
“อดัม คาเฮน” เสนอตั้งกก.ถาวร “สร้างปรองดอง” เปิดพื้นที่ดึงผู้นำทุกฝ่ายหันหน้าคุยกัน
ที่ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้จัดมีการจัดเวทีสัมมนาหัวข้อ “เราจะส่งมอบประเทศไทยแบบไหนให้ลูก หลาน” นายอดัม คาเฮน ผู้เชี่ยวชาญด้านกระบวนการประสานงาน เพื่อแก้ปัญหาสังคม สมาชิกสถาบันเพื่อวิทยาศาสตร์ นวัตกรรมและสังคม แห่งมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด เป็นวิทยากรรับเชิญ โดยมีผู้นำภาคส่วนต่างๆของไทยทั้งภาคการเมืองและเอกชน เข้าร่วมอย่างคับคั่ง อาทิ นายโภคิน พลกุล อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร นายปณิธาน วัฒนายากร โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม นักพัฒนาอาวุโส วันชัย วัฒนศัพท์ ผู้ อำนวยการศูนย์สันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปก เกล้า นายดนัย จันทร์เจ้าฉาย นักการตลาด นายสมชาย หอมละออ กรรมการคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดอง แห่งชาติ(คอป.)
โดยนายอ ดัม กล่าวว่า จากที่ได้มีโอกาสพูดคุยกับคนหลายกลุ่มในประเทศไทย ต่างยอมรับตรงกันว่า ไม่คุ้นเคยกับปัญหาในขณะนี้ จึงมีความสับสนและกังวลไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ซึ่งการแก้ปัญหาต้องสร้างความเชื่อใจ โดยเปิดพื้นที่ให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง ในกลุ่มต่างๆมีพันธะร่วมกัน อาจจะให้ผู้นำทางความคิดแต่ละกลุ่ม ได้เข้าร่วมสัมมนาพร้อมๆกันครั้งละ 4 วันให้ได้คุยเป็นการภายใน แต่ไม่ใช่การคุยกันในห้องควรจะไป พูดคุยในพื้นที่ที่มีสถานการณ์ความขัดแย้ง ระหว่างนั้นก็ต้องมีการทำวิจัย วิเคราะห์ปัญหารองรับด้วย โดยตั้งเป็นคณะกรรมการถาวร ประมาณ 25-35 คน ศึกษาอย่างรอบด้านด้วยการสร้างScenarios(จำลอง สถานการณ์) เพื่อให้มีการพูดคุยกันอย่างกว้างขวาง คาดว่าจะใช้เวลา 18 เดือน ! จึงจะได้ข้อสรุป โดยเริ่มจาก 1.เปิดพื้นที่ให้มี การประชุมใช้เวลา 2 เดือน 2.จำลองสถานการณ์อนาคตร่วมกันใช้เวลา 6 เดือนและ 3.เริ่มทำข้อเสนอเพื่อการปฏิบัติ 1 ปี ระหว่างนั้นควรตั้งกองทุนขนาด เล็กขึ้นเพื่อให้แผนงานได้นำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

ผู้สื่อ ข่าวรายงานว่า หลังจากที่นายอดัม นำเสนอแนวคิดแล้วผู้เข้าร่วมสัมมนา ได้ร่วมกันอภิปรายแลกเปลี่ยนกันอย่างกว้างขวาง โดยนายโภคิน แสดงความเห็นว่า ปัญหาวันนี้คือไม่มีใครฟังใคร ทุกคนอยากพูดและฟังในสิ่งที่ตัวเองต้องการเท่านั้น ต่างฝ่ายจึงคิดว่าตัวเองถูกและอีกฝ่ายผิดอยู่เสมอ ดังนั้นเห็นด้วยที่จะให้มีการตั้งคณะกรรมการเพื่อเริ่มต้นแก้ปัญหา นายวันชัย กล่าวว่า ตนได้รับข้อมูลจากคนที่เดินทางไปมาเลเซียว่าเขามี โครงการ “วัน มาเลเซีย” เป็นการรวมพลังเพื่อสร้างให้มาเลเซียซึ่งมี ความหลากหลายสูงทางด้านเชื้อชาติศาสนาให้เป็นหนึ่งเดียว ดังนั้นขอเสนอให้ประเทศไทยทำโครงการ “วันไทยแลนด์” ขึ้นมาโดยมีเป้าหมายให้ทุกฝ่ายที่มีความขัดแย้งรวมพลังกันสร้าง ชาติ ขณะที่นายชัยวัฒน์ ถิรพันธ์ นักเคลื่อนไหวภาคประชาชน เสนอว่าควรที่จะเจรจากับผู้นำทางความคิดทุกสีไม่ว่าจะเป็นพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายสนธิ ลิ้มทองกุล และระดับรองลงไปให้อยู่ในสถาน! ที่แห่งเดียวกันในต่างจังหวัดติดต่อกันเพื่อให้ซึมซับความเป็นม นุษย์ของกันและกัน
ผู้สื่อ ข่าวรายงานว่า วงสัมมนาเริ่มถกเถียงกันหนักหน่วงขึ้นเมื่อนายนิกร จำนง อดีตกรรมการบริหารพรรคชาติไทย ได้นำเสนอแนวคิดว่า สภาพสังคมขณะนี้ประชาชนแบ่งกันอยู่เป็นเกาะ ไม่มีสะพานเชื่อมเข้าหากันแม้จะมีกรรมการขึ้นมาหลายชุดแต่ประชาชน ก็ไม่เชื่อใจเพราะถือว่าเป็นของรัฐบาล เกาะต่างๆจึงหาสะพานเชื่อมเข้าหา กันไม่ได้ ถ้าจะทำให้เชื่อมได้ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 10 ปี ทำให้นายปณิธาน โต้แย้งว่ากรรมการชุดต่างๆที่เกิดขึ้นนั้นมีความเป็นอิสระจาก รัฐบาล เป็นการทำงานโดยเครือข่ายประชาชน และยืนยันว่าเจตนาของรัฐบาลคือการ พยายามสร้างสะพานเชื่อมเกาะทุกเกาะให้เข้าหากันให้ได้มากที่สุด
ขณะที่ ผู้แทนจากสถาบันคลังสมองได้นำเสนอผลการศึกษาหัวข้อ “ภาพอนาคตประเทศไทย 2662” ซึ่งมาจากแการระดมสมองจากบุคคลจำนวนมาก แบ่งได้เป็น 3 ภาพ ได้แก่ 1.”เกาเหลาไม่งอก” เป็นภาพอนาคตที่สะท้อนถึงความขัดแย้งและความรุนแรงของคนในสังคม ทั้งมาจากความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกันของคนในชาติซึ่ง สั่งสม และหยั่งรากอยู่ในจิตใจมาเป็นเวลาช้านานจนไม่อาจหันหน้าเข้าหา กันเพื่อพูดคุยกันได้ แม้จะไม่ใช่ภาพที่พึงประสงค์แต่ไม่ใช่ว่าไม่ สามารถเกิดในสังคมไทยได้ในอนาคต 2.”น้ำพริกปลา ทู” เป็นภาพอนาคตที่สะท้อนวิถีความเป็นในแบบเอเชียที่ชัดเจน มากขึ้น ประชาชนเกิดการเรียนรู้บทเรียนในอดีตและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ในเชิงสร้างสรรค์ ยอ! มรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างทั้งทางความคิด เชื้อชาติ และวัฒนธรรม และ 3.”ต้มยำกุ้งน้ำโขง” เป็น ภาพความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมที่เป็นผลมาจากการรวมกลุ่มทาง เศรษฐกิจในระดับอาเซียน เศรษฐกิจพม่าฟื้นตัวขึ้น ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนถูกนำเข้าสู่เวทีอาเซียน สามเหลี่ยมวัฒนธรรมอินโดจีนถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นในการเชื่อมโยง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเปรียบเหมือนวงรับประทานอาหารขนาดใหญ่และ หลากหลายบนแบบแผนกติกาที่เป็นสากล
ผู้สื่อ ข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายของการสัมมนาผู้เข้าร่วมทั้งหมดได้เห็นชอบที่จะ นำแนวคิดของนายอดัมที่จะให้มีการตั้งคณะกรรมการถาวรไปปฎิบัติโดย จะทำการนัดหมายเพื่อจัดตั้งอย่างเป็นทางการต่อไป และให้นายอดัมเป็นที่ปรึกษา

