ในโลกยุคดิจิทัลไร้พรมแดน สื่อทั่วโลกต่างปรับตัวเพื่อพยายามหาทางเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้ได้มากขึ้น ทั้งเนื้อหา และ ช่องทางการเข้าถึง เช่นเดียวกับ สื่อในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป. ลาว) ที่กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในยุคที่คนรุ่นใหม่ปรับตัวมารับสื่อผ่านการไถฟีดดูผ่าน Facebbok, Tiktok, Youtube มากขึ้น

จากข้อมูลพบว่าอัตราการการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตของประชาชนใน สปป.ลาวที่มีประมาณ 7.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จากเดิม 20% ในปี 2015 เป็นมากกว่า 60% ในปี 2023 และกลุ่มผู้ใช้หลักอยู่ในช่วงวัย 15-34 ปี ซึ่งคิดเป็นกว่า 50% ของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั้งหมด
ในโอกาสที่คณะสมาคมนักข่าวหนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เยือนสปป.ลาว ตามคำเชิญของสมาคมนักข่าว สปป.ลาว ในโครงการกระชับความสัมพันธ์และร่วมพัฒนาศักยภาพสื่อประจำปีระหว่าง 2 สมาคม และเพื่อร่วมเฉลิมฉลอง "ครบรอบ 75 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ลาว"
คณะสมาคมนักข่าวไทยได้ไปพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนะพร้อมติดตามการดำเนินการของสื่อรุ่นใหม่อย่าง Lao Youth Radio (LYR) หรือวิทยุเยาวชนลาว FM 90.0 MHz และ บริษัท RDK Group เจ้าของเพจ Laopost และ The Laotian Times ที่กำลังปรับตัวเข้าสู่สนามออนไลน์เจาะฐานกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
การปรับตัวของ Lao Youth Radio

เริ่มต้นจากภาพรวม บุญเฮง สุทธิจัก กรรมการผู้จัดการ LYR เล่าให้ฟังว่า กลุ่มเป้าหมายของ LYR อยู่ในช่วงอายุต่ำกว่า 35 ปี ซึ่งเป็นประชากร 65% ของลาว รูปแบบธุรกิจไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ ต้องหารายได้เองซึ่งมีรูปแบบธุรกิจทั้ง สถานีวิทยุ, Media Agency, ศูนย์ฝึกอบรม (Media Training Center), จัดอีเวนต์ และกำลังจะทำผลิตภัณฑ์ยาดมแบรนด์ "Yood Win"

สำหรับในส่วนของ ‘วิทยุ’ กระจายสัญญาณ ครอบคลุม 6 แขวงและยาวไปถึงจ.อุดรธานี ของประเทศไทย โดยจะถ่ายทอดสดผ่านทาง Facebook https://www.facebook.com/fm90laos ซึ่งมีผู้ติดตาม 7 แสนคน, TikTok และ Podcast โดยเน้นคอนเทนต์ที่ดูผ่านมือถือได้ง่าย (Mobile friendly)
บุญเฮง ระบุว่า พฤติกรรมการเสพสื่อของคนลาวจะแยกเป็น FB เน้นการติดตามข่าวสารทางการ ส่วน TikTok เน้นความบันเทิง โดยเนื้อหา คนลาวชอบคอนเทนต์สั้น ๆ ละครซีรีส์ ซึ่งทางสถานีจะเน้นเรื่องราวที่เป็นเรื่องราวดี ๆ ไม่นำเสนอข่าวอาชญากรรม หรือความรุนแรงที่นำเสนอแล้วคนฟังจะรู้สึกหดหู่ อีกทั้งคนลาวยังรับสื่อจากทางฝั่งไทยเพราะเข้าใจภาษาไทยดี ซึ่งทางสถานีก็ปรับตัวโดยมองสื่อไทยเป็นต้นแบบในบางเรื่อง
อุปสรรคของ AI ในวงการสื่อลาว
ท่ามกลางบรรยากาศการตื่นตัวตัวนำ AI มาใช้ในในกระบวนการผลิตเนื้อหาของสื่อทั่วโลก LYR ก็พยายามนำ AI มาช่วยสนับสนุนการทำงานทั้ง ทำกราฟิก โลโก คิดคอนเทนต์ แต่ติดปัญหาตรงที่ AI ยังไม่เก่งภาษาลาว มีการแปลผิดเพี้ยน เสียงไม่ชัด
แนวทางการแก้ปัญหานั้น กรรมการผู้จัดการ LYR อธิบายว่า ต้องใช้วิธีแปลภาษาลาวเป็นภาษาไทย แล้วแปลจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อให้ AI ประมวลผล จากนั้นก็แปลกลับมาเป็นภาษาไทย แล้วแปลจากภาษาไทยกลับเป็นภาษาลาวอีกที ที่จะช่วยให้การงานดีขึ้นระดับหนึ่ง
“ความท้าทายของการทำสื่อในช่วงนี้คือการหารายได้จากโฆษณาที่ลดลง การปรับตัวของคนรุ่นเก่า Gen X ที่จะต้องทำงานกับเด็กจบใหม่ Gen Z และปัญหา Fake News ที่จะต้องเรียนนรู้และปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น”
เปิดโมเดลธุรกิจ RDK Group การเติบโตของสื่อรุ่นใหม่
คล้ายกับทางฝั่ง RDK Group สื่อรุ่นใหม่ ที่มีรูปแบบการทำงานทั้ง Laopost https://www.facebook.com/laopostnews?locale=th_TH ที่นำเสนอเนื้อหาเป็นภาษาลาว มีผู้ติดตามกว่า 437,000 คน และ The Loatian Times: https://www.facebook.com/laotiantimes/ ที่นำเสนอเนื้อหาเป็นภาษาอังกฤษ มีผู้ติดตามกว่า 100,000 คน ที่นำเสนอเนื้อหาเน้นไปที่กลุ่มคนรุ่นใหม่ในลาว ทั้งที่อาศัยอยู่ในลาวและต่างประเทศ และกำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

ไม่เพียงแค่การทำเนื้อหาทางออนไลน์ มลฤดี สุริยวงศ์ บรรณาธิการ บริหาร Laopost และ ระบุว่า RDK Group เป็นกลุ่มบริษัทที่มีธุรกิจหลากหลาย ทั้งสื่อออนไลน์ สื่อส่ิงพิมพ์ เอเจนซี่การตลาด จัดอบรม ที่รายได้ส่วนใหญ่ยังมาจากฝั่งเอเจนซี่ มากกว่าฝั่งคอนเทนต์ โดยกองบรรณาธิการจะมีอยู่ประมาณ 8 คน ที่ส่วนใหญ่จะทำหน้าที่ได้ทั้งเขียนข่าว ถ่ายรูป กราฟิก

สำหรับเนื้อหาที่เป็นที่สนใจ แพทริก รองบรรณาธิการ ภาคภาษาอังกฤษ The Laotian Times ระบุว่า จะเป็นเรื่องราวของเหตุการณ์ สถานการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น การรายงานข่าวงานเฉลิมฉลอง การจุดพลุ ดอกไม้ไฟวันครบรบ 50 ปี วันชาติลาวที่ผ่านมาซึ่งยอดคนดูจำนวนมาก การทำงานต้องเน้นแข่งกันที่ความเร็ว เพื่อดึงดูดกลุ่มคนอ่าน รวมทั้งข่าวเชิงสารคดี ก็ได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่
โดยเฉพาะข่าว ข่าวการก่อสร้างรถ BRT ที่เวียงจันทน์ ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมเป็นอย่างมาก การได้สะท้อนเสียงความเห็นของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ หรือการเกิดอุบัติเหตุระหว่างการก่อสร้างก็เป็นอีกคอนเทนต์ที่ได้รับความสนใจ อย่างมากโดยแพลตฟอร์มหลักก็ยังเป็น Facebook ที่ได้รับความสนใจมากที่สุด

ประเด็นที่น่าสนใจคือการเติบโตของ The Laotian Times ที่มีผู้ติดตามประมาณ 8 หมื่นคน เมื่อเดือนที่ผ่านมาก่อนจะขยับเป็นแสนคนในปัจจุบัน ส่วนหนึ่งมาจากการรายงานข่าวน้ำท่วมภาคใต้ของประเทศไทย ที่มีคนเข้ามาติดตามและแสดงความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าคนลาวก็ติดตามข่าวสารและสถานการณ์ในประเทศไทย เพราะความเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ไม่มีปัญหาอุปสรรคเรื่องภาษา
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการเติบโตของกลุ่มผู้อ่านมากขึ้น แต่ก็ยังมีความท้าทายที่จะพัฒนาเรื่องการนำเสนอทั้งเนื้อหาและรูปแบบ ที่ส่วนหนึ่งก็ได้ติดตามรายการจากประเทศไทย อย่างเช่น การเล่าข่าว สรุปข่าว ที่เริ่มนำมาใช้ในลาว ซึ่งยังต้องพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ
