“ไทยติดหล่มการเมือง!! : สะท้อนความพร้อมจัดการแข่งขันซีเกมส์”

“ถ้าคะแนนเต็ม 10 ผมให้แค่ 5 เพราะน่าจะทำได้ดีกว่านี้ ความจริงมีหลายอย่างที่คิดปัง แต่หลายอย่างพังแบบไม่น่าเชื่อ ข่าวฉาวเยอะมากมีแทบทุกวัน ที่ปังส่วนใหญ่ คือ ผลงานนักกีฬาไทยหลายๆชนิดทำได้ดี” 

“ถิรพัฒน์ ณ ลำปาง ผู้สื่อข่าวสยามสปอร์ต” ให้มุมมอง Wrap-Up ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ปังหรือพัง” ใน “รายการช่วยกันคิดทิศทางข่าว” ว่า 

“ผิดหวังไทยจัดซีเกมส์ กระทบชื่อเสียง มีผลต่อการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพกีฬารายการอื่น” 

            ถิรพัฒน์ กล่าวถึง ภาพรวมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ว่า ประเทศไทยน่าจะมีศักยภาพจัดได้ดีกว่านี้ ไทยเคยผ่านการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์มาแล้วหลายสมัย และเป็นประเทศแรกที่ก่อตั้งมหกรรมกีฬารายการนี้ที่สำคัญประเทศไทยเคยจัดถึงระดับเอเชียนเกมส์มาถึง 4 สมัย คือมากที่สุดในเอเชีย เราเคยผ่านประสบการณ์ ในการจัดงานใหญ่กว่านี้มาแล้วหลายครั้ง น่าจะจัดได้ดีกว่านี้และน่าจะมีเสียงวิจารณ์น้อยกว่านี้ แต่ซีเกมส์ครั้งนี้เหมือนกับว่าเราจัดเป็นครั้งแรก พอหลายอย่างมีปัญหาจึงกระทบต่อชื่อเสียงประเทศ ซึ่งจะมีผลต่อการที่ไทยจะเสนอตัวเป็นเจ้าภาพกีฬารายการอื่นในอนาคต 

“ให้คะแนน 5 เต็ม 10-นักกีฬาไทยผลงานสุดเยี่ยม” 

            “ถ้าคะแนนเต็ม 10 ผมให้แค่ 5 เพราะน่าจะทำได้ดีกว่านี้ ความจริงมีหลายอย่างที่คิดปัง แต่หลายอย่างมันพังแบบไม่น่าเชื่อ ข่าวฉาวเยอะมากมีแทบทุกวัน ที่ปังส่วนใหญ่ คือ ผลงานของนักกีฬาไทยหลายๆชนิดทำได้ดี”

         ถิรพัฒน์ ชื่นชม “เทพบิว” ภูริพล บุญศร นักวิ่งระยะสั้นชาวไทยที่ทำผลงานได้อย่างเหลือเชื่อ เพราะคว้าครบทั้ง 3 เหรียญทอง แต่ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะความสามารถของเขาเหนือกว่าทุกชาติในอาเซียนอยู่แล้ว แต่ที่พิเศษที่สุด คือ เขาทำลายสถิติทั้งประเทศไทยและสถิติกีฬาซีเกมส์ และทำผลงานได้ดีในสนามกีฬาศุภชลาศัย ซึ่งเป็นสนามประวัติศาสตร์ของวงการกีฬาไทย เพราะเป็นสนามกีฬาที่ขลังมาก ถ้าใครได้อยู่ในวินาทีที่เทพบิวสร้างความยิ่งใหญ่ในซีเกมส์ครั้งนี้จะขนลุก  ซึ่งเทพบิวเป็นนักวิ่งอาเซียนคนแรกที่วิ่งได้ต่ำกว่า 10 วินาที ใน 100 เมตร แล้วก็มีกีฬาอีกหลายชนิดที่นักกีฬาไทยทำผลงานได้อย่างยิ่งใหญ่ ทำให้คนไทยมีความสุข แม้ว่ากีฬาหลักๆอย่าง ฟุตบอล หรือ ตะกร้อชาย เราจะทำผลงานได้ไม่ดีนัก

            ส่วนเรื่องที่ไม่ค่อยมีความพร้อม คือ จัดการแข่งขันด้านต่างๆต้องยอมรับว่าเรามีปัญหาตั้งแต่แรก อาทิ การต้อนรับนักกีฬา  นักกีฬาจากชาติอื่นๆบ่นว่า มาถึงสนามบินนานแล้ว กว่ารถจะมารับต้องรอนานถึง 2 ชั่วโมง นี่คือปัญหาที่เรามักจะเจอเป็นประจำ ไม่ใช่เฉพาะในซีเกมส์ครั้งนี้ แต่ซีเกมส์ที่ประเทศเวียดนามและกัมพูชา ก็เจอปัญหานี้เช่นกัน รวมไปถึงเว็บไซต์เช็คผลการแข่งขัน ความจริงแล้วน่าจะเรียวไทม์วินาทีต่อวินาที เหมือนกับเว็บไซต์ของโอลิมปิกหรือเอเชียนเกมส์ แต่ปรากฏว่าเว็บไซต์ของซีเกมส์ในครั้งนี้ ยังคงเหมือนเดิมเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา การแข่งขันจบไปแล้วผู้สื่อข่าวพยายามที่จะเช็คผลการแข่งขัน ปรากฏว่ากว่าที่ผลการแข่งขันจะเด้งขึ้นมา บางครั้งผ่านไปเป็นชั่วโมง 

เรื่องการต้อนรับนักกีฬาเจ้าภาพต้องทำให้ดีที่สุด เช่น นักกีฬาจากต่างชาติพอเดินทางมาถึงสนามบินเหนื่อยๆ ก็ต้องต้อนรับเขาให้ได้รับความสะดวกสบายที่สุด อย่าให้รอที่สนามบินนาน  เรื่องของเว็บไซต์                 เช็คผลการแข่งขัน ต้องดีกว่านี้ต้องเรียวไทม์กว่านี้ ต้องเป็นหน้าเป็นตาของประเทศ  และเรื่องของสนาม               แข่งขัน ต้องมีการจัดโซนที่อยู่ของสื่อมวลชนและที่อยู่ของแต่ละชนิดกีฬาให้ชัดเจน หลายๆสถานที่สื่อมวลชนกับกองเชียร์อยู่ปะปนกันหมด ไม่แยกโซนกันชัดเจน ทำให้สื่อมวลชนทำงานยาก

นักแข่ง ROV โกง ทำประเทศไทยฉาว” 

            นอกจากนี้ยังมีข่าวฉาวที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะนักแข่ง ROV ทีมชาติไทย ถูกขับออกจากการแข่งขันหลังใช้โปรแกรมโกง ด้วยการให้คนอื่นสวมรอยเล่นแทนระหว่างแข่งกับทีมชาติเวียดนาม ซึ่งผมมองว่าร้ายแรง นักกีฬาโกงคนเดียวก็จริงแต่ว่าเขามองไปถึงภาพลักษณ์ของประเทศ ว่าปล่อยให้มีการโกงแบบนี้ได้อย่างไรทำให้ภาพลักษณ์ของไทยได้รับผลกระทบไม่น้อยเลยทีเดียว

“เปลี่ยนรัฐบาล-เปลี่ยนผู้จัดกะทันหัน กระทบเป็นลูกโซ่” 

            ถิรพัฒน์ กล่าวถึงสาเหตุความไม่พร้อมเรื่องจัดการแข่งขันซีเกมส์ว่า เพราะมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล และเปลี่ยนแปลงผู้จัดการแข่งขันฝ่ายต่างๆกะทันหัน จึงกระทบต่อการทำงานหลายด้าน เช่น พิธีเปิดได้รับเสียงวิจารณ์มาก ความจริงแล้วพิธีเปิดเหมือนเป็นประตูสู่ทัวร์นาเมนต์ ถ้าเราทำได้ดี สร้างความประทับใจให้กับหลายๆชาติที่ดูอยู่ก็จะดีมาก แต่ปรากฏว่าพิธีเปิดผิดพลาดหลายจุด และยังถูกนำไปเปรียบเทียบกับพิธีเปิดของหลายชาติก่อนหน้านี้  ส่วนพิธีปิดการแข่งขันก็มีความผิดพลาดบางอย่างเช่นกัน                จึงมีผลต่อภาพลักษณ์ หลายคนมองว่าประเทศไทยจัดเยอะเสียเปล่า แต่ยังมีความผิดพลาดเล็กๆน้อยๆ ทั้งที่ไม่น่าเกิดขึ้นกับประเทศที่มีประสบการณ์จัดการแข่งขันมาแล้วหลายครั้ง

            “ก่อนการแข่งขันซีเกมส์ มีการเปลี่ยนแปลงผู้จัดกระทันหัน เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ก็เป็นธรรมดาที่จะเจอปัญหา ไม่เหมือนกับการที่ให้คณะผู้จัดคณะใดคณะหนึ่งจัดมาตั้งแต่แรก หากเราเตรียมงานดีๆก่อนที่เราจะเป็นเจ้าภาพประมาณ 7-8 เดือนก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่ม ผมคิดว่าน่าจะดีกว่านี้ ขณะเดียวกันศักยภาพของประเทศไทย เคยผ่านงานใหญ่ๆมาแล้วหลายงาน แค่ทัวร์นาเมนต์มหกรรมกีฬาซีเกมส์ น่าจะจัดได้ดีกว่านี้ ในมุมมองของผมรู้สึกเสียดายเพราะเราได้เป็นเจ้าภาพซีเกมส์ทั้งที น่าจะใช้เวทีนี้ให้เป็นประโยชน์ สร้างความประทับใจและคำชื่นชมจากนานาชาติ  เพื่อในอนาคตประเทศไทยจะได้เสนอตัวขอเป็นเจ้าภาพกีฬารายการอื่นๆ ก็จะมีเครดิตตรงนี้”

“ของที่ระลึกไม่จำเป็นต้องมีมูลค่า ผู้รับนำไปใช้ประโยชน์ได้” 

            ถิรพัฒน์ เล่าว่า เคยไปทำข่าวโอลิมปิกเกมส์ , เอเชี่ยนอินดอร์เกมส์  สิ่งที่เจ้าภาพให้มา คือ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ครีมกันแดด ร่ม แก้วน้ำ เป็นต้น เวลาผู้สื่อข่าวออกไปทำข่าวเจอแดดเจอฝน             ก็มีอุปกรณ์ที่เจ้าภาพแจกให้มาช่วยอำนวยความสะดวก รวมไปถึงบัตรขึ้นรถไฟฟรี ,รถเมล์ฟรี คิดว่านักกีฬาก็คงได้สิ่งของที่อำนวยความสะดวกคล้ายกัน  แต่ของที่ระลึกที่นักกีฬาจากชาติอื่นได้จากซีเกมส์ในครั้งนี้ เหมือนกับเป็นของที่เราจัดให้แบบขอไปที ซึ่งนักกีฬาจาก สปป.ลาว ออกมารีวิว ของที่ระลึกไม่จำเป็นต้องมีมูลค่าก็ได้ แต่ผู้รับสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ อาจเป็นของแฮนด์เมดที่เป็นเอกลักษณ์ของเรา ให้นักกีฬาและสื่อมวลชนเก็บไว้เป็นที่ระลึกว่าครั้งหนึ่งได้เดินทางมาประเทศไทย และของชิ้นนี้เป็นเอกลักษณ์จากประเทศไทย หรือเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกกับเขา เช่น แผ่นพับแนะนำสถานที่ต่างๆ หากแข่งขันเสร็จก็สามารถไปเที่ยวได้ เป็นการประชาสัมพันธ์ประเทศไทยไปด้วย

“ซีเกมส์ ต่างจากจัดแข่งกีฬารายการอื่น เหตุต้องเวียนกลับมาจัดตามคิว-ข้องใจหลายประเทศเจ้าภาพ เจอปัญหาเดียวกัน”

            ผมไม่เข้าใจว่าทำไมหลายๆชาติ เวลามีโอกาสเป็นเจ้าภาพจัดซีเกมส์ถึงมีปัญหาตลอด ไม่ว่าจะจัดที่เวียดนาม,กัมพูชา, ฟิลิปปินส์และมาเลเซีย ทั้งนี้ซีเกมส์ไม่เหมือนกีฬารายการอื่น เพราะต่อให้เราจัดได้ไม่ค่อยดีแต่ในอนาคตต้องวนกลับมาจัดอีกเพราะเวียนตามคิว ประเทศเราอาจจะได้กลับมาจัดอีกใน 10-12-14 ปีข้างหน้า แต่กีฬาเอเชียนเกมส์ , เอเชียนยูธเกมส์ , ยูธโอลิมปิกหรือกีฬาโอลิมปิกเกมส์ไม่ได้วนแบบนี้ แต่ต้องยื่นข้อเสนอแข่งกับประเทศอื่นๆ ดังนั้นหากการจัดแข่งขันซีเกมส์ในครั้งนี้ประเทศไทยจัดได้ดี เราก็จะมีเครดิตในสายตานานาชาติ เวลาเรายื่นข้อเสนอขอจัดกีฬารายการอื่นก็อาจจะมีเครดิต แต่ถ้ามีหลายเรื่องที่ถูกตำหนิมากกว่าชื่นชม โอกาสที่เราจะมีเครดิตดี ได้รับคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาอื่นๆต่อจากนี้ก็น้อยตามไปด้วย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ไทยมีโอกาสเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลกจัดได้ดีมีแต่คำชม จนสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติอยากให้ประเทศไทยกลับมาจัดอีกรอบหนึ่ง และแฟนกีฬาวอลเลย์บอลเต็มทุกสนาม ไม่เฉพาะในกรุงเทพฯ แต่ที่ จ.ภูเก็ต , จ.เชียงใหม่ และ จ.นครราชสีมา ด้วย เกิดการตื่นตัวมากและกระแสคึกคักมาก ตรงข้ามกับซีเกมส์ที่มีเสียงบ่นมากกว่าเสียงชม

“ยกสิงคโปร์เจ้าภาพจัดแข่งขันสุดยอด ทั้งที่จัด 10 ปีมาแล้ว”       

            ถิรพัฒน์ ยกย่องให้ซีเกมส์ที่สิงคโปร์ เมื่อปี 2015 หรือ 10 ปีที่แล้ว เป็นการจัดการแข่งขันซีเกมส์ที่ดีที่สุดที่เคยเห็นมา เขาใช้ระบบจัดการแข่งขันแบบกีฬาโอลิมปิก ไม่มีการแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน เพราะว่าเขาเป็นประเทศเล็กๆไม่มีกีฬาพื้นบ้านเท่าไหร่ และระบบถ่ายทอดสดมีการถ่ายมุมภาพที่ดีมาก เช่น ว่ายน้ำแตะขอบสระปุ๊บ กราฟฟิคขึ้นมาทันที และเวลาเป็นทางการก็เด้งขึ้นมาด้วย หรือการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร นักกีฬาวิ่งเข้าเส้นชัยปุ๊บ ผลการแข่งขันเด้งขึ้นมาทางเว็บไซต์ทันที ทำให้การดูกีฬาถ่ายทอดสดเห็นได้ง่าย

            ระบบการขนส่งมวลชนของสิงคโปร์ก็ดี  ใครที่ไปทำข่าวซีเกมส์ในครั้งนั้นไม่ต้องปวดหัวกับการเดินทาง เพราะรถไฟฟ้ามีถึงแทบทุกสนาม นอกจากนี้การจราจรก็ไม่ติดขัด พูดง่ายๆ คือ สิงคโปร์จัดแล้วมีแต่คำชมขนาดเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ทำให้ผมไม่เข้าใจว่าประเทศไทยที่จัดการแข่งขันหลังสิงคโปร์ถึง 10 ปี จึงมีปัญหาและล้าหลังกว่า ผมงงว่าทำไมประเทศสิงคโปร์ถึงทำได้โดยไม่มีปัญหานี้ แต่ประเทศไทยทำไมถึงต้องเผชิญปัญหาอะไรอย่างนี้ 

“ซีเกมส์ ควรล้างภาพประเทศเจ้าภาพต้องได้เป็นเจ้าเหรียญทอง-เดาไม่ยากครั้งหน้ามาเลเซียเจ้าภาพ เต็งหนึ่งเหรียญทอง” 

            “ความจริงครั้งนี้เราควรทำซีเกมส์ให้มีมาตรฐานยิ่งขึ้น ในฐานะที่ไทยเป็นประเทศที่ริเริ่มมหกรรมรายการนี้ ควรล้างภาพลักษณ์มหกรรมกีฬาที่เน้นให้เจ้าภาพได้เป็นเจ้าเหรียญทอง แต่ควรจัดให้เป็นสากลขึ้น  มีมาตรฐานยิ่งขึ้น ครั้งต่อไปมาเลเซียเป็นเจ้าภาพก็เดาได้ไม่ยากว่า ประเทศไหนจะได้เป็นเจ้าเหรียญทอง ก็ต้องเป็นมาเลเซียอยู่แล้ว เขาก็จะเน้นประเภทกีฬาที่เขาถนัดลงไปแข่งเยอะๆ เพื่อสร้างโอกาสให้ประเทศของเขาได้เป็นเจ้าเหรียญทองยิ่งขึ้น อย่างการจัดแข่งขันครั้งนี้ ประเทศไทยได้ทั้งสิ้นกว่า 200 เหรียญทอง มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ หลายคนอาจจะตื่นเต้น แต่ผมรู้สึกเฉยๆมาก เพราะว่าไม่ได้เป็นตัววัดศักยภาพที่แท้จริงว่าวงการกีฬาบ้านเราพัฒนาขึ้นหรือแย่ลง” ถิรพัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย

ติดตาม “รายการช่วยกันคิดทิศทางข่าว” ทุกวันอาทิตย์ 11.00-12.00 น. โดย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ คลื่นข่าว MCOT News FM 100.5