แถลงการณ์ ชมรมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์อาวุโส สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

 

แถลงการณ์

ชมรมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์อาวุโส

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

 

จากสถานการณ์อันเปราะบางในความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับสื่อมวลชนทุกรูปแบบในประเทศไทย แสดงออกให้เห็นถึงลักษณะความพยายามที่ต้องการให้อำนาจรัฐเข้ามามีอำนาจครอบงำ และบงการสื่อในลักษณะต่างๆ มากขึ้น

ชมรมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์อาวุโส สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย มีความเป็นห่วงและกังวลยิ่งขึ้นว่ารูปแบบของกฎหมาย หรือข้อกำหนดใดๆ ที่คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชน และคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมวลชน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ พยายามดำเนินการผ่านเป็นกฎหมายออกมาใช้บังคับนั้น จะเป็นการละเมิดหลักการในเรื่องสิทธิเสรีภาพ และความเป็นอิสระของสื่อมวลชน ทั้งในระดับประเทศ และในระดับสากล ซึ่งล้วนเป็นการขัดกับหลักการความเป็นประชาธิปไตย และสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน สิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน

แน่นอนว่าภาพลักษณ์ของประเทศไทย ในความพยายามพัฒนาระบอบประชาธิปไตยให้มีขึ้นอย่างก้าวหน้า ในรูปแบบการเมือง การปกครองประเทศในอนาคต จะขาดการยอมรับในชุมชนประชาธิปไตยของโลก และผิดไปจากเจตนารมณ์ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ในความพยายามพัฒนาระบอบประชาธิปไตยตามโรดแมปที่กำหนดขึ้น

ชมรมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์อาวุโส มีความเป็นกังวลต่อความพยายามของ คสช. หรือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคณะกรรมาธิการทั้งสองคณะ ในความพยายามนำเสนอการปฏิรูปสื่อที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ด้วยเกรงว่าลักษณะแห่งความพยายามดังกล่าว เป็นการคุกคามสื่อ แทรกแซงสื่อ และมีเจตนาแฝงเร้นในการควบคุม ครอบงำ และบงการสื่อมากกว่า ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่สังคมประชาธิปไตยไม่อาจยอมรับได้ และไม่ปรารถนาสร้างให้มีขึ้น ไม่เป็นสิ่งอันพึงควรกระทำ

บรรดานักข่าวนักหนังสือพิมพ์อาวุโสทั้งมวลนี้ ต่างได้ผ่านสถานการณ์ของการเรียกร้อง แสวงหาสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน สิทธิเสรีภาพของการแสดงออก จนถึงขั้นได้ต่อสู้ให้ได้มาซึ่งสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน ต่อสู้กับอำนาจรัฐในการครอบงำ บงการ และแทรกแซงสื่อ มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เรามีความภาพภูมิใจว่า ประเทศไทยได้รับการยอมรับประเทศหนึ่ง ทั้งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของอาเซียน และในชุมชนสื่อมวลชนทั้งมวล ว่าเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าในการเรียกร้อง ต่อสู้ ให้ได้มา และรักษาไว้ ซึ่งสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนในประเทศไทย จนสามารถนำเรื่องสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนในทุกมิติ มาบัญญัติไว้ทั้งในรัฐธรรมนูญ ฉบับ พ.ศ.2540 และรัฐธรรมนูญ ฉบับ พ.ศ. 2550

ชมรมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์อาวุโส จึงขอแถลงการณ์แสดงความกังวลและห่วงใย ต่อสถานการณ์ “ก้าวถอยหลังลงคลอง” ของคณะผู้รักษาความสงบแห่งชาติ และคณะกรรมาธิการทั้งสองคณะ ต่อทัศนคติความคิด ความเชื่อ และการวางคุณค่าอันยังความล้าหลังต่อสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนทุกรูปแบบในประเทศไทย และจะขยายเป็นจุดด่างดำในความเป็นประชาธิปไตยที่ คสช.สร้างขึ้น เราขอคัดค้านพฤติการณ์ดังกล่าวนี้ และจะร่วมต่อสู้ให้ได้มาซึ่งสิทธิเสรีภาพอันยั่งยืน มั่นคง ของสื่อมวลชนเฉกเช่นที่ได้เคยต่อสู้มา และจะร่วมสนับสนุนการต่อสู้ขององค์กรวิชาชีพสื่อทั้งหกองค์กร อันได้แก่ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ และสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย

เราเรียกร้องให้ผู้ครองอำนาจรัฐตระหนักถึงความสำคัญและหลักการของความเป็นประชาธิปไตย ที่จะไม่ดำเนินการใดๆ ในลักษณะถอยหลังลงคลองลึกเลยเถิดอย่างไร้เหตุผล เราเรียกร้องให้ประชาชนตื่นตัว ตระหนักรู้ถึงสิทธิ เสรีภาพ ของสื่อมวลชน สิทธิของการรับรู้ซึ่งปราศจากการแทรกแซงจากอำนาจรัฐ ไม่มีระบอบประชาธิปไตยใดเลย ที่กดขี่ครอบงำ และบงการสื่อมวลชน นอกจากระบอบอำนาจนิยมเผด็จการ

 

ชมรมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์อาวุโส

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

11 มกราคม 2560