
ส่องโมเดล สื่อเวียดนาม
รูปแบบกลไกการทำหน้าที่และการปรับตัวรับดิสรัปชั่น
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย(TJA) โดย นายมงคล บางประภา นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย พร้อมนายเฉลิมชัย ยอดมาลัย อุปนายกฝ่ายต่างประเทศ พร้อมคณะ เดินทางเยือนประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ระหว่างวันที่ 14-18 ส.ค. ตามคำเชิญของสมาคมนักข่าวเวียดนาม (Vietnam Journalists Association: VJA) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์ และส่งเสริมความร่วมมือในระดับสื่อมวลชนของทั้งสองประเทศ
เริ่มตั้งแต่การพบปะพูดคุยกับกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ Inspection หรือ หนังสือพิมพ์ตรวจสอบ ก่อตั้งในปี 1992 ซึ่งถือเป็นสื่อที่อยู่ภายใต้กรกำกับการดูแลของหน่วยงานตรวจสอบการทุจริตของเวียดนาม ดังนั้น นอกจากเนื้อหาการเสนอข่าวปกติแล้วยังเน้นหนักให้ความสำคัญสำหรับการตรวจสอบการทุจริตของหน่วยงานภาครัฐ ไปจนถึงภาคธุรกิจ และเอกชน โดยมีผลงานการตรวจสอบและนำไปสู่การดำเนินการเอาผิดหลายกรณี

หนังสือพิมพ์ Inspection
กลไกร่วมปราบทุจริต
Tran Dang Vinh บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ Inspection ระบุว่า ปัจจุบันหนังสือพิมพ์มีพนักงานทั้งหมด 70 คน แบ่งออกเป็นฝ่ายข่าว 4 ฝ่าย เศรษฐกิจ การเมือง ต่างประเทศ และการรับเรื่องราวร้องจาก ประชาชน ซึ่งการทำข่าวจะสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการปราบปัญหาการทุจริตอย่างจริงจัง อีกทั้งที่ผ่านมาหนังสือพิมพ์ได้นำเสนอข่าวการปราบปรามทุจริตและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ แม้จะเป็นหน่วยงานของรัฐบาล แต่หากได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่เกี่ยวข้องกับการที่ส่อว่าจะทุจริตของหน่วยงานราชการก็จะดำเนินการตรวจสอบอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนการปฏิบัติงาน คือเมื่อได้รับคำร้องก็จะดูว่าเป็นเรื่องธรรมดาหรือร้ายแรง หากเป็นเรื่องธรรมดาก็จะส่งไปตามกลไกการตรวจสอบที่เกี่ยวข้องกับเรื่องร้องเรียนที่ได้รับแจ้งเข้ามา
อย่างไรก็ตาม หากเรื่องที่ร้องเรียนเข้ามาเป็นเรื่องใหญ่ร้ายแรงก็จะส่งนักข่าวลงพื้นที่ลงไปตรวจสอบเรื่องดังกล่าวด้วยตัวเอง เพื่อทำให้ประชาชนที่เสียสิทธิได้รับความถูกต้องตามกฎหมาย โดยเริ่มต้นจากการประสานยังไปประชาชนที่ร้องเรียนเข้ามาเพื่อขอข้อมูล รายละเอียดเอกสารเพิ่มที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน
“ที่สำคัญคือทางหนังสือพิมพ์จะปกปิดแหล่งข่าวที่เป็นผู้แจ้งเบาะแสเข้ามาเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายจากผู้ที่ไปร้องเรียนไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานราชการ หรือเอกชน ทั้งการลงชื่อในข่าวเป็นนามสมมติและไม่เปิดเผยภาพผู้ร้องเรียน แม้จะมีทางหน่วยงานภาครัฐสอบถามถึงแหล่งข่าวที่แจ้งข้อมูลมาทางหนังสือพิมพ์ แต่ทางหนังสือพิมพ์ก็จะปกปิดแหล่งข่าวไม่บอกว่าใครเป็นคนแจ้งเข้ามา เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับแหล่งข่าว” บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ Inspection กล่าว

เคยถูกขู่เผา นสพ. หลังสอบบิ๊กธุรกิจ
Tran Dan Vinh ระบุด้วยว่า จากการตรวจสอบการทุจริตที่ตรงไปตรงมาทำให้ทางหนังสือพิมพ์เคยถูกขู่เผาหลังเข้าไปตรวจสอบบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง ทำให้ทางหนังสือพิมพ์ต้องไปแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการกับคนที่ขู่เข้ามาซึ่งสุดท้ายเขาก็ยอมขอโทษและทางหนังสือพิมพ์ก็เดินหน้าตรวจสอบจนถึงที่สุด
ทั้งนี้ เรื่องร้องเรียนส่วนใหญ่ที่ได้รับแจ้งจากประชาชนส่วนใหญ่เป็นเรื่องของปัญหาที่ดินทำกินถึง 90 % และอีก 10 % เป็นเรื่องของปัญหาส่วนบุคคลที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกรณีต่าง ๆ นอกจากนี้ อีกด้านหนึ่งยังนำเสนอข้อมูลข่าวสารจากต่างประเทศ โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับของการทุจริตในประเทศต่าง ๆ รวมถึงประเทศไทยซี่งจะได้นำมาศึกษาเปรียบเทียบกับการทำงานของหนังสือพิมพ์ต่อได้อีกด้วย
ระหว่างการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้สอบถามถึงการตรวจสอบเรื่องราวการทุจริตที่ปรากฏในโซเชียลมีเดีย ซึ่ง บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ Inspection ระบุว่า ทางหนังสือพิมพ์ยังใช้โซเชียลมีเดียเพื่อดูกระแสของประชาชนเท่านั้น ยังไม่ได้เอาความเห็นหรือข้อเสนอแนะต่าง ๆ ในโซเชียลมีเดียมานำเสนอเป็นข่าว ซึ่งทางแหล่งข่าวที่จะนำมาอ้างอิงต้องมีตัวตนเท่านั้นแต่ทางข้อมูลในโซเชียลมีเดียของเวียดนามยังมีปัญหาเรื่องความน่าเชื่อ

หนังสือพิมพ์ยุติธรรม
ขีดเส้นห้ามรับโฆษณาจากบริษัทที่มีคดีความ
ต่อจากจากนั้นได้เดินทางไปพบปะผู้บริหารหนังสือพิมพ์ Justice หรือ หนังสือพิมพ์ยุติธรรม ก่อตั้งในปี 2001 โดยเป็นสื่อที่อยู่ภายใต้การดูแลของศาลฎีกา ตีพิมพ์สัปดาห์ละ 4 ฉบับ นอกจากนี้ยังมีสื่อออนไลน์และทีวี โดย ในปี 2019 เป็นปีแรกที่ศาลเลิกให้การสนับสนุนทางการเงินและให้หนังสือพิมพ์เริ่มบริหารการเงินด้วยตัวเองซึ่งรายได้หลักของหนังสือพิมพ์จะมาจากยอดขายและโฆษณาซึ่งการหาโฆษณาจะมีกฎห้ามรับโฆษณาจากบริษัทที่กำลังเป็นคดีความเพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน
Nguyen Manh Hong บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์ Justice อธิบายรูปแบบการทำข่าวภายในศาลว่า เพื่อปกป้องสิทธิของผู้ต้องหาที่คดียังไม่ถึงที่สุดในในเวียดนามผู้ต้องหาสามารถร้องขอต่อศาลไม่ให้สื่อนำเสนอข่าวและรูปภาพของตนได้ โดยศาลจะเป็นผู้พิจารณาว่าเห็นสมควรให้เป็นคดีลับหรือไม่ ส่วนใหญ่คดีที่ถูกจัดให้เป็นคดีลับจะเป็นคดีเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติและการละเมิดขนบธรรมเนียมร้ายแรง แต่หลังจากการตัดสินแล้วสามารถทำข่าวได้ทุกคดี

นสพ. ฮานามรุกออนไลน์สู้ดิสรัปชั่น
จาการเดินทางไปพบกับทางสมาคมนักข่าวจังหวัดฮานามซึ่งตั้งอยู่อยู่ทางตอนใต้ของฮานอยโดย Le Hong Ky นายกสมาคมนักข่าวจังหวัดฮานาม และ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฮานาม ให้การต้อนรับโดยให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันสมาคมนักข่าวจังหวัดฮานามมีสมาชิก 106 คน จาก 3 หน่วยงาน คือ หนังสือพิมพ์ฮานาม นิตยสารฮานาม และสถานีโทรทัศน์ฮานาม
โดยทั้งสามส่วนนี้อยู่ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการจังหวัด และได้รับงบสนับสนุนจากทางจังหวัดแต่รายได้อีกทางหนึ่งจะมาจากการขายโฆษณา และยอดจำหน่ายหนังสือพิมพ์ที่พิมพ์ครั้งละ 1 หมื่นฉบับ ซึ่งจะพิมพ์วันจันทร์ถึงวันศุกร์ และมีเล่มพิเศษที่จะออกเดือนละหนึ่งฉบับ เนื่องจากเป็นหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นการเลือกเนื้อหาก็จะเน้นไปที่เรื่องราวสำคัญที่เกิดขึ้นในจังหวัด แต่ก็จะมีข่าวระดับประเทศและต่างประเทศรวมอยู่ด้วย
นายกสมาคมนักข่าวฮานามระบุว่า ปัจจุบันสมาคมนักข่าวฮานามอยู่ระหว่างวางแผนฝึกอบรมบุคลากรเพื่อให้เท่าทันเทคโนโลยีใหม่ เช่น โซเชียลมีเดีย โดยหวังว่าจะมีการแลกเปลี่ยนความร่วมมือกับ TJA ต่อไปในอนาคต ซึ่งปัจจุบัน หนังสือพิมพ์ฮานามที่เป็นสิ่งพิมพ์จะเน้นนำเสนอเรื่องราวภายในประเทศ และในจังหวัด ส่วนทางออนไลน์จะขยายขอบเขตไปให้ครอบคลุมข่าวต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันทางหนังสือพิมพ์ฮานามก็ยังคงให้ความสำคัญกับสื่อสิ่งพิมพ์ เพียงแต่จะเพิ่มช่องทางพัฒนาไปในสื่อออนไลน์ให้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีประชาชนที่เข้ามาติดตามทางสื่อออนไลน์มากขึ้น ทำให้ทางหนังสือพิมพ์ต้องให้ความสำคัญกับช่องทางอออนไลน์เพิ่มขึ้นตามปไปด้วย
ทั้งนี้ จังหวัดฮานามถือเป็นเมืองรองที่ทางรัฐบาลให้ความสำคัญในการพัฒนาโดยมีจุดเด่นคือที่ตั้งซึ่งอยู่อยู่ห่างจากฮานอยไม่มากนักใช้เวลาเดินทางด้วยทางด่วนเพียงแค่ 1.30 ชม. มีท่าเรือและมีรถไฟผ่าน สามารถเชื่อมต่อจากภาคเหนือไปทางภาคใต้ได้สะดวก
ปัจจุบัน จังหวัดฮานามมีมีนิคมอุตสาหกรรมถึง 8 แห่ง มีนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีจำนวนมาก ซึ่งจังหวัดมีแผนจะลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สำหรับนักลงทุนจากประเทศไทยในฮานามยังเป็นเพียงแค่การร่วมลงทุนเท่านั้น

