โรดแมพทรานฟอร์ม “เนชั่น” สู่ Agile Intelligence Environment

โดย ธนัชพงศ์ คงสาย

ท่ามกลางกระแสธารแห่งความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กลายเป็นคลื่นลูกใหม่ที่สถาบันสื่อทั่วโลกต้องเผชิญ ไม่ใช่เพียงแค่การปรับตัวเพื่อความอยู่รอด แต่เป็นการช่วงชิงความได้เปรียบในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็วและแม่นยำ ซึ่ง “เนชั่น กรุ๊ป” ในฐานะองค์กรสื่อชั้นนำของไทย เป็นหนึ่งในองค์กรที่ขยับตัวรับความเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีการวางโรดแมปและการขับเคลื่อนนโยบาย AI เข้าสู่ระบบการทำงานของกองบรรณาธิการ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของคนข่าวและโมเดลธุรกิจไปพร้อมกัน

ฉาย บุนนาค” ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เนชั่น กรุ๊ปกล่าวถึงทิศทางขององค์กร โดยเจาะลึกถึงผลกระทบ การปรับตัวของคนข่าว จริยธรรมในการนำเสนอ และอนาคตของสื่อไทยภายใต้บริบทของ AI โดยฉายภาพให้เห็นตั้งแต่ระดับนโยบายไปจนถึงการปฏิบัติจริงในระดับปฏิบัติการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า AI ไม่ใช่เพียงแค่กระแสชั่วคราว แต่เป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะกำหนดอนาคตของ “เนชั่น กรุ๊ป” ในอนาคต

AI ในฐานะเครื่องมืองานข่าว

“ฉาย” เริ่มต้นด้วยการให้คำจำกัดความของ AI ในมุมมองขององค์กรว่า ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า AI เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ต่อการทำงานอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นมิติทางด้านธุรกิจสื่อหรือธุรกิจอื่นใดก็ตาม หากรู้จักใช้อย่างถูกวิธีสำหรับในงานระบบหลังบ้านทั่วไป เช่น ระบบบัญชี ระบบ HR หรือระบบจัดซื้อ AI สามารถเข้ามาช่วยได้อย่างแน่นอน

แต่สำหรับธุรกิจสื่อจะมี 2 ส่วน คือในส่วนของการผลิต และการทำเนื้อหาถือว่า AI เข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะงานกราฟิก งานตัดต่อ หรือการทำ Infographic ต่างๆ ช่วยได้มาก ซึ่งจากการเก็บสถิติของเนชั่นพบว่า การนำ AI มาใช้ ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การช่วยย่อย หรือสรุปบทสัมภาษณ์ การช่วยงานโปรดักชัน ไปจนถึงการตัดต่อคลิปวิดีโอ ซึ่งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และลดเวลาได้ประมาณ 30%

การปรับตัวสู่ “Multi-Journalist”

ส่วนบทบาทของกองบรรณาธิการและนักข่าวของเครือเนชั่น ก็พบว่า AI ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงอย่างไร “ฉาย” ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบเชิงบวกที่ชัดเจน 1.การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ทำให้วิดีโอเสร็จเร็วขึ้น ตัดต่อไวขึ้น และช่วยรวบรวมข้อมูลได้รวดเร็วกว่าการค้นหาจากแหล่งเดิมๆ อย่างห้องสมุด หรือตาม Google แต่เมื่อ AI เข้ามาได้เปิดมิติใหม่ในการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน 2.เราใช้ AI ช่วยตรวจทาน วิเคราะห์ข้อมูล และลดต้นทุนในการทำงานได้อย่างมีนัยสำคัญ

“สังเกตว่าตอนนี้สื่อต่างประเทศ เริ่มมีตำแหน่งที่เรียกว่า MJ มาจาก Multi-Journalist คือเรียกว่าคนๆเดียวที่ทำได้ทุกอย่างเอง อย่างนักข่าวถ่ายเอง ตัดเอง จบงานได้ด้วยตัวเองในชิ้นงานเดียว อย่างเด็กรุ่นใหม่เขาจะเรียกว่าตำแหน่ง MJสมมุติคุณจบนิเทศฯมา หรือคุณจบตัดต่อมาอย่างเดียว ตอนนี้จะเริ่มมีปัญหาแล้ว จะเริ่มยากแล้ว เพราะว่าสิ่งที่คุณทำได้อย่างเดียว อาจจะไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ”ฉายระบุ

...อย่างไรก็ตาม ผลในกระทบในเชิงลบก็มีเช่นกัน โดยเฉพาะความเสี่ยงที่จะทำให้นักข่าว หรือผู้ผลิตเกิดความมักง่าย คือการปล่อยให้ AI ทำข้อมูลเสร็จสรรพโดยไม่ยอมตรวจทานความถูกต้อง ซึ่งเป็นสิ่งที่อันตราย หากไม่มีการตรวจสอบก่อนนำเสนอ เนื้อหาที่ไม่ถูกต้องอาจหลุดรอดออกสู่สาธารณชนได้ เพราะ AI ไม่ได้ถูกต้อง 100% เสมอไป จึงต้องมีการเตือนและกำชับในประเด็นนี้อยู่เสมอ

ในประเด็นเรื่องจริยธรรมองค์กรอย่าง ”เนชั่น“ ยึดถือหลักปฏิบัติ “Nation Way” มาอย่างยาวนาน “ฉาย” ยอมรับว่าถึงแม้ในขณะนี้แม่บทดังกล่าวยังไม่ได้ผนวกเรื่อง AI เข้าไปในธรรมนูญ Nation Way เนื่องจากมีการปรับปรุงล่าสุดเพื่อให้สอดคล้องกับ Social Media แต่หลักการสำคัญที่สุดที่เนชั่นยึดถือคือการมอง AI เป็นเพียงเครื่องมือ ไม่ใช่สรณะทุกอย่าง

“สิ่งที่เราย้ำเตือนตลอด คือเรื่องของการตรวจทานข้อมูล ห้ามนำเอาสิ่งที่ AI สร้างมาทั้งดุ้นไปใช้ เพราะนั่นเท่ากับว่า เรากลายเป็นเครื่องมือของ AI ในการนำเสนอข้อมูลไปแล้ว”ฉาย ระบุ

ไม่ใช่แค่นั้น “ฉาย” ยังขยายความถึงการรักษาความน่าเชื่อถือของแบรนด์ในเครือ “เนชั่น” ว่า  บรรณาธิการข่าวและบรรณาธิการบริหารต้องมีความเข้มงวดในการตรวจสอบข้อมูล โดยเน้นย้ำเรื่อง Transparency เป็นสำคัญ ดังเช่นกรณีที่ “เนชั่น” ได้รับเชิญไปร่วมเวที UNESCO ในหัวข้อ Media Literacy ที่ต่างประเทศจากกรณีศึกษาของ “น้องณัชชา” ผู้ประกาศข่าว AI โดยเนชั่นได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่า กองบรรณาธิการคือผู้ทำเนื้อหาทั้งหมด ส่วน AI เป็นเพียงส่วนหนึ่งของงานโปรดักชันเพื่อลดกระบวนการและค่าใช้จ่ายเท่านั้น 

นักข่าวยังคงมีความสำคัญ และต้องมี Human in the loop อยู่เสมอ โดยเฉพาะในข่าวประเภทแสดงความคิดเห็น ซึ่งขั้นตอนสุดท้ายกลับมาที่จริยธรรมของกองบรรณาธิการ และการนำเสนอยังคงต้องเป็นมนุษย์ล้วนๆ จะเป็นเรื่องคุณค่าของสื่อ อยู่ที่ความน่าเชื่อถือ และความไว้วางใจฉายระบุ

โมเดลธุรกิจใหม่ Agile Intelligence Environment

ขณะที่ในมิติทางธุรกิจองค์กรอย่าง “เนชั่น” การใช้ AI เข้ามามีบทบาทในการทำงาน ช่วยลดต้นทุนหรือช่วยสร้างรายได้ใหม่อย่างไรนั้น “ฉาย” อธิบายถึงโครงสร้างธุรกิจสื่อที่มีต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) และพึ่งพารายได้จากสปอนเซอร์ แต่การนำ AI มาใช้จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ เพื่อความอยู่รอดขององค์กร โดยเนชั่นกำลังปรับตัวเข้าสู่วัฒนธรรมองค์กรสมัยใหม่ที่เรียกว่า “Agile Intelligence Environment”

แนวคิดนี้เน้นคือความคล่องตัว (Agile) และความฉลาด (Intelligence) ท่ามกลางโลกที่เทคโนโลยีและเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ทำให้เรื่องความคล่องตัวและการเรียนรู้ของบุคลากรจึงสำคัญมาก เพราะการใช้ AI ช่วยให้สามารถรวมงานหลายอย่างเข้าด้วยกันได้ เช่น จากเดิมที่ต้องใช้คนตัดต่อ คนทำกราฟิก และนักข่าว แยกกัน 3 คน ก็สามารถรวมจบได้ในคนเดียวได้ ซึ่งส่งผลดีต่อตัวนักข่าวคนนนั้นจะมีรายได้ต่อหัวมากขึ้นจากการทำงานแบบ Multi-task ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ธุรกิจสื่อสามารถยืนหยัดอยู่รอดได้ถึงแม้ภูมิทัศน์สื่อจะเปลี่ยนไป

“วันนี้ค่อนข้างยากลำบาก Model ธุรกิจของสื่อก็เปลี่ยนไป เพราะว่ามีการมาของ Social Media ดังนั้นความคล่องตัวกับการเรียนรู้ในการที่แบบ Intelligence ในวัฒนธรรมองค์กรเป็นเรื่องสำคัญ แปลว่า คล่องตัวไม่ได้หมายความว่า ต้องต้นทุนต่ำอย่างเดียว แต่หมายความว่า บุคลากรต้องพร้อมปรับตัวตามสภาวะของสังคม สภาวะของเทคโนโลยีที่ปรับเปลี่ยนไป สิ่งนี้เป็น Keyword ก็คือ Agile Intelligence Environment ขององค์กรที่ต้องทำให้ได้”ฉาย ระบุ

บทบาท “นักข่าว” ในอีก 5 ปีข้างหน้า

เมื่อมองถึงอนาคตของการกำกับดูแล AI “ฉาย” ให้ทัศนะว่าในต่างประเทศเริ่มมีการกำหนดให้มีข้อความกำกับ (Remark) ว่าข่าวชิ้นใดเขียนโดย AI ซึ่งสำหรับองค์กรสื่อ แต่สิ่งที่สร้างความแตกต่างจากเพจออนไลน์ทั่วไปคือ มาตรฐานในการตรวจสอบ และคัดกรองข้อมูล เพราะสิ่งนี้กระทบต่อความน่าเชื่อถือซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ

สำหรับทิศทางในอีก 5 ปีข้างหน้า “ฉาย” มองว่าสิ่งที่ AI ยังทำไม่ได้และเป็นข้อจำกัดคือการบอกอนาคต เช่น ไม่สามารถทำนายผลการเลือกตั้งได้ว่าพรรคใดจะได้คะแนนเท่าไหร่ แต่ AI จะต้องไปหยิบข้อมูลมากจาก Universe ของตัวเอง แต่บทบาทของนักข่าวต้องปรับเปลี่ยนจากการเป็นเพียงผู้ส่งสาร มาเป็นผู้ค้นข้อมูล ค้นหาความจริง และสามารถวิเคราะห์ต่อไปในอนาคตได้มากขึ้น นี่คือทักษะที่คนข่าวต้องเร่งปรับตัว

ในช่วงท้าย ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เนชั่น กรุ๊ปเปิดเผยถึง Roadmap ในการขับเคลื่อน AI ของเครือเนชั่น ว่า ต้องเริ่มที่การสร้างวัฒนธรรมองค์กร เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยี AI แต่อยู่ที่ “คน” และการปรับ Mindset ให้ยอมรับและนำเทคโนโลยี AI ไปใช้ใน Workflow ของการทำงานจริงๆ เนื่องจากในองค์กรสื่อ ประกอบด้วยคนหลากหลายเจเนอเรชัน ทำให้การขับเคลื่อนจึงต้องทำทั้งองค์กร เช่นคนในองค์กรมี 100 คน จะไม่ขับเคลื่อนได้แค่ 20 คนเท่านั้น

ส่วนแผนงาน 3 ปีของเนชั่น ประกอบด้วย ปีแรก (2568) เริ่มจากการปลูกฝัง Mindset ให้ทุกคนในองค์กรก่อน ซึ่งขณะนี้เห็นคนประมาณ 10% เริ่มกระตุ้นตัวเองและใช้เครื่องมือที่มีอยู่แล้ว เน้นการทำให้ทุกคนตื่นรู้ว่า AI อยู่ใกล้ตัวและจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้เป็นทวีคูณอย่างไร อาจจะคูณ 3 หรือคูณ 5 ถ้ายิ่งทำได้หลายฟังก์ชัน ก็จะกลายเป็นคนที่สามารถทำงานได้ 10 ทิศทาง 10 แบบ 10 ความเร็ว

ส่วนปีที่สอง (2569) คือการหยิบยื่นเครื่องมือที่ใช่ให้กับพนักงาน รวมถึงการจัดอบรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ Data และ Log การทำงานที่มากขึ้น และปีที่สาม (2570) คือการวัดผลว่า เทคโนโลยีและทิศทางของวัฒนธรรมการทำงานที่ได้ดำเนินการไป สามารถขับเคลื่อนองค์กรไปได้ในระดับใด

“จากการจัดอบรมพนักงานที่ผ่านมา ถือว่า Feedback ค่อนข้างดี โดยเราจะมีความหวังกับคนประมาณ 100 คน ในการที่จะไปขับเคลื่อนคนอีก 800 คนต่อ และเรายังพบว่า มีคนเนชั่นบางคนมีความชำนาญเรื่อง AI อยู่แล้ว เราจึงนำคนเหล่านี้มาช่วย Train พี่น้องที่อยู่ในองค์กรด้วยกัน” ฉายกล่าวทิ้งท้าย