The Guardian สื่อดังอังกฤษปรับแผนสู่ยุควิดีโอ

สำนักข่าว The Guardian ของสหราชอาณาจักร องค์กรสื่อเก่าแก่ที่ได้รับการยอมรับด้านงานวารสารศาสตร์เชิงคุณภาพ ประกาศยุทธศาสตร์ใหม่ภายใต้ชื่อ "Project Berger" เพื่อปรับรูปแบบการผลิตข่าวให้สอดรับกับพฤติกรรมการรับข่าวสารของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยให้ความสำคัญกับการนำเสนอผ่านวิดีโอ การเล่าเรื่องด้วยภาพ และการเผยแพร่เนื้อหาบนแพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้น

การประกาศแผนดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่องค์กรสื่อหลายแห่งทั่วโลกยังคงเผชิญแรงกดดันจากรายได้โฆษณาที่ลดลง ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น และผลกระทบจาก AI ต่อการเข้าถึงข่าวสารของผู้ใช้งาน

โครงสร้างการบริหารของ The Guardian ปัจจุบัน ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อให้สามารถวางแผนการลงทุนระยะยาวได้ โดยมีรูปแบบรายได้ที่อาศัยเงินสนับสนุนและสมาชิกจากผู้อ่านทั่วโลก ควบคู่กับรายได้เชิงพาณิชย์ ช่วยสร้างฐานะทางการเงินที่มั่นคงมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ภายใต้ Project Berger สำนักข่าวประกาศรับพนักงานเพิ่มประมาณ 55 ตำแหน่ง ภายในระยะเวลา 12 เดือน โดยกระจายการจ้างงานในสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย พร้อมจัดตั้ง Guardian Studios เพื่อพัฒนารูปแบบการเล่าเรื่องที่เน้นวิดีโอ งานภาพ และเนื้อหาที่ออกแบบสำหรับแพลตฟอร์มดิจิทัล นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายทีมวิดีโอในสหรัฐฯ และพัฒนาทีมผู้ดำเนินรายการบนโซเชียลมีเดียในออสเตรเลีย เพื่อรองรับการผลิตเนื้อหาสำหรับผู้ชมรุ่นใหม่

ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลจาก Reuters Digital News Report 2026 ที่ระบุว่า การเข้าถึงข่าวผ่านโซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มวิดีโอได้เพิ่มขึ้นจนแซงช่องทางดั้งเดิมในหลายประเทศ ขณะที่ผู้เผยแพร่ข่าวจำนวนมากกำลังเผชิญความท้าทายจากพฤติกรรมการค้นหาข้อมูลผ่านเครื่องมือ AI ซึ่งส่งผลต่อจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ข่าวโดยตรง

หลายฝ่ายมองว่า การลงทุนของ The Guardian สะท้อนความพยายามในการขยายรูปแบบการนำเสนอข่าวให้สอดคล้องกับช่องทางที่ผู้บริโภคใช้งานมากขึ้น โดยยังคงยึดการผลิตเนื้อหาคุณภาพเป็นแกนหลัก มากกว่าการแข่งขันด้านความรวดเร็วเพียงอย่างเดียว

แคทเธอรีน ไวเนอร์ (Katharine Viner) บรรณาธิการบริหารของ The Guardian ระบุว่า ในช่วงเวลาที่เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศของข้อมูลข่าวสาร การทำวารสารศาสตร์ที่น่าเชื่อถือยังคงมีบทบาทสำคัญต่อสังคม การปรับยุทธศาสตร์ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มช่องทางเผยแพร่ แต่เป็นการปรับรูปแบบการทำงานให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้รับสารที่เปลี่ยนไป พร้อมรักษาหลักการด้านคุณภาพและความเป็นอิสระทางบรรณาธิการไว้ควบคู่กัน