สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

Home ข่าวสื่อมวลชน กรรมการจริยธรรม สมาคมนักข่าวฯ ซัดกรรมาธิการ สปท.ใช้โทษจำคุกขู่สื่อไม่มีใบอนุญาต ทั้งที่ร่างกฎหมายผิดหลักรัฐธรรมนูญ ละเมิดสิทธิมนุษยชน

กรรมการจริยธรรม สมาคมนักข่าวฯ ซัดกรรมาธิการ สปท.ใช้โทษจำคุกขู่สื่อไม่มีใบอนุญาต ทั้งที่ร่างกฎหมายผิดหลักรัฐธรรมนูญ ละเมิดสิทธิมนุษยชน

AddThis Social Bookmark Button

กรรมการจริยธรรม สมาคมนักข่าวฯ ซัดกรรมาธิการ สปท.ใช้โทษจำคุกขู่สื่อไม่มีใบอนุญาต ทั้งที่ร่างกฎหมายผิดหลักรัฐธรรมนูญ ละเมิดสิทธิมนุษยชน   ย้ำยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความแน่นอน เสนอ สนช.ทบทวนกฎหมายอำนาจนิยม เป็นปฏิปักษ์ประชาธิปไตย ขัดแย้งรัฐธรรมนูญมาตรา 77 ประเด็นกฎหมายที่เป็นอุปสรรคในการประกอบอาชีพ

นายจักร์กฤษ เพิ่มพูล  กรรมการควบคุมจริยธรรมและที่ปรึกษาสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  กล่าวถึงกรณีพล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ รองประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ให้สัมภาษณ์ยืนยันหลักการในร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน  ว่ายังคงมีตัวแทนของรัฐในสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ และคงหลักการการออกและเพิกถอนใบอนุญาตผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนว่า เป็นเรื่องน่าเสียใจที่คณะกรรมาธิการไม่ยอมเปิดใจรับฟังความเห็นต่าง และยังคงยืนยันใช้แนวคิดแบบ “อำนาจนิยม” ควบคุมสื่อ ซึ่งไม่มีประเทศประชาธิปไตยที่ไหนในโลกมีแนวคิดและกฎหมายในลักษณะเช่นนี้

นายจักร์กฤษ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่น่าตกใจก็คือ การกำหนดโทษทางอาญาแก่ผู้ที่ประกอบอาชีพโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ซึ่งในร่างเดิมที่มีการร่างกันมาราว 5- 6 ฉบับ ประเด็นเรื่องการกำหนดโทษนั้น แม้แต่โทษปรับทางปกครอง ก็ยังเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันว่า สมควรหรือไม่ ที่จะกำหนดโทษทางอาญา ดังนั้น ร่างกฎหมายทุกฉบับ ยกเว้นร่างของกรรมาธิการจึงไม่มีโทษทางอาญา ร้ายแรงที่สุดก็เป็นโทษปรับทางปกครอง ซึ่งก็ยังมีข้อเสนอให้ตัดออกไป และหากดูกฏหมายที่เกี่ยวกับสื่อแม้ในยุคเผด็จการก็ไม่ได้มีบทบังคับโดยตรงกับผู้ประกอบวิชาชีพ ซึ่งการลิดรอนเสรีภาพในการแสดงความเห็นของบุคคลเช่นนี้  ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนด้วย

“ผมบอกได้แล้วว่า ถ้าจะต้องติดคุก เพราะทำหน้าที่สื่อโดยไม่มีใบอนุญาต ก็ยินดี สื่อมวลชนไม่ใช่อาชญากรรมแต่สื่อมวลชนทำหน้าที่เป็นกระจกสะท้อนสังคม เป็นหมาเฝ้าบ้าน และเป็นการทำหน้าที่บนพื้นที่สาธารณะ ซึ่งกฏหมายรัฐธรรมนูญให้การรับรอง ส่วนการที่สื่อมวลชนกระทำความผิดตามกฎหมาย ซึ่งมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสื่อกว่า 10 ฉบับ และบางฉบับก็มีโทษทางอาญา เช่น กฎหมายหมิ่นประมาท กฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กฎหมายคุ้มครองเด็ก กฎหมายเหล่านี้สามารถจัดการกับสื่อที่ละเมิดได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายพิเศษเพิ่มขึ้นมาอีก”

นายจักร์กฤษ กล่าวและว่า 30 องค์กรสื่อภายใต้คณะทำงานสื่อเพื่อการปฏิรูป คงเคลื่อนไหวคัดค้านเรื่องนี้อย่างถึงที่สุด  และเชื่อว่าจะมีการยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมตีความในประเด็น ใบอนุญาตสื่อมวลชน อันขัดแย้งกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่รับรองสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและสื่อมวลชนและประชาชน นอกจากนั้น สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งจะเป็นผู้ตรากฎหมาย จะต้องพิจารณาให้ถ้วนถี่ ว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ ได้ผ่านขั้นตอนของรัฐธรรมนูญมาตรา 77 ที่กำหนดให้รัฐออกกฎหมายเท่าที่จำเป็น ไม่เป็นอุปสรรคในการประกอบอาชีพอีกทั้งเป็นการใช้ระบบอนุญาตและคณะกรรมการเกินความจำเป็นหรือไม่  มิฉะนั้น สนช.ก็อาจจะมีส่วนในการผลักดันกฏหมายที่เป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตย

 
วีทีอาร์-สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย พศ. 2559

ดูวีทีอาร์ทางyoutube

Login Form



หนังสือน่าอ่าน

 




จำนวนผู้ออนไลน์

เรามี 1461 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา

สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ :: The National Press Council of Thailand สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย :: Thai Broadcast Journalists Association สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย :: ISRA Institute Thai Press Development Foundation ชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ :: Information Technology Press Club The Southeast Asian Press Alliance (SEAPA) thai society of environmental jounalists