“ปลายทางกาสิโนถูกกฎหมาย…ดึงภาษีสีเทาเข้ารัฐได้จริงหรือไม่?”

“มีการประเมินว่ารัฐจะมีรายได้ตรงนี้ สามารถนำไปใช้ชำระหนี้สาธารณะ นำไปอุดหนุนราคาพลังงาน , น้ำมันหรือนำไปเป็นเงินให้กับผู้สูงอายุ นำไปพัฒนาการศึกษา แก้หนี้ให้กับประชาชน แม้แต่ปัญหาการขาดทุนของโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ จึงเกิดชุดความคิดของการเปิดคาสิโนถูกกฎหมาย”

///

''คัชฑาพงศ์ ลีลาพงศ์ฤทธิ์'' ผู้สื่อข่าว เนชั่นทีวี ให้มุมมองถึงนโยบายสถานบันเทิงครบวงจร หรือ Entertainment complex และกาสิโน-การพนันถูกกฎหมายของรัฐบาล เพื่อเก็บภาษีจากธุรกิจสีเทา และแพ้การพนันผิดกฎหมาย ผ่าน ''รายการช่วยกันคิดทิศทางข่าว” ว่า การพนัน อยู่ในชีวิตคนไทยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งปรากฏในจดหมายเหตุของ ''เดอ ลาลูแบร์'' เอกอัครราชทูตฝรั่งเศส” เขียนไว้ในจดหมายเหตุว่า ชาวสยาม รักการพนันมากถึงขนาดฉิบหายขายตัว ขายลูก เพื่อที่ไถ่ถอนพนันถ้าไม่มีข้าวของที่จะชำระหนี้สินได้ ขณะเดียวกัน ประเทศเพื่อนบ้านของไทย และหลายประเทศ ค่อนข้างให้ความสำคัญกับธุรกิจสีเทา แต่ว่าของไทยการพนันยังผิดกฎหมาย จึงทำให้เงินจำนวนมาก ไหลออกไปนอกประเทศหมด ฉะนั้น ถ้าทำให้ถูกกฎหมาย เงินก็จะหมุนเวียนอยู่ในประเทศไม่ไหลออก เมื่อเปิดเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ คนก็จะมาเล่น เกิดรายได้จากการเก็บภาษี 

แนวคิดกาสิโนถูกกฎหมาย เริ่มสมัยทักษิณ-ยิ่งลักษณ์

''คัชฑาพงศ์'' บอกว่า เอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ เป็นแนวคิดที่เคยเริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร รวมถึงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่อยากจะนำการพนันผิดกฎหมายใต้ดินมาไว้บนดิน ให้เกิดรายได้รัฐบาล สามารถเก็บภาษีจากผู้ที่เล่นแล้วได้โชค หรือภาษีค่าธรรมเนียมสำหรับการออกใบอนุญาตได้ ซึ่งจะเป็นรายได้ให้กับรัฐ เพราะหากยังผิดกฎหมายแล้ว รัฐก็ไม่สามารถเก็บรายได้ได้ แต่เมื่อประชาชนยังเล่น หรือกรณีที่ประชาชนไปเล่นต่างประเทศ เงินรายได้ต่าง ๆ ก็จะไหลออกนอกประเทศหมด ก่อนแนวคิดดังกล่าวจะเงียบหายไป 

กาสิโนถูกกฎหมาย ถูกพูดถึงอีกครั้งยุคลุงตู่ หวังดึงเงินสีเทาเข้าประเทศ  

''คัชฑาพงศ์'' บอกว่า แนวความคิดที่จะให้เกิดเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง ในสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะช่วงนั้น เกิดวิกฤติโควิด-19 รายได้จากการท่องเที่ยวของไทยซึ่งเป็นรายได้หลักหายไป และจัดเก็บภาษีในประเทศก็ไม่ได้ตามเป้าหมาย เพราะธุรกิจร้านต่าง ๆ ก็ต้องยุติกิจการตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมโควิด-19 จึงเกิดแนวความคิดว่า ไหน ๆ ประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นหลัก และเพื่อนบ้านก็มีสถานบันเทิงครบวงจร แล้วเหตุใดไทยจึงไม่เปิดเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ซึ่งรวมถึงกาสิโน หรือการพนันถูกกฎหมาย เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว และรองรับคนที่เข้าไปใช้บริการด้วย เพราะในสถานบันเทิงครบวงจร มีองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงแรม โรงพยาบาล สวนสนุก ห้องประชุมสัมมนา และคาสิโนรวมอยู่ในตึกเดียวกัน อาจจะนำไปไว้ในเมืองต่าง ๆ เพื่อให้เมืองนั้น มีรายได้จากนักท่องเที่ยวเข้ามาด้วย

ประเมินภาษีสีเทา สะพัดได้ไม่ต่ำกว่า 4 ล้านล้าน/ปี

''คัชฑาพงศ์'' บอกว่า สส.หลายคนในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ทั้งฝ่ายค้าน และรัฐบาล อยากให้เรื่องดังกล่าวเป็นวาระแห่งชาติ เพราะปัจจุบัน มีทั้งหวยออนไลน์ บ่อนออนไลน์ มวยตู้ บ่อนต่าง ๆ และจำเป็นที่จะต้องหาเงินเข้าประเทศด้วยเมกกะโปรเจกต์ จึงมีแนวความคิดที่จะให้สร้างเป็นเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ เพราะมีการศึกษาว่า จะสร้างรายได้ต่อปีจำนวนมหาศาล หากเก็บเงินภาษีบาป ภาษีการพนันได้ มีการประเมินว่า รัฐบาลจะได้รายได้ประมาณ 4,000,000 ล้านบาทต่อปี นอกจากนั้น ยังทำให้เกิดการจ้างงากับนประชาชนในพื้นที่ เมื่อประชาชนมีอาชีพ ก็จะเกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในจังหวัด แต่พลเอกประยุทธ์ ก็ยังมี ท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้ กับนโยบายดังกล่าว โดยให้เป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎรต้องพิจารณาก่อน ที่จะต้องคำนึงถึงความเหมาะสม, ข้อเท็จจริงสถานการณ์ปัจจุบัน, สถานการณ์ของประเทศรอบ ๆ เพื่อนบ้านประเทศไทย แตกต่างจากรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่นายกรัฐมนตรี ให้การสนับสนุน และเชื่อว่า คาสิโน และสถานบันเทิงครบวงจร จะเป็นแหล่งดึงรายได้ให้กับประเทศ

“การอนุญาตให้เปิดเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์  ก็มีการประเมินว่ารัฐจะมีรายได้ตรงนี้ สามารถนำไปใช้ชำระหนี้สาธารณะ นำไปอุดหนุนราคาพลังงาน , น้ำมันหรือนำไปเป็นเงินให้กับผู้สูงอายุ นำไปพัฒนาการศึกษา แก้หนี้ให้กับประชาชน แม้แต่ปัญหาการขาดทุนของโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ จึงเกิดชุดความคิดของการเปิดคาสิโนถูกกฎหมายขึ้นมา” คัชฑาพงศ์ ระบุ

สส.หวั่นกาสิโนแก้บ่อนเถื่อนไม่ได้-ไม่เกิดการจ้างงานจริง เกิดอาชญากรข้ามชาติ

ส่วนเงื่อนไขสำหรับผู้ที่จะสามารถเข้าไปใช้บริหารกาสิโนได้นั้น ''คัชฑาพงศ์'' อธิบายว่า เงื่อนไขต่าง ๆ จะต้องรอคณะกรรมการ ที่จะเกิดขึ้นตามกฎหมาย หากรัฐบาลตัดสินใจแน่วแน่ และเสนอเป็นกฎหมายแล้ว แต่รัฐบาลชุดที่แล้ว สส.สมัยนั้น ก็ได้มีการพูดถึงคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้าไปเล่นกาสิโนได้ไว้เป็นตุ๊กตา ซึ่งอย่างน้อย จะต้องมีหลักทรัพย์ หรือ เงินในบัญชีจำนวนหนึ่ง แต่ สส.ส่วนหนึ่ง ก็ประเมินว่า ชาวบ้านที่เล่นการพนันส่วนใหญ่ คงไม่มีเงิน หรือหลักทรัพย์ที่เพียงพอ จึงกังวลว่า กาสิโนนั้น จะแก้ไขปัญหาการพนันผิดกฎหมายได้จริงหรือไม่ เพราะถ้าชาวบ้าน เข้าไปเล่นไม่ได้ ชาวบ้านก็ยังคงไปเล่นกำถั่ว, ป๊อกเด้ง ตามงานวัด หรือตามบ้านต่าง ๆ ซึ่งคนก็ จะยังหันไปเล่นการพนันผิดกฎหมายอยู่ ขณะเดียวกัน สถานการณ์การท่องเที่ยวของไทยปัจจุบัน จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง จึงยังเป็นข้อกังวลอีกว่า จะกลายเป็นเมืองร้าง หรืออาจทำให้เกิดแหล่งอาชญากรข้ามชาติ โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือจะเกิดการจ้างงานจริงหรือไม่ เพราะคนไทย ก็ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษได้ทั้งหมด แต่กลุ่มเป้าหมายที่ใช้บริการคาสิโน คือ นักท่องเที่ยวซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ใช้ภาษาอังกฤษสื่อสาร 

เล็งเก็บภาษีกาสิโน 17% - ค่าใบอนุญาต อู้ฟู่! สะพัดเข้ารัฐแสนล้าน/ปี

''คัชฑาพงศ์'' ยังกล่าวถึงผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการศึกษาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจรเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ เพื่อแก้ไขปัญหาการพนันผิดกฎหมายชุดปัจจุบัน ที่มีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ที่ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการฯ ชุดดังกล่าวว่า กรรมาธิการฯ ส่วนใหญ่ สนับสนุนให้เปิดสถานบันเทิงคนบวงจร และคาสิโนถูกกฎหมาย โดยผลการศึกษาพบว่า เอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ และการเปิดกาสิโนถูกกฎหมาย จะช่วยลดอัตราการว่างงานได้ ทำให้เกิดการจ้างงาน และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ทั้งการพนันผิดกฎหมาย ผู้มีอิทธิพล ช่วยยกระดับให้คุณภาพชีวิตประชาชนดีขึ้น นักท่องเที่ยวจะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวมากขึ้น มีการเก็บภาษีได้มากขึ้น เกิดการค้าขายมากขึ้น ซึ่งกรรมาธิการ ประเมินว่า จะเก็บภาษีกาสิโนได้ ร้อยละ 17 ซึ่งถือว่าสูงมากทีเดียว นอกจากนั้น การพิจารณาให้ใบอนุญาตแก่ผู้ประกอบการ ก็จะทำให้รัฐมนรายได้จากค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาต ซึ่งประเมินว่า รัฐบาลจะมีรายได้จากการออกใบอนุญาตเป็นแสนล้านต่อปีเลยทีเดียว

ขณะเดียวกัน คณะกรรมาธิการฯ ก็ยังศึกษาผลกระทบเชิงลบที่จะเกิดขึ้น เช่น เมื่อเปิดการพนันเสรีแล้ว จะทำให้ประชาชนติดการพนันมากขึ้นหรือไม่ หรือยึดอาชีพการพนันเป็นอาจิณ ไม่ประกอบอาชีพสุจริตอะไรแล้ว รวมถึงปัญหาในเยาวชน จากบ่อนที่เป็นแหล่งมั่วสุม ทำให้เกิดปัญหายาเสพติด, ปัญหาหนี้สินตามมา หรือกระทบกับความมั่นคงประเทศเกิดอาชญากรรมข้ามชาติได้

สส.แนะเปิดสถานบันเทิงครบวงจร จังหวัดรองสร้างเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ก็มี สส.เสนอว่า ทำไมถึงไม่ไปเปิดสถานบันเทิงครบวงจร หรือ กาสิโนถูกกฎหมายในเมืองรอง หรือจังหวัดที่เป็นทางผ่านไปเมืองหลัง ที่นักท่องเที่ยวจะผ่านไปท่องเที่ยว เพื่อให้จังหวัดรอง ๆ มีรายได้ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าจังหวัดได้

ลุ้น! ครม.ตัดสินใจเดินหน้าเสนอกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจร

ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้นั้น ''คัชฑาพงศ์'' บอกว่า รายงานดังกล่าวฉบับนี้ ได้เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว เมื่อ 9 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งหากคณะรัฐมนตรี สนับสนุนให้มีการเปิดคาสิโนถูกกฎหมาย เปิดเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ก็จะต้องมีการยกร่างกฎหมายขึ้นมาฉบับหนึ่ง โดยเป็นขั้นตอนที่คณะกรรมการกฤษฎีกา จะเข้ามาช่วยดูว่าจะมีกฎหมายฉบับไหน ต้องแก้ไข หรือจะต้องมีรายละเอียดในร่างกฎหมายอย่างไร เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา และส่งให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตามขั้นตอน 3 วาระ ก่อนส่งให้วุฒิสภาพิจารณาเป็นขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้เวลาพอสมควร แต่รัฐบาล สนับสนุนจริงจัง ก็มีโอกาสสำเร็จได้

ติดตาม “รายการช่วยกันคิดทิศทางข่าว” ทุกวันอาทิตย์ 11.00-12.00 น.โดย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยและคลื่นข่าว MCOT News FM 100.5​