“ส่องสนามเลือกตั้ง ผว.กทม.: ศึกชิงเก้าอี้พ่อเมือง!!” 

             “เมื่อก่อนประชาชนเข้าไปติดต่องานราชการ ต่างรู้สึกว่าระบบราชการเหมือนหลุมดำ ที่เข้าไปแล้วทำไมดูเหมือนติดต่อก็อะไรติดขัดไปหมด แตกต่างจากปัจจุบันหากเราไปติดต่อราชการหลายๆ คนจะรู้สึกดีขึ้น อย่างเช่นหน่วยงานที่กรุงเทพมหานคร ทัศนคติของผู้เข้าใช้บริการเป็นไปในเชิงบวกมากขึ้น โดยเฉพาะการไปใช้บริการทำบัตรประชาชนเพราะถ่ายรูปสวย ถูกใจ เจ้าหน้าที่ให้บริการดียิ้มแย้มแจ่มใส”

            “มนชยา ครุฑจู  ผู้สื่อข่าวแผนกข่าวอาชญากรรม-ชุมชนเมือง เดลินิวส์” ให้มุมมอง “ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. บนความหวังของคนกรุงเทพฯ” ใน “รายการช่วยกันคิดทิศทางข่าว” ว่า 

“กทม. เดือดเปิดตัวผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ คนใหม่” 

            มนชยา กล่าวว่า ตอนนี้ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หลายคนที่เปิดตัวชัดเจนว่าลงสมัคร คือ ด็อกเตอร์โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร จากพรรคประชาชน  ที่มาพร้อมกับว่าที่ผู้สมัครสก.ทั้ง 50 เขต ภายใต้ 4 นโยบายของพรรคที่ชูว่า“กรุงเทพง่ายๆ” โดบมีการลงพื้นที่หาเสียงแล้ว ส่วนคนที่ 2 ซึ่งประกาศมานานแต่ยังไม่เห็นนโยบาย คือ ด็อกเตอร์มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข เคยอยู่แวดวงการเมืองและอยู่แวดวงสื่อสารมวลชนมาก่อน เคยไปสัมผัสการทำงานที่กทม.มาแล้ว ส่วนอีกคน คือ ด็อกเตอร์คมสัน พันธุ์วิชาติกุล ลงสมัครในนามอิสระ และเป็นอดีตสก.เขตบางพลัด สมัย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตรเป็นผู้ว่าฯกทม.

            ส่วนอีกหนึ่งคนที่เพิ่งประกาศตัวไม่นาน คือ ด็อกเตอร์หม่อมหลวง กรกสิวัฒน์ เกษมศรี รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ บอกว่าจะลงสมัครในนามอิสระและได้คุยกับหัวหน้าพรรคเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ที่น่าจับตาเพราะมีการประกาศส่งคนลงสมัครแน่นอน  คือ พรรคประชาธิปัตย์ได้เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสก.ทั้ง50 เขตไปแล้ว คงต้องแล้วรอวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ว่าจะส่งใครลงชิงตำแหน่งผู้ว่าฯกทม. ส่วนอีกกลุ่มที่รออยู่ว่าจะมีใครมาบินได้กับคุณเต้ มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์หรือไม่ มีชื่อกลุ่มว่ากรุงเทพบินได้ ต้องรอดูว่าจะไปทาบทามใครให้มาลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯกทม. โดยคุณเต้บอกว่าจะขอเป็นตำแหน่งที่ปรึกษาผู้ว่าฯ แทน

“นับถอยหลัง 21 พ.ค.! "ชัชชาติ" ชี้ชะตาไปต่อสมัย 2 หรือไม่” 

            มนชยา บอกว่า หลายคนต่างลุ้นว่านายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จะลงชิงตำแหน่งผู้ว่าฯกทม. อีกหนึ่งสมัยหรือไม่ ทั้งนี้นายชัชชาติให้สัมภาษณ์ล่าสุด หลังประชุมมอบนโยบายผู้อำนวยการเขตและผู้บริหารกทม. มีแนวโน้มว่าจะลงต่อสมัยที่ 2 รวมถึงได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่าให้ประชาชนส่งเรื่องราวของปัญหาที่อยากให้นายชัชชาติดำเนินการ หากกลับมาเป็นผู้ว่ากทม.อีกครั้ง จะแก้ไขปัญหาหรือดำเนินนโยบายอย่างไร ผ่านเครือข่าย “Work work work” ชวนคนกรุงฯ ออกแบบนโยบายเปลี่ยนกรุงเทพฯ ดังนั้นต้องรอลุ้นกันว่าก่อน 21 พฤษภาคมนี้ นายชัชชาติจะส่งสัญญาณอย่างไร แต่เบื้องต้นบอกว่าให้รอใกล้ครบเทอมก่อนจึงจะบอก โดยให้เหตุผลว่าหากบอกตอนนี้อันดับแรกถ้าไม่ลงสมัคร จะเหมือนกับคำพูดเป็นนายตัวเอง และเกรงว่าถ้าประกาศว่าไม่ลงสมัคร ก็อาจจะทำให้การทำงานของข้าราชการหยุดชะงักไป อาจมีคนปล่อยเกียร์ว่างหรือไม่ 

“ชัชชาติโชว์งบ กทม. รายได้สะพัดเกินเป้า 5 พันล้าน ย้ำบริหารเพื่อประโยชน์ส่วนรวม เตรียมสำรองงบพัฒนาเมือง”

            สำหรับผลงานของนายชัชชาติที่แถลงถึงรายรับ ว่าสูงกว่ารายจ่ายถึง 5,000 ล้านบาทถือเป็นผลงานเด่นเลยหรือไม่ มนชยา บอกว่า เรื่องนี้นายชัชชาติอธิบายว่า มีทุกยุคทุกสมัยที่บริหารงานแล้วมีรายรับเหลือสูงกว่า แต่นายชัชชาติทำนโยบายให้รายจ่ายกับรายรับเท่ากันมาตลอด ตั้งแต่เริ่มต้นที่เข้ามาบริหารงานก็พยายามจัดการ ให้รายรับและรายจ่ายเท่ากัน ซึ่งมองว่าเรื่องนี้ไม่ถือว่าเป็นผลงาน แต่ถือว่าข้าราชการทุกคนช่วยกันทำให้งบประมาณเหลือมากที่สุด เพื่อที่จะไปเก็บสะสมนำไปบริหารจัดการในเรื่องอื่นๆ ต่อไป

“เดินหน้าตามสัญญา เช็กความคืบหน้า 216 นโยบาย 9 ด้าน 9 ดี ทีมบริหาร กทม. มั่นใจมาถูกทาง”

            มนชยา บอกว่า นโยบายนายชัชชาติมีประมาณ 216 เรื่อง เมื่อประกาศแล้วมาแบ่งกลุ่มตามแนวทาง 9 ด้าน 9 ดี เรื่องของ “บริหารจัดการดี” “สังคมดี” นโยบายที่เด่นๆ คือ “โปร่งใสดี”ซึ่งนายชัชชาติได้นำแอพลิเคชัน Traffy Fondue มาใช้ เพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชน หรือเรื่องการปราบปรามทุจริตที่ตอนนี้มีการลงโทษข้าราชการไปแล้วจำนวน 41 คน เรื่องของ Open Data ให้เจ้าหน้าที่นำข้อมูล เรื่องการประกวดราคา เรื่องการใช้จ่ายนโยบายหรือโครงการไหนทำไปถึงไหนแล้ว ให้นำขึ้นเว็บไซต์ทั้งหมด เพื่อให้ประชาชนเข้ามาตรวจสอบได้ และการยื่นขอก่อสร้างแบบออนไลน์ พยายามให้ยื่นเอกสารทุกอย่างผ่านออนไลน์ทั้งหมด เพื่อลดการติดต่อประสานงานระหว่างบุคคล โดยเฉพาะกลุ่มงานที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ในเรื่องของทุจริตที่มีการเรียกรับเงิน ตรงนี้ช่วยตัดปัญหาเรื่องการทุจริตเรียกรับเงินใน4 กลุ่ม ที่มีการสำรวจแล้วว่าน่าจะมีการเสี่ยง ต่อการเรียกรับเงินสูง เช่น กลุ่มงานโยธา กลุ่มงานสิ่งแวดล้อม 

“นิด้าโพลสะท้อนเสียงคนกรุงถูกใจ นโยบายเดินทางดี”

            มนชยา บอกว่า ส่วนเรื่อง “เดินทางดี”เรามีทางเท้าใหม่ หากว่าหลายคนไปเดินในเขตกลุ่ม CBD (Central Business District) คือ ย่านศูนย์กลางธุรกิจ จะเห็นทางเท้าใหม่สวยงาม เช่น สยาม สีลม เป็นต้น ทางเท้าใหม่นี้ได้ดำเนินการไปแล้ว 1,100 กิโลเมตร ทั้งนี้ ในส่วนของทางเท้าไหนที่เป็นทางเท้าที่ขยายมากขึ้น มีพื้นที่มากขึ้นจะให้เป็นเส้นทางจักรยานได้ ซึ่งจากผลสำรวจของนิดาโพลเมื่อปลายปีที่แล้ว เป็นเรื่องที่ประชาชนกทม. ต่างชื่นชอบและพึงพอใจมากที่สุด

            “คุณชัชชาติมักจะพูดว่า จริงๆ แล้วการให้คะแนน ไม่ใช่ตัวท่านเองเป็นคนให้ แต่คนอื่นต้องเป็นคนให้ท่าน ท่านบอกว่ามีทั้งคนชอบและคนไม่ชอบ ถ้าให้ตัวเองเยอะคนอื่นอาจจะมองได้ว่าหมั่นไส้ หรือคนอื่นอาจจะไม่ชอบแนวตนเองประมาณนั้น จึงให้คะแนนกลางๆไป นอกจากนี้ยังย้ำอีกว่าความจริงแล้วงานจะสำเร็จได้ คือ ทีมงานทุกคนช่วยกันจึงให้คะแนนทีมงานเยอะหน่อย”

“ยกระดับกทม. ดึง AI ขับเคลื่อนนวัตกรรมอัจฉริยะ แก้ปัญหาเมืองตรงจุดด้วยฐานข้อมูลดิจิทัล”

            มนชยา บอกว่า มีเรื่องของการใช้ “BMA Feeder” รถบัสเวียนพลังงานไฟฟ้า 100% ให้นั่งฟรี เพื่อเดินทางเชื่อมต่อระบบขนส่งสายสำคัญ ระหว่างเส้นทางขนส่งระยะสั้นที่กทม. อำนวยความสะดวกให้ประชาชน ส่วนเรื่องของการแก้ไขปัญหาจราจร ที่ล่าสุดเปิดตัวใช้นำเทคโนโลยี Adaptive Control (ระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจรแบบปรับตัวอัตโนมัติ)โดยใช้ระบบ AI เข้ามาตรวจจับสัญญาณรถติด หากรถติดยาวไปจะปล่อยสัญญาณไฟ แต่หากรถติดระยะสั้นจะเป็นไฟแดง

“ปลดล็อกกรุงเทพฯ โชว์ผลงานสางปัญหาเรื้อรัง BTS-รถดับเพลิง ด้วย BMA Command Center”

            มนชยา บอกว่า ส่วนเรื่อง “การบริหารจัดการดี”หลักๆที่เห็น คือ การใช้หนี้ BTSเรียบร้อย เรื่องนี้เป็นนโยบายหลักที่ตั้งแต่นายชัชชาติเข้ามาบริหารงานพูดเลยว่าจะต้องแก้ให้ได้  โดยปัจจุบันกทม.ใช้หนี้หมดแล้ว 3.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งเหมือนผู้บริหารชุดนี้มาทำงาน เพื่อใช้หนี้เพราะนอกจากหนี้ BTS แล้ว ยังมีเรื่องหนี้รถดับเพลิงที่ตอนแรกค้างไว้ที่ต่างจังหวัด ไม่สามารถนำกลับมาได้ก็สามารถชำระเรียบร้อย ส่วนนโยบาย “ปลอดภัยดี”มีการติดกล้อง CCTV ล่าสุดทำการเปิดศูนย์ BMA COMMAND CENTER ใช้ได้จริงตอนช่วงสงกรานต์บริเวณสีลม สามารถช่วยแก้ไขปัญหาในเรื่องของเลนฉุกเฉินแตก สั่งการไปจาก COMMAND CENTER

“จับมือกกต.-ป.ป.ช.-สตช.ปราบโกง-ไล่จนท.ทุจริตออกแล้ว 41 คน”

            มนชยา บอกว่า เรื่องการทุจริตคอรัปชันเป็นอีกหนึ่งนโยบาย โดยมีบทลงโทษจริง ดำเนินการไล่ข้าราชการทุจริตออกแล้ว 41 คน เป็นสิ่งที่นายชัชชาติยอมรับว่า เรื่องการแก้ไขปัญหาทุจริตคอรัปชัน อาจจะไม่ใช่เป็นเรื่องที่ทำแล้วเห็นผลได้ทันที แต่จะต้องค่อยๆ ทำอย่างจริงจังไม่ได้ละทิ้ง โดยทำงานร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รวมทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการแก้ไขปัญหา หรือแม้แต่เรื่องของส่วยเทศกิจ ซึ่งนายชัชชาติสั่งให้นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ไปจัดระเบียบร้านค้าทั้งหมด จุดไหนที่เป็นจุดห้ามขาย เพราะอาจจะสุ่มเสี่ยงต่อการเรียกรับเงินจากเจ้าหน้าที่ แต่ตอนนี้ยกเลิกไม่ให้ขายแล้วโดยให้ร้านค้า สามารถขายตามจุดที่กทม.จัดเตรียมไว้ให้เท่านั้น

“สื่อเทใจ ชัชชาติทำงานเร็วทันใจ สื่อสารตรงผ่าน LIVE ถูกจริตคนรุ่นใหม่”

            สำหรับจุดแข็งของนายชัชชาติ ซึ่งว่าที่ผู้สมัครคนอื่นๆจะต้องทำการบ้านเป็นพิเศษนั้น มนชยา ยอมรับว่า สิ่งหนึ่งที่บรรดานักข่าวประจำกทม. ประมวลผลจากที่พูดคุยกัน คือ นายชัชชาติเป็นคนที่ตื่นเช้า เมื่อตื่นขึ้นมาก็ทำงานเลย แม้กระทั่งไปวิ่งก็เป็นการวิ่งตรวจงาน เวลาลงพื้นที่มีใครมายื่นร้องเรียนอะไรก็จะรับฟังหมดทุกเรื่อง เมื่อรับฟังเสร็จแล้วก็สั่งงานให้ลูกน้องไปดำเนินการต่อ นอกจากนี้เรื่องการ LIVEข้อมูล นายชัชชาติต้องการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมารวดเร็ว ทำให้เหมือนกับอาจจะถูกจริตกับคนในยุคนี้หรือไม่ ที่ได้รับข้อมูลข่าวสารโดยตรงรวดเร็วว่าเกิดอะไรขึ้น เช่น เมื่อวานเกิดเหตุถนนทรุดที่จรัญสนิทวงศ์ นายชัชชาติก็ลงพื้นที่ไปโดยนั่งรถไฟฟ้าไปพร้อมรองผู้ว่าฯ แล้วก็ไลฟ์ที่หน้างานเลยเพื่อให้ข้อมูลอย่างชัดเจนรวดเร็ว ทำให้คนที่ติดต่อหรือคนที่ดูโซเชียลตลอดเวลาอาจจะชื่นชอบตรงนี้

            “เมื่อก่อนประชาชนเข้าไปติดต่องานราชการ ต่างรู้สึกว่าระบบราชการเหมือนหลุมดำ ที่เข้าไปแล้วทำไมดูเหมือนติดต่อก็อะไรติดขัดไปหมด แตกต่างจากปัจจุบันหากเราไปติดต่อราชการหลายๆ คนจะรู้สึกดีขึ้น อย่างเช่นหน่วยงานที่กรุงเทพมหานคร ทัศนคติของผู้เข้าใช้บริการเป็นไปในเชิงบวกมากขึ้น โดยเฉพาะการไปใช้บริการทำบัตรประชาชนเพราะถ่ายรูปสวย ถูกใจ เจ้าหน้าที่ให้บริการดียิ้มแย้มแจ่มใส”

“จับตาป้ายหาเสียง กทม.วัดใจใช้โมเดลชัชชาติ เป็นต้นแบบหรือไม่” 

            สำหรับป้ายหาเสียง มนชยา บอกว่า เป็นเรื่องที่ต้องจับตาดูเนื่องจากปี 2565 ป้ายหาเสียงของนายชัชชาติจะเป็นแนว Silm เล็กๆ ส่วนคนอื่นเป็นแผ่นใหญ่ๆ หลังจากนั้นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งใหม่ ที่ผ่านมาทุกคนก็จะเป็นแนว Silm หมดเลย แทบไม่มีใครเป็นแผ่นใหญ่หรือมีก็น้อยมาก ฉะนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้ต้องจับตาดูว่าเทรนป้ายหาเสียงจะมาแบบไหน

“กทม. ประชุมเตรียมความพร้อมเลือกตั้ง ผว.-สก.” 

            ในส่วนความพร้อมของกทม. ในการจัดเลือกตั้ง มนชยา บอกว่า ขณะนี้ปลัดกรุงเทพมหานคร มีการเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยจัดตั้งศูนย์ประสานงานเลือกตั้งผู้ว่ากทม.และสก. พร้อมทั้งกำหนดสถานที่รับสมัครเรียบร้อยแล้ว คือ ใช้ศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ( อาคารกีฬาเวสน์ 2 ) ในวันที่ 28 พ.ค.-1 มิ.ย.รวมทั้งได้แบ่งเขตเลือกตั้ง สก.50 คน 50 เขต รับสมัครการเลือกตั้งวันเดียวกับผู้ว่าฯกทม. เพราะครบกำหนดวาระในวันเดียวกันคือ 21 พฤษภาคมนี้ ซึ่งเต็นท์รับสมัครที่เคยตั้งไว้ข้างนอก จะย้ายเข้าอยู่ข้างในทั้งหมดเกือบ 90% เพราะปลัดกทม. แจ้งแต่ละสำนักงานเขตว่า หากเป็นไปได้อยากให้สถานที่เลือกตั้งไม่ ให้อยู่ภายนอกอาคาร เนื่องจากเป็นช่วงหน้าฝนอาจจะเสี่ยงกับปัญหาฝนตก ทำให้ประชาชนเดินทางมาใช้สิทธิ์ลำบาก แต่หากจุดเลือกตั้งเข้าไปอยู่ในอาคารหรือใต้อาคาร ประชาชนจะสามารถเดินทาง โดยขนส่งสาธารณะถึงได้ง่ายทำให้เป็นการกระตุ้นให้คนอยากออกมาใช้สิทธิ์มากขึ้นด้วย

“กกต. ประกาศความพร้อมเลือก กทม.-เมืองพัทยา วันเดียวกัน เชื่อมั่นโปร่งใส” 

            มนชยา กล่าวถึงไทม์ไลน์การเลือกตั้งว่า ยังคงเป็นวันที่ 28 มิถุนายน ตั้งแต่เวลา 08:00น.-17:00 น. ซึ่ง กกต.ประชุมแล้วว่าจะมีการเลือกตั้ง ทั้งที่กทม.และเมืองพัทยาในวันเดียวกัน ซึ่งกกต.คาดหวังว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ไม่น้อยกว่า 72% โดยเทียบกับตอนที่มีประชาชนออกมาเลือกตั้งสส. โดยได้เตรียมความพร้อมทุกอย่างแล้ว ในเรื่องของบัตรเลือกตั้ง ซึ่งการเลือกตั้งท้องถิ่นจะไม่มีบาร์โค้ดเหมือนการเลือกตั้งสส.  ทั้งนี้กกต .คาดหวังว่าการการเลือกตั้งกทม. จะต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใส

 “แนะ สานต่อนโยบายเดิมโดนใจคนเมือง เพื่อความต่อเนื่อง” 

            มนชยา กล่าวทิ้งท้าย  “อยากฝากถึงประเด็นที่อยากให้ผู้ว่าฯกทม.คนต่อไป เข้ามาสางงานหรือแก้ไขปัญหาที่คนกรุงเทพคาดหวัง คือเรื่องการต่อต้านทุจริตคอรัปชัน แม้จะเป็นนโยบายหลักของทุกหน่วยงานราชการที่จะต้องทำและแก้ไขปัญหา  ซึ่งอยากให้ว่าที่ ผู้ว่ากทม. คนใหม่เข้ามาการสานต่อนโยบายเดิม เพราะเป็นนโยบายที่ดีที่สุดก็ไม่ควรเปลี่ยน ตอนนี้เรื่องการบริหารจัดการจัดเก็บขยะยังคงเป็นปัญหา เพราะบางพื้นที่รถขยะเข้าไปเก็บไม่ได้ตลอด และบางหมู่บ้านหรือบางเขตมีขยะสะสม1-2 สัปดาห์ รถขยะถึงจะเข้าไปเก็บครั้งหนึ่ง ตรงนี้เป็นปัญหาที่ผู้บริหารกทม. ต้องเร่งจะเข้ามาแก้ไขค่ะ”

ติดตาม “รายการช่วยกันคิดทิศทางข่าว” ทุกวันอาทิตย์ 11.00-12.00 น. โดย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และคลื่นข่าว MCOT News FM 100.5