บทบาทสื่อกับการผลักดันนโยบายสาธารณะของภาคประชาชนศึกษากรณีผลักดันการ ใช้สิทธิตามสิทธิบัตร หรือ ซีแอล (COMPULSORY LICENSING)- นายคเนศ จิรัษฐิติพงศ์

เรื่อง : บทบาทสื่อกับการผลักดันนโยบายสาธารณะของภาคประชาชนศึกษากรณีผลักดันการใช้สิทธิตามสิทธิบัตร หรือ ซีแอล (COMPULSORY LICENSING)
ผู้ศึกษา :        นายคเนศ จิรัษฐิติพงศ์
กรรมการที่ปรึกษา :    ดร. กนกาญจน์  อนุแก่นทราย
ปี :2552

บทคัดย่อ

การศึกษาเรื่อง “บทบาทสื่อกับการผลักดันนโยบายสาธารณะของภาคประชาชน ศึกษากรณีผลักดันการใช้สิทธิตามสิทธิบัตร หรือ ซีแอล (COMPULSORY LICENSING)” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบการผลักดันนโยบายสาธารณะของภาคประชาชน โดยใช้กรณีตัวอย่างเรื่องการผลักดันการประกาศใช้สิทธิตามสิทธิบัตร หรือ ซีแอล (COMPULSORY LICENSING) ที่ประสบความสำเร็จ ว่ามีความสัมพันธ์กับบทบาทของสื่ออย่างไร รวมทั้งปัญหาและอุปสรรคของทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อวิเคราะห์หาแนวทางในการทำงานสนับสนุนซึ่งกันและกันระหว่างสื่อกับภาคประชาชนในการผลักดันนโยบายสาธารณะอื่นๆ ในอนาคต

ทั้งนี้จากการศึกษาพบว่า การเคลื่อนไหวเรื่อง CL ของไทยไม่ได้มีนัยเพียงแค่ความเป็น “การเมืองภาคประชาชน” เท่านั้น แต่ยังมีนัยสำคัญอื่นๆ คือ การพัฒนาระบบสาธารณสุขของประเทศและการต่อสู้กับกลุ่มบริษัทยาข้ามชาติที่มีผลประโยชน์มหาศาล โดยปัจจัยที่ช่วยผลักดันให้การเคลื่อนไหวประสบความ สำเร็จลำดับแรก คือ ฝ่ายนโยบายผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ และกลุ่มผู้บริหารในกระทรวงสาธารณสุขซึ่งมีหน้าที่การให้ข้อมูลประเมินผลดี ผลเสีย ที่ปลอดจากการแทรกแซงของกลุ่มการเมืองและผลประโยชน์

ขณะเดียวกันการจัดการข้อมูล ข้อเท็จจริง การวางยุทธศาสตร์การเคลื่อนไหว การทำงานร่วมกับสื่อ และการขยายแนวร่วม ก็ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมให้การผลักดันเรื่อง CL ในประเทศไทยประสบความสำเร็จ

ส่วนการวางบทบาทของสื่อนั้น แม้จะมีทัศนคติเชิงบวกต่อการเคลื่อนไหวเรื่องดังกล่าว แต่สื่อก็ยัง คงต้องวางบทบาทของตัวเองในการเป็น “ตัวกลาง” การส่งผ่านข่าวสารไปยังสาธารณะ ภายใต้การคำนึงถึงความสมดุลของเนื้อหาข่าวที่ไม่เอนเอียง โดยต้องมีการนำเสนอข้อมูลอย่างรอบด้านและครอบคลุมถึงผล กระทบด้านต่างๆ เพื่อให้ประชาชนนำไปพิจารณาตัดสินใจ

โดยบทสรุปสุดท้ายของการศึกษา ได้เสนอแนวทางการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนในอนาคต ควรต้องมีการปรับบทบาท โดยให้ความสำคัญกับการเคลื่อนกระบวนอย่างมียุทธศาสตร์ ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับการชุมนุมแสดงพลังเพียงอย่างเดียว แต่ควรวางแผนกิจกรรมอื่นๆให้เกิดความหลากหลายและขยายแนวร่วมการขับเคลื่อน เน้นหนักกับการทำงานด้านข้อมูลและการเข้าถึงสื่อมวลชนรวมทั้งสื่อทางเลือกให้มากขึ้น

ขณะที่สื่อเองก็จำเป็นต้องปรับกระบวนความคิดและการทำงานให้มากกว่าการเป็น “ผู้รายงานข่าว” แต่ต้องมองลึกให้เห็นเบื้องหลังและเชื่อมโยงประเด็นความสำคัญของปัญหาให้มากขึ้น

(ดาวโหลดไฟล์ต้นฉบับได้ที่นี้)