10 มิ.ย.- คณะกรรมาธิการยุโรป เผยแพร่ประมวลแนวปฏิบัติ (Code of Practice) ว่าด้วยความโปร่งใสของเนื้อหาที่สร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์ เพื่อช่วยผู้ให้บริการและผู้ใช้งาน AI เชิงสร้างสรรค์เตรียมความพร้อมก่อนข้อกำหนดตามกฎหมาย EU AI Act จะมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบในวันที่ 2 สิงหาคมนี้ โดยแนวปฏิบัติดังกล่าวกำหนดให้เนื้อหาประเภทภาพ เสียง วิดีโอ และข้อความที่สร้างหรือดัดแปลงด้วย AI ต้องสามารถระบุแหล่งที่มาได้อย่างชัดเจน พร้อมส่งเสริมการใช้เมตาดาตาและวอเตอร์มาร์กเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับ โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับเนื้อหาประเภท deepfake และเนื้อหาที่เผยแพร่สู่สาธารณะ
สำหรับวงการสื่อ การเผยแพร่ประมวลแนวปฏิบัตินี้ถือเป็นสัญญาณว่าการใช้ AI ในกระบวนการผลิตข่าวจะถูกจับตามองเข้มข้นขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างภาพประกอบ เสียงสังเคราะห์ การแปลภาษา หรือการช่วยเขียนเนื้อหา แม้ในทางเทคนิคแนวปฏิบัตินี้จะยังมีสถานะเป็นมาตรฐานแบบสมัครใจ แต่ก็ถูกมองว่าเป็นกรอบอ้างอิงสำคัญที่สหภาพยุโรปใช้ยกระดับความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของเนื้อหาในยุค AI ก่อนที่พันธกรณีตามกฎหมายจะเริ่มมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบ
ขณะเดียวกัน หลายฝ่ายประเมินว่าแนวทางนี้อาจกลายเป็นมาตรฐานอ้างอิงให้กับหลายประเทศที่กำลังเร่งวางกรอบกำกับดูแล AI โดยเฉพาะในประเด็นการติดฉลากเนื้อหาที่สร้างด้วย AI การสกัดกั้นการใช้ deepfake ในทางหลอกลวง และการสร้างความชัดเจนให้ผู้บริโภคแยกแยะได้ว่าเนื้อหาใดมาจากมนุษย์หรือระบบอัตโนมัติ สะท้อนความพยายามของสหภาพยุโรปในการเพิ่มความเข้มงวดด้านความรับผิดชอบของผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม AI ก่อนที่กฎหมายจะมีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์ในเดือนสิงหาคมนี้
สำหรับ คณะกรรมาธิการยุโรป หรือ European Commission คือ ฝ่ายบริหารหลักของสหภาพยุโรป (EU) มีบทบาทคล้ายรัฐบาลกลางของฝั่งสหภาพยุโรปในหลายเรื่อง ทำหน้าที่เสนอร่างกฎหมาย กำกับการบังคับใช้กฎของ EU และดูแลให้ประเทศสมาชิกปฏิบัติตามข้อตกลงร่วมกัน
