สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

Home ราชดำเนิน เสวนา ราชดำเนินเสวนา ครั้งที่ 9/2553 เรื่อง "ถกหาทางออกของความล้มเหลว ปฏิรูปตำรวจไทย "

ราชดำเนินเสวนา ครั้งที่ 9/2553 เรื่อง "ถกหาทางออกของความล้มเหลว ปฏิรูปตำรวจไทย "

อีเมล พิมพ์ PDF
AddThis Social Bookmark Button

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
ร่วมกับสถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย
ขอเชิญสื่อมวลชนทั้งหนังสือพิมพ์   วิทยุและโทรทัศน์   เข้าร่วมฟังการเสวนาในกิจกรรม

ราชดำเนินเสวนา โครงการร่วมปฏิรูปประเทศไทย  ครั้งที่ ๙ / ๒๕๕๓  
“ทางออกของความล้มเหลว ปฏิรูปตำรวจไทย”
วันอาทิตย์ ที่ ๑๑ กรกฎาคม   ๒๕๕๓      เวลา  ๑o.oo – ๑๒.oo  น.
ณ ห้องประชุม ๑ ชั้น ๒ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ถนนสามเสน (ตรงข้าม รพ.วชิระ) กรุงเทพฯ


วิทยากร    
พล.ต.อ.วัชรพล  ประสารราชกิจ
รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ            
พ.ต.ท.ดร.เกษมศานต์  โชติชาครพันธุ์ รองคณบดี คณะรัฐประศาสนศาสตร์  สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)
คุณเบญจวรรณ  สร่างนิทร เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการ ข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)
ศ. แสวง บุญเฉลิมวิภาส คณะนิติศาสตร์  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ผู้ดำเนินรายการ
นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์
ที่ปรึกษา ฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมนักข่าว ฯ
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ราชดำเนินเสวนาถกหาทางออกความล้มเหลวปฏิรูปตำรวจไทย

“อ.นิติฯ มธ.” จี้ตร.ถึงเวลาเปิดใจปฏิรูปตนเองแนะปรับลดโครงสร้าง-สร้างความชัดเจนหน้าที่ แยกความถนัดงาน ดึงอัยการช่วยงานกม. ส่วน “รองคณบดีรัฐประศาสนศาสตร์ นิด้า” เสนอ 3ขาปฏิรูป การเมือง-ปชช.-ตร. “รองผบ.ตร.” ชี้ต้องสร้างระบบแต่งตั้งที่เป็นธรรมเพิ่มความมั่นใจดึงจนท.กลับทำหน้าที่

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสถาบันอิศรามูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย จัดราชดำเนินเสวนา โครงการร่วมปฏิรูปประเทศไทยครั้งที่ 9/2553 เรื่อง “ทางออกของความล้มเหลวปฏิรูปตำรวจไทย” โดยมีพล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ,พ.ต.ท.ดร.เกษมศานต์ โชติชาครพันธุ์ รองคณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า), ศ.แสวง บุญเฉลิมวิภาส อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายบุญแทน ตันสุเทพวีรวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน (ครส.) ร่วมเสวนาดำเนินรายการโดยนายประดิษฐ์เรืองดิษฐ์ ที่ปรึกษาฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อสมาคมนักข่าวฯ

ศาสตราจารย์แสวง บุญเฉลิมวิภาส อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงแนวทางการปฏิรูปตำรวจว่า การปฏิรูปตำรวจต้องปรับโครงสร้างตำรวจให้เล็กลงเช่น ในแต่ละท้องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องร่วมกับชุมชน รวมถึงภาคเอกชน ช่วยกันปฏิรูปเพื่อให้สำเร็จได้ง่ายขึ้นอาจให้มีการทำงานแบบตำรวจบ้านที่มีภาคประชาชนร่วมด้วย ทั้งนี้เพื่อให้การทำงานของตำรวจอบอุ่นและใกล้ชิดประชาชนให้มากขึ้น2.ต้องกำหนดบทบาทหน้าที่ตำรวจให้ชัดเจนรวมถึงความถนัดของงานที่ต้องเปลี่ยนแปลง

นายแสวง กล่าวอีกว่า งานหลักของตำรวจควรให้ดูแลความสงบเรียบร้อยส่วนงานคดีควรให้นักกฎหมาย อัยการมาช่วยเนื่องจากงานด้านกฎหมายมีความซับซ้อนมาก ซึ่งสาระสำคัญของระบบกล่าวหาต้องแยกอำนาจสอบสวนฟ้องร้องคดีออกจากการพิจารณาข้อกล่าวหาเนื่องจากที่ผ่านมาระบบเราไม่เป็นสากล  สำหรับงานอื่นๆที่ตำรวจไม่ถนัด เช่น การพิสูจน์ศพ ควรให้คนอื่นเข้ามาช่วย ตัวอย่างกรณีญี่ปุ่นกับอเมริกาให้แพทย์มาช่วยเป็นต้น และต้องแยกสำนวนสอบสวนออกจากสำนวนชันสูตรศพ ดังนั้นต้องแยกความถนัดของงานให้ชัดเจนและต้องแยกบทบาทตำรวจจากจับกุมและสอบสวนเอง ให้อัยการสอบสวน เพื่อเปลี่ยนให้ระบบดีขึ้น

“นี่เป็นลักษณะของตำรวจไทยที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ถึงเวลาแล้วที่ต้องเปิดใจยอมรับการเปลี่ยนแปลงให้ประชาชนเข้ามาร่วมเปลี่ยนแปลง เราต้องปรับโครงสร้างตำรวจ ต้องให้ท้องถิ่นประชาชนได้ทำงานร่วมปฏิรูปกับตำรวจ สร้างระบบที่ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมด้วยในการปฏิรูปต้องทำให้เกิดสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขาอย่างที่นพ.ประเวศวะสีบอกในการขับเคลื่อนการปฏิรูปตำรวจ”อาจารย์นิติศาสตร์ มธ.กล่าว

พ.ต.ท.ดร.เกษมศานต์ โชติชาครพันธุ์ รองคณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวว่า เสนอให้สามเหลี่ยม 3 ขาในการปฏิรูปตำรวจไทยคือ ภาคการเมือง ภาคประชาชน และภาคเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกัน โดยภาคการเมืองต้องกำหนดนโยบายที่ชัดเจนในการปฏิรูปส่วนตำรวจต้องเปิดใจกว้างในการยอมปฏิรูปตนเอง และภาคประชาชนต้องเข้าใจและร่วมในการผลักดันการปฏิรูปทั้งสามส่วนต้องดำเนินการพร้อมกัน เชื่อว่าหากเกิดความร่วมมืออย่างน้อย 2 ใน3 ส่วนก็จะเกิดหน้าต่างแห่งโอกาสในการปฏิรูปงานตำรวจได้จะมีพลังพอที่จะเปลี่ยนแปลง

“ปัญหาตำรวจคือ เกิดวิกฤติศรัทธา เป็นอุปสรรคจากบทบาทการทำงานของโครงสร้างทำงานที่แบ่งอำนาจลงท้องที่ ไม่ใช่การกระจายอำนาจ รวมถึงวัฒนธรรมการทำงานที่ตำรวจมักมองตนเองเป็นผู้พิทักษ์ อาจจะทำให้ประชาชนตกเป็นผู้ถูกกระทำ ฉะนั้นเพียงแค่ปการปรับโครงสร้างตำรวจนั้นจะเพียงพอหรือไม่ในการทำให้การปฏิรูปสำเร็จ วันนี้สองขาภาคการเมืองและประชาชนพร้อมแล้วแต่ขาของตำรวจต้องเปิดใจยอมเปลี่ยนแปลงด้วย จึงจะปฏิรูปสำเร็จได้” รองคณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์นิด้า กล่าว

รองคณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ นิด้า กล่าวด้วยว่าอุปสรรคที่ผ่านมาของการปฏิรูปตำรวจ เกิดจากธรรมชาติของมนุษย์ที่ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงเกิดปัญหาความเชื่อมั่นของตำรวจต่อการกำหนดนโยบายของรัฐและความเชื่อมั่นต่อคณะกรรมการปฏิรูปฯมีความไม่มั่นว่าการปฏิรูปจะแก้ปัญหาได้จริง และมีความข้องใจว่าทำไมการปฏิรูปต้องให้คนนอกมาดำเนินการทำไมไม่ให้ตำรวจปฏิรูปกันเอง เกิดปัญหาขึ้นระหว่างตำรวจกับฝ่ายการเมือง คือ ปัญหาอำนาจการใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาคดีและอำนาจจากฝ่ายบริหารดังนั้นต้องทำให้ตำรวจต้องปลอดจากฝ่ายการเมือง เพราะตำรวจไม่สามารถจะปลอดจากฝ่ายบริหารได้

ด้านพล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า การปฏิรูปตำรวจควรปรับให้ตำรวจกลับมาทำหน้าที่ของตนด้วยความมั่นใจต้องทบทวนการจัดสรรคนมาเป็นตำรวจ ให้มีการอบรมพัฒนาคุณภาพตำรวจ รวมถึงการลงทุนนำวิทยาการเทคโนโลยีไอทีมาใช้ในการทำงานของตำรวจอย่างทั่วถึงด้วยเนื่องจากขณะนี้งานตำรวจได้ลงทุนผิดที่เช่น ปัจจุบันต้องลงทุนกว่า 2 พันล้านบาทในค่าเช่ารถปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ขณะที่มีการลงทุนในการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการปฏิบัติงานเพียง 200 ล้านบาทเท่านั้น หรือคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจภาคประชาชนได้รับงบประมาณไม่ถึง20ล้านบาท เป็นต้น ซึ่งการนำวิทยาการเทคโนโลยีมาใช้จะช่วยควบคุมไม่ให้ตำรวจกระทำความผิดด้วยอีกทางหนึ่งทั้งนี้รัฐบาลจะปฏิรูปตำรวจควรทำในลักษณะทั้งจากความร่วมมือภายในสู่ภายนอกและความร่วมมือจากสังคมสู่ภายในองค์กรตำรวจด้วย

"ปรากฏการณ์ตำรวจมะเขือเทศวันนี้คือตำรวจไม่ได้ทำหน้าที่ของตนเนื่องจากไม่มั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่และไม่มั่นใจในโอกาสเติบโตก้าวหน้า วันนี้ไม่ต้องมีคณะกรรมการปฏิรูปแต่จะต้องทำอย่างไรให้ตำรวจกลับมาทำงานหน้าที่พื้นฐานอย่างมีจิตวิญญาณด้วยความมั่นใจให้ได้ต้องทำให้เกิดระบบแต่งตั้งตำรวจที่เป็นธรรม สร้างกฎกติกาที่ชัดเจนในระบบการแต่งตั้งตำรวจ”รองผบ.ตร.กล่าว และว่า เนื่องจากวันนี้ยังมีปัจจัยทำให้ตำรวจไม่มั่นใจในการทำงานจึงต้องทำให้เกิดการเลื่อนขั้นตำแหน่งอย่างเป็นธรรมให้เกิดเกณฑ์พิจารณาที่ยึดความรู้ความสามารถ หรือควบคู่ความอาวุโส

รองผบ.ตร.กล่าวด้วยว่า ต้องมีการคัดสรรตำแหน่งผู้การประจำจังหวัดให้บุคคลเหล่านี้เป็นนักบริหารที่ดีต้องทำให้เกิดหัวหน้าสถานีตำรวจที่มีคุณภาพ ต้องมีกฎเกณฑ์การประเมินงานที่ชัดเจน และต้องสร้างกฎกติกาให้คนมั่นใจได้

"การปฏิรูปตำรวจเราต้องทำให้ได้ผู้นำตำรวจในทุกระดับที่มีคุณภาพไม่ใช่แค่ผบ.ตร.คนเดียวเท่านั้น ซึ่งหัวใจสำคัญ คือ ต้องทำสถานีตำรวจเป็นที่ยอมรับของทุกคนให้ได้"พล.ต.อ.วัชรพล กล่าว

ส่วนนายบุญแทน ตันสุเทพวีรวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน (ครส.) กล่าวว่ากระบวนการปฏิรูปตำรวจนั้นไม่สามารถละทิ้งภาคสื่อมวลชน  ภาคประชาสังคมได้ จำเป็นต้องมีกระบวนการทำประชาพิจารณ์เรื่องนี้ต้องทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรู้สึกได้ถึงการมีส่วนร่วมในการปฏิรูปไม่ใช่เพียงการสั่งการจากระดับบน นอกจากการปรับโครงสร้างตำรวจแล้ว จะต้องมีการปรับระบบการบริหารให้รวดเร็วด้วยรวมถึงการทำงานโดยเคารพสิทธิประชาชน สร้างระบบสวัสดิการ และเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการทำงานตำรวจ

“สำหรับคำถามว่าจำเป็นหรือไม่ที่ต้องมีการปฏิรูปตำรวจนั้นดูเหมือนว่าตำรวจจะยังคงเห็นว่าถ้าไม่ปฏิรูปก็ยังสามารถทำงานต่อได้ ดังนั้นการปฏิรูปตำรวจต้องสรุปทบทวนกันพอสมควรและการปฏิรูปนี้ต้องทำให้ตำรวจไม่รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจในการปฏิรูปด้วยเช่นกัน”เลขาธิการครส. กล่าว

ทั้งนี้คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจครั้งแรกซึ่งมีพล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจเป็นประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบงานตำรวจเมื่อปี 2549 ได้มี 10ข้อเสนอการปฏิรูปตำรวจ ดังนี้ 1.กระจายอำนาจการบริหารคน2.การมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารงานตำรวจ3.การสร้างกลไกตรวจสอบการปฏิบัติงานของตำรวจ 4.การถ่ายโอนภารกิจที่ไม่ใช่ของตำรวจ5.การปรับปรุงพัฒนาระบบงานสอบสวน 6.การปรับปรุงการปฏิบัติงานของสถานีตำรวจ7.การพัฒนาการสรรหาการผลิต และการพัฒนาบุคลากรตำรวจ8.การปรับปรุงเงินเดือนค่าตอบแทนและสวัสดิการ9.การส่งเสริมความก้าวหน้าของตำรวจชั้นประทวนและ10.การจัดตั้งหน่วยงานพัฒนากระบวนการยุติธรรม

 
วีทีอาร์-สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย พศ. 2559

ดูวีทีอาร์ทางyoutube

Login Form



หนังสือน่าอ่าน

 




จำนวนผู้ออนไลน์

เรามี 1664 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา

สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ :: The National Press Council of Thailand สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย :: Thai Broadcast Journalists Association สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย :: ISRA Institute Thai Press Development Foundation ชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ :: Information Technology Press Club The Southeast Asian Press Alliance (SEAPA) thai society of environmental jounalists