เวิร์คพอยท์ทีวี ลดขนาดองค์กร ผอ.ฝ่ายข่าว เปิดใจลาออก

22 กค. - รายการ ดาวอังคาร ของ จอมขวัญ ทางช่อง Jomqua ได้สัมภาษณ์นายสมภพ รัตนวลี ผู้อำนวยการข่าวเวิร์คพอยท์ทีวี พิธีกรข่าวรายการ "ติ่งข่าว" ของช่องเวิร์คพอยท์ทีวี มาพูดคุยหลังจากที่ก่อนหน้านี้มีข่าวช่องประกาศเลย์ออฟพนักงานฝ่ายข่าว

นายสมภพ กล่าวว่า หลายคนคงเห็นข่าวแล้ว ข่าวจากลูกน้องบางคน เช่น ปอเปี๊ยะ หรือ พรทิพย์ โม่งใหญ่ ที่ตัดสินใจออก ในขณะเดียวกัน ตัวเองก็ตัดสินใจที่จะลาออกเหมือนกัน สิ้นเดือนสิงหาคมนี้ ฉะนั้น จากนี้ก็จะไม่ใช่ "ติ่งข่าว-เวิร์คพอยท์" แล้วต่อไปจะมีเวลาทำงานอีกประมาณสัก 1 เดือนครึ่ง เรื่องนี้มันเป็นเรื่องการตัดสินใจที่ค่อนข้างยาก ลำบาก เพราะเรื่องภาวะเศรษฐกิจที่จะต้องเจอกันทุกช่องอยู่แล้ว ฉะนั้นหลายช่องก็ต้องลดขนาดองค์กรลงต้องปฏิรูปองค์กรลง เพื่อให้มันกระฉับกระเฉงมากขึ้น

นายสมภพ กล่าวว่า การตัดสินใจครั้งนี้ยาก เพราะทางหนึ่งก็เกรงใจบอร์ดที่อยากให้เราอยู่มาก เหมือนว่าตัวเองไม่สู้ต่อ เมื่อลดขนาดองค์กรแล้ว เขาก็อยากได้ผู้นำสู้ต่อ แต่ถ้าต้องเอาลูกน้องออกระดับ 50% 70% ก็มองตาลูกน้องไม่ได้เหมือนกัน

"นั่งนึกว่ามันต้องถึงเวลาที่ตัดสินใจแล้วว่าอยู่มา 10 ปี 7 เดือน พูดพูดถึงในแง่เรื่องเรตติ้งข่าวเช้าก็เป็นรองให้พี่สรยุทธมั้ย ติ่งข่าว ก็ 1.0 กว่า คนดูล้านกว่า โฆษณาก็เต็ม มันก็ทำด้วย mindset ด้วยยุทธศาสตร์ที่ว่าเป็นข่าวที่เข้าใจง่ายเล่าง่ายแล้ว"นายสมภพ กล่าว

นายสมภพ กล่าวต่อว่า ถือว่าทำได้สุดทางแล้ว แต่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องธุรกิจตอบโจทย์ทั้งเรื่องความนิยมพอสมควรแล้วก็คิดว่าเป็นโอกาสดีที่จะต้องใช้ความกล้าหาญตัดสินใจแล้ว คิดว่าต้องใช้ความกล้าหาญตัดสินใจก็ถือว่าเป็นการจากลาที่ดี อย่างน้อยก็มองตาลูกน้องได้สนิทใจ

"แล้วก็ได้อธิบายเหตุผลให้พี่ๆเขาฟังว่าเงินเดือนผมแพงมากนะ ถ้าเงินเดือนแพงมาก บอกตรงๆพูดไม่ได้ขิงใคร เงินเดือนมันเยอะเกินไปถ้าเกิดว่าออกไป มันก็จะมีเงินไว้สำหรับทำอย่างอื่นได้อีก อย่างน้อยก็ทำให้ข่าวมันมีคุณภาพมากยังมีเรตติ้งอยู่ ยังพอที่จะขายได้อยู่ เพราะฉะนั้นก็ตัดสินใจยาก ใช้เวลาตัดสินใจประมาณเป็นเดือนที่เห็น 1 เดือน เป็น 1 เดือนที่คุยกันไปคุยกันมา คุยขึ้นคุยลง คุยไปคุยมาหลายตลบแล้วก็ต้องฮีลใจลูกน้องด้วย"นายสมภพ กล่าว

นายสมภพ กล่าวว่า ถ้าเลือกทางแรกต้องอธิบายเยอะมาก รู้สึกว่ามันจะเครียดแล้วมันจะเหนื่อยนะอย่างน้อยครั้งนี้มันเป็นการ Early Retire ก็ยังได้เงินก้อนไปทำอะไรได้อีกตามสมควร

"มีการทัดทานตลอด แต่ได้ตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าก็ไปพร้อมกันกับลูกน้อง ก็ไม่ต้องอธิบายอะไรแต่ถ้ายังอยู่ ลูกน้องไป อธิบายเยอะ ไม่อยากอยู่ท่ามกลางน้ำตา ไม่ต้องมีใครเสียน้ำตา พอเห็นว่าลูกพี่ก็ยังไปเลย ไม่มีใครเสียน้ำตา เป็นการตัดสินใจที่ชิลมากแล้ว"นายสมภพ กล่าว

ที่มา - มติชน