รายงานพิเศษ
โดยทีมข่าวจุลสารราชดำเนินฯ
ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงนานับประการในปี 2025 ความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ ภัยพิบัติด้านสภาพอากาศ รวมถึงความขัดแย้งและสงครามที่ยังคงเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลก
สถาบันรอยเตอร์เพื่อการศึกษาด้านการสื่อสารมวลชน (Reuters Institute For Study of Journalism) ได้เผยแพร่รายงานประจำปี 2025 เพื่อสรุปภาพรวมและข้อค้นพบที่น่าจับตามองเกี่ยวกับข่าวดิจิทัลในปีนี้
รายงานพบว่า สื่อกระแสหลักในหลายประเทศทั่วโลกกำลังประสบปัญหาในการเชื่อมโยงกับผู้คน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการมีส่วนร่วมของผู้ฟังที่น้อยลง ความเชื่อถึงต่ำและยอดการสมัครสมาชิกผ่านช่องทางออนไลน์ที่ไม่โต ปัญหาที่ว่าส่วนหนึ่งเกิดจากรูปแบบพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไปพึ่งช่องทางโซเชียลมีเดียในการรับฟังข่าวสารในปัจจุบัน ซึ่งบั่นทอนอิทธิพลของสถาบันหรือองค์กรสื่อมวลชนและวงการหนังสือพิมพ์แต่กลับส่งเสริมให้สื่อทางเลือกรายย่อยอื่น ๆ เช่น คนทำพอดแคสต์ ยูทูปเบอร์ ติ๊กต็อกเกอร์ เติบโตมากขึ้น
แนวโน้มดังกล่าวพบเห็นได้ชัดในสหรัฐอเมริกาที่ปัจจุบันอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รวมถึงพื้นที่แถบลาตินอเมริกา และยุโรปตะวันออก
โดยจะพบว่ามีนักการเมืองฝ่ายประชานิยมเปลี่ยนไปใช้ช่องทางสื่อทางเลือกอย่างโซเชีบลมีเดียเพื่อเข้าถึงประชาชนและฐานเสียงของตนมากขึ้น สำหรับประเทศที่มีมีการคุกคามเสรีภาพสื่อ ช่องทางสื่อทางเลือกยังเป็นการเปิดโอกาสในการนำเสนอมุมมองที่หลากหลายและท้าทายรัฐบาลเผด็จการ อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจนำไปสู่ความแตกแยกทางการเมืองและการถกเถียงในโลกออนไลน์ที่รุนแรงขึ้นดังปรากฏในสหรัฐและยุโรป
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแชตบอตเป็นอีกหนึ่งความท้าทายในปีนี้ ในขณะที่หลายแพลตฟอร์มเทคโนโลยีได้นำ AI มาใช้ในการสรุปข่าวหรือทำคอนเทนต์ต่าง ๆ เกิดเป็นแหล่งข่าวใหม่ วงการสื่อจึงมีความกังวลว่าอาจจะนำไปสู่ปัญหาผู้อ่านข่าวในเว็บไซต์และแอปพลิเคชันที่ลดน้อยลงได้ แม้สัดส่วนการใช้โดยรวมจะยังน้อย แต่พบว่ามีการใช้สูงกว่าค่าเฉลี่ยอย่างมากในกลุ่มอายุต่ำกว่า 25 ปี โดยผู้ใช้บางส่วนนิยมใช้ AI เพื่อสรุป แปลภาษา แนะนำเนื้อหา และตอบคำถามเกี่ยวกับข่าว
อย่างไรก็ตาม ยังปรากฏความกังวลเกี่ยวกับความแม่นยำ ความโปร่งใส และความน่าเชื่อถืออยู่ ส่งผลให้ผู้คนทุกวัยยังคงมีความเชื่อถือต่อสำนักข่าวที่มีชื่อเสียงด้านความเที่ยงตรงและถูกต้องของเนื้อหาข่าว แม้ว่าพฤติกรรมการติดตามข่าวสารของพวกเขาอาจจะแตกต่างจากในอดีต
ในปัจจุบัน ผู้คนมีแนวโน้มที่จะเลือกรับฟังข่าวสารที่ตนสนใจหรือหลีกเลี่ยงเนื้อหาที่ไม่ถูกจริต มากขึ้น นี่จึงเป็นโอกาสในการใช้ AI เพื่อรังสรรค์คอนเทนต์ที่ตรงใจผู้รับฟังมากขึ้น พฤติกรรมการเสพข่าวออนไลน์ยังกระจายตัวมากขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ทุกวันนี้ปราฏแพลตฟอร์มที่สามารถเข้าถึงผู้ใช้ร้อยละ 10 ต่อสัปดาห์มากถึง 6 แพลตฟอร์ม เพิ่มขึ้นถึงสามเท่าจากเมื่อ 10 ปีก่อน โดย เฟซบุ๊ก (Facebook) และ ยูทูป (YouTube) ยังคงเป็นผู้นำ ขณะที่ อินสตาแกรม (Instagram), วอตส์แอปป์ (WhatsApp), ติ๊กต็อก (TikTok) และเอ็กซ์ (X) ไล่ตามมา ซึ่ง X มีการเติบโตที่โดดเด่นในสหรัฐ ออสเตรเลีย และโปแลนด์ภายหลังอีลอน มัสก์ (Elon Musk) เศรษฐีนักธุรกิจแห่งวงการเทคโนโลยีเข้าซื้อกิจการ
แนวโน้มการเสพข่าวผ่านวิดีโอเติบโตขึ้นอย่างมากความนิยมในการดูข่าวแทนการอ่านเพิ่มขึ้นนับตั้งแต่ปี 2020 จนถึง 2025 โดยเฉพาะในฟิลิปปินส์ไทยเคนยาและอินเดีย
ซึ่งช่วยกระตุ้นการเกิดสื่อทางเลือกที่ขับเคลื่อนโดยบุคคลรายย่อย นอกจากนี้พอดแคสต์ยังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเข้าถึงกลุ่มผู้ฟังรุ่นใหม่ที่มีการศึกษา โดยสหรัฐมีสัดส่วนผู้เข้าถึงสูงสุด ทำให้มีการเริ่มผลิตคอนเทนต์ที่ผสานพอดแคสต์กับวิดีโอบนแพลตฟอร์มอย่าง YouTube และ TikTok ในขณะที่ยุโรปเหนือยังคงใช้สื่อสาธารณะเป็นหลัก ขณะที่การทำข่าวในรูปแบบของวิดีโอยังคงเติบโตช้า
ขณะที่ TikTok เป็นเครือข่ายโซเชียลที่เติบโตเร็วที่สุด โดยพบยอดการเติบโตในไทยเพิ่มขึ้นสูงสุดแตะร้อยละ 49 และในมาเลเซียถึงร้อยละ 40 อย่างไรก็ดี ผู้ใช้กลับมองว่า TikTok และ Facebook เป็นแหล่งข้อมูลเท็จที่น่ากังวลมากที่สุด สอดคล้องกับความกังวลเรื่องการแยกแยะข่าวจริงและข่าวปลอมที่ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ โดยเฉพาะในแอฟริกาและสหรัฐ ในขณะที่ผู้คนจำนวนมากชี้ว่าอินฟลูเอนเซอร์และนักการเมืองคือต้นเหตุที่ทำให้เกิดข้อมูลเท็จมากที่สุด
โดยรวมแล้ว ความเชื่อมั่นในข่าวทั่วโลกยังคงที่เป็นปีที่สามติดต่อกัน แม้ว่าจะต่ำกว่าช่วงการระบาดของโควิด-19 ส่วนรายได้จากการสมัครสมาชิกข่าวในช่องทางออนไลน์ยังคงเติบโตยาก โดยประเทศแถบสแกนดิเนเวียมีสัดส่วนการจ่ายเงินสูงสุด ขณะที่หลายประเทศในยุโรปตะวันออกและแถบเมดิเตอร์เรเนียนยังคงอยู่ในระดับต่ำมาก
ที่มา https://reutersinstitute.politics.ox.ac.uk/digital-news-report/2025/dnr-executive-summary
