“เจาะนโยบายพรรคการเมืองหาเสียง ผ่านกลยุทธขายฝัน”  

“ประชาชนจะตัดสินใจเลือกนโยบายของพรรคการเมืองไหน ขายฝันไม่ขายฝันอยู่ที่ตัวเองด้วยว่า ฝันอะไรเรื่องเดียวกันหรือไม่ สุดท้ายความฝันนั้นอาจกลับมาทำร้ายเรากลายเป็นฝันร้ายหรือไม่ การเลือกตั้งครั้งนี้เริ่มแจกเงินเยอะ และเริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ รัฐบาลไหนหาเสียงเก่งหรือขายฝันเก่ง รัฐบาลนั้นต้องหาเงินเก่งด้วย”

 

มยุรี ไพบูลย์กุลกร รองบรรณาธิการบริหาร ดูแลข่าวเศรษฐกิจ ช่อง 7” วิเคราะห์ “นโยบายหาเสียง‘แก้จน’พรรคการเมืองขายฝันหรือทำได้จริง” ใน “รายการช่วยกันคิดทิศทางข่าว” ว่า 

 “พรรคการเมืองควรแจ้งวิธีหารายได้ก่อน-แนะ ให้เบ็ดตกปลา”

            มยุรี บอกว่า พรรคการเมืองควรแจ้งวิธีหารายได้ก่อนหรือไม่ พอมีงบประมาณอย่างที่เราได้ยิน คือ ถลุงงบนำมาแจกแต่ก็ขึ้นอยู่กับมุมมอง  หากเป็นคนรากหญ้าทุกคนชอบเพราะได้เงินเลย แต่อย่างเรามนุษย์เงินเดือนยังต้องจ่ายภาษี  เช่น ซื้อของออนไลน์ต้องเสียภาษีรอบด้านไปหมด ตกลงว่าเราทำงานแล้วจ่ายแต่ภาษี ดิฉันคิดว่าการดูแลรากหญ้านั้นจำเป็น แต่ดูแลมากไปสุดท้ายกลับตกเป็นภาระ อย่างที่บอกนโยบายขายฝันแต่สุดท้ายกลายเป็นฝันร้ายก็ไม่ไหว แนะนำว่าให้เบ็ดตกปลาสอนวิธีการหากินเองระยะยาวดีกว่า  

            “ประชาชนจะตัดสินใจเลือกนโยบายของพรรคการเมืองไหน ขายฝันไม่ขายฝันอยู่ที่ตัวเองด้วยว่า ฝันอะไรเรื่องเดียวกันหรือไม่ สุดท้ายความฝันนั้นก็กลับมาทำร้ายเรากลายเป็นฝันร้ายหรือไม่ การเลือกตั้งครั้งนี้เริ่มแจกเงินเยอะ และเริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ รัฐบาลไหนหาเสียงเก่งหรือขายฝันเก่ง รัฐบาลนั้นต้องหาเงินเก่งด้วย แต่ส่วนใหญ่การหาเงินของเขาก็เอามาจากภาษีของคนทำงาน ดิฉันคิดว่าน่าจะมีแบบโปรโมชั่นหรือมีมาตรการช่วยคนที่เสียภาษีด้วย”

.

 “จับตารอคนละครึ่งพลัสเฟสสอง ตอบโจทย์เม็ดเงินสะพัดจริง ต่างจากเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท”       

         มยุรี กล่าวว่า นโยบายคนละครึ่งพลัสเฟสสองของพรรคภูมิใจไทย ส่วนตัวคิดว่าต้องทำให้เกิดก่อนเลย เพราะทุกวันนี้กระแสในโซเชียลมีการติดตามทวงเงินคุณอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและรักษาการนายกรัฐมนตรี บอกว่ายังค้างจ่ายอยู่และน่าจะเป็นนโยบายที่หลายคนชื่นชอบ เนื่องจากใช้จ่ายง่ายและคล่อง โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนที่เคยสอบถามหลายคนบอกว่าชอบมาก ทำให้เม็ดเงินสะพัดได้จริง ซื้อขายคล่องและสามารถกดในแอพได้เลย สะดวกทั้ง 2 ฝ่ายประชาชนควักกระเป๋าเงินตัวเองด้วย รัฐบาลสมทบเพิ่ม ภาระหนี้งบประมาณใช้น้อย ภาระหนี้สาธารณะอาจจะไม่มาก ส่วนตัวมองว่าน่าสนใจและมีความยั่งยืนได้ประโยชน์ในระยะยาว  เพราะโครงการคนละครึ่งพลัส คือการใช้เงินงบประมาณส่วนหนึ่งและเงินของประชาชนจ่ายอีกส่วนหนึ่ง ไม่ได้เป็นการทุ่มงบประมาณทั้งหมดเพื่อไปตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ

.

“แนะควรมีหลักเกณฑ์จ่ายเงิน-ถามกลับ บางกลุ่มรับเงินหมื่นไปแล้วอยากได้อีกหรือไม่” 

            มยุรี บอกว่า บางโครงการของรัฐบาล เช่น โครงการเติมเงินผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล 10000 บาท รัฐบาลเป็นผู้จ่ายทั้งหมด ส่วนตัวไม่สนใจเงิน 10,000 บาทแม้ว่าจะก้อนใหญ่ แต่คิดว่าประชาชนส่วนใหญ่ อาจจะชื่นชอบโครงการนี้ เพราะได้จับเงินเป็นก้อนแต่ในระยะยาวต้องดูไทม์ไลน์ด้วยว่ารัฐบาลจะเดินหน้านโยบายนี้ได้นานแค่ไหน ลองมาช่วยกันวิเคราะห์ว่าหากสมมุติแจกเงิน 10,000 บาท รอบที่ได้รับไปแล้วคือกลุ่มเปราะบางเชื่อหรือไม่ว่ารัฐบาลจะไม่จ่ายซ้ำ แต่จะไปเริ่มจ่ายให้กลุ่มใหม่เลย และจะทิ้งกลุ่มเปราะบางอย่างนั้นหรือ แล้วกลุ่มเปราะบางจะออกมาเรียกร้องอีกหรือไม่ สมมุติว่าเราอยู่ในกลุ่มเปราะบางเราก็ต้องอยากได้อีกใช่หรือไม่ เพราะเดือดร้อนแล้วยังมีภัยพิบัติธรรมชาติมากระทบซ้ำอีกอย่างสถานการณ์น้ำท่วม ทุกคนต่างจะเรียกร้องกันหมด ฉะนั้นต้องมีหลักเกณฑ์หลักการให้เงินส่วนนี้อย่างถี่ถ้วน

.

“เสียงสะท้อน ประชาชนเรียกร้องมาตรการบรรเทาภาระ ค่าน้ำ-ค่าไฟทุกปี”

            มยุรี กล่าวว่า นโยบายที่เกี่ยวกับการลดค่าน้ำ-ค่าไฟมีความน่าสนใจ เพราะเป็นค่าใช้จ่ายที่ทุกคนต้องรับผิดชอบทุกเดือน ในส่วนของค่าน้ำอาจจะไม่หนักแต่ค่าไฟมีอัตราชัดเจน เช่น เดือนมีนาคม-พฤษภาคมทุกปี ดิฉันทำข่าวจะพบว่าทุกคนมีเสียงสะท้อนบ่นเรื่องค่าไฟฟ้ากันหมด ส่วนใหญ่จะกระโดดพุ่งขึ้นเท่าตัว ยิ่งปีนี้คาดว่าจะพุ่งหนักกว่าเดิม เนื่องจากหลายๆ ครอบครัวเริ่มมีรถอีวีที่ต้องชาร์ทไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ซึ่งทั้งค่าน้ำ-ค่าไฟฟ้าและค่าน้ำมันเป็นปัจจัยที่ทุกคนต้องใช้ แต่ค่าน้ำมันปีนี้ยังไม่ชัดเจนจะหวือหวามากหรือไม่  หรือจะเป็นภาระกับประชาชนหรือไม่ แต่เบื้องต้นมีสัญญาณของโลกอยู่บ้าง ดิฉันว่าค่าไฟฟ้าชัดเจนและใกล้ตัวที่สุด

.

“นโยบายลบประวัติเครดิตบูโร ให้โอกาสกลับตัวมีประวัติที่ดี”       

            มยุรี บอกว่า นโยบายลบประวัติเครดิตบูโรมีความน่าสนใจ เพราะเป็นการให้โอกาสผู้ที่บริหารการเงินผิดพลาดได้กลับตัวมีประวัติเครดิตที่ดี บางคนตอนแรกเงินเดือนน้อยอาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเกินตัวชักหน้าไม่ถึงหลัง ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าคนไทยส่วนใหญ่ขาดเรื่องวินัยทางการเงิน แต่เมื่อมีการลบประวัติแล้วอาจมีสัญญาณเป็นภาระอีกว่า บุคคลนั้นจะไปก่อภาระหนี้สินซ้ำหรือไม่ หากก่อหนี้ซ้ำแล้วจะผิดนัดชำระหนี้อีกหรือไม่ เกิดเป็นพฤติกรรมวนเวียนซ้ำซากอาจจะมีการเบี้ยวหนี้หายไปอีก  จากนั้นมาเข้าโครงการชำระหนี้ สุดท้ายนโยบายนี้อาจจะไม่ตอบโจทย์เรื่องวินัยทางการเงิน ที่รัฐบาลพยายามปลูกฝังให้คนไทยมีวินัย เป็นหนี้ต้องชำระและชำระให้ตรงเวลา แต่บางคนที่ไม่ได้เป็นหนี้หรือมีวินัยทางการเงิน ผ่อนชำระดีเขาอาจจะไม่ได้มองตรงนี้ต้องแยกกันเป็นคนละส่วน สมมุติว่าเรามองจากตัวเลขของลูกหนี้ในประเทศไทยที่มีอยู่เยอะมาก และรัฐบาลพยายามจะสางหนี้หลายครั้งแต่ก็ยังไม่บรรลุผล ขณะที่ชาวบ้านอาจจะรู้สึกไม่ตอบโจทย์ เพราะไม่ได้รับเงินกับมือแต่เป็นการล้างประวัติ เขาอาจจะมองว่าเป็นนโนบายเฉพาะกลุ่มลูกหนี้ที่มีประวัติเสีย ซึ่งหากชาวบ้านรากหญ้าจริงๆ การชำระหนี้สินส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในระบบ

.

“นโยบายเครดิตสินเชื่อ หวั่นปัญหางูกินหาง” 

            มยุรี บอกว่า  “กรณีที่หลายพรรคการเมืองพูดเรื่องการให้เครดิตสินเชื่อ และให้คนเข้าไปกู้โดยที่ไม่เข้าไปยุ่งกับการกู้เงินนอกระบบไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะธนาคารออมสินมีอยู่แล้ว แต่บางครั้งหากเราลองกลับมาเปรียบเทียบที่ตัวเอง เมื่อไปกู้แต่ไม่ผ่านเพราะภาระหนี้สินเดิมเยอะเต็มเพดาน ตรงนี้เหมือนจะบอกว่าอย่าขายฝันเลย มันอาจจะทำได้จริงถ้ามีการปรับเงื่อนไข  แต่สำหรับตาสีตาสาคนหนึ่งที่มีหนี้เต็มไปหมด หาเช้ากินค่ำแทบจะไม่มีเงินจ่ายรายวันอยู่แล้ว หากมองอีกมุมหนึ่งจะกลายเป็นการไปเพิ่มหนี้ให้เขา แม้ว่าเป็นหนี้ในระบบก็จริงแล้วเราจะรู้ได้อย่างไร ว่าเขาจะมาจ่ายหนี้รายวันจริงหรือไม่ ดีไม่ดีกลายเป็นงูกินหาง ตกเป็นหนี้ทั้งนอกและในระบบ สมมุติว่าเราไปกู้ธนาคารของรัฐที่ให้ดอกเบี้ยต่ำ แล้วเงินหมดจากกระเป๋า ดิฉันถามว่าเขาจะกลับไปกู้หนี้นอกระบบหรือไม่ ก็ต้องกลับไปอีกอย่างที่บอกคือเกิดหนี้ทั้งในและนอกระบบ”

.

“เบี้ยคนชราแบบขั้นบันไดน่าสนใจ เหตุไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยแล้ว”

            กรณีเบี้ยคนชราระหว่างขั้นบันไดกับแบบถ้วนหน้า มยุรี บอกว่า “ดิฉันยังไม่ชรา แต่คิดว่ากรณีเป็นขั้นบันไดก็น่าสนใจ เพราะหากเพิ่มได้ก็ดีแต่ถ้าเพิ่มไปก็จะเป็นภาระงบประมาณอีกหรือไม่ เพราะงบประมาณบ้านเราขณะนี้มันตึงมือ ฉะนั้นต้องจัดสรรให้ดี อย่าลืมว่าสังคมบ้านเราเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยแล้ว ตรงนี้อาจเป็นภาระกับรัฐบาลที่ต้องจ่ายอย่างเดียว”

.

“นโยบายเกษตร บางเรื่องเหมือนดาบสองคม-บางเรื่องไม่ตอบโจทย์” 

            มยุรี บอกว่า สำหรับนโยบายที่เกี่ยวกับเกษตรกร น่าจะให้ความสนใจเรื่องเงินกู้ที่ชาวบ้านรากหญ้าส่วนใหญ่มองว่า สิ่งที่จะได้รับกับมือคือการเดินไปกดตู้เอทีเอ็มแล้วได้เงินสดเลย แต่กรณีของการสนับสนุนปัจจัยอื่นๆ อย่างเช่นปุ๋ยไม่ใช่ว่าไม่มีโครงการปุ๋ยราคาถูก แต่มีมานานแล้วยังไม่ค่อยถูกใจชาวเกษตรกร เพราะปุ๋ยเหลือเต็มไปหมดจึงคิดว่ายังไม่ค่อยตอบโจทย์  ส่วนเรื่องการประกันรายได้ก็ยังถือว่าเป็นนโยบายที่ดี แต่ส่วนตัวว่าตรงนี้ทุกอย่างมันเปรียบเหมือนดาบสองคม เพราะมีอีกกรณีที่เกษตรกรทำเพื่อจะเอาเงินประกัน ทำเพื่อขายเข้าสู่ตลาดเข้าสู่ระบบ ไม่ได้เป็นหัวใจเกษตรที่แท้จริง  เป็นการปลูกที่ไม่ได้พุ่งเป้าไปเข้าสู่ระบบการขายจริงจัง แต่ทำเพื่อต้องการรอเงินประกันเท่านั้น  เมื่อราคาประกันดีก็แห่กันปลูกส่งผลให้สินค้าทางการเกษตรตกต่ำล้นตลาด สุดท้ายผลกระทบเหล่านี้กลับเข้ามาเป็นวงจรปัญหาเดิมอีก 

.

 “ย้ำไม่เห็นด้วย แรงงานข้ามชาติได้เรทค่าแรงขั้นต่ำเท่าคนไทย” 

            ส่วนประเด็นค่าแรงขั้นต่ำ มยุรี ย้ำว่า เป็นเรื่องที่ดีหากจะมีการยกระดับ ศักยภาพเรื่องของค่าแรง ยกระดับสวัสดิการ เพื่อทำให้กลุ่มผู้ใช้แรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่หากถามว่าคนที่ทำงานหาเช้ากินค่ำได้ค่าแรงขั้นต่ำ ให้เฉพาะคนไทยได้หรือไม่ซึ่งอย่างนั้นต้องจ่ายหมด เพราะปัจจุบันมีแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาทำงานในไทยจำนวนมากซึ่งได้ค่าแรงเรทเดียวกัน ส่วนตัวคิดว่าไม่เห็นด้วยควรมีวิธีการคัดกรองตามความเหมาะสม  ส่วนกรณีการปรับขึ้นค่าแรงนั้นต้องต่อรองกันข้ามปีกว่าจะเคาะขึ้นแต่ละบาท สวนทางกับค่าครองชีพ ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ปรับขึ้นกันเองและพุ่งสูงต่อเนื่อง โดยไม่ต้องมีการเจรจาเหมือนการปรับขึ้นค่าแรงแต่ละปี

ติดตาม “รายการช่วยกันคิดทิศทางข่าว” ทุกวันอาทิตย์ 11.00-12.00 น.

โดย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และคลื่นข่าว MCOT News FM 100.5​