daily use cialis message board where to buy propecia in indiana 75% off cialis 5mg coupons online streptomycin and lasix i accidentally gave my dog too much lasix
Home

Focus social media

AddThis Social Bookmark Button

Focus social media

โดยกรชนก รักษาเสรี

.......................................

แนวทางการใช้โซเชียลมีเดีย

ของนักข่าวในต่างประเทศ

เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา “เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์” (The New York Times) ได้ออกแนวทางปฏิบัติชุดใหม่สำหรับนักข่าวในการใช้โซเชียลมีเดีย โดยบอกว่า แนวปฏิบัติชุดใหม่นี้ขยายให้กว้างกว่าของเดิม แม้ว่าจะตระหนักถึงความสำคัญของบทบาทของโซเชียลมีเดีย และเห็นด้วยว่านักข่าวควรจะใช้ แต่ขอให้นักข่าวใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ หลีกเลี่ยงการแสดงความคิดเห็นที่เป็นการเลือกข้าง หรือการใส่ความคิดเห็นลงไปในเนื้อข่าวที่เป็นกลาง

บรรณาธิการบริหารได้ส่งแนวปฏิบัตินี้ไปยังกองบรรณาธิการ และเผยแพร่สู่สาธารณะด้วย โดยบอกว่า ใครมีคำถามก็ให้เขียนแสดงความคิดเห็นได้

"เราเชื่อว่าการจะดำรงสถานะองค์กรข่าวที่ดีที่สุดของโลกไว้ เราจำเป็นต้องใช้โซเชียลมีเดียอย่างคึกคักต่อไป แต่เราต้องแน่ใจว่าเรากำลังใช้โซเชียลมีเดียอย่างมีความรับผิดชอบ ตามแนวทางของห้องข่าวของเรา"

โซเชียลมีเดียมีบทบาทสำคัญในการโปรโมทผลงานของเดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ ส่งข่าวอัพเดต เก็บข้อมูล ติดต่อแหล่งข่าว สื่อสารกับผู้อ่าน และยังใช้เป็นเวทีทดลองแนวการเล่าเรื่องแบบใหม่ๆ แต่ก็มีความเสี่ยง หากนักข่าวถูกมองว่ามีอคติ หรือแสดงความคิดเห็นต่อข่าวลงในโซเชียลมีเดีย เพราะอาจะลดทอนความน่าเชื่อถือของกองบรรณาธิการทั้งหมดได้

เป็นที่ชัดเจนว่านักข่าวของที่นี่จะต้องรายงานอย่างเป็นกลางและยุติธรรม ดังนั้น หากใครละเมิด ก็จะถูกหัวหน้ารายงานในการประเมินการทำงาน

สิ่งที่สำคัญที่สุดประการแรก ในการโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย นักข่าวของเดอะนิวยอร์ก ไทมส์ จะต้องไม่แสดงความคิดเห็นที่เลือกข้างหรือแสดงความคิดเห็นทางการเมือง สนับสนุนผู้สมัครลงชิงตำแหน่งใดๆ หรือแสดงความคิดเห็นอย่างก้าวร้าว หรือกระทำการใด ๆ ที่จะกระทบชื่อเสียงของเดอะนิวยอร์ก ไทมส์ ทั้งนี้ แนวปฏิบัตินี้ให้ใช้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้รับผิดชอบข่าวด้านการเมืองหรือไม่

“ปีเตอร์ เบเคอร์ ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาวของเดอะ นิวยอร์ก ไทมส์” กล่าวว่า การที่นักข่าวของเดอะนิวยอร์ก ไทมส์ ทวีตเกี่ยวกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นั้น จะถูกมองว่าเป็นมุมมองของหนังสือพิมพ์ทั้งฉบับ ทั้งๆ ที่นักข่าวคนนั้นอาจจะไม่ได้เป็นนักข่าวที่รับผิดชอบรายงานข่าวประธานาธิบดีด้วยซ้ำ ทำเนียบขาวจะไม่แยกแยะในเรื่องนี้ ทุกคนจึงต้องเข้าใจตรงกัน

."แม้ว่าคุณอาจจะคิดว่าเฟซบุ๊กเพจ ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม สแนปแชต หรือโซเชียลมีเดียอื่นๆ เป็นพื้นที่ส่วนตัวของคุณซึ่งแยกจากบทบาทที่เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทุกอย่างแม้จะเป็นการกดไลค์ ก็ออกสู่สาธารณะในระดับหนึ่ง และทุกอย่างที่เราทำในที่สาธารณะก็มักจะมีความเกี่ยวข้องกับเดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ อยู่เสมอ"

นักข่าวบางคนเสริมว่า คนอ่านมักจะคิดว่า ทวีตของนักข่าวเป็นส่วนหนึ่งของหนังสือพิมพ์ และการที่ทวีตของนักข่าวจะมีอิทธิพลหรือได้รับความเชื่อถือมากนั้น ส่วนหนึ่งก็เพราะเขาทำงานที่หนังสือพิมพ์ฉบับนี้

เราขอให้นักข่าวงดเว้นจากการบ่นหรือร้องเรียนเรื่องสินค้าและบริการใดๆ ผ่านทางโซเชียลมีเดีย แม้ว่าคุณจะคิดว่าคุณมีสิทธิ แต่มันก็เป็นไปได้ว่าคุณจะได้รับบริการที่ดีเป็นพิเศษเพียงเพราะสถานะของคุณบอกว่าคุณทำงานที่นี่"

- หลีกเลี่ยงการเข้าร่วมกลุ่มปิดหรือกลุ่มลับในโซเชียลมีเดียที่มีแนวโน้มไม่เป็นกลาง การไปเข้าร่วมงานใดๆ ก็เช่นกัน แม้ว่าจะเป็นการไปทำข่าว ก็ขอให้ระวังให้มากๆ

- ขอให้จำใส่ใจว่าต้องให้เกียรติผู้อื่นเสมอ ถ้าผู้อ่านตั้งคำถามหรือวิพากษ์วิจารณ์งานเขียนของคุณหรือโพสต์ของคุณในโซเชียลมีเดียก็ให้ตอบด้วยความระมัดระวัง อย่าทึกทักเอาเองว่าผู้อ่านไม่ได้อ่านงานของคุณอย่างละเอียด

- ถ้าการวิพากษ์วิจารณ์นั้นมันรุนแรงเกินไปหรือไม่มีเหตุผล ก็ขอว่าอย่าไปตอบโต้ หากมีการข่มขู่คุกคาม นักข่าวก็มีสิทธิที่จะบล็อคหรือกดปุ่มที่ทำให้ไม่เห็นข้อความของคนคนนั้นได้ แต่ก็ขอให้หลีกเลี่ยงการทำเช่นนั้นกับผู้ที่เพียงวิพากษ์วิจารณ์คุณหรืองานของคุณในแบบธรรมดาๆ

- หากคุณถูกคุกคามในโซเชียลมีเดีย ขอให้แจ้งให้หัวหน้าของคุณทราบทันที เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ มีนโยบายปกป้องความปลอดภัยของนักข่าว

-เราเชื่อในคุณค่าของการที่นักข่าวจะถ่ายทอดความเคลื่อนไหวของเหตุการณ์ ณ ขณะเกิดเหตุ แต่ก็ขอให้นักข่าวให้ความสำคัญกับดิจิทัล แพลตฟอร์ม ขององค์กรก่อนเป็นอันดับแรก

เช่นเดียวกัน ควรนำเสนอข่าวในช่องทางหลักก่อน หากคิดว่ากรณีใดเหมาะสมที่จะรายงานทางโซเชียลมีเดียก่อน ขอให้ปรึกษาหัวหน้างานของคุณ

- ขอให้โพสต์อย่างโปร่งใส หากทวีตข้อความที่ผิดหรือไม่เหมาะสมและต้องการจะลบ ขอให้เขียนในข้อความถัดไปด้วยว่าลบข้อความก่อนหน้านั้นไปแล้วเพราะผิดพลาด

ระมัดระวังการแชร์ข่าวหรือบทความจากที่อื่นที่ยังไม่สามารถยืนยันความถูกต้องได้ เพราะคนจะนึกว่าเดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ รับรองเนื้อหาในโพสต์หรือทวีตนั้นแล้ว ทั้งๆ ที่จริง ๆ ไม่ใช่

- หากคุณยังไม่แน่ใจเกี่ยวกับสิ่งที่จะโพสต์ในโซเชียลมีเดีย ถามตัวเองว่า หากเป็นบทความในเดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ คุณจะแสดงความคิดเห็นแบบเดียวกันนี้ไหม เป็นไปได้ไหมว่าผู้อ่านจะมองว่าคุณมีอคติหรือเอนเอียงสำหรับเรื่องบางเรื่องที่เขียน สิ่งที่คุณโพสต์จะกระทบมุมมองของผู้ที่ได้อ่านที่มีต่อหนังสือพิมพ์ว่าไม่เป็นกลางหรือไม่ สิ่งที่คุณโพสต์จะทำให้เพื่อนร่วมงานของคุณทำงานลำบากหรือไม่ หากมีคนติดตามหรือไล่อ่านฟีดโซเชียลมีเดียของคุณ เขาจะเกิดข้อสงสัยในความสามารถของคุณในการรายงานข่าวอย่างเป็นกลางและยุติธรรมหรือไม่

- หากคุณยังไม่แน่ใจอีก ให้ปรึกษาหัวหน้างานของคุณหรือหัวหน้าข่าวอื่นๆ และอ้างอิงกรอบประมวลจริยธรรมของนักข่าว

.....................

ล้อมกรอบ ในเรื่องเดียวกัน

เอ็นพีอาร์

ขณะเดียวกัน เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เอ็นพีอาร์ (National Public Radio: NPR) ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสื่อที่มีพื้นฐานมาจากการเป็นสถานีวิทยุและปัจจุบันเป็นสื่อมัลติมีเดียก็ได้ปรับปรุงคู่มือจริยธรรมซึ่งรวมถึงการใช้โซเชียลมีเดียด้วย

เอ็นพีอาร์ย้ำความสำคัญของโซเชียลมีเดีย โดยมีเรื่องนี้แทรกในทุกบทของคู่มือจริยธรรม และมีอีกบทเป็นพิเศษต่างหาก แถมบอกด้วยว่า ที่ต้องมาทบทวนเรื่องนี้กันใหม่ เพราะหลังจากออกแนวทางปฏิบัติเรื่องนี้มา 5 ปี โซเชียลมีเดีย "ไม่ใช่สิ่งใหม่อีกต่อไป"

ในขณะที่คู่มือของเดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ เน้นไปที่การรักษาความเป็นกลางในการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง เอ็นพีอาร์สะท้อนว่าปัญหาที่พบคือนักข่าวของเอ็นพีอาร์ ถูกข่มขู่คุกคามในทวิตเตอร์และแพลตฟอร์มอื่นๆ

สิ่งที่คู่มือนี้เน้นคือ หลักการยังคงเดิมเสมอ

"ทำตัวเหมือนที่คุณจะทำในที่สาธารณะอื่นๆ ในฐานะนักข่าวของ NPR ปฏิบัติต่อผู้คนที่พบด้วยความเป็นธรรม ซื่อสัตย์ และให้เกียรติ ตรวจสอบข้อมูลก่อนส่งต่อ อย่าทำอะไรที่จะกระทบความเป็นกลางในฐานะมืออาชีพ และจำใส่ใจไว้เสมอว่า คุณเป็นตัวแทนของเอ็นพีอาร์"

- จำไว้ว่า ไม่มีความเป็นส่วนตัวใดๆ ในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และ "เพจส่วนตัว" ก็ไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย

ติดต่อกับผู้ฟัง หาข่าว และใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือสำหรับความโปร่งใส แต่ก็ต้องย้ำว่า นักข่าวที่ใช้โซเชียลมีเดียต้องขยันตรวจสอบข้อมูลให้เหมือนเวลาทำงานออฟไลน์

- ในการรายงานสิ่งที่ผู้คนพูดคุยกันในสื่อออนไลน์ แม้โซเชียลมีเดียจะสะท้อนอารมณ์ของสังคมได้ในระดับหนึ่ง แต่คนในสังคมออนไลน์ก็ไม่ใช่ตัวแทนของสังคมทั้งหมด จึงไม่อาจนำเสนอประหนึ่งว่าเป็นตัวแทนทั้งหมดได้

- ให้เกียรติ

ทุกถ้อยคำมีความหมาย ใช้คำพูดและน้ำเสียงให้ถูกต้อง ใช้ภาษาที่ดี อ่านข้อความคนอื่นดี ๆ ก่อนกดตอบ รวมถึงอย่าตะโกนใส่คนอื่นด้วยการพิมพ์ด้วยอักษรตัวใหญ่ทั้งประโยค

การเขียนถึงเอ็นพีอาร์หรือแชร์ผลงานของเพื่อนร่วมงานเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าอยากวิพากษ์วิจารณ์งานของเพื่อนร่วมงาน ขอให้พูดต่อหน้าดีว่าไปเขียนในโซเชียลมีเดีย

-นึกถึงใจเขาใจเราเข้าไว้

นอกจากนี้ เวลาแชร์ก็ขอให้คำนึงถึงลิขสิทธิ์ด้วย ให้แชร์จากลิงค์ของเว็บ ไม่ใช่คัดลอกข้อความทั้งดุ้นมาลง

- เมื่อเจอคนเกเร

ต้องยอมรับว่านักข่าวก็เหมือนอาชีพอื่นๆ เวลาคนชมเราก็ดีใจ แต่ก็ต้องยอมรับเวลาถูกวิพากษ์วิจารณ์ บางคนอาจไม่พอใจในงานที่เราเขียน บางคนก็โกรธที่เราไปขุดคุ้ย แต่นี่คือส่วนหนึ่งของงาน

ในขณะเดียวกัน โซเชียลมีเดียก็เป็นที่ที่ผู้คนปลดปล่อยด้านมืดออกมาเช่นกัน เราไม่ต้องทนกับการถูกข่มขู่หรือคุกคามโดยเฉพาะการเหยียดเพศ เชื้อชาติ ศาสนา หรือเรื่องอื่นๆ

อย่าไปต่อความยาว

สิ่งที่แนะนำมี 2 แนวทาง

คือถ้าเจอข้อความที่ไม่น่าอ่านแต่ไม่ได้คุกคามข่มขู่อะไร ก็ขอให้ตอบไปอย่างสุภาพว่า "ขอขอบคุณที่แสดงความคิดเห็น ขอสอบถามเพิ่มเติมว่ามีอะไรที่ทำให้คุณไม่สบายใจหรือ"

แต่หากข้อความที่ได้รับมีลักษณะข่มขู่คุกคาม ไม่ต้องไปตอบเลย ขอให้แจ้งไปยังหน่วยงานของเราที่ดูแลเรื่องนี้ ฝ่ายกฎหมายและความมั่นคงจะเป็นผู้จัดการ

อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับในชีวิตจริง เราควรเรียนรู้วัฒนธรรมของคนในชุมชนออนไลน์ เราต้องเรียนรู้ที่จะเคารพวิถีของคนในสังคม เช่นเดียวกับการที่เราต้องสังเกตและถอดรองเท้าก่อนเข้าบ้านคนอื่นในบางวัฒนธรรม

การใช้ภาษาในบริบทที่ต่างกันก็ให้ความหมายต่างกันไป การใช้คำหยาบในบางกรณีก็เป็นแค่การปล่อยมุกตลกของกลุ่มคนนั้น

- ความถูกต้อง เที่ยงตรง แม่นยำ

อย่าสักแต่ว่าเผยแพร่ข้อมูล จะต้องเผยแพร่อย่างระมัดระวังด้วย อย่าเชื่ออะไรง่ายเกินไป และนำเสนอข้อมูลอย่างมีบริบท

กรณีข่าวด่วน (breaking news) ให้บอกผู้อ่านด้วยว่า ข้อมูลนี้คอนเฟิร์มหรือยัง หากผิดให้รีบแก้อย่างโปร่งใสด้วย

เช่นเดียวกับที่เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ เขียน อย่ารีทวีตแล้วทำให้คนอ่านคิดว่าเราคอนเฟิร์มข้อมูลนี้แล้ว ขอให้ใช้การอ้างอิงข้อความ (quote) แล้วเขียนอธิบายบริบทเพิ่มจะดีกว่า

ในขณะเดียวกันก็อย่าลืมติดตามเรื่องราวต่างๆ อย่างต่อเนื่องในชีวิตจริงด้วย ไม่ใช่พึ่งพิงแต่ข้อมูลออนไลน์

- ระมัดระวังในการแชร์รูปหรือวิดีโอ

ตรวจสอบให้ดีว่าเป็นภาพจริงหรือตัดต่อ ภาพเก่าหรือภาพปัจจุบัน คนโพสต์เป็นใคร น่าเชื่อถือหรือมีความเกี่ยวข้องกับภาพโดยตรงหรือไม่ มีสิทธิในการใช้รูปหรือไม่ ลิขสิทธิ์รูปเป็นอย่างไร เราแชร์ได้หรือไม่

- ความซื่อสัตย์

ขอให้เปิดเผยตัวเสมอว่าเป็นนักข่าวของ NPR และการติดตามเป็นเพื่อนหรือเข้ากลุ่มเฉพาะต่างๆ ก็เข้าได้ และเข้าใจว่าบางครั้งเข้าไปเพื่อสังเกตการณ์ แต่ขอให้จำบทบาทนี้ไว้ให้ดี ว่า ไม่ใช่เข้าไปมีบทบาทที่แสดงออกว่าเลือกข้างหรือสนับสนุนข้างใดข้างหนึ่ง อย่าทำอะไรให้คนสูญเสียความเชื่อถือที่มีต่อนักข่าวและองค์กร

เคยมีกรณีมาแล้วที่นักข่าวใช้แอคเคาท์ส่วนตัวที่เป็นนามแฝงและใช้ภาษาหยาบคายจนถูกบล็อคและติดตามสืบทราบว่าอยู่ NPR ถึงนักข่าวคนนั้นจะออกมาขอโทษ แต่ความผิดก็เกิดขึ้นแล้วและแพร่กระจายกันไปในวงกว้าง ทั้งองค์กรและนักข่าวคนนั้นยังถูกหยิบมาล้อและเสียดสีโดยสื่ออื่นอีกด้วย ดังนั้น อย่าคิดว่าคนจะไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร

- โปร่งใสและรับผิดชอบ

การนำเสนอข้อมูลต้องมีที่มาที่ไป และเป็นข้อมูลที่แหล่งข่าวยินยอมให้เปิดเผย ปกป้องตัวเองด้วย ระมัดระวังในการแสดงความคิดเห็น สื่ออื่นอาจนำความคิดเห็นที่คุณเขียนออนไลน์ไปลงข่าวก็ได้ ลองนึกดูก่อนเขียนว่ามันจะกระทบชื่อเสียงของ NPR หรือไม่

นอกจากนี้ อย่ามักง่าย อย่าลืมว่า คุณก็ต้องรับผิดชอบต่อการรีทวีตหรือแชร์ข้อความด้วย แม้ว่าคุณจะไม่ใช่คนเขียนข้อความนั้น เช่น การหมิ่นประมาท

ในกรณีที่ไม่แน่ใจว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไร NPR มีทีมงานที่ตั้งขึ้นเพื่อให้คำปรึกษาแก่นักข่าวในการใช้งานโซเชียลมีเดียด้วย

อ่านรายละเอียดได้ทั้งhttp://ethics.npr.org/tag/social-media/

 

//////////////////////

 

 

ล้อมกรอบอีก

SPJ

มาดูแนวปฏิบัติของสมาคมนักข่าวมืออาชีพ (Society of Professional Journalists: SPJ) กันบ้าง แนวปฏิบัติทางจริยธรรมขององค์กรนี้เป็นที่อ้างอิงใช้กันทั่วไป สำหรับการใช้โซเชียลมีเดีย เขียนเอาไว้ว่า

 

"ฉบับย่อ

แนวปฏิบัตินี้ สรุปได้ 3 คำเท่านั้น

จง ใช้ สามัญสำนึก"

แต่ก็มีเสริมว่า ให้แสดงตนอย่างเปิดเผยเสมอว่ามีตำแหน่งอะไรในองค์กรนี้ แม้ว่าจะมีเพียงบางตำแหน่งเท่านั้นที่พูดในนามองค์กรได้

..................

ล้อมกรอบ

รอยเตอร์

ทางด้านสำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) เขียนคล้ายๆ กับที่อื่นว่าโซเชียลมีเดียมีประโยชน์ในการหาข่าว แต่ก็มีความอันตรายอยู่ในตัว

"เราต้องการให้ผู้คนได้ประโยชน์และปลอดภัยจากโซเชียลเน็ตเวิร์ก ไม่ได้มีเจตนาจะปิดปากใคร"

นักข่าวก็เป็นคนเหมือนกัน ถ้าอยากทวีตหรือโพสต์เกี่ยวกับละครโรงเรียนหรืออาหารจานโปรดก็ไม่เป็นไร แต่หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับประเด็นสาธารณะหรือเป็นเรื่องที่รอยเตอร์อาจรายงานเรื่องนี้ก็ต้องระมัดระวังในการแสดงความคิดเห็นเป็นพิเศษ ในโพรไฟล์ ก็ขอให้เขียนให้ชัดเจนว่า คุณเป็นนักข่าวรอยเตอร์ และสิ่งที่คุณเขียนเป็นของคุณเอง ไม่เกี่ยวกับรอยเตอร์

- นักข่าวของรอยเตอร์ อยู่ภายใต้หลักจริยธรรมของรอยเตอร์ 24 ชั่วโมง นั่นคือ มีความรับผิดชอบ ยุติธรรม และไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ดังนั้นจึงไม่มีคำถามว่าออฟไลน์หรือออนไลน์ เพราะล้วนต้องอยู่ในกรอบนี้เหมือนกัน

การที่นักข่าวรอยเตอร์จะนำเสนอข้อสรุปในเรื่องใดๆ ก็ขอให้มาจากการค้นคว้าข้อมูลเพื่อรายงานข่าว และให้เปิดพื้นที่สำหรับการสืบค้นหรือทำข่าวต่อไปด้วย ไม่ใช่ปักใจเชื่ออะไรง่ายๆ และแน่นอนว่าก่อนจะทวีตหรือโพสต์อะไรต้องตรวจสอบให้แน่ใจเสียก่อน ช้าดีกว่าผิด

อย่างไรก็ตาม บางเรื่องที่สมควรปกปิดเป็นความลับหรือแหล่งข่าวไม่ยินยอมให้เปิดเผยก็อย่านำไปเปิดเผย ระมัดระวังประเด็นอ่อนไหว

- จำใส่ใจเสมอว่า โซเชียลเน็ตเวิร์ก ไม่มีคำว่า "ยกเลิกการส่ง" สิ่งที่ส่งไปแล้วดึงกลับไม่ได้ และมีคนที่พร้อมจะใช้สิ่งที่เราส่งออกไปในทางลบเสมอ

รอยเตอร์เปรียบเทียบว่าการโพสต์หรือส่งข้อความในโซเชียลเน็ตเวิร์ก เปรียบเสมือนการบินหรือเหาะอยู่โดยไม่มีตาข่ายรองรับเลยทีเดียว

- ด้วยวิธีการใดๆ ก็ตาม เราต้องหลีกเลี่ยงการจุดประเด็นที่จะทำให้เกิดการทะเลาะหรือต่อสู้กัน ต้องไม่ใช้ถ้อยคำที่หาเรื่องหรือปลุกเร้า หรือการพูดพล่อยๆ นอกจากนี้ การติดตามหรือเป็นเพื่อนกับคนบางคนออนไลน์ยังอาจเปิดเผยตัวตนของแหล่งข่าวของเราได้อีกด้วย

ในย่อหน้าสรุปของรอยเตอร์ ได้สรุปหลักการที่เหมือนๆ กันของหลายๆ องค์กรสำหรับการที่นักข่าวจะใช้โซเชียลมีเดียไว้ว่า

"ด้วยวิธีการใดก็ตาม ศึกษาช่องทางที่โซเชียลมีเดียจะช่วยในการทำงานของคุณ แต่ก่อนที่จะทวีตหรือโพสต์อะไร ขอให้คิดให้ดีว่า สิ่งที่คุณกำลังจะทำมันจะสะท้อนความเป็นมืออาชีพของคุณและชื่อเสียงขององค์กรโดยรวมด้วย หากไม่แน่ใจขึ้นมาเมื่อใด ให้ปรึกษาเพื่อนร่วมงาน หัวหน้างานหรือบรรณาธิการของคุณ"

......................

ดึงโปรย

จำใส่ใจเสมอว่า โซเชียลเน็ตเวิร์ก ไม่มีคำว่า "ยกเลิกการส่ง" สิ่งที่ส่งไปแล้วดึงกลับไม่ได้ และมีคนที่พร้อมจะใช้สิ่งที่เราส่งออกไปในทางลบเสมอ..ก่อนที่จะทวีตหรือโพสต์อะไร ขอให้คิดให้ดีว่า สิ่งที่คุณกำลังจะทำ มันจะสะท้อนความเป็นมืออาชีพของคุณและชื่อเสียงขององค์กรโดยรวม

 
วีทีอาร์-สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย พศ. 2562

ดูวีทีอาร์ทางyoutube

Login Form



หนังสือน่าอ่าน




จำนวนผู้ออนไลน์

เรามี 2014 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา

สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ :: The National Press Council of Thailand สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย :: Thai Broadcast Journalists Association สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย :: ISRA Institute Thai Press Development Foundation ชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ :: Information Technology Press Club The Southeast Asian Press Alliance (SEAPA) thai society of environmental jounalists