เรื่อง : การใช้เสรีภาพของสื่อมวลชนกับการคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคล
ผู้ศึกษา : นางปราณี จิตร์อำไพ
กรรมการที่ปรึกษา : นายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์
ปีการศึกษา : 2552
บทคัดย่อ
ในยุคที่โลกของข้อมูลข่าวสารต่างๆสามารถเชื่อมโยงถึงกันได้ง่ายขึ้น สื่อมวลชนที่ช่วยเป็นสื่อกลางในการนำเสนอข้อมูลต่างๆไปสู่ประชาชน โดยที่สื่อมวลชนมีสิทธิเสรีภาพเสรีภาพในการทำหน้าที่ แต่เป็นสิทธิเสรีภาพที่จะต้องไม่ไปล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่น ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในการดำรงชีวิตของบุคคลและเป็นสิ่งที่แสดงคุณค่าความเป็นมนุษย์
ในปัจจุบันการนำเสนอข่าวหรือการแสดงความคิดเห็นของสื่อมวลชนพบว่า มีการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของปัจเจกชนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ จนเกิดเป็นคดีความและมีข่าวครึกโครม แม้ว่าผู้เสียหายจำนวนไม่น้อยจะไม่ได้นำเรื่องราวที่เป็นปัญหาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพราะสามารถตกลงกันได้ก่อน โดยวัตถุประสงค์หลักในการศึกษาครั้งนี้ เพื่อต้องการศึกษาถึงปัญหาการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพของสื่อมวลชน และสิทธิของบุคคล มาตรการทางกฎหมายในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน และสิทธิของบุคคล และวิเคราะห์ถึงแนวทางที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาและมาตรการทางกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพของสื่อมวลชนและสิทธิของบุคคล
วิธีที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ใช้วิธีวิจัยเอกสาร (Documentary Research) โดยศึกษาค้นคว้าข้อมูลต่างๆ จากตำรา บทความ ผลงานวิจัย วิทยานิพนธ์ และตัวบทกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาวิเคราะห์เปรียบเทียบให้เห็นถึงเหตุผลและความจำเป็น เพื่อให้เห็นถึงแนวทางการแก้ปัญหา และมาตรการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสื่อสารมวลชน และสิทธิส่วนบุคคล
จากการศึกษาเปรียบเทียบบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการรับรองสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนและสื่อมวลชนข้างต้น พบว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 ได้ขยายความคุ้มครองเสรีภาพในด้านนี้ไว้ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น ดังนั้น การทำหน้าที่ของสื่อมวลชน หากมีเสรีภาพมากเกินไป ก็จะใช้เสรีภาพนั้นไปกระทบสิทธิส่วนบุคคลของบุคคลอื่น การที่หนังสือพิมพ์จะนำเสนอข่าวใด หรือความเห็น บทความ การวิพากษ์วิจารณ์ใด ควรจะคำนึงถึงข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานให้มาก ว่า มีและน่าเชื่อถือเพียงใด ขณะที่การนำเสนอข่าวความคิดเห็นควรนำเสนออย่างน้อย 2 ด้าน คือด้านของผู้กล่าวหา และผู้ถูกกล่าวหา หรือบุคคลที่สามซึ่งมีความเป็นกลางหรือเป็นส่วนของการพิสูจน์พยานหลักฐาน เช่น ความเห็นของบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องกับกรณีนั้น นักวิชาการ นักวิชาชีพ เช่น แพทย์ เป็นต้น เพื่อให้การนำเสนอข่าวนั้นเกิดประโยชน์ต่อการรับรู้ของสาธารณชนอย่างแท้จริง สิ่งสำคัญจะต้องไม่ไปล่วงละเมิดสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลเช่นกัน เว้นแต่ว่าการละเมิดสิทธิเสรีภาพนั้นเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ
ข้อเสนอแนะขอให้มีการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวกับสื่อสารมวลชนให้เป็นเอกภาพ โดยให้มีการรวมกลุ่มของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนทุกประเภทภายใต้หลักเกณฑ์ ข้อบังคับทางกฎหมายและจริยธรรมของสื่อมวลชนเดียวกัน รวมไปถึงการกำหนดมาตรการชดใช้เยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการนำเสนอข่าวสารที่ผิดพลาดคลาดเคลื่อนจนทำให้บุคคลได้รับความเสียหาย ควรจะมีการจัดตั้งสภาวิชาชีพด้านสื่อสารมวลชน เพื่อทำหน้าที่ในการออกใบอนุญาตในการประกอบวิชาชีพด้านสื่อสารมวลชน และเพื่อตรวจสอบ กำกับดูแล การปฏิบัติหน้าที่ของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสื่อสารมวลชน เช่นเดียวกับสภาวิชาชีพอื่น ๆ เช่น สภาทนายความ แพทย์สภา สภาวิชาชีพวิศวกรรม
