานความรู้ทางทฤษฎีเข้ากับการลงมือปฏิบัติจริง
กิจกรรมการอบรมเริ่มต้นด้วยการให้ผู้เข้าร่วมทั้ง ๕ กลุ่ม ได้นำเสนอความคืบหน้าของโครงการข่าวสืบสวนเชิงข้อมูลของตนเอง เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากวิทยากรหลัก จากนั้นจึงเป็นการปูพื้นฐานที่สำคัญในด้าน “จริยธรรมและกฎหมายสำหรับนักข่าวสืบสวน” และได้รับฟังมุมมองการประยุกต์ใช้ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญในหัวข้อต่างๆ
หัวใจสำคัญของการอบรมคือการทำงานร่วมกันระหว่างผู้สื่อข่าว (Reporter) และนักพัฒนา (Developer) เพื่อสร้างสรรค์ผลงานข่าว ผู้เข้าร่วมได้นำเสนอแผนการทำงานเบื้องต้นและได้รับคำปรึกษาอย่างเข้มข้นในช่วง MENTORING & COACHING จากคณะสื่อมวลชนผู้มีประสบการณ์ ได้แก่ นางสาวฐปณีย์ เอียดศรีไชย, นายพงศ์พิพัฒน์ บัญชานนท์, นายมนตรี อุดมพงษ์ และนางสาวหทัยรัตน์ พหลทัพ
จากนั้น การอบรมได้ต่อยอดสู่การพัฒนาแผนงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีการบรรยายในหัวข้อ “Solution Journalism” หรือการสื่อสารเชิงมิติแก้ปัญหา เพื่อเป็นแนวทางในการนำเสนอข่าว ก่อนที่แต่ละกลุ่มจะนำความรู้และคำแนะนำทั้งหมดมาพัฒนาแผนการทำงานร่วมกับทีมนักพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบ จนได้เป็นแผนงานฉบับสมบูรณ์ที่นำเสนอในช่วงท้ายของการอบรม ซึ่งรวมถึงการวางกรอบเวลา (Timeline) สำหรับการดำเนินงานจริงต่อไป
ครั้งที่ ๓ อบรมเชิงปฏิบัติการ “เทคนิคการรายงานข่าวสืบสวนด้วยข้อมูลเชิงลึก” วันเสาร์ที่ ๕– วันอาทิตย์ที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร กรุงเทพมหานคร
การอบรมครั้งนี้เป็นเวทีให้นักข่าวจากหลากหลายสำนักร่วมเสนอร่างผลงานข่าวสืบสวนสอบสวน ที่พัฒนาขึ้นร่วมกับทีม Developer โดยใช้ข้อมูลเชิงลึกเป็นเครื่องมือหลักในการคลี่คลายประเด็นสาธารณะหลากมิติ อาทิ
ความมั่นคง: วิกฤตกระบวนการยุติธรรม ในระบบอาชญากรรมของประเทศไทยและความท้าทายในการเก็บกู้วัตถุระเบิดในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา
สังคม: การเตรียมความพร้อมสู่สังคมสูงวัย และความเปราะบางของระบบการวัดผลการศึกษาของเด็กไทยในระบบ ONET
สิ่งแวดล้อม: ผลกระทบต่อแม่น้ำโขงจากการพัฒนาในภูมิภาคและระบบคาร์บอนเครดิตกับผลกระทบที่มีต่อประชาชน
ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อและข้อมูลเข้าร่วมให้ข้อเสนอแนะ ได้แก่ คุณปรางทิพย์ ดาวเรือง จากเครือข่ายผู้สื่อข่าวสืบสวนนานาชาติ (ICIJ), ดร.เอกพล เธียรถาวร ประธานชมรม Thai Data Journalism (TDJ), ดร.พรรณี อมรวิพุธพนิช หัวหน้าทีมวิทยากร และ ผศ.ดร.ภูริพันธุ์ รุจิขจร Data Specialist แห่งบริษัทบุญมีแล็บ และอาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนางสาวเพทาย กันนิยม หัวหน้าทีมกระบวนกร
การอบรมในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวในการใช้ข้อมูลอย่างเป็นระบบ สร้างงานข่าวเชิงสืบสวนที่ยึดโยงกับข้อเท็จจริง ขยายพรมแดนความรู้สาธารณะ และเพิ่มพลังการเปลี่ยนแปลงในเชิงนโยบาย
ครั้งที่ ๔ แถลงข่าว “เปิดผลงาน ๖ กลุ่ม ข่าวเจาะดาต้าเชิงลึกขับเคลื่อนนโยบายรัฐไทยให้ดีกว่าเดิม” จัดขึ้นวันเสาร์ที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๖๘ ณ ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยงานนี้จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เพื่อนำเสนอผลงานข่าวสืบสวนพลิกโฉมวงการสื่อไทยด้วยพลังของ Data Journalism และประกาศผลรางวัลสุดยอดผลงาน
โครงการนี้ได้รวบรวมนักข่าวจากสำนักข่าวชั้นนำทั่วประเทศ และทีมนักเทคโนโลยีจิตอาสาจาก ODDS -TEAMซึ่งมีทั้ง Developer, UX/UI และ Designer รวมกว่า ๖๐ คน พร้อมด้วยทีมวิทยากรระดับมืออาชีพ อาทิ นักข่าวสืบสวนรางวัลดีเด่น นักวิชาการด้าน Data Journalism นักวิเคราะห์ Big Data ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อออนไลน์ และเครือข่ายผู้สื่อข่าวสืบสวนระดับนานาชาติ
จากการขุดค้นข้อมูลเปิด (Open Data) และการสืบสวนเชิงลึกอย่างเข้มข้นตลอดระยะเวลาโครงการ ได้เกิดผลงานข่าวสืบสวนเชิงลึกจำนวน ๖ ชุด ที่มีคุณภาพ น่าเชื่อถือ และเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อกลุ่มผู้สนใจที่ต้องการผลักดันนโยบายของรัฐด้วยข้อมูลและข้อเท็จจริง เพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะหน่วยงานรัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปใช้ปรับปรุงและต่อยอดการบริหารจัดการให้เป็นรูปธรรม ผลงานทั้ง ๖ ชุด ครอบคลุมประเด็นสำคัญดังนี้
ด้านความมั่นคง ประกอบด้วยประเด็น เจาะปมปัญหาทุ่นระเบิดตกค้าง ๑๗ ล้านตารางเมตร บนพื้นที่พิพาทชายแดนไทยกัมพูชาด้วย Data Visualization ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกพื้นที่ทุ่นระเบิดตกค้างชายแดนไทย-กัมพูชา ด้วยแผนที่ลักษณะ Data Visualization นำเสนอภาพปัญหาที่ชัดเจนและเข้าใจง่าย และประเด็น ถอดรหัสวิกฤตคดีอาชญากรรมในไทย การเล่าเรื่องด้วยข้อมูลจาก ๓ หน่วยงาน ผลักดันปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมจากมิติเชิงลึกโดยเป็นการเจาะลึกข้อมูลคดีอาชญากรรมเพื่อเสนอแนวทางการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม
ด้านสังคม ประกอบด้วยประเด็น “ว่าแต่เขาอิเหนาไม่ทำ? สำรวจ Open Data การจ้างงานผู้สูงอายุของภาครัฐ “เมื่อนโยบายมุ่งแต่ให้เอกชนจ้าง โดยนำข้อมูลพร้อมด้วยบทสัมภาษณ์เชิงลึกมาสะท้อนความเหลื่อมล้ำในนโยบายภาครัฐด้านการจ้างงาน และประเด็น “เจาะลึก Data ผลสอบ ONET ท้าทายงบ ๔๐๐ ล้านสูญเปล่า?” ซึ่งเป็นประเด็นที่ตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการใช้งบประมาณในการศึกษา และคุณภาพการศึกษาไทย
ด้านสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วยประเด็น รายงานข่าว “ตำงบละลายโขงสำรวจความคุ้มค่าเขื่อนป้องกันตลิ่ง ๔ หมื่นล้าน” ที่จะพาไปตรวจสอบความคุ้มค่าของโครงการก่อสร้างเขื่อนรอบแม่น้ำโขง นอกจากนี้ยังมีประเด็น “เจาะ Open Data เปิด ๓ มายากลก๊าซเรือนกระจกทุนใหญ่ Greenwashing ป่าเขียว” ที่พร้อมท้าชนกลุ่มนายทุนใหญ่ด้วยการขุดคุ้ยข้อมูลและข้อเท็จจริงการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงการซื้อขายคาร์บอนเครดิตที่เอาเปรียบป่าสงวน สร้างภาพลวงตารักษ์โลกแต่ไม่รักชาวบ้าน
ภายในงาน นอกจากการเปิดตัวและมอบรางวัลผลงานข่าวทั้ง ๖ ชุดแล้ว ยังมีพิธีเปิดงานโดย นางสาวน.รินี เรืองหนู นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และ นายทวิร พานิชสมบัติ กรรมการผู้จัดการ ODDS-Team
หลังการนำเสนอผลงาน ยังมีการจัดพิธีมอบรางวัลผลงานข่าวเจาะดาต้าเชิงลึกดีเด่นโดยมีกลุ่มที่ได้รับรางวัลดังนี้
รางวัล Best Investigative Reporting Award กลุ่มที่ได้รางวัล คือกลุ่ม“ปัญหาทุ่นระเบิดตกค้าง ๑๗ ล้านตารางเมตรบนพื้นที่พิพาทชายแดนไทยกัมพูชา”
รางวัล Best Transborder Environmental Reporting กลุ่มที่ได้รางวัลคือกลุ่ม “ตำงบละลายโขงสำรวจความคุ้มค่าเขื่อนป้องกันตลิ่ง ๔ หมื่นล้าน“
นอกจากนี้ยังมีรางวัล Data Investigative Reporting Award อีก ๔ รางวัล ซึ่งกลุ่มที่ได้รับรางวัลมีดังนี้
รางวัล Best In-Depth Data Reporting กลุ่ม“เจาะ Open Data เปิด๓มายากลก๊าซเรือนกระจกทุนใหญ่Greenwashingป่าเขียว”
รางวัล Best Public Service Reporting กลุ่ม “ถอดรหัสวิกฤตคดีอาชญากรรมในไทย”
รางวัล Best Youth and Education Reporting กลุ่ม “เจาะลึก Data ผลสอบ ONET ท้าทายงบ ๔๐๐ ล้านสูญเปล่า?”
รางวัล Best Senior Social Welfare กลุ่ม “ว่าแต่เขา อิเหนาไม่ทำ?” สำรวจ Open Data การจ้างงาน ผู้สูงอายุของภาครัฐ”
นอกจากนี้ในงานยังมีเวทีเสวนาพิเศษในหัวข้อ “The New Equation of Journalism “สาย Tech + สายข่าว” สมการใหม่ท้าทายวงการสื่อ” เพื่อการเปิดมุมมองถึงการบูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับงานข่าว โดยพิธีปิดงานได้รับเกียรติจาก นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติในฐานะผู้ก่อตั้งโครงการ
การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และชมรมเครือข่ายนักสื่อสารข้อมูลเชิงลึกแห่งประเทศไทย (TDJ) ในการยกระดับคุณภาพของวงการสื่อสารมวลชนไทยให้ก้าวสู่ยุคใหม่ที่แข็งแกร่งด้วยพลังของข้อมูล พร้อมเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้ดียิ่งขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
๒.๑.๒ อบรมเชิงปฏิบัติการ “ห้องเรียนสาธารณะ ๔ ภาค” (พิราบน้อยสัญจร) สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (โดยความร่วมมือระหว่างฝ่ายวิชาการและฝ่ายกิจกรรมพิเศษและพัฒนาศักยภาพสื่อมวลชน) ได้ดำเนินโครงการ “ห้องเรียนสาธารณะ ๔ ภาค” หรือ “พิราบน้อยสัญจร” ประจำปี ๒๕๖๘ ได้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี โครงการนี้เป็นความร่วมมือครั้งสำคัญกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำใน ๔ ภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อวางรากฐานและพัฒนาศักยภาพนักสื่อสารมวลชนรุ่นใหม่ให้พร้อมก้าวสู่วิชาชีพอย่างมีคุณภาพและจริยธรรม
กิจกรรม “ห้องเรียนสาธารณะ ๔ ภาค” เป็นส่วนหนึ่งของโครงการหลัก “การเสริมสร้างทักษะการรู้เท่าทันและเฝ้าระวังสื่อเพื่อการพัฒนาวิชาชีพและส่งเสริมจริยธรรมสื่อ” โดยมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนดังนี้:
๑.เพื่อเตรียมความพร้อม และพัฒนาศักยภาพของนิสิต นักศึกษา ที่จะก้าวไปเป็นบุคลากรในวิชาชีพสื่อสารมวลชนในอนาคต
๒.เพื่อเปิดโอกาส ให้นักศึกษาได้เพิ่มพูนความรู้และทักษะสำคัญที่จำเป็นต่อนักสื่อสารมวลชนยุคดิจิทัล
๓.เพื่อสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์ นอกห้องเรียนระหว่างเพื่อนต่างสถาบันและวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ
โครงการได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการใน ๔ ภูมิภาค มีนักศึกษาเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น ๑๓๘ คน จาก ๑๘ สถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ โดยเนื้อหาหลักสูตรการอบรมมีความเข้มข้นและมุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะที่จำเป็น ๓ ด้านหลัก ได้แก่ ๑.การรู้เท่าทันสื่อ (Media Literacy): สร้างความเข้าใจในการวิเคราะห์ แยกแยะ และประเมินข้อมูลข่าวสารในยุคดิจิทัล ๒.คุณค่าทางวารสารศาสตร์และจริยธรรมวิชาชีพ: ปลูกฝังหลักการพื้นฐาน ความรับผิดชอบ และจรรยาบรรณของสื่อมวลชน และ ๓.ทักษะเฉพาะทางที่จำเป็น: ฝึกฝนทักษะการผลิตสื่อร่วมสมัย เช่น การผลิตคลิปวิดีโอสั้น การเล่าเรื่องผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์
ผลการดำเนินงานในแต่ละภูมิภาค
๑. ห้องเรียนสาธารณะภาคเหนือ เจ้าภาพร่วมคือ คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดระหว่างวันศุกร์ที่ ๖ - วันอาทิตย์ที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๘ ณ คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีนักศึกษาเข้าร่วมจำนวน ๓๑ คน จาก ๔ สถาบัน ได้แก่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยแม่โจ้, มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย
๒. ห้องเรียนสาธารณะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) เจ้าภาพร่วมคือ คณะสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย จังหวัดหนองคาย จัดระหว่างศุกร์ที่ ๑๓ - วันอาทิตย์ที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๖๘ ณ โรงแรมพันล้าน บูติครีสอร์ท จังหวัดหนองคาย มีนักศึกษาเข้าร่วมจำนวน ๔๒ คน จาก ๕ สถาบัน ได้แก่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร, มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี และมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
๓. ห้องเรียนสาธารณะภาคใต้ เจ้าภาพร่วมคือ คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จัดระหว่างศุกร์ที่ ๒๐ - วันอาทิตย์ที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๘ ณ โรงแรมเซ็นทาร่า หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
มีนักศึกษาเข้าร่วมจำนวน ๓๑ คน จาก ๔ สถาบัน ได้แก่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย, มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา และมหาวิทยาลัยฟาฏอนี
๔. ห้องเรียนสาธารณะภาคกลาง เจ้าภาพร่วมคือ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี จัดระหว่างศุกร์ที่ ๑๘ - วันอาทิตย์ที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ณ โรงแรมเทาทอง มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี มีนักศึกษาเข้าร่วมจำนวน ๓๔ คน จาก ๕ สถาบัน ได้แก่ มหาวิทยาลัยบูรพา, มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม, มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี, มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง
นอกเหนือจากองค์ความรู้ที่นักศึกษาได้รับตลอดการอบรมฯ กิจกรรมยังส่งเสริมให้เกิดผลงานสร้างสรรค์ที่เป็นรูปธรรม โดยมีการคัดเลือกผลงานคลิปวิดีโอสั้นที่นักศึกษาผลิตระหว่างการอบรม ภาคละ ๓ ชิ้นงาน เพื่อนำไปเผยแพร่ผ่านช่องทาง TikTok ของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้แสดงศักยภาพและนำเสนอผลงานสู่สาธารณะ
โครงการ “ห้องเรียนสาธารณะ ๔ ภาค” ประจำปี ๒๕๖๘ ได้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ทุกประการในการเป็นเวทีบ่มเพาะนักสื่อสารมวลชนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ เปี่ยมด้วยทักษะที่เท่าทันการเปลี่ยนแปลง และยึดมั่นในจริยธรรมแห่งวิชาชีพ สมาคมฯ ขอขอบคุณกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และมหาวิทยาลัยเครือข่ายทั้ง ๔ ภูมิภาค ที่ร่วมกันสร้างสรรค์กิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อวงการสื่อสารมวลชนไทยให้ยั่งยืนสืบไป
๒.๑.๓ อบรมเชิงปฏิบัติการ “JournaLift with AI : ยกระดับนักข่าวรุ่นใหม่ด้วย AI อย่างมีจริยธรรม สู่วารสารศาสตร์ที่ทรงพลังและมีคุณค่า” สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการหลัก “การเสริมสร้างทักษะการรู้เท่าทันและเฝ้าระวังสื่อเพื่อการพัฒนาวิชาชีพและส่งเสริมจริยธรรมสื่อ” จัดการอบรมขึ้นระหว่าง วันศุกร์ที่ ๒๒ - วันอาทิตย์ที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๘ ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร กรุงเทพมหานคร กลุ่มเป้าหมายเป็นนักข่าวรุ่นใหม่ ผู้บริหารสื่อระดับต้น และผู้ที่ทำงานในแวดวงสื่อสารมวลชน จำนวน ๓๐ คน
ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์สื่ออย่างรวดเร็ว โครงการ “JournaLift with AI” ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายนี้โดยเฉพาะ โดยมุ่งเน้นการยกระดับผู้สื่อข่าวให้เป็นมากกว่าผู้รายงานข้อเท็จจริง แต่เป็น “นักเล่าเรื่องเชิงลึก” (In-depth Storyteller) ที่สามารถใช้ AI เป็นผู้ช่วยทรงประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับทักษะความเป็นมนุษย์ที่ AI ทดแทนไม่ได้ ทั้งการเข้าใจบริบททางสังคม วัฒนธรรม และการตัดสินใจบนพื้นฐานของจริยธรรม
โครงการนี้เน้นการพัฒนาแบบองค์รวมภายใต้แนวคิด ‘JournaLift’ ใน ๓ มิติหลัก คือ Deep Analysis การใช้ AI สืบค้นและวิเคราะห์ข้อมูล Deep Context การทำความเข้าใจมิติความเป็นมนุษย์ และ Deep Ethics การยึดมั่นในจริยธรรมและความรับผิดชอบ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานสื่อในยุคดิจิทัล”
ตลอดการอบรม ๓ วัน ผู้เข้าร่วมจะได้ลงมือปฏิบัติจริง (Workshop) ผ่านกรณีศึกษาที่เข้มข้น โดยมีผู้เชี่ยวชาญระดับแถวหน้าของวงการร่วมเป็นวิทยากร อาทิ:
- ด้านพื้นฐานและจริยธรรม: นางสาวกนกพร ประสิทธิ์ผล (ไทยพีบีเอส) และนายบรรยงค์ สุวรรณผ่อง (กรรมการจริยธรรมวิชาชีพฯ)
- ด้านเครื่องมือและการผลิต: นายธีรานนท์ ศิริกุลพิริยะ (Insightist) ที่เจาะลึก AI Tools ตั้งแต่กระบวนการ Pre-Pro-Post Production
- ด้านข้อมูลและการนำเสนอ: ผศ. ดร.เอกพล เธียรถาวร (มธ.) ในหัวข้อ AI for Data Journalism และ คุณกุลเชษฐ์ เล็กประยูร (มกท.) ด้านการนำเสนออย่างมืออาชีพ
- ด้านการวิจารณ์และสรุปบทเรียน: นายเอกพล บรรลือ (The Standard) และ ดร.สุดารัตน์ ดิษยวรรธนะ จันทราวัฒนากุล ที่ปรึกษาฝ่ายวิชาการสมาคมฯ
ไฮไลท์สำคัญของโครงการคือการกิจกรรม “Show Off” ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมนำโจทย์งานจริงมาประยุกต์ใช้กับเครื่องมือ AI และผลิตเป็นผลงานข่าวคุณภาพสูง รวมถึงกิจกรรม “แผนที่ชีวิต AI ของฉัน” เพื่อวางรากฐานการเติบโตในสายอาชีพอย่างยั่งยืน
๒.๑.๔ อบรมเชิงปฏิบัติการ “นักข่าวพิราบน้อย” รุ่นที่ ๒๘ เป็นโครงการต่อเนื่องจัดขึ้นเป็นปีที่ ๒๘ ซึ่งหากนับถึงปัจจุบันมีนักศึกษาที่ผ่านการอบรมกว่า ๑,๐๐๐ คนแล้ว โดยในปี ๒๕๖๘ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด มหาชน และ บริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด จัดระหว่างวันพุธที่ ๑๔ - วันเสาร์ที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๙ ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยมีนักศึกษาจำนวน ๓๐ คน จาก ๒๙ สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ เข้าร่วมการอบรมภายใต้ธีม “นักข่าวยุคเปลี่ยนผ่าน” ที่เพียบพร้อมด้วยทักษะด้านดิจิทัลและจริยธรรมสื่อที่เข้มแข็ง
สำหรับการอบรมครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากมีนักศึกษาสมัครเข้าร่วมมากถึง ๓๗๙ คน นับเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ตลอดระยะเวลาการอบรม ๔ วัน ๓ คืน นักศึกษาที่ได้รับคัดเลือกได้เรียนรู้และฝึกฝนทักษะการทำข่าวอย่างเข้มข้น ภายใต้แนวคิด “นักข่าวยุคเปลี่ยนผ่าน” (Transformational Journalists) ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการเล่าเรื่องที่เฉียบคม ควบคู่ไปกับการใช้เครื่องมือดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในงานข่าวอย่างมีประสิทธิภาพและมีจริยธรรม
กิจกรรมในโครงการมีความหลากหลายและน่าสนใจ ประกอบด้วย ๔ มิติสำคัญ ได้แก่
๑.การเปิดโลกทัศน์และดูงานจริง: ผู้เข้าอบรมได้เข้าเยี่ยมชมกระบวนการทำงานของสื่อชั้นนำอย่างไทยรัฐทีวี และศึกษาดูงาน ณ รัฐสภา เพื่อเรียนรู้การทำงานข่าวในสถานที่จริง
๒.การพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยี: มีการอบรมการประยุกต์ใช้ AI ในงานข่าว เทคนิคการเขียนข่าว-สัมภาษณ์ระดับมืออาชีพ และการสร้างสรรค์วิดีโอคอนเทนต์ที่น่าสนใจ
๓.การลงมือปฏิบัติในสถานการณ์จำลอง: เยาวชนได้ฝึกฝนการนำเสนอประเด็นข่าว (Pitching) ในห้องประชุมกองบรรณาธิการจำลอง และลงพื้นที่เก็บข้อมูลเพื่อผลิตผลงานข่าวของตนเองในสภาวะกดดันที่สมจริง
๔.การเรียนรู้จากมืออาชีพ: เปิดโอกาสให้ผู้เข้าอบรมได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับศิษย์เก่าโครงการนักข่าวพิราบน้อยที่ประสบความสำเร็จในวิชาชีพ และรับฟังคำวิจารณ์ผลงานจากสื่อมวลชนอาวุโสเพื่อนำไปพัฒนาต่อยอด
จัดการอบรม ภายใต้โครงการเสริมสร้างทักษะการรู้เท่าทันและเฝ้าระวังสื่อ ยุค AI มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาวิชาชีพสื่อสารมวลชน (Professional Development) ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมในวิชาชีพ (Ethics Responsibility) และแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในฐานะองค์กรเพื่อสังคม (Organizational Social Responsibility) ซึ่งนักศึกษาที่เข้าร่วมอบรมได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทั้งกับเพื่อนนักศึกษาจากต่างสถาบันและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักข่าวรุ่นพี่ที่
ทำงานทั้งในภาคสนาม และสร้างประสบการณ์ในวิชาชีพสื่อและ เป็นการสร้างเครือข่ายระหว่างกลุ่มนักศึกษาด้านสื่อมวลชน อันเป็นการเตรียมพร้อมในการเข้าสู่วิชาชีพ นอกจากนี้ยังเป็นกระบวนการปลูกฝังอุดมคติให้กับนักศึกษาด้วย
๒.๒ งานสื่อสารสาธารณะ จำนวน ๔ กิจกรรม
๒.๒.๑. รายการวิทยุช่วยกันคิดทิศทางข่าว สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เดินหน้าตอกย้ำบทบาทสื่อมวลชนเพื่อสังคม ผนึกกำลัง สำนักข่าวไทย และ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ต่อยอดความสำเร็จรายการวิทยุ "ช่วยกันคิดทิศทางข่าว" เปิดเวทีให้นักข่าวรุ่นใหม่โชว์ศักยภาพ วิเคราะห์ประเด็นร้อนรอบสัปดาห์ พร้อมสร้างความเข้าใจด้านงานสื่อสารมวลชนแก่สาธารณชน
รายการ "ช่วยกันคิดทิศทางข่าว" ออกอากาศทางสถานีวิทยุ อสมท. FM ๑๐๐.๕ MHz ทุกวันอาทิตย์ เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๒.๐๐ น. โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับนักข่าวรุ่นใหม่ในการเข้ามามีส่วนร่วมกับสมาคมฯ ทั้งยังเป็นช่องทางสำคัญในการสื่อสารเรื่องราวในแวดวงสื่อมวลชนให้ประชาชนได้รับทราบ พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึกทิศทางข่าวสารในรอบสัปดาห์ถัดไป ครอบคลุมทั้งประเด็นการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ต่างประเทศ และประเด็นที่กำลังอยู่ในความสนใจของสังคม (Hot Issues)
สำหรับในปี ๒๕๖๘ ทีมงานประกอบด้วย ทีมผู้ดำเนินรายการ ๙ คน ได้แก่ นายคัชฑาพงศ์ ลีลาพงศ์ฤทธิ์, นางสาวดารากาญจน์ ทองลิ่ม, นางสาวนันทพร ทาวะระ, นายบัญชา จันทร์สมบูรณ์, นางสาวดารินทร์ หอวัฒนกุล, นางสาวพรทิวา กันธิยาใจ, นางสาวปวีณา ชูรัตน์, นายพฤฒินันท์ สุดประเสริฐ และนางสาวมาลินี วรรณทอง
พร้อมด้วย ทีมบรรณาธิการรายการ ๔ คน ได้แก่ นางสาวดารินทร์ หอวัฒนกุล, นายคัชฑาพงศ์ ลีลาพงศ์ฤทธิ์, นางสาวดารากาญจน์ ทองลิ่ม และนางสาวนันทพร ทาวะระ โดยมี นายจีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง เลขาธิการสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ให้เกียรติเป็นที่ปรึกษารายการ
ผู้ที่สนใจร่วมติดตามฟังการวิเคราะห์ข่าวสารที่ฉับไวและมีสาระได้ตามวันและเวลาดังกล่าว หรือสามารถรับฟังรายการย้อนหลังได้ที่เว็บไซต์สมาคมฯ www.tja.or.th เพื่อร่วมขับเคลื่อนสังคมด้วยข้อมูลข่าวสารที่มีคุณภาพไปด้วยกัน
๒.๒.๒ www.tja.or.th เว็บไซต์ของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมข่าวสารต่างๆ ของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ทั้งประชาสัมพันธ์กิจกรรม,รายงานกิจกรรม,เผยแพร่กฎหมายที่เกี่ยวข้อง,ประวัติความเป็นมา แสดงจุดยืนและท่าทีของสมาคมฯต่อสถานการณ์ต่างๆของบ้านเมือง รวมทั้งการบันทึกผลงานข่าวที่ได้รับรางวัลประเภทต่างๆ และเป็นชุมชนออนไลน์ของนักวิชาการและวิชาชีพสื่อสารมวลชน ในการแลกเปลี่ยนทัศนะของนักวิชาการและนักวิชาชีพด้านสื่อสารมวลชน และนำเสนอข่าวสารความเคลื่อนไหวในแวดวงสื่อสารมวลชน
ไฮไลท์สำคัญในปี ๒๕๖๘ สมาคมฯ ได้เดินหน้ายกระดับเนื้อหาด้วยการเพิ่มส่วน "Photo Gallery" พื้นที่รวบรวมภาพข่าวที่มีความโดดเด่นและทรงพลัง ซึ่งไม่เพียงแต่สะท้อนทักษะของช่างภาพสื่อมวลชนเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นจดหมายเหตุทางประวัติศาสตร์ที่บันทึกเหตุการณ์สำคัญของบ้านเมืองไว้อย่างเป็นระบบ
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ ขอเชิญชวนสื่อมวลชน นักวิชาการ นิสิตนักศึกษา และประชาชนทั่วไป เข้าถึงข้อมูลเชิงลึกและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนสื่อออนไลน์ได้ที่ www.tja.or.th เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนมาตรฐานวิชาชีพสื่อสารมวลชนไทย
๒.๒.๓ เพจจุลสารราชดำเนินออนไลน์ (https://www.facebook.com/rajdamnernbook/) สมาคมได้รับความร่วมมือจาก ทีมสื่อมวลชนมืออาชีพที่เปี่ยมด้วยประสบการณ์ เข้ามาปฏิบัติหน้าที่เป็นบรรณาธิการข่าวและแอดมินเพจด้วยจิตอาสา เพื่อร่วมกันกลั่นกรองและนำเสนอเนื้อหาที่มีคุณภาพตามหลักวารสารศาสตร์ โดยมีวัตถุประสงค์หลัก ๓ ประการ ได้แก่:
- ศูนย์กลางวิชาชีพสื่อ: เผยแพร่องค์ความรู้ทางวิชาการและแนวทางปฏิบัติงานข่าวในสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อยกระดับมาตรฐานสื่อสารมวลชนไทย
- สะพานเชื่อมความเข้าใจ (Media Literacy): เป็นกลไกสร้างความเข้าใจอันดีและการตรวจสอบซึ่งกันและกันระหว่าง "นักวิชาชีพสื่อ" "นักวิชาการ" และ "ประชาชนผู้บริโภคสื่อ" เพื่อสังคมเท่าทันสื่ออย่างยั่งยืน
- เกาะติดความเคลื่อนไหวสื่อทั่วโลก: นำเสนอข่าวสารการปรับตัวของอุตสาหกรรมสื่อทั้งในและต่างประเทศ พร้อมเป็นช่องทางหลักในการสื่อสารกิจกรรมและโครงการต่างๆ ของสมาคมนักข่าวฯ
"จุลสารราชดำเนินออนไลน์" เป็นพื้นที่สื่อสารที่มีความเข้มข้นในเชิงเนื้อหา ทันต่อสถานการณ์ และเป็นประโยชน์ต่อสังคมสื่อมวลชนและประชาชนอย่างแท้จริง ร่วมติดตามความเคลื่อนไหวและสาระความรู้ในวงการสื่อได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ "จุลสารราชดำเนินออนไลน์" : https://www.facebook.com/rajdamnernbook/
๒.๒.๔ TikTok Channel “สมาคมนักข่าวฯ” (https://www.tiktok.com/@tjareporter?_r=๑&_t=ZS-๙๓nTIPIB๙๕E) ในปี ๒๕๖๘ สมาคมนักข่าวฯ ปรับตัวรับเทรนด์การสื่อสารยุคดิจิทัล ประกาศเปิดตัวช่องทางสื่อใหม่บนแอปพลิเคชัน TikTok ภายใต้ชื่อช่อง "สมาคมนักข่าว" (@tjareporter) มุ่งเป้าเป็นพื้นที่สร้างสรรค์เพื่ออัปเดตความเคลื่อนไหวในแวดวงสื่อมวลชนไทยให้เข้าถึงง่าย ทันสมัย และมีสาระสำหรับสมาชิกและประชาชนทั่วไป
โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากความคิดริเริ่มของสมาคมฯ ที่ต้องการขยายฐานการรับรู้และสร้างการมีส่วนร่วมกับกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายมากขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจาก กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ในการขับเคลื่อนช่องทางสื่อออนไลน์ที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และเป็นประโยชน์ต่อสังคม
สำหรับช่อง TikTok "สมาคมนักข่าว" จะนำเสนอเนื้อหาในรูปแบบวิดีโอสั้นที่น่าสนใจ อาทิ:เบื้องหลังคนทำงานข่าว: เจาะลึกชีวิตและเทคนิคการทำงานของสื่อมวลชนมืออาชีพ อัปเดตความเคลื่อนไหววงการสื่อ: สรุปประเด็นร้อนและทิศทางของอุตสาหกรรมสื่อไทยและโลก Media Literacy: เกร็ดความรู้เรื่องการรู้เท่าทันสื่อ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในการบริโภคข้อมูลข่าวสาร กิจกรรมและโครงการพิเศษ: ประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ ของสมาคมฯ ในรูปแบบที่สนุกสนานและเข้าถึงง่าย
สื่อมวลชน นิสิตนักศึกษา และประชาชนที่สนใจในวงการสื่อ ร่วมกดติดตามและร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ที่ TikTok @tjareporter หรือผ่านลิงก์: https://www.tiktok.com/@tjareporter
๒.๓ งานหนังสือ ในปี ๒๕๖๘ จัดทำหนังสือ ๑ เล่ม
๒.๓.๑ หนังสือวันนักข่าว หนังสือรายงานประจำปี ของสมาคมนักข่าว หรือที่มีชื่อเรียกว่า "หนังสือวันนักข่าว" สำหรับปี ๒๕๖๘ มุ่งเน้นการสำรวจความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ภายใต้หัวข้อ “AI สร้างพลังข่าวกับผลกระทบวงการสื่อ?” เพื่อรวบรวมองค์ความรู้และเข็มทิศในการปรับตัวของอุตสาหกรรมสื่อมวลชนไทยท่ามกลางกระแสเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
หนังสือวันนักข่าวเล่มนี้ ถือเป็นบันทึกทางวิชาชีพที่รวบรวมเนื้อหาเชิงลึกไว้อย่างรอบด้าน โดยมีไฮไลท์ที่น่าสนใจ ดังนี้:
- Exclusive Interviews: บทสัมภาษณ์พิเศษผู้บริหารสื่อระดับแนวหน้าของเมืองไทย ต่อมุมมองและวิสัยทัศน์ในการนำนวัตกรรม AI มาประยุกต์ใช้ในบริบทต่างๆ ขององค์กร
- Trend Analysis: การวิเคราะห์เทรนด์นวัตกรรมสื่อและเครื่องมือ AI (AI Tools) ที่จะเข้ามาพลิกโฉมอุตสาหกรรมข่าวสาร ทั้งในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและข้อควรระวัง
- Future Goals: การนำเสนอเป้าหมายและยุทธศาสตร์ของบริษัทสื่อในปัจจุบัน เพื่อรับมือกับความท้าทายในยุคดิจิทัล
- Association's Milestones: รายงานสรุปกิจกรรมและผลงานที่สำคัญของสมาคมนักข่าวฯ ตลอดรอบปีที่ผ่านมา
สำหรับปีนี้ นายวรพล กิตติรัตวรางกูร รับหน้าที่เป็นบรรณาธิการ (Editor) โดยมีกำหนดการเผยแพร่และเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือน มีนาคม ๒๕๖๙ ซึ่งตรงกับช่วงวาระวันนักข่าว
๒.๔. งานประกวดข่าว
๒.๔.๑ ประกวดข่าวและภาพข่าวยอดเยี่ยม รางวัลอิศรา อมันตกุล ประจำปี ๒๕๖๘ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้รับมอบหมายจากมูลนิธิอิศรา อมันตกุล ให้ดำเนินการจัดการประกวดข่าวและภาพข่าวยอดเยี่ยม รางวัลอิศรา อมันตกุล รางวัลอันทรงเกียรติที่สืบทอดเจตนารมณ์ด้านจริยธรรมวิชาชีพสื่อมวลชนมาอย่างยาวนานกว่า ๕ ทศวรรษ
รางวัลอิศรา อมันตกุล จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึง นายอิศรา อมันตกุล นายกสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทยคนแรก และปูชนียบุคคลในวงการสื่อมวลชนผู้ยึดมั่นในกรอบจริยธรรม โดยสมาคมฯ ได้รับมอบหมายจากมูลนิธิฯ ให้ดำเนินการจัดประกวดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๕ เพื่อเชิดชูผลงานข่าวและภาพข่าวที่มีความโดดเด่นและสร้างประโยชน์ต่อสังคม
สำหรับการประกวดในปี ๒๕๖๘ นี้ มีการแบ่งประเภทรางวัลอย่างครอบคลุมเพื่อให้สอดคล้องกับภูมิทัศน์สื่อในปัจจุบัน รวม ๔ ประเภท โดยมีรายละเอียดผลงานที่ส่งเข้าประกวด ดังนี้:
- ประเภทข่าว:
- ข่าวสื่อหนังสือพิมพ์ยอดเยี่ยม: มีผลงานส่งเข้าประกวดจำนวน ๔ ข่าว จากหนังสือพิมพ์ ๓ ฉบับ
- ข่าวออนไลน์ยอดเยี่ยม: มีผลงานส่งเข้าประกวดจำนวน ๑๖ ข่าว จากสำนักข่าวออนไลน์ ๘ แห่ง
- ประเภทภาพข่าว:
- ภาพข่าวสื่อหนังสือพิมพ์ยอดเยี่ยม: มีผลงานส่งเข้าประกวดจำนวน ๔๑ ภาพ จากหนังสือพิมพ์ ๔ ฉบับ
- ภาพข่าวออนไลน์ยอดเยี่ยม: มีผลงานส่งเข้าประกวดจำนวน ๗๓ ภาพ จากสำนักข่าวออนไลน์ ๑๔ แห่ง
โดยผลงานทั้งหมดจะได้รับการตัดสินจาก คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งประกอบด้วย นักวิชาชีพสื่อมวลชนมืออาชีพ นักวิชาการด้านนิเทศศาสตร์ ผู้แทนจากสมาคมนักข่าวฯ และผู้แทนจากมูลนิธิอิศรา อมันตกุล
ทั้งนี้ ในปี ๒๕๖๘ ทางชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมแจ้งงดจัดการประกวดรางวัลข่าวอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดีเด่นชั่วคราว อย่างไรก็ตาม รางวัลอิศรา อมันตกุล ยังคงยืนหยัดเป็นหมุดหมายสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจและยกระดับมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชนไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน
สามารถติดตามประกาศผลรางวัลอย่างเป็นทางการได้ที่ www.tja.or.th
๓) คณะอนุกรรมการฝ่ายสวัสดิการและสมาชิกสัมพันธ์ ประกอบด้วย ๓ แผนงานหลัก รวมทั้งสิ้น ๗ กิจกรรม โดยมีรายละเอียดดังนี้
๓.๑ งานสมาชิกสัมพันธ์
๓.๑.๑ โครงการท่องเที่ยวศึกษาวัฒนธรรม โดยสารรถไฟขบวนเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ ร่วมกับชมรมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์อาวุโส จัดกิจกรรมท่องเที่ยวศึกษาวัฒนธรรม เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีและเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างนักข่าวรุ่นใหญ่และรุ่นใหม่ โดยสารรถไฟขบวนเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ โดยมีสมาชิกชมรมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์อาวุโส คน ร่วมเดินทาง เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๘ สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
คณะนักข่าวอาวุโสได้เดินทางด้วยรถไฟจากสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) ผ่านเส้นทางที่มีการหยุดรับ-ส่งหลายสถานี เพื่อสัมผัสประสบการณ์ "รถไฟลอยน้ำ" ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางรถไฟที่สวยที่สุดของประเทศไทย โดยขบวนรถไฟได้หยุดให้ชมทัศนียภาพอันงดงามของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ก่อนจะเดินทางต่อไปยังสถานีโคกสลุงเพื่อเลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง OTOP ของจังหวัดลพบุรี จากนั้นได้นั่งรถตัวหนอนชมสันเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งเป็นเขื่อนดินเหนียวที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และปิดท้ายด้วยการเดินทางไปสักการะ "หลวงปู่ใหญ่ป่าสัก" หรือ "พระพุทธรัตนมณีมหาบพิตรชลสิทธิ์มงคลชัย" ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสีขาวองค์ใหญ่ที่ประดิษฐาน ณ อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี เพื่อความเป็นสิริมงคล
กิจกรรมครั้งนี้นอกจากจะสร้างความประทับใจแล้ว ยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสื่อมวลชนต่างรุ่นอีกด้วยกิจกรรมในครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะสร้างความสุขและความทรงจำอันดีให้กับคณะนักข่าวอาวุโสเท่านั้น แต่ยังเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสื่อมวลชนต่างรุ่นให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
๓.๑.๒ ทัศนศึกษาเส้นทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมย่านเยาวราช สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับชมรมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์อาวุโส จัดกิจกรรมนำคณะนักข่าวอาวุโสกว่า ๓๐ คน ทัศนศึกษาเส้นทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมย่านเยาวราช เมื่อวันพุธที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๘
คณะนักข่าวอาวุโสได้เข้าเยี่ยมชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมหลายแห่ง เริ่มต้นที่วัดปทุมคงคาราชวรวิหาร หรือวัดสำเพ็ง เพื่อนมัสการพระพุทธมหาชนกทรงเครื่อง จากนั้นเดินทางไปยังวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร หรือวัดสามจีน เพื่อสักการะหลวงพ่อทองคำ และเข้าชมศูนย์ประวัติศาสตร์เยาวราช เพื่อเรียนรู้เรื่องราวความเป็นมาของย่านสำเพ็ง-เยาวราช
นอกจากนี้ คณะยังได้เข้ากราบนมัสการสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (สมเด็จธงชัย) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรฯ เพื่อความเป็นสิริมงคล และปิดท้ายกิจกรรมด้วยการเยี่ยมชมสมาคมกว๋องสิวแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นศูนย์รวมของชาวไทยเชื้อสายจีนกวางตุ้ง โดยมีนายกิตติพงษ์ เชาว์เจริญผล กรรมการและผู้จัดการสมาคมฯ ให้การต้อนรับ
กิจกรรมดังกล่าวได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมให้แก่นักข่าวอาวุโส
๓.๒ งานพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพสื่อ จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ ๑ หลักสูตร
๓.๒.๑ อบรมเชิงปฏิบัติการ "AI Storytelling for Journalists: สรุปข่าวให้ปัง เข้าใจง่าย และสร้างสรรค์" สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ "AI Storytelling for Journalists: สรุปข่าวให้ปัง เข้าใจง่าย และสร้างสรรค์" ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร กรุงเทพมหานคร เพื่อมุ่งยกระดับทักษะคนข่าวในการผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับศิลปะการเล่าเรื่องในยุคดิจิทัล
ภายในงานได้รับเกียรติจากวิทยากรแถวหน้าของวงการ อาทิ จ๊ะโอ๋-นางสาวณัฏฐ์อาภา ผ่องทิพาภรณ์ (TNN StoryTeller) และ นายสรกล อดุลยานนท์ (หนุ่มเมืองจันท์) ร่วมถ่ายทอดเทคนิคการเล่าเรื่องและการใช้ภาษาอย่างมีเสน่ห์ ก่อนเข้าสู่ช่วงฝึกปฏิบัติการเข้มข้นโดย ดร.กฤษณะ เชื้อชัยนาท ที่นำผู้เข้าอบรมทดลองใช้เครื่องมือ AI สรุปข่าวและสร้างสรรค์คอนเทนต์จริง พร้อมพิธีมอบรางวัลการประกวดผลงาน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาวิชาชีพ
ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจรวม ๙ ราย ได้แก่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด, เอสซีจี, บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน), ธนาคารออมสิน, บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และบริษัท เลอโนโว (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อร่วมขับเคลื่อนศักยภาพสื่อมวลชนไทยให้ก้าวทันนวัตกรรมอย่างยั่งยืน
๓.๓ งานสวัสดิการสมาชิก
๓.๓.๑ ทุนการศึกษาบุตรสมาชิกประจำปี ๒๕๖๘ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดพิธีมอบทุนการศึกษาแก่บุตร-ธิดาสมาชิก ประจำปี ๒๕๖๘ เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ณ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน เพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจและแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ครอบครัวคนข่าว
ในปีนี้สมาคมฯ มอบทุนการศึกษาแบ่งเป็น ๒ ประเภทหลัก ได้แก่ ๑. ทุนส่งเสริมการศึกษา (ทุนสมาคมฯ) ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ ๗๐ นับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๙๘ โดยปีนี้มอบทุนละ ๖,๐๐๐ บาท จำนวน ๖๘ ทุน และ ๒. ทุนการศึกษาต่อเนื่องจากมูลนิธิเอสซีจี (รุ่นที่ ๑๘) จำนวน ๙ ทุน ปัจจุบันมีผู้รับทุนแล้ว ๑๙๓ คนตั้งแต่ระดับมัธยมปลายถึงปริญญาตรี นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษเพื่อดูแลสุขภาพใจสมาชิกด้วยบริการตรวจประเมินสุขภาพจิตเบื้องต้นจากโรงพยาบาลแบงค็อก เมนทัล เฮลท์ (BMHH) และปิดท้ายด้วยการเข้าชมภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง 'ลูนนี่ย์ ทูนส์' เพื่อสร้างรอยยิ้มให้กับเด็ก ๆ และครอบครัว
ความสำเร็จของกิจกรรมครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากพันธมิตรหลายภาคส่วน ได้แก่ มูลนิธิเอสซีจี, บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน), บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) (ซีพีเอฟ), บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ที แอนด์ บี มีเดีย โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), ธนาคารออมสิน และโรงพยาบาลแบงค็อก เมนทัล เฮลท์ (BMHH) โดยสมาคมฯ ยืนยันเจตนารมณ์ในการมุ่งมั่นส่งเสริมการศึกษาและยกระดับสวัสดิการของสมาชิกและครอบครัวอย่างยั่งยืนต่อไป
๓.๓.๒ กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพจิตภายใต้โครงการตรวจประเมินสุขภาพจิตเบื้องต้น ให้แก่สมาชิกชมรมนักข่าวอาวุโส สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับชมรมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์อาวุโส และ รพ.แบงค็อก เมนทัลเฮลท์ (BMHH) จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพจิตภายใต้โครงการตรวจประเมินสุขภาพจิตเบื้องต้นให้แก่สมาชิกชมรมนักข่าวอาวุโส ณ ที่ทำการชั่วคราวของสมาคมฯ อาคารเดอะไรซ์ สะพานควาย กทม. เมื่อวันอังคารที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๘
กิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์ส่งเสริมให้ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน โดยเฉพาะกลุ่มสื่อมวลชนอาวุโสได้ตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพจิต ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการดำรงชีวิตประจำวัน และเป็นพื้นฐานของการมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยภายในงานมีการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพจิต และแนวทางป้องกันความเครียดอย่างถูกวิธี รวมถึงการจัดการอารมณ์ และการใช้ชีวิตอย่างสมดุลเหมาะสม
ไฮไลต์สำคัญของกิจกรรม มีการนำเทคโนโลยี Biofeedback เป็นเครื่องมือที่ใช้ตรวจวัดคลื่นสมองและประเมินระดับความเครียดมาให้บริการสมาชิกฯ เข้ารับการประเมินจะได้รับคำแนะนำรายบุคคลจากทีมแพทย์ และนักจิตวิทยาของ รพ. แบงค็อก เมนทัลเฮลท์ เพื่อให้สามารถปรับใช้ในการดูแลตนเอง ปรับพฤติกรรม และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางใจได้อย่างเหมาะสม
๓.๓.๓ มอบสินไหมมรณกรรมและการร่วมเป็นเจ้าภาพงานสวดพระอภิธรรมศพ สมาคมฯ ได้จัดทำประกันชีวิตกลุ่ม ให้กับ สมาชิกที่ชำระเงินค่าบำรุงประจำปีกับบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด ในปี ๒๕๖๘ มีทายาทของสมาชิกได้รับสินไหมมรณกรรมจาก บมจ. เมืองไทยประกันชีวิต ๓ คน โดยได้รับคนละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท (เสียชีวิตจากการเจ็บไข้ได้ป่วย) รวมเป็นเงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท เป็นสมาชิกอาวุโสทั้ง ๓ ท่านประกอบด้วย ๑. นางสาวเสาวรส รณเกียรติ ๒. นายจรัญ พงษ์จีน ๓. นายอภิชาติ จันทร์บรรจบ
๓.๓.๔ สวัสดิการรักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก สมาคมฯมอบสวัสดิการผู้ป่วยในเป็นเงิน ๑๘,๑๖๔ บาท สวัสดิการผู้ป่วยนอกเป็นเงิน ๘๓,๙๕๓ บาท สวัสดิการผู้ป่วยในสำหรับสมาชิกอาวุโสเป็นเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท และสวัสดิการผู้ป่วยนอกสำหรับสมาชิกอาวุโสเป็นเงิน ๗๐,๗๐๗ บาท
ทั้งนี้เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับสมาชิก สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ ได้เปิดช่องทางให้สามารถยื่นแบบฟอร์มขอรับสวัสดิการออนไลน์ได้ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๗
๔) คณะอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศประกอบด้วย ๓ แผนงานหลัก รวมทั้งสิ้น ๑๑ กิจกรรม โดยมีรายละเอียดดังนี้
๔.๑ แผนงานสร้างเครือข่ายวิชาชีพต่างประเทศ
๔.๑.๑ แผนงานด้านการเยี่ยมเยือน
๑. ต้อนรับคณะสื่อมวลชนจากสมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (All-China Journalists Association: ACJA) สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ( Thai Journalists Association: TJA) ให้การต้อนรับคณะสื่อมวลชนจากสมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (All-China Journalists Association: ACJA) นำโดย นางหลี่ เสี่ยวจุน รองประธานสมาคมฯ ในโอกาสเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ภายใต้โครงการความร่วมมือระหว่างสองสมาคม เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านสื่อสารมวลชน วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ทางการทูตซึ่งครบรอบ ๕๐ ปี ระหว่างวันพฤหัสบดีที่ ๑๗ - วันอังคารที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๖๘
ตลอดการเยือน คณะสื่อมวลชนจีนได้เข้าพบบุคคลสำคัญจากหลายหน่วยงาน อาทิ อัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย, ผู้บริหารองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ThaiPBS), บรรณาธิการเครือเนชั่น และผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนมุมมองด้านสื่อสารมวลชนและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นอกจากนี้ คณะฯ ยังได้เดินทางไปศึกษาดูงานโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่จังหวัดระยอง เพื่อทำความเข้าใจถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจของไทย
ไฮไลต์สำคัญของการเดินทางคือการลงพื้นที่จังหวัดระยอง โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานระยอง ได้นำเสนอศักยภาพด้านการท่องเที่ยว ทั้งสวนผลไม้คุณภาพส่งออก โดยเฉพาะทุเรียนซึ่งเป็นที่นิยมในตลาดจีน แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และวัฒนธรรมท้องถิ่น โดย ททท. ระยองคาดหวังว่าการเยือนครั้งนี้จะช่วยให้สื่อมวลชนจีนสามารถถ่ายทอดเรื่องราวและข้อมูลที่น่าสนใจของจังหวัดไปยังนักท่องเที่ยวชาวจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่ต่อไป
๒. ต้อนรับคณะสื่อมวลชนจากสมาคมนักข่าวเวียดนาม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากสมาคมนักข่าวเวียดนาม นำโดย นายเจิ่น จอก ญุง รองประธานสมาคมฯ ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ การเยือนครั้งนี้มีขึ้นเพื่อทบทวนบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่มีร่วมกันตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ และหารือแนวทางความร่วมมือในอนาคตเพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวิชาชีพสื่อสารมวลชน พร้อมกันนี้ ทางสมาคมนักข่าวฯ ของไทยได้ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ ๑๐๐ ปี การก่อตั้งสมาคมนักข่าวเวียดนาม ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งและบทบาทสำคัญของสื่อในเวียดนาม
สองฝ่ายได้ย้ำถึงเจตนารมณ์ในการสานต่อความร่วมมือเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ ส่งเสริมการนำเสนอข่าวอย่างสร้างสรรค์ และทำงานร่วมกันในเวทีระดับภูมิภาคอย่างสมาพันธ์นักข่าวอาเซียน โดยมีการเสนอแนวคิดจัดตั้งสายด่วน (Hotline) เพื่อการสื่อสารในภาวะฉุกเฉินและป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ นายเจิ่น จอก ญุง ได้กล่าวว่า บันทึกความเข้าใจฉบับปัจจุบันจะหมดอายุลง และจะมีการจัดทำฉบับใหม่หลังจากสมาคมนักข่าวเวียดนามจัดการประชุมใหญ่และเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ในปี ๒๕๖๙ พร้อมเสนอให้มีการจัดกิจกรรมอบรมหรือสัมมนาร่วมกันเพื่อพัฒนาศักยภาพนักข่าวของทั้งสองประเทศ
สำหรับกำหนดการเยือนระหว่างวันพุธที่ ๑๖ - วันอาทิตย์ที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๘ คณะผู้แทนสมาคมนักข่าวเวียดนามมีกำหนดเข้าพบโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ และเยี่ยมชมองค์กรสื่อชั้นนำของไทย ได้แก่ หนังสือพิมพ์ข่าวสด และสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) ก่อนจะเดินทางไปยังจังหวัดนครราชสีมา เพื่อเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและศิลปะ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยการเดินทางเยือนครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร, บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์
๓. เยือนจีน สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน (มณฑลกานซูและกรุงปักกิ่ง) ตามคำเชิญของ สมาคมนักข่าวแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (All-China Journalists Association ACJA) โดยมีนางสาว น.รินี เรืองหนู นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เป็นหัวหน้าคณะนำสื่อมวลชนไทยเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ มณฑลกานซูและกรุงปักกิ่ง ระหว่างวันอาทิตย์ที่ ๑๒ - วันพฤหัสบดีที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๘ โดยได้เข้าหารือร่วมกับผู้บริหารระดับสูงด้านการประชาสัมพันธ์ของมณฑลกานซู เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์วิชาชีพและวางแนวทางกระชับความสัมพันธ์ในวาระพิเศษที่ไทยและจีนเตรียมเฉลิมฉลองครบรอบ ๕๐ ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูตในปี ๒๕๖๘ ซึ่งถือเป็น “ปีทอง” ของมิตรภาพระหว่างสองประเทศ
สำหรับการเดินทางแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งนี้ คณะผู้แทนได้เข้าเยี่ยมชมสถานที่สำคัญและหน่วยงานสื่อชั้นนำ ดังนี้:
๑. มณฑลกานซู (Gansu)
ด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม: พิพิธภัณฑ์มณฑลกานซู่, พิพิธภัณฑ์ศิลปะตุนหวง และเขตเซี่ยเหอ (ศึกษาพุทธศาสนาแบบทิเบต)
ด้านการพัฒนาและทรัพยากร: เขื่อนอ่างเก็บน้ำหลิวเจียเซีย (ศึกษาการพัฒนาพลังงานน้ำและวัฒนธรรมแม่น้ำเหลือง)
ด้านสื่อสารมวลชน: เยี่ยมชมการทำงานของ Gansu Newspaper Group และ Gansu New Media Group
๒. กรุงปักกิ่ง (Beijing)
ด้านนวัตกรรมสื่อ: People's Daily Online ศึกษาการดำเนินงานของสื่อระดับโลก
ด้านเทคโนโลยีและสร้างสรรค์: สถานี Shouchuang Langyuan (เขตเฉาหยาง) เยี่ยมชมกลุ่มธุรกิจไฮเทคและนวัตกรรมทางวัฒนธรรม
คณะผู้แทนนำโดย นางสาวน.รินี เรืองหนู นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารและผู้แทนสมาคมฯ ประกอบด้วย: ดร.อนุชา เจริญโพธิ์ อุปนายกฝ่ายต่างประเทศ นางอุษา มีชารี อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ นางสาวหทัยรัตน์ ดีประเสริฐ อุปนายกฝ่ายวิชาการ นายมงคล บางประภา อดีตนายกสมาคมฯ และอนุกรรมการฝ่ายต่างประเทศ และนางสาวณัฐชา บุญเมือง ผู้ประสานงานโครงการและสื่อสารองค์กร
๔. เยือน สปป.ลาว สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย นำโดย นางสาว น.รินี เรืองหนู นายกสมาคมและนายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตามคำเชิญของสมาคมนักข่าวแห่ง สปป.ลาว (Lao Journalists Association– LJA) ระหว่างวันอังคารที่ ๒ - วันเสาร์ที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๖๘ เพื่อกระชับความสัมพันธ์และสานต่อความร่วมมือกับสมาคมนักข่าวแห่ง สปป.ลาว การเยือนครั้งนี้มุ่งเน้นการหารือแนวทางรับมือความท้าทายร่วมกันของสื่อมวลชนในยุคปัจจุบัน ทั้งปัญหาข่าวปลอม (Fake News) การหลอกลวงทางออนไลน์ และการปรับตัวต่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับวิชาชีพสื่อของทั้งสองประเทศให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง
คณะผู้แทนได้เข้าพบ นายสะหวันคอน ราชมนตรี ประธานสมาคมนักข่าวแห่ง สปป.ลาว และท่านสาคอน พมมะลาด รองหัวหน้าคณะโฆษณาอบรมศูนย์กลางพรรค โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความจำเป็นในการปรับปรุงบันทึกความเข้าใจ (MOU) ให้ทันสมัย และส่งเสริมความร่วมมือด้านการฝึกอบรม โดยเฉพาะการรายงานข่าวในสถานการณ์ภัยพิบัติ นอกจากนี้ ยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองกับสื่อรุ่นใหม่ของลาว เช่น Lao Youth Radio (LYR) และ RDK Group (เจ้าของเพจ Laopost และ The Laotian Times) เพื่อเรียนรู้รูปแบบการทำงานและการปรับตัวของสื่อออนไลน์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วใน สปป.ลาว
คณะผู้แทนนำโดย นายวัฒนะชัย ยะนินทร อุปนายกฝ่ายสวัสดิการและสมาชิกสัมพันธ์ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ประกอบด้วย: นายสมศักดิ์ ศรีกำเหนิด เหรัญญิก นายชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม รองเลขาธิการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ นายธนพล บางยี่ขัน รองเลขาธิการฝ่ายวิชาการ และนางสาวขนิษฐา สุโกมล ผู้ช่วยผู้จัดการสมาคมฯ
๔.๑.๒ แผนงานสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายองค์กรต่างประเทศ
๑. สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ให้การต้อนรับนางสาวโหว เป่ย์ ที่ปรึกษาฝ่ายข่าวสาร สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมเยียนสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และเสนอแนวทางความร่วมมือใหม่ๆ โดยเสนอให้มีการจัดเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างสื่อมวลชนไทยและสถานทูตจีนเป็นประจำทุกเดือน พร้อมขอบคุณสมาคมฯ ที่เป็นสื่อกลางเชื่อมโยงข้อมูข้อเท็จจริงอย่างต่อเนื่อง อาทิ การเผยแพร่บทความของเอกอัครราชทูตหาน จื้อเฉียง เกี่ยวกับสถานการณ์สงครามการค้า ซึ่งช่วยสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องสู่สาธารณะ
ด้านผู้บริหารสมาคมนักข่าวฯ ได้ตอกย้ำความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นตลอด ๒๕ ปีกับองค์กรสื่อจีน พร้อมยกระดับโครงการ “มองจีนยุคใหม่” ที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ เพื่อให้สื่อไทยได้สัมผัสประสบการณ์ตรงและเข้าใจยุทธศาสตร์การพัฒนาของจีนและเส้นทาง BRI อย่างลึกซึ้ง โดยในวาระครบรอบ ๕๐ ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีนในปีนี้ ทั้งสองหน่วยงานยืนยันความพร้อมที่จะสานต่อโครงการนำคณะสื่อมวลชนไทยเยือนจีนรุ่นต่อไป เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนมิตรภาพของทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน (เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘)
๒. แถลงการณ์ร่วมสมาคมผู้สื่อข่าวกัมพูชา และสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๘)
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (the Thai Journalists Association -TJA) และสมาคมผู้สื่อข่าวกัมพูชา (the Club of Cambodian Journalists -CCJ)) ได้ออกแถลงการณ์ร่วมแสดงความกังวลต่อการแพร่กระจายของข่าวสารที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงและข้อมูลอันเป็นเท็จเกี่ยวกับสถานการณ์บริเวณแนวชายแดนของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งก่อให้เกิดความสับสนและความเข้าใจผิดอย่างกว้างขวาง ทั้งสองสมาคมจึงได้จัดการประชุมเร่งด่วนเมื่อวันพุธที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๘ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว และป้องกันผลกระทบที่อาจบานปลาย
ในแถลงการณ์ร่วม ทั้งสองสมาคมได้เรียกร้องให้สื่อมวลชนและผู้ใช้โซเชียลมีเดียในทั้งสองประเทศใช้ความระมัดระวังสูงสุดในการนำเสนอและเผยแพร่ข้อมูล โดยขอให้งดเว้นการเผยแพร่เนื้อหาที่ไม่มีแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกนำไปใช้ประโยชน์ในทางที่ผิด ทั้งนี้ ทั้งสองสมาคมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะได้รับการแก้ไขอย่างสันติผ่านช่องทางการทูตโดยรัฐบาลของทั้งสองประเทศ เพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดีและยั่งยืนระหว่างประชาชนไทยและกัมพูชาต่อไป
๓. สมาคมนักข่าวแห่ง สปป. ลาว ส่งสาส์นแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ภาคใต้ของไทย (วันอังคารที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๘) นายสะหวันคอน ราชมนตรี ประธานสมาคมนักข่าวแห่ง สปป. ลาว ส่งสาส์นถึงนายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ภาคใต้ของไทย ซึ่งสร้างความสูญเสียอย่างหนักทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๘ โดยระบุว่าได้รับทราบข่าวด้วยความโศกเศร้าต่อสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนนับพันครัวเรือน รวมถึงความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐานในหลายจังหวัด
สาส์นดังกล่าว สมาคมนักข่าวแห่ง สปป. ลาว ได้แสดงความห่วงใยไปยังครอบครัวผู้สูญเสียและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน พร้อมแสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพของรัฐบาลและประชาชนไทยที่จะร่วมกันฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ให้กลับสู่สภาวะปกติได้โดยเร็ว ทั้งนี้ ได้ย้ำถึงจิตวิญญาณแห่งความสามัคคีระหว่างสองประเทศ โดยยืนยันว่าลาวพร้อมจะยืนเคียงข้างไทยในทุกสถานการณ์ และยินดีให้การสนับสนุนในด้านต่าง ๆ หากมีความจำเป็น เพื่อร่วมเป็นกำลังใจให้ผ่านพ้นภัยธรรมชาติครั้งนี้ไปด้วยกัน
๔.สมาคมนักข่าวฯ ร่วมยินดี ๕๐ ปีวันชาติสปป.ลาว
นางสาวน.รินี เรืองหนู นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ และ นายก่อเขต จันทเลิศลักษณ์ กรรมการสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ มอบแจกันดอกไม้แสดงความยินดีกับ นายสีสะหวาด อินทะจัน เอกอัครราชทูตสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ประจำราชอาณาจักรไทย เนื่องในโอกาสฉลองวาระครบรอบ 50 ปี แห่งการสถาปนา สปป.ลาว (๒ ธันวาคม ๒๕๑๘ – ๒ ธันวาคม ๒๕๖๘) และเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ลาว ครบ ๗๕ ปี ณ แอทธินี ทาวเวอร์ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันอังคารที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๘
๕.ให้การต้อนรับ ๓ ผู้บริหารองค์กรสื่ออิสระจากเมียนมา
ดร.อนุชา เจริญโพธิ์ อุปนายกฝ่ายต่างประเทศ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ให้การต้อนรับ ๓ผู้บริหารองค์กรสื่ออิสระจากเมียนมา เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๘
คณะผู้สื่อข่าวจากเมียนมาประกอบด้วย Mr. Soe Myint ผู้ก่อตั้งและบรรณาธิการบริหารสำนักข่าว Mizzima Media], Ms. Mon Mon Myat ที่ปรึกษาสำนักข่าว Democratic Voice of Burma (DVB) และ Mr. Toe Zaw Latt เลขาธิการสภาการหนังสือพิมพ์อิสระแห่งเมียนมา (Independent Press Council of Myanmar)
การเดินทางมาเยือนประเทศไทยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและทัศนะต่อสถานการณ์การเลือกตั้งที่จัดโดยรัฐบาลทหารเมียนมาและแนวโน้มภายหลังการเลือกตั้ง พร้อมแสวงหาแนวทางความร่วมมือระหว่างสื่อสองชาติ เพื่อร่วมกันเสริมสร้างความแข็งแกร่งและอิสรภาพของสื่อมวลชนในภูมิภาค
๔.๒ งานพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพสื่อ จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ ๑ หลักสูตร
๔.๒.๑ อบรมหลักสูตร “มองจีนยุคใหม่ ความท้าทายที่สื่อไทยควรรู้” รุ่นที่ ๗ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อ ให้สื่อมวลชนไทยมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับจีนยุคใหม่และความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน ได้อย่างครบถ้วน รอบด้าน อันจะนำไปสู่การรายงานข่าวให้สาธารณะรับทราบอย่างถูกต้อง กระชับความสัมพันธ์ระหว่างสื่อมวลชนไทยกับหน่วยงานต่าง ๆที่เกี่ยวข้องระหว่างไทย-จีน และสร้างเครือข่ายระหว่างสื่อมวลชนไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย มีสื่อมวลชนทั้งจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาคและคณะทำงานเข้าร่วมอบรมจำนวน ๒๕ คน มีการลงพื้นที่สำรวจและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในนครหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันศุกร์ที่ ๒๔ – วันพฤหัสบดีที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๘ โดยมีนายชำนาญ ไชยศร อุปนายกฝ่ายกิจกรรมพิเศษและพัฒนาส่งเสริมศักยภาพสื่อมวลชน สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เป็นหัวหน้าคณะ
แบ่งการจัดกิจกรรมในโครงการเป็น ๔ รูปแบบคือ
๑. การปฐมนิเทศโครงการ “มองจีนยุคใหม่ สิ่งที่สื่อไทยควรรู้ รุ่นที่ ๗” ได้รับเกียรติจากนายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย มาร่วมในพิธีปฐมนิเทศและกล่าวปาฐกถาในหัวข้อ หัวข้อ ““๕๐ ปี ความสัมพันธ์ไทย-จีน”” จัดเมื่อวันศุกร์ที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๗ ณ โรงแรมเบสต์เวสต์เทริน์ จตุจักร
เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยได้กล่าวชื่นชมความร่วมมือระหว่างไทยและจีน พร้อมแสดงความหวังว่าสื่อมวลชนจะเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศให้ก้าวไปสู่ "๕๐ ปีทอง" ต่อไป ในโอกาสนี้ เอกอัครราชทูตได้กล่าวถึงความสำเร็จของ "แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๑๔" ซึ่งปี พ.ศ. ๒๕๖๘ เป็นปีสุดท้ายของแผน โดยแม้จะเผชิญความท้าทายทั้งจากสถานการณ์ระหว่างประเทศและภารกิจในประเทศ จีนยังคงมีส่วนช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจโลกถึงประมาณ ๓๐% และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) คาดว่าจะสูงถึงราว ๑๔๐ ล้านล้านหยวนในปีนี้
สำหรับ "แผนฉบับที่ ๑๕" ที่จะเริ่มในปี พ.ศ. ๒๕๖๙ จะมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพสูงและความสามารถในการพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยี โดยตั้งเป้าหมายว่าภายในปี ค.ศ. ๒๐๓๕ จีนจะก้าวขึ้นเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ทั้งทางเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ทั้งนี้ จีนได้กลายเป็นแหล่งบ่มเพาะนวัตกรรมชั้นนำของโลกและเป็นผู้นำด้านการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว โดยไฟฟ้า ๑ ใน ๓ หน่วยที่ใช้ในประเทศมาจากพลังงานสะอาด นอกจากนี้ ด้วยตลาดขนาดใหญ่ที่มีประชากรกว่า ๑,๔๐๐ ล้านคน จีนกำลังเปลี่ยนผ่านจากการเป็นตลาดที่ตอบสนองความต้องการภายในประเทศไปสู่การเป็น "โอกาสของโลก" https://tja.or.th/view/highlight/๑๔๕๕๙๑๕
๒. การบรรยายทางวิชาการ โดยนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ ๕ ประเด็นประกอบด้วย ๑. “รู้จักสื่อจีนในแพลตฟอร์มต่าง ๆ” โดย ดร.ภากร กัทชลี (ผู้ก่อตั้งเพจ “อ้ายจง” และอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเชียงใหม่)
คุณวริษฐ์ ลิ้มทองกุล (เครือผู้จัดการ) และคุณศุภชัย วุฒิชูวงศ์ (ผู้จัดการออนไลน์) ๒. “China Standard ๒๐๓๕” โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ชาดา เตรียมวิทยา (สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง) ๓. “เส้นทางความร่วมมือไทยและจีนเพื่อจัดการกับธุรกิจผิดกฎหมาย” โดยคุณนายตฤณ วุ่นกลิ่นหอม (นายกสมาคมการค้าดิจิทัลไทยและคณะกรรมการชายแดนไทย-จีน) ๔. “อุตสาหกรรมบันเทิงไทย-จีน” โดยคุณ Zhang Dong (CEO, Artop Media (Thailand) Co.Ltd.) และ ๕.การเสวนาโต๊ะกลมหัวข้อ “๕๐ ปีความสัมพันธ์ไทย-จีน”
ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย ๑.นางผุสดี คีตวรนาฏ (ที่ปรึกษาสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ) ๒.นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี (ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ และที่ปรึกษาสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ) ๓.นางหลี่ หมิน (Li Min) จาก China Media Group และ ๔.นายซุน กว่างหย่ง (Sun Guangyong) จาก People’s Daily ดำเนินรายการโดย นางสาววัชรินทร์ เศรษฐกุดั่น ผู้อำนวยการฝ่ายข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวไทย อสมท.
๓. การนำเสนอข้อมูลรายบุคคล ประเด็น “จีนในมุมมองของท่าน” จำนวน ๒๐ หัวข้อ
๔. กิจกรรมระหว่างประเทศ (วันอาทิตย์ที่ ๒๖ – วันพฤหัสบดีที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๘ ) การเดินทางไป ศึกษาดูงาน ณ นครหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง สาธารณรัฐประชาชนจีน ประกอบด้วย ๑.ศูนย์ความร่วมมือด้านการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ระหว่างประเทศจีน–อาเซียน ๒.สถานกงสุลใหญ่แห่งราชอาณาจักรไทย ประจำนครหนานหนิง ๓.ศูนย์สื่อสารระหว่างประเทศ กว่างซีเดลินิวส์ ๓.นิคมอุตสาหกรรมจีน–มาเลเซีย เมืองชิงโจว
๔.ศูนย์นวัตกรรมท่าเรืออัจฉริยะอ่าวเป่ยปู้ ๕.ศูนย์กลางคมนาคม "ชิงเหนียน" คลองผิงลู่ ๖.ศูนย์โลจิสติกส์ด่านรถไฟผิงเสียงของการรถไฟแห่งประเทศจีน ๗.ด่านชายแดนโหย่วอี้ ๘.แหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม – ภูมิทัศน์ภาพเขียนผาฮัวซาน ริมแม่น้ำจั๋วเจียง เมืองหนิงหมิง ๙. บริษัทฉงจั้วตงอา ชูการ์ จำกัด
๔.๒.๒ เข้าร่วมบรรยาย “การรายงานข่าวประเด็นสิ่งแวดล้อมและการรู้เท่าทันดิจิทัล” สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ตอบรับคำเชิญจากสมาคมนักข่าวแห่ง สปป. ลาว ในการส่งตัวแทนวิทยากรเข้าร่วมงานสัมมนาสื่อมวลชนระดับภูมิภาค หัวข้อ “การรายงานข่าวประเด็นสิ่งแวดล้อมและการรู้เท่าทันดิจิทัล (Reporting on Green Development & Sustainable Solutions)" ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ณ นครหลวงเวียงจันทน์ ภายใต้โครงการ GAMCIL ที่สนับสนุนโดยสหภาพยุโรป
โดยสมาคมฯ ได้มอบหมายให้ นายฐิติพันธ์ พัฒนมงคล นักเขียนและนักข่าวสิ่งแวดล้อมจากนิตยสารสารคดี และอดีตประธานชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม เป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ "การรายงานข่าวเรื่องการพัฒนาสีเขียวและทางออกที่ยั่งยืน" เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคนิคการนำเสนอข่าวสิ่งแวดล้อมเชิงลึกให้กับสื่อมวลชนในภูมิภาค โดยมีนางสาว น.รินี เรืองหนู นายกสมาคมฯ ร่วมเดินทาง
ความร่วมมือในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับศักยภาพของคนสื่อในการนำเสนอประเด็นด้านความยั่งยืน และกระชับความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรสื่อไทยและลาว เพื่อร่วมกันผลักดันการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมผ่านพลังของสื่อมวลชนอย่างเป็นรูปธรรมในระดับภูมิภาคต่อไป
๕) คณะอนุกรรมการฝ่ายกิจกรรมพิเศษและพัฒนาส่งเสริมศักยภาพสื่อมวลชนประกอบด้วย ๓ แผนงานหลัก รวมทั้งสิ้น ๗ กิจกรรม โดยมีรายละเอียดดังนี้
๕.๑ กิจกรรมราชดำเนินเสวนาและราชดำเนินสนทนา สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดทำโครงการ “ราชดำเนินเสวนาและราชดำเนินสนทนา” อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ ๒๖ เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพงานข่าวให้อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง โครงการนี้ริเริ่มขึ้นในปี ๒๕๔๒ โดยนายกวี จงกิจถาวร อดีตนายกสมาคมฯ เพื่อเป็นเวทีกลางในการเชื่อมโยงระหว่างแหล่งข่าวและสื่อมวลชน ให้ได้มีโอกาสพบปะพูดคุยและตอบคำถามในประเด็นสำคัญ ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ซึ่งช่วยสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและลึกซึ้งก่อนนำเสนอสู่สาธารณะ
สำหรับผลการดำเนินงานในปี ๒๕๖๘ สมาคมฯ จัดกิจกรรมราชดำเนินเสวนาในประเด็นที่อยู่ในความสนใจของสังคมรวม ๔ ครั้ง ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากทั้งสื่อมวลชนและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ที่สนใจสามารถติดตามสรุปเนื้อหา รายละเอียด และประเด็นที่น่าสนใจจากการเสวนาย้อนหลังทั้งหมดได้ที่เว็บไซต์สมาคมนักข่าวฯ www.tja.or.th เพื่อร่วมสร้างสรรค์สังคมข่าวสารที่มีคุณภาพไปด้วยกัน
๕.๑.๑.กิจกรรมราชดำเนินเสวนา หัวข้อ “วิกฤติขยะพิษกับชีวิตประชาชน” สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดราชดำเนินเสวนา หัวข้อ “วิกฤติขยะพิษกับชีวิตประชาชน” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและสะท้อนสถานการณ์ความรุนแรงของปัญหาขยะพิษในประเทศไทยที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยจัดขึ้นในวันพุธที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๐.๐๐ น. ณ ห้อง ๕๐๑ ชั้น ๕ อาคาร The Rice (สะพานควาย) เพื่อร่วมกันแสวงหาแนวทางการแก้ไขปัญหาเชิงนโยบายและการจัดการอย่างยั่งยืน
เวทีเสวนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่ขับเคลื่อนประเด็นสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ นางสาวขนิษฐนันท์ อภิหรรษากร (ผู้แทนจากผู้ตรวจการแผ่นดิน), นางสาวเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง (ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ), ดร.สนธิ คชวัฒน์ (นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมไทย) และ ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี (ประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม) ดำเนินรายการโดย คุณสถาพร พงษ์พิพัฒน์วัฒนา จากสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ร่วมเจาะลึกปมปัญหาขยะอุตสาหกรรมและขยะอันตรายที่รุกรานพื้นที่ใช้ชีวิต พร้อมข้อเสนอแนะต่อภาครัฐและภาคประชาชนในการปกป้องสิทธิและคุณภาพชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม
๕.๑.๒ กิจกรรมราชดำเนินเสวนา หัวข้อ สังคายนาระบบเตือนภัย
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมราชดำเนินเสวนา หัวข้อ “สังคายนาระบบเตือนภัย” เพื่อติดอาวุธความรู้เรื่องระบบเตือนภัยแผ่นดินไหวให้แก่สื่อมวลชนและประชาชน มุ่งเน้นการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง แม่นยำ และสร้างความตระหนักรู้ในการเตรียมพร้อมรับมือพิบัติภัยอย่างเป็นระบบ เพื่อลดความสูญเสียและสร้างความปลอดภัยให้แก่สาธารณะ
เวทีเสวนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ ได้แก่ ศ. ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย (ผอ.ศูนย์วิจัยแผ่นดินไหว วช.), นายอิฐบูรณ์ อ้นวงษา (รองเลขาธิการสภาผู้บริโภค), รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ (ผอ.ศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ ม.รังสิต) และ รศ.ดร.คมสัน มาลีสี (อธิการบดี สจล.) ดำเนินรายการโดย คุณนิตยา กีรติเสริมสิน จากสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เมื่อวันพุธที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๐.๐๐ น.
๕.๑.๓ กิจกรรมราชดำเสวนา“วิกฤติไทย–กัมพูชา”
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดกิจกรรมราชดำเนินเสวนาในหัวข้อ “สมรภูมิข่าวสารในวิกฤติความขัดแย้งไทย-กัมพูชา” ในวันพุธที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๘ ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร กรุงเทพมหานคร จตุจักร เพื่อสะท้อนบทบาทสำคัญของข้อมูลข่าวสารในสภาวะวิกฤติ โดยมุ่งเน้นแนวทางการสื่อสารเพื่อสันติภาพ (Peace Journalism) ที่จะช่วยให้ประชาชนทั้งสองฝั่งเห็นความสำคัญของการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข และร่วมกันป้องกันไม่ให้ข้อมูลบิดเบือนกลายเป็นชนวนเหตุของความขัดแย้งหรือสงครามในอนาคต
เวทีเสวนาครั้งนี้รวบรวมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านการศึกษา ความมั่นคง และสื่อมวลชน ได้แก่ ดร.ชำนาญ งามมณีอุดม (กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์), ดร.สังกมา สารวัตร (ม.ศิลปากร), พลตรี ธีรวุฒิ วิทยากรณ์ (สกมช.) และ นายก่อเขต จันทเลิศลักษณ์ (ไทยพีบีเอส) ดำเนินรายการโดย นางสาววัชรินทร์ เศรษฐกุดั่น จากสำนักข่าวไทย ร่วมเจาะลึกสถานการณ์ข่าวสารในสมรภูมิความขัดแย้ง เพื่อวางรากฐานการนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องและสร้างสรรค์ในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสืบไป
กิจกรรมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก Thai PBS ในการถ่ายทอดสดการเสวนา โดยผู้ที่สนใจสามารถรับชมย้อนหลังเพื่อติดตามเนื้อหาฉบับเต็มได้ที่เพจเฟซบุ๊ก Thai Journalists Association (สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย)"
๕.๑.๔ กิจกรรมราชดำเสวนา “โจทย์ใหม่ "การบินไทย" เดินต่ออย่างไรไม่ให้ซ้ำรอย”
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมราชดำเนินเสวนาในหัวข้อ “โจทย์ใหม่ 'การบินไทย' เดินต่ออย่างไรไม่ให้ซ้ำรอย” เมื่อวันพุธที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๘ ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นเวทีระดมความคิดเห็นจากผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ มุ่งนำเสนอทิศทางการบริหารสายการบินแห่งชาติในยุคใหม่ พร้อมเปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานที่โปร่งใสและน่าเชื่อถือสู่สาธารณชน เพื่อวางรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืนและป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตซ้ำรอยบทเรียนในอดีต
เวทีเสวนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรแถวหน้าผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร ได้แก่ ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ (กรรมการบริษัทและการบินไทยฯ), นายชาย เอี่ยมศิริ (ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร การบินไทย) และ นายบรรยง พงษ์พานิช (อดีตกรรมการการบินไทยฯ) ดำเนินรายการโดย นายมนต์ชัย วงษ์กิตติไกรวัล จาก TNN ช่อง ๑๖ โดยวิทยากรได้ร่วมแลกเปลี่ยนกลยุทธ์การปรับตัวท่ามกลางความท้าทายใหม่ ๆ ทั้งด้านการบริหารจัดการ แผนฟื้นฟูกิจการ และการสร้างความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมการบินระดับโลก เพื่อส่งเสริมให้การบินไทยกลับมาเป็นความภาคภูมิใจของประเทศอย่างสง่างามอีกครั้ง
กิจกรรมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก Thai PBS ในการถ่ายทอดสดการเสวนา โดยผู้ที่สนใจสามารถรับชมย้อนหลังเพื่อติดตามเนื้อหาฉบับเต็มได้ที่เพจเฟซบุ๊ก Thai Journalists Association (สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย)"
๕.๒ งานพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพสื่อ จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ ๑ หลักสูตร
๕.๒.๑ อบรมเชิงปฏิบัติการ “นักข่าวภูมิภาค”
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “นักข่าวภูมิภาค” หลักสูตรเข้มข้น ๓ วัน ๒ คืน ระหว่างวันศุกร์ที่ ๑๕ - วันอาทิตย์ที่ ๑๗ สิงหาคม ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร กรุงเทพมหานคร มุ่งเสริมศักยภาพคนข่าวท้องถิ่นให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล ผ่านการเรียนรู้หัวข้อสำคัญ อาทิ การทำข่าวเชิงสืบสวนสอบสวนประเด็นท้องถิ่น การใช้ Data เพิ่มพลังข่าว กฎหมายและจริยธรรมสื่อ ตลอดจนเทคนิคการผลิตเนื้อหาผ่านมือถือ (MOJO) โดยมีไฮไลท์คือเวิร์กช็อป “ลงมือผลิตผลงาน TikTok” จากโจทย์จริง
มีนักข่าวภูมิภาคจำนวน ๓๒ คน จากภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ เข้าร่วมการอบรม ถือเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาทักษะวิชาชีพและสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างเพื่อนร่วมวิชาชีพทั่วประเทศ
๕.๓ แผนงานด้านการประสานความร่วมมือกับองค์กรภายนอก
๕.๓.๑ อบรมภาษาจีนพื้นฐานสำหรับนักข่าว สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับโรงเรียนฝานหรง จัดโครงการ “อบรมภาษาจีนพื้นฐานสำหรับนักข่าว ระดับ ๑ รุ่นที่ ๑” เพื่อแก้ปัญหาข้อจำกัดด้านภาษาของสื่อมวลชนไทยที่มักต้องพึ่งพาข้อมูลจากภาษาที่สาม ซึ่งอาจทำให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน โดยโครงการนี้จะช่วยติดอาวุธให้คนข่าวสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลต้นทางและเข้าใจบริบทสังคมวัฒนธรรมจีนได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
สำหรับการอบรมครั้งนี้จะเน้นพัฒนาทักษะครบทั้ง “ฟัง-พูด-อ่าน-เขียน” ในระดับพื้นฐาน โดยเน้นการใช้ภาษาที่เกี่ยวข้องกับงานข่าวจริง เช่น คำศัพท์สำคัญ การสืบค้นข้อมูล และการอ่านประกาศภาษาจีน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรายงานข่าวไทย-จีนอย่างมืออาชีพ ขณะนี้อยู่ระหว่างกำหนดช่วงเวลา
๕.๑.๒ แข่งขันบาสเกตบอลชิงถ้วยรางวัลสภาทนายความครั้งที่ ๑ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันบาสเกตบอลชิงถ้วยรางวัลสภาทนายความครั้งที่ ๑ เมื่อวันเสาร์ที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ที่สนามกีฬาบาสเกตบอลมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ โดยมีหน่วยงานต่าง ๆ ที่เข้าร่วมได้แก่ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ศาลปกครอง กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการการเลือกตั้งและสภาทนายความฯ เพื่อสร้างความสัมพันธ์สื่อมวลชนกับหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมผ่านการแข่งขันกีฬาบาสเกตบอล และยกระดับการทำงานของสื่อมวลชนให้เข้าถึงแหล่งข่าว สามารถรายงานข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์สู่สังคม
การแข่งขันครั้งนี้สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ ได้รับความร่วมมือจากสำนักต่างๆ ได้แก่ ไทยรัฐกรุ๊ป PPTV ช่องวัน ข่าวสด มติชน ท็อปนิวส์ อสมท. อปท.นิวส์ และได้รับการสนับสนุนจากบริษัท แกรนด์สปอร์ต กรุ๊ป มอบชุดกีฬาและอุปกรณ์กีฬา และ บมจ. ซีพี ออลล์ ที่มอบอาหารและเครื่องดื่มสำหรับการแข่งขันครั้งนี้ด้วย และผลการแข่งขัน ทีมชนะเลิศอันดับ ๑ ได้แก่ กองบัญชาการ ตำรวจสอบสวนกลาง อันดับ ๒ ได้แก่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และอันดับ ๓ ได้แก่ทีมสภาทนายความ
๖) แผนงานฝ่ายเลขานุการ
คณะอนุกรรมการฝ่ายเลขานุการ ประกอบด้วย ๔ แผนงานหลัก รวมทั้งสิ้น ๘ กิจกรรม โดยมีรายละเอียดดังนี้
๖. ๑. งานด้านการระดมทุนจากการจัดกิจกรรมสมาคม
๖.๑.๑ TJA Dinner TALK สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ จัดงาน TJA Talk ขึ้นเป็นประจำในวันที่ ๕ มีนาคมของทุกปีมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ โดยในปี ๒๕๖๘ สมาคมฯ ได้จัดปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “Thailand VS Globe โอกาสและความท้าทายในภูมิทัศน์โลก” โดยมี คุณภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ากากระทรวงกลาโหม มาเป็นองค์ปาฐกถา เมื่อวันอังคารที่ ๔ มีนาคม ๒๕๖๘ ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น ๓ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ ถนนรัชดาภิเษก
๖.๑.๒ หนังสือวันนักข่าว สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ จัดทำหนังสือวันนักข่าว ซึ่งเป็นหนังสือรายงานประจำปีเผยแพร่ภายในเดือนมีนาคม นอกจากจะเป็นการรายงานผลการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของสมาคมฯ แล้ว ยังได้รวบรวมผลการประกวดข่าวประเภทต่างๆ ของสมาคมฯ เอาไว้ด้วย ในปี ๒๕๖๘ สมาคมฯ ได้มอบหมายให้บริษัท นักทุ่งเที่ยว จำกัด เป็นผู้ดำเนินการการจัดหาโฆษณา โดยเนื้อหาหลักในปีนี้เน้นเรื่อง “ทางรอดสื่อไทย ในยุค AI”
๖.๒ งานระดมทุนจากการจัดทำโครงการเพื่อเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณ
๖.๒.๑ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ในปี ๒๕๖๘ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ เสนอขอรับทุนสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ภายใต้โครงการโครงการเสริมสร้างทักษะการรู้เท่าทันและเฝ้าระวังสื่อ ระยะที่ ๒: วารสารศาสตร์ AIเพื่อการรับมือภัยพิบัติและข่าวปลอม จำนวน ๑๒ กิจกรรม ได้รับงบประมาณสนับสนุนจำนวน ๘ ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการกลั่นกรองและพิจารณาอนุมัติ
๖.๒.๒ กรมประชาสัมพันธ์ ในปี ๒๕๖๘ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ เสนอขอรับทุนสนับสนุนงบประมาณจากกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อจัดทำโครงการ ดวงใจสื่อไทย...ใต้ร่มพระบารมี”น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในการเพื่อสนองพระมหากรุณาธิคุณ น้อมรำลึกถึงพระองค์ท่าน และเพื่อยกระดับความรู้ความสามารถของบุคลากรสื่อมวลชนให้พร้อมปฏิบัติหน้าที่อันสำคัญยิ่งนี้ได้อย่างสมบูรณ์ กิจกรรมในโครงการประกอบด้วย ๑.การจัดทำบทความพิเศษในหนังสือประจำปีสมาคมฯ หัวข้อ: “ดวงใจสื่อไทย...ใต้ร่มพระบารมีสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ๒.การจัดนิทรรศการภาพข่าวเฉลิมพระเกียรติ หัวข้อ: นิทรรศการภาพข่าว “สิริกิติ์...ในดวงใจราษฎร์ ผ่านสายตาสื่อมวลชน” ๓. เวทีราชดำเนินเสวนา และอบรมเชิงปฏิบัติการ: “การรายงานข่าวงานพระราชพิธีพระบรมศพ และการใช้ราชาศัพท์ให้ถูกต้องตามโบราณราชประเพณี” ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการกลั่นกรองและพิจารณาอนุมัติ
๖.๓ งานประสานความร่วมมือกับองค์กรภายนอก
๖.๓.๑ อบรมเชิงปฏิบัติการ “เสริมทักษะการสื่อสาร บุคลากร คปภ.” สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “เสริมทักษะการสื่อสาร บุคลากร คปภ.” ในวันศุกร์ที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ณ สำนักงาน คปภ. เพื่อยกระดับศักยภาพบุคลากรให้สามารถสื่อสารภารกิจขององค์กรสู่สาธารณชนได้อย่างมีประสิทธิภาพในยุคดิจิทัล โดยมีบุคลากรสายส่งเสริมของ คปภ.เข้าร่วมทั้งแบบออนไลน์และออนไซต์รวม ๑๓๐ คน
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บุคลากรของ คปภ. สามารถผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ได้ด้วยตนเองอย่างมืออาชีพ ตระหนักถึงหลักจริยธรรมและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และสามารถถ่ายทอดภารกิจสำคัญของ คปภ. ในการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนด้านการประกันภัยให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
๖.๓.๒ โครงการขับเคลื่อนพันธกิจตรวจสอบข่าวและเผยแพร่ข้อมูล สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับโคแฟค Cofact (ประเทศไทย) จัดทำโครงการขับเคลื่อนพันธกิจตรวจสอบข่าวและเผยแพร่ข้อมูล เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยในสื่อดิจิทัลตลอดช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม ๒๕๖๘ โดยสามารถผลิตสื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและเผยแพร่สู่สาธารณะรวมทั้งสิ้น ๑๕ ผลงาน ครอบคลุมประเด็นที่เป็นกระแสสังคม อาทิ การตรวจสอบภาพ AI บิดเบือนกรณีภัยพิบัติน้ำท่วม ข่าวลวงนโยบายรัฐ และภัยมิจฉาชีพทางไซเบอร์ ผ่านความร่วมมือกับสำนักข่าวภาคีชั้นนำ ซึ่งช่วยยับยั้งความตื่นตระหนกและลดความสูญเสียของประชาชนได้อย่างทันท่วงที
นอกจากผลสำเร็จเชิงปริมาณ โครงการยังเน้นการเพิ่มทักษะสื่อมวลชนผ่านการอบรม "Fact Checker" เพื่อติดอาวุธการตรวจสอบเทคโนโลยี Deepfake และ Generative AI ที่มีความแนบเนียนสูง พร้อมผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบาย "Code of Conduct" สำหรับการใช้ AI ในการเลือกตั้งอย่างมีจริยธรรม
๖.๓.๓ วางพวงมาลาถวายราชสักการะล้นเกล้ารัชกาลที่ ๖ นายชำนาญ ไชยศร อุปนายกฝ่ายกิจกรรมพิเศษและพัฒนาส่งเสริมศักยภาพสื่อมวลชน เป็นผู้แทนสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เข้าร่วมวางพวงมาลาถวายราชสักการะ พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๖ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ วชิรปาร์ค คณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล เมื่อวันอังคารที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๘
๖.๔ งานปรับปรุงอาคารสถานที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ถนนสามเสน
๖.๔.๑ ความคืบหน้าการสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ สถานีวชิรพยาบาล ตามที่มีก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน - ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) ทำให้พื้นที่บริเวณด้านหน้าอาคารสมาคมฯ จากแนวริมฟุตปาธเข้ามาจนติดตัวอาคารถูกเวนคืนเพื่อก่อสร้าง ๑ ใน ๔ ทางออกของสถานีรถไฟฟ้าสถานีวชิรพยาบาล รวมทั้งกิจการร่วมค้าซีเคเอสที-พีแอล (ประกอบด้วย บมจ.ช.การช่าง และ บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น) ผู้รับจ้างก่อสร้างงานโยธา โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ขอเข้าใช้พื้นที่อาคารสมาคมฯ ระหว่างการก่อสร้าง จะหมดสัญญาเช่าพื้นที่อาคารในเดือนธันวาคม ๒๕๖๙
ความคืบหน้าล่าสุดและการก่อสร้าง:
ณ สิ้นเดือนมกราคม ๒๕๖๙ การก่อสร้างสถานีวชิรพยาบาลมีความคืบหน้าแล้วร้อยละ ๖๘.๖๙ แม้ในช่วงที่ผ่านมาจะมีการหยุดชะงักชั่วคราวจากเหตุการณ์ถนนทรุดตัวบริเวณหน้าอาคารสมาคมฯ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๘ ทั้งนี้ พื้นที่อาคารสมาคมฯ บางส่วนยังอยู่ระหว่างการใช้งานโดยกิจการร่วมค้าซีเคเอสที-พีแอล (บมจ.ช.การช่าง และ บมจ.ซิโน-ไทยฯ) ผู้รับจ้างก่อสร้างงานโยธา ซึ่งมีกำหนดสิ้นสุดสัญญาเช่าในเดือนธันวาคม ๒๕๖๙
การย้ายที่ทำการชั่วคราว:
เพื่อให้การดำเนินงานของสมาคมฯ เป็นไปอย่างต่อเนื่อง สมาคมฯ ได้ย้ายที่ทำการชั่วคราวรวมแล้ว ๒ ครั้ง นับตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๖ ดังนี้:
ครั้งที่ ๑ ย้ายจากสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ถนนสามเสน ไปยังอาคารบางชื่อจังชั่น ถนนกำแพงเพชร 2 แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันอาทิตย์ที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๖ - วันอาทิตย์ที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๗
ครั้งที่ ๒ ย้ายจากอาคารบางชื่อจังชั่น ไปยังอาคารเดอะไรซ์ สี่แยกสะพานควาย ถนนพหลโยธิน แขวงพญาไท เขตพญาไท ระหว่างวันพฤหัสบดีที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๗ - ปัจจุบัน (สัญญาเช่าจะสิ้นสุดวันพุธที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๙)
รวมระยะเวลาที่สมาคมฯ ต้องย้ายที่ทำการชั่วคราวเนื่องจากผลกระทบการก่อสร้างรวมทั้งสิ้น ๓ ปี ๒ เดือน ๔ วัน (นับถึงปัจจุบันวันพุธที่ ๔ มีนาคม ๕๖๙) โดยสมาคมฯ ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมในการปรับปรุงอาคารและกลับเข้าใช้งานในอนาคตต่อไป
ทั้งนี้ภายในปี ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมหารือระหว่างผู้แทนของบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) และสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ถึงข้อสรุปเบื้องต้นเกี่ยวกับแผนการส่งมอบพื้นที่คืน รวมทั้งแผนการปรับปรุงและซ่อมบำรุงอาคารสมาคมนักข่าวฯ บนถนนสามเสน ที่จะดำเนินการโดยบริษัท ช.การช่าง เป็นระยะ ๆ
