วิวัฒนาการแป้นพิมพ์ สู่ยุค “speech-to-text” ฟีเจอร์หลักคนรุ่น Gen Alpha

รายงานพิเศษ

โดย - จุลสารราชดำเนิน 

จากประเด็นที่ “กรุงเทพธุรกิจออนไลน์” นำเสนอผลการศึกษาร่วมกันของมหาวิทยาลัย London School of Economics และบริษัทเทคโนโลยีด้านอุปกรณ์เสียง Jabra พบว่า ภายในปี 2028 เป็นต้นไป เทคโนโลยีคำสั่งเสียงและ AI จะกลายเป็นเครื่องมือหลักของการทำงานในหลายอาชีพ

ช่วงไม่กี่ปีนี้ “แป้นพิมพ์” เริ่มเสียตำแหน่งเดิมที่เคยเป็นศูนย์กลางของการทำงาน เพราะระบบอย่าง ChatGPT และเทคโนโลยี AI ด้านคำสั่งเสียงกลายเป็นเครื่องมือหลักของคนทำงานมากขึ้น ตั้งแต่การเขียนอีเมล สรุปประชุม ไปจนถึงการจัดตารางงาน ซึ่งทั้งหมดเริ่มจากการ “พูด” มากกว่าการพิมพ์

“พอล เซฟตัน” หัวหน้าฝ่ายสื่อสารแบรนด์ระดับโลกของ Jabra ให้สัมภาษณ์กับ Fortune สื่อธุรกิจและเศรษฐกิจระดับจากสหรัฐฯ ว่า ภายในปี 2030 กลุ่ม Gen Alpha หรือกลุ่มที่เกิดราวปี 2010 เป็นต้นมา จะเข้าทำงาน โดยคุ้นเคยกับการสั่งงานด้วยเสียงเป็นหลัก เพราะ AI จะฝังอยู่ในระบบการทำงานทุกส่วน ทำให้กระบวนการพิมพ์จะเหลือบทบาทเพียง “เกลา” งานช่วงท้าย หลังพูดให้ AI สร้างข้อความไปแล้วเท่านั้น

นี่คือสัญญาณว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้กระทบแค่แพลตฟอร์มเพียงอย่างเดียว แต่อาจเปลี่ยน “พฤติกรรมมนุษย์” สู่การใช้เสียงมาใช้งานแทนที่การกดแป้นพิมพ์แบบดั้งเดิม

จุดเริ่มต้นแป้นพิมพ์

อย่างไรก็ตาม “จุลสารราชดำเนิน” พาย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของ “แป้นพิมพ์” ซึ่งเริ่มต้นในศตวรรษที่ 19 ด้วยกลไกการกดปุ่ม เพื่อให้ก้านตัวพิมพ์กระทบกระดาษ ก่อนที่เครื่องพิมพ์ดีดในยุคแรก จะพัฒนาไปสู่พิมพ์ดีดไฟฟ้า และกลายเป็นคีย์บอร์ดในคอมพิวเตอร์ในเวลาต่อมา

เมื่อเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์แพร่หลายมากขึ้น ทำให้ “แป้นพิมพ์” มีวิวัฒนาการดีไซน์ใหม่ๆ ให้เหมาะกับอุปกรณ์ต่างๆ ตั้งแต่แล็ปท็อป แท็บเล็ต ไปจนถึงสมาร์ทโฟน ซึ่งกลายเป็นศูนย์กลางการสื่อสารของคนในยุคนี้

คิดค้นลากนิ้วเพื่อพิมพ์

โดยเฉพาะการเข้า “ยุคทอง” ของสมาร์ทโฟนตั้งแต่ปี 2010 “แป้นพิมพ์” เปลี่ยนจากปุ่มจริงไปสู่แป้นพิมพ์บนหน้าจอ พร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ที่ผ่านการคิดค้นโดนนักพัฒนาซอฟต์แวร์ อาทิ การ “ลากนิ้วเพื่อพิมพ์” หรือ Swype ซึ่งระบบจะคาดเดาคำจากเส้นทางนิ้วมือ และโมเดลภาษาในการคาดเดาคำเฉพาะ เพื่อช่วยให้พิมพ์ได้เร็วขึ้นโดยไม่ต้องยกนิ้วแต่อย่างใด

ไม่ใช่แค่นั้นแต่ยังมีเทคโนโลยีที่ชื่อว่า Virtual Keyboardอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ โดย Virtual Keyboard จะเป็นอุปกรณ์ขนาดเล็ดไม่เกินฝ่ามือ มันจะยิงภาพจำลอง “แป้นพิมพ์” ด้วยเลเซอร์ลงบนพื้นผิวใดก็ได้ โดยมีเซ็นเซอร์จับตำแหน่ง “นิ้ว” ผู้ใช้งานว่า กำลังกดอักษรหรือสระตัวไหน ซึ่งเทคโนโลยีช่วยประหยัดพื้นที่ ในการพิมพ์งานโดยไม่ต้องใช้แป้นพิมพ์ของจริง

พัฒนาฟีเจอร์ speech-to-text

แต่เมื่อเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนเริ่มพัฒนาขึ้น ทำให้นักพัฒนา ได้ต่อยอดฟีเจอร์ “speech-to-text” โดยเฉพาะราวปี 2008 เมื่อ Google เปิดตัว Google Voice Search ในแอปพลิเคชัน Google บน iPhone 3G ทำให้สมาร์ทโฟนเริ่มรองรับการป้อนข้อความด้วยเสียงตั้งแต่นั้นมา

แท้จริงแล้ว speech-to-text ถูกพัฒนามาตั้งแต่ปี 1950-60 ในรูปแบบการทดลอง แต่มาใช้งานจริงในวงจำกัดในยุค 1980-90 กับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ PC และเดสก์ท็อป ที่ใช้งานผ่านไมโครโฟนหัวกลมแบบตั้งโต๊ะ

แต่ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่า จากพฤติกรรมของผู้ใช้งานที่เปลี่ยนไปพร้อมเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาในแต่ละปี ทำให้ความเสถียรของฟีเจอร์ speech-to-text สร้างข้อความได้เร็วกว่ากว่าการพิมพ์ด้วยมือ ถึงแม้จะพูดพิมพ์ด้วยข้อความจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง

ถึงแม้บางครั้ง speech-to-text จะไม่แม่นยำ 100 % ในการใช้งาน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผู้ใช้งานอีกหลายเจนเนอเรชัน ไม่ใช่เฉพาะ Gen Alpha เท่านั้น ก็เลือกใช้วิธีนี้ในการพิมพ์เป็นอันดับแรกๆ โดยเฉพาะคนที่มีข้อจำกัดในด้านร่างกาย

แป้นพิมพ์ยังสำคัญ

แต่อีกด้านยังพบปัญหาว่า ผู้ใช้บางรายต้องย้อนกลับมาแก้ไขข้อความที่ระบบแปลงผิดไป จะด้วยข้อจำกัดด้านการออกเสียงให้ชัดเจน หรือประสิทธิภาพของสมาร์ทโฟนรุ่นนั้น ทำให้การทำงานแบบ “พูดอย่างเดียว” ยังไม่สามารถเข้ามาแทนที่การพิมพ์ได้ 100 % แต่อย่างน้อยมันคือตัวเลือกอันดับแรก ที่ถูกใช้ในการสื่อสารผ่านการพิมพ์

ข้อมูลหนึ่งพบว่า ต่อไปมนุษย์งานจะใช้เสียงพูดสั่งงาน AI แทนการพิมพ์ เพราะมันรวดเร็ว สะดวก และใช้งานได้จริง ทำให้ “พอล เซฟตัน” หัวหน้าฝ่ายสื่อสารแบรนด์ระดับโลกของ Jabra มั่นใจว่า ในปี 2030 กลุ่ม Gen Alpha จะคุ้นเคยกับการสั่งงานด้วยเสียง

จากข้อมูลทั้งหมดมีแนวโน้มชัดเจนว่า ประวัติศาสตร์แป้นพิมพ์ตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา กำลังก้าวไปสู่ “ทางเลือก” ในการป้อนข้อมูลผ่าน speech-to-text

ผลกระทบการใช้ภาษา

อย่างไรก็ตาม มีงานวิจัยในวารสาร “ครุศาสตร์อภิวัฒน์” เรื่อง “การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออนุรักษ์อักษรไทย” โดยคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ พบว่า มีโอกาสทักษะการเขียนภาษา จะลดลงจากการพิมพ์ด้วยมือหากพึ่งพาเทคโนโลยีนี้มากเกินไป

ประวัติศาสตร์ “แป้นพิมพ์” ไม่ว่าอย่างไร จะถูกติดตั้งบนอุปกรณ์ต่างๆ ต่อไป พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของผู้ใช้งานในชีวิตประจำวัน ทำให้คนหลายเจนเนอเรชัน รวมไปถึง Gen Alpha จะใช้งาน speech-to-text ในการพิมพ์แทบทุกการสื่อสารผ่านอุปกรณ์ยุคใหม่นั่นเอง