เจาะ Open Data 3 มายากลก๊าซเรือนกระจก “ทุนใหญ่”ลับลวงพราง “Greenwashing ป่าเขียว” 

            ประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจก385.94 ล้านตัน CO₂ ในปี 2565 ติดอันดับที่ 24 ของโลก และกำลังเผชิญกับผลกระทบจาก “โลกเดือด” หรือ Global Boiling ทั้งภัยพิบัติจากสภาพอากาศแปรปรวนและผลกระทบทางเศรษฐกิจ เช่น การถูกเก็บภาษีคาร์บอนข้ามพรมแดน (CBAM) จากสหภาพยุโรป

           ปัจจุบันไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกไม่ถึง 1% ของโลก แต่ยังได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เช่น อุณหภูมิสูงขึ้น 4-5 องศา ในฤดูร้อน หรือ ฝนตกหนักอย่างที่ไม่เคยเกิดมาก่อน เช่น จังหวัดน่านถือว่ารุนแรงที่สุดในรอบกว่า 1,000 ปี.... 

             “ทีมอาสาสมัครทีดีเจ” Thailand Data Journalism Network (TDJ)ได้รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การซื้อขายคาร์บอนเครดิต และการใช้กลไกป่าคาร์บอนของภาคธุรกิจไทย พบ “กลไกฟอกเขียว” (Greenwashing) กำลังกลายเป็นเครื่องมือหลักในการชดเชยการปล่อยคาร์บอน โดยไม่มีการลดโลกร้อนจากต้นทางอย่างแท้จริง

       เมื่อขุดคุ้ยข้อมูลตัวเลขจาก Open Data หลายหน่วยงานมาวิเคราะห์ร่วมกัน ทำให้เห็นภาพรวมและข้อเท็จจริงเบื้องหลัง การปล่อย การลดก๊าซเรือนกระจก และการซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิต ของบริษัทขนาดใหญ่ในประเทศไทย นอกจากนี้เรายังเจอปัญหาการเล่น “มายากลข้อมูล”  มีการลับลวงพรามตัวเลขและโครงการบางแห่ง ขาดความโปร่งใส รวมถึงการสร้างมายาคติ ทำให้นโยบายลดโลกร้อนของไทยไม่ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งเป้าไว้ 

          รายงานข่าวสืบสวนด้วยข้อมูลเชิงลึกนี้แบ่งเป็น 4 ส่วน ดังนี้ ส่วนที่ 1 Open Data กลลวง คาร์บอนเครดิตป่าเขียว ส่วนที่ 2 “ทุนใหญ่” ลับลวงพราง “Greenwashing ป่าเขียว” ส่วนที่ 3 เปิด 3 มายากลก๊าซเรือนกระจกและส่วนที่ 4 ไทยต้องมี “กฎหมายลดโลกร้อน” วาระด่วนแห่งชาติ

          ทีมอาสาสมัครทีดีเจเสอนให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกนโยบายเร่งด่วนเป็นวาระแห่งชาติ ได้แก่

1. รัฐและเอกชนต้องรายงานข้อมูลการปล่อยและลดก๊าซเรือนกระจกเป็นประจำ พร้อมเปิดเป็น Open Data

 2. บังคับใช้ “ลด + ชดเชย” ไม่ใช่แค่สมัครใจเหมือนปัจจุุบัน

 3. ผลักดัน พ.ร.บ.ลดโลกร้อน ให้เป็นวาระด่วนแห่งชาติ โดยต้องมี 

o ระบบภาษีคาร์บอน และแรงจููงใจทางภาษี 

o บทลงโทษทางแพ่งและอาญา 

o การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน 

ชมรมเครือข่ายนักสื่อสารข้อมูลเชิงลึกแห่งประเทศไทย (TDJ)                                                            

ชนิตางามเหมือน, อลีฟรักไทรทอง, บุณยวีร์ฐานะบำรุง